เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 84 ผิดกฎร้ายแรง


     

       เมื่อเงารางจับตัวเป็นรูปมีดพุ่งเข้ามาเด็กหนุ่มทำได้เพียงหลบไม่ให้ถูกเข้ากับจุดสำคัญ สีข้างของเขารับเงามีดลมนั้นไปเต็มๆจนเนื้อแหว่งขาดหายออกไปดูน่าหวาดเสียว ลูคัสไม่สนใจบาดแผลเขาใช้ดาบใหญ่ที่มีเพลิงสีดำลุกท่วมเข้าฟาดใส่กระบี่หยกในมือหลี่เต้าทันที"เทพสังหาร"ประกายแสงสีดำเกิดขึ้นเงาดาบพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงฝั่งชายชราเองก็ต้านรับไว้ได้แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บ

     

    "ท่านปู่รีบไปเร็วเข้าไม่ต้องสนใจข้า" เด็กหญิงที่หลบอยู่ด้านหลังพูดออกมาอย่างกล้าหาญ

     

    "น้องหญิง" มีเสียงแทรกเข้ามาจากระยะไกล

     

    ในภาพนิมิตเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาวิ่งผ่าวงล้อมนักเรียนที่มุงตัวกันอยู่เข้ามา"หลี่เฟิน"

     

    "น้องชายลูคัสเมตตาด้วย"

     

    ประโยคนี้ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อยทำให้หลี่เฟินสามารถดึงตัวเด็กหญิงออกไปได้

     

    "เจ้าหนุ่มข้ารู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถจบลงด้วยดีได้ดังนั้นไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก"ชายชราที่เหลือแขนข้างเดียวลอยตัวในอากาศพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

     

       ลูคัสเองก็เริ่มประเมินสถานการณ์ออกหากหลี่เต้าไม่ต้องปกป้องเด็กหญิงคนนั้นผนวกกับบรรดาอาจารย์ที่รายล้อมอยู่ตนก็ไม่สามารถเอาชีวิตอีกฝ่ายได้เลยเขาจึงตัดสินใจจะกลับไปตั้งหลักก่อน

     

    "เตรียมสลักชื่อตัวเองบนป้ายหลุมศพรอเอาไว้ได้เลยศาสตราจารย์หลี่"สิ้นคำเด็กหนุ่มก็ยืนบนคันศรพุ่งขึ้นไปบนท้องนภา

     

    "คิดหนี" หลี่เต้าโคจรพลังปราณก่อนจะฟันทักษะมีดวายุเข้าใส่อีกฝ่ายทันที

     

       เมื่อเงามีดลมที่มองไม่เห็นพุ่งตามติดขึ้นมาแต่ศรแห่งพระเจ้านั้นรวดเร็วยิ่งกว่า แสงสีทองพุ่งเข้ามาปะทะกับใบมีดนั้นจนทำให้พลังของมันอ่อนจางลงแต่เงามีดก็ฟันเข้าน่องขวาของเด็กหนุ่มจนขาแทบหลุดออกจากกันโลหิตไหลนองออกมาจากบาดแผลราวกับเขื่อนแตก
    ขณะที่เหล่าบรรดาอาจารย์จะพุ่งตัวไล่ตามไปนั้น

     

    "ไม่ต้องตาม" หลี่เต้าค่อยๆลอยตัวลงมาสู่พื้น เขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะมีลูกไม้ซ่อนอยู่อีกอย่างพิรุณศรนั้นจึงไม่อยากให้เกิดความสูญเสียโดยไม่จำเป็น

     

    "ท่านปู่" เด็กหญิงพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดชายชราไว้แน่นเธอมองแขนซ้ายที่หายไปของปู่ด้วยสายตาโศกเศร้า

     

    หลี่เฟินเองก็เดินเข้ามาถามไถ่อาการบาดเจ็บของปู่อย่างเป็นกังวล

     

    "แค่แขนข้างเดียวไม่อันตรายถึงกับชีวิต พวกเจ้าทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงรีบปฐมพยาบาลคนเจ็บเร็วเข้า"หลี่เต้าออกคำสั่ง

     

