ตอนที่ 16
นี่ขนาดเพิ่งจะเข้าจวนมายังมีเื่ให้นางสงสัยมากขนาดนี้ อยู่ไปนานวันเข้านางคงสงสัยเพิ่มขึ้นเป็แน่
อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพื้นเพของหานซวนทำให้นางคิดไปไกล รวมถึงเื่ที่นางเดาว่าเขาไม่ถูกกับผู้เป็ย่าของตนเองด้วย
“แต่มีแค่หานซวนคนเดียวที่จะให้คำตอบแก่ข้าได้ ผู้อื่นคงจะ..”
“ช่างเถิด ข้าจะสนใจไปทำไมกัน อีกประเดี๋ยวเดียวหากข้าหรือเขาทนกันไม่ได้คงหย่ากันไปแล้ว ไม่จำเป็ต้องรู้เื่พื้นเพของหานซวนหรอก”นางเอ่ยกับตนเองและพยายามสะบัดความสงสัยนั้นออกไปโดยการหันไปสนใจเ้าไป๋เซ่อแทน
“ถึงเวลาเ้าต้องอาบน้ำแปรงขนแล้ว”
“อย่าให้ฮูหยินเข้าไปที่ปีกบนสุดเด็ดขาด”เสียงคำสั่งอันเด็ดขาดฟาดลงมา พ่อบ้านรีบก้มรับคำทันทีเมื่อเ้านายพูดจบ
“ขอรับ บ่าวจะกระจายข่าวบอกแก่คนของเราทุกคน”
“ดี เ้าออกไปได้”
“เอ่อ..แล้วเื่ที่ท่านแม่ทัพลงโทษฮูหยินเมื่อครู่..”
“ข้าขังนางไว้หรือลงโทษนางอย่างไร เ้าไม่ต้องสอดรู้ ไปทำงานของตนเองให้แล้วเสร็จ”เขาเอ่ยบอกโดยที่ยังหันหลังอยู่ พ่อบ้านไม่กล้าถามสิ่งใดต่อ จึงคำนับและเดินออกไป
ความนิสัยพูดจาโถงถางของเขา เขาไม่พูดหรอกว่าเขาไม่ได้ลงโทษอะไรนาง หากทำเช่นนั้นแล้วจะคุมบ่าวไพร่ได้เช่นไร ให้ทุกคนคิดว่าเขาลงโทษนางไปแล้วเสียดีกว่า จะได้ไม่มีผู้ใดทำผิดกฎจนก่อความวุ่นวาย “แค่นางก็เกินพอแล้ว..”
เสียงดาบเก็บเข้าฝักเสียงดังฉับอย่างทันควัน เขารีบเดินขึ้นไปบนห้องปีกบนที่น้องชายกำลังนอนหลับใหลอยู่
ซั่วหลิงอาการดีขึ้นเป็ระยะ ๆ ถือเป็เื่ที่ดีมากสำหรับแม่ทัพใหญ่ ั้แ่มีเื่งานแต่งงานเขาก็ไม่ได้ขึ้นมาดูน้องชายเลยแต่ยังคอยติดตามอาการจากหมอประจำตระกูลอยู่เนือง ๆ
“ซั่วหลิง..หากเ้