       เพียงไม่กี่วันข่าวมัจจุราชสีขาวโจมตีสถานศึกษามอวู้ดส์ด้วยตัวคนเดียวก็แพร่กระจายออกไปราวกับไฟลามทุ่ง
    เช้าตรู่เหนือบันไดสวรรค์เด็กหนุ่มในเครื่องแบบสีดำมีผมยาวบดบังดวงตาข้างซ้ายก้าวเดินเข้าไปด้านในอย่างไม่ทุกข์ร้อน

     

       หลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ในสถานศึกษามอวู้ดส์ลูคัสที่แอบไปซ่อนตัวเพื่อรักษาบาดแผลก็กลับมายังสำนัก ไม่ว่าจะไปที่ใดพวกเขาล้วนได้ยินเรื่องราวของมัจจุราชสีขาว

     

    "พวกเจ้าได้ข่าวหรือไม่มัจจุราชสีขาวบุกเดี่ยวสถานศึกษาตะวันออกสังหารเหล่าคณาจารย์ไปมากมาย ซ้ำยังตัดแขนอาจารย์ใหญ่หลี่เต้าอีกด้วย"

     

    "ข้าว่ามันดูเกินจริงครั้งก่อนมิใช่ว่าเขายังหลบหนีการตามล่าจากอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาตะวันตกอยู่มิใช่รึจะเอาปัญญาที่ไหนไปไล่ฆ่าหลี่เต้าที่เป็นผู้ฝึกตนระดับเดียวกับฉางยีผู้นั้นได้"ศิษย์ชุดเขียวอีกคนแย้งขึ้นมา

     

    "เจ้ามิรู้อะไรมัจจุราชสีขาวผู้นี้ต้องฝึกวิชามารเป็นแน่ไม่งั้นเขาจะแข็งแกร่งขึ้นในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้ได้เช่นไร..."

     

       มีเสียงเล่าลือมากมายจริงบ้างเท็จบ้างแพร่กระจายไปทั่วสำนักอู๋เซี่ยน ลูคัสเองไม่ได้สนใจเขามุ่งหน้าไปตำหนักปรุงยา
    ขณะเดินเข้ามาก็พบว่าเฒ่าชรา "จื่อหวัง"กำลังปรุงยาบางอย่างอยู่ตนจึงไม่ได้รบกวน

     

       เด็กหนุ่มนั่งลงขัดสมาธิแล้วหยิบยาเม็ดเล็กสีทองขึ้นมาวิเคราะห์ดูเมื่อลองสูดกลิ่นดูตนพบว่ายาเม็ดนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย จึงมีความคิดแผลงๆขึ้นมาว่าจะลองกินมันเข้าไปดูบางทีโอสถประตูสวรรค์อาจจะช่วยให้คนที่เป็นผู้ฝึกตนอยู่แล้วแข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดดก็เป็นได้ขณะที่กำลังอ้าปากนั้นกลืนลงไปนั้น

     

    "เจ้าทำเช่นนั้นมิได้หากคนธรรมดากินมันเข้าไปก็ราวกับได้ก้าวสู่ธรณีประตูสวรรค์หากแต่ผู้ฝึกตนกลืนมันลงไปร่างจะโป่งพองแล้วระเบิดออกจนตาย"จื่อหวังเอ่ยขึ้น

     

    "ที่ท่านพูดล้วนเป็นความจริง" ลูคัสพูดด้วยสีหน้าไม่เชื่อ

     

    "ข้าเป็นนักปรุงยาจะโป้ปดเรื่องเกี่ยวกับเม็ดยาได้อย่างไร"จื่อหวังพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     

    "ว่าแต่ที่เจ้าถ่อมาครั้งนี้คงไม่ใช่เพราะเป็นห่วงผู้ชราอย่างข้ากระมัง"

     

    เมื่อได้ยินประโยคนี้ลูคัสก็เกาศีรษะอย่างจนใจชายผู้นี้กำลังจิกกัดเขา

     

    "ผมต้องการเม็ดยาสลายกระดูก" เด็กหนุ่มพูดจุดประสงค์การมาในครั้งนี้

     

    "ดีหมีคลั่ง กระดูกหมูป่าทอง ดวงตาแมวหินอ่อนเขี้ยวหมาป่าเทาทมิฬ..." ชื่อวัตถุดิบมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากของ
    จื่อหวัง

     

       ชายชราให้เหตุผลว่าเม็ดยาสลายกระดูกแม้จะเป็นเม็ดยาระดับต่ำแต่โอกาสสำเร็จในการปรุงไม่สูงนักลูคัสจึงต้องหาวัตถุดิบสำรองมาหลายชุด

     

    เขาเริ่มขมวดคิ้ว"กายากระดูกทองคำหลอมกระดูกเก้าครั้งในอาณาที่สี่พลังป้องกันเพิ่มขึ้นหกเท่า"

     

       เมื่อเขาตรวจสอบรายละเอียดให้คัมภีร์ร่างอมตะอย่างละเอียดก็พบว่าเมื่อบ่มเพาะถึงจุดสูงสุดของอาณาจักรพลังที่ 4 จะต้องทำการหลอมกระดูกและการหลอมกระดูกที่ว่านี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย เพราะลูคัสจะต้องทำลายกระดูกทั่วร่างถึงเก้าครั้งด้วยกันแล้วสร้างมันขึ้นด้วยวิธีการพิเศษบางอย่าง
    ไม่ต้องบอกเลยว่าการที่ต้องป่นกระดูกทั่วร่างให้แหลกละเอียดก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น

     

       แต่เพื่อความแข็งแกร่งเขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วต่อให้ยากมากกว่านี้ตนก็จะทำมันอย่างไม่ลังเล
    "เม็ดยาสลายกระดูก" จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ เพราะฤทธิ์ของมันจะทำให้กระดูกที่เสียหายทั่วร่างเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมนับสิบเท่านั่นจะเป็นจุดที่ช่วยประหยัดเวลาฝึกตนได้เป็นอย่างมาก

     

    "ว่าแต่เจ้าต้องการยานั่นกี่เม็ดกันล่ะ"เมื่อได้ยินคำถามนี้ลูคัสสายตาเป็นประกายหรือบางทีชายชราผู้นี้จะให้เขาฟรีๆ

     

    "ขั้นต่ำสามสิบเม็ดหากเป็นไปได้ขอสี่สิบเม็ดครับ"เด็กหนุ่มทำสีหน้าขบคิดก่อนจะเอ่ยออกมา

     

    "เพ้ย เม็ดยามิใช่ขนมเจ้าจะเอาไปทำอันใดมากมายเพียงนั้น"จื่อหวังตกตะลึง

     

    ลูคัสเองก็ถอนหายใจออกมาเขารู้ดีว่าวันนี้คงไม่สมหวังเป็นแน่

     

    "แต่...หากเจ้ายอมมอบเม็ดยาสีทองนั้นให้ตำหนักปรุงยาได้ศึกษาข้าจะให้เจ้ายี่สิบเม็ด" จื่อหวังหรี่ตาจ้องไปยังเม็ดยาสีทอง

     

    สายตาลูคัสสว่างวาบก่อนจะทำทีถอนหายใจออกมา

     

    "เฮ้อ โอสถประตูสวรรค์เม็ดนี้ผมเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อให้ได้มันมาจะมาแลกกับเม็ดยาจำนวนแค่นั้นคงจะไม่คุ้ม เอาเป็นว่าไว้พบกันใหม่นะอาวุโส"

     

    กล่าวจบเด็กหนุ่มก็ก้าวออกจากลานกว้างตำหนักปรุงยาทันที

     

    "หนึ่ง" "สอง" "สาม" เขานับในใจ

     

    "เดี๋ยว!" มีเสียงดังออกมาจากด้านใน

     

    เมื่อได้ยินคำนั้นมุมปากของเด็กหนุ่มยกยิ้มเขารู้แล้วว่าแผนการที่วางเอาไว้สำเร็จแล้ว

     

    "สามสิบเม็ดเจ้าว่าอย่างไร" มีเสียงจื่อหวังตะโกนออกมา

     

    ลูคัสทำทีหยุดแล้วยืนคิดได้สักระยะก็ก้าวเริ่มต่อไป

     

    "สี่สิบๆ ข้าให้เจ้าได้เท่านี้"

     

    เพียงไม่ถึงหนึ่งลมหายใจร่างของเด็กหนุ่มชุดดำเคลื่อนมาอยู่ด้านหน้าจื่อหวังอย่างรวดเร็ว

     

    "ขอบคุณสำหรับการซื้อขายอาวุโสจื่อ" ลูคัสพูดด้วยรอยยิ้ม

     

    ณศาลาแดง

     

       เด็กหนุ่มในชุดดำนั่งชันเข่านับเม็ดยาสีเทาอย่างสบายอารมณ์เพียงเท่านี้เมื่อถึงขั้นตอนการหลอมกระดูก ความรวดเร็วในการฝึกตนก็จะพุ่งทะยานราวกับติดปีกบินขณะที่เด็กหนุ่มกำลังชื่นใจอยู่นั้นมีกลุ่มศิษย์ในชุดสีเหลืองหลายสิบคนพากันมาล้อมศาลาแดงเอาไว้

     

    "เจ้าคือศิษย์ชั้นรองแนวหน้าลูคัสใช่หรือไม่"ศิษย์ชายคนหนึ่งเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มถามออกมา

     

    "ใช่แล้ว ว่าแต่พวกท่านมีเรื่องใดจะสอบถาม" ลูคัสถามออกมาเรียบๆ เขาเห็นอีกฝ่ายขนคนมาเป็นโขยงแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

     

    "งั้นจงตามพวกข้าไปรับทราบข้อหาที่ฝ่ายคุ้มกฎสำนัก" ชายคนหนึ่งในกลุ่มก้าวออกมา

     

    "ข้อหาอะไร..."ลูคัสทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

     

    "สังหารศิษย์ร่วมสำนัก" ชายที่เหมือนจะเป็นผู้นำกระแทกเสียง

     

       สายตาลูคัสเกิดประกายวูบหนึ่งเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจหากมีใครรู้เรื่องที่ตนสังหารแทยอนเพราะคืนนั้นเขาไม่ได้ทำลายหลักฐานใดๆทิ้งแม้แต่น้อย และดาบมารเองก็ถูกนำไปซ่อนไว้ที่อื่นแล้วด้วย แต่เหตุใดคนพวกนี้จึงมาจับตัวเขาในนามลูคัสศิษย์สำนักอู๋เซี่ยนแต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนลูคัสจะไม่ยอมตามไปแต่โดยดีเป็นแน่

     

    "ตามพวกเขาไปเถอะสถานะที่แท้จริงของเจ้ายังไม่ถูกเปิดเผยส่วนเรื่องข้อหาสังหารศิษย์ร่วมสำนักข้าจะหาทางช่วยเจ้าเอง"
    มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหูนี่เป็นเสียงของจ้าวตำหนักฟ้าลั่นนั่นเอง

     

       สุดท้ายลูคัสจึงยอมตามพวกเขาไปอย่างว่าง่ายท่ามกลางการสายตาของผู้คนเหล่าศิษย์ในสำนักล้วนตื่นตระหนกเพราะการที่โดนศิษย์ฝ่ายคุ้มกฎมาเพื่อควบคุมตัวไปเช่นนี้จะต้องเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตาย

     

       ไม่นานลูคัสก็ไปยืนอยู่กลางห้องมืดที่รายล้อมไปด้วยผู้คนนับร้อยเหล่าคนที่อยู่บนอัฒจันทร์ขนาดเล็กใส่ชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้า
    เบื้องหน้าของห้องมืดนี้มีแท่นพิธีที่นั่นมีชายชราชุดสีทองยืนอยู่

     

    "ข้าคือผู้คุ้มกฎสำนัก ซันหยี่ศิษย์แนวหน้าลูคัสถูกจับข้อหาสังหารศิษย์ร่วมสำนัก เจ้ามีอะไรจะแก้ต่างหรือไม่"เขาถามออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     

    "ไม่มี" เด็กหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเฉยชา

     

       คำตอบนี้แม้แต่ผู้คุ้มกฎซันหยี่เองยังขมวดคิ้วเขาตัดสินคดีภายในสำนักแห่งนี้มามากมายแต่ไม่มีศิษย์คนใดยอมรับได้ง่ายดายเพียงนี้

     

    "เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าจงใจสังหารนางเองโดยไม่มีเหตุผลอื่นงั้นรึ"ซันหยี่พยายามเค้นถาม

     

    ลูคัสเงยหน้ามองไปรอบๆก่อนจะตอบ "ใช่ "

     

    คำตอบนี้ทำเอาเหล่าผู้คนที่มองลงมาส่งเสียงฮือฮาทันที



    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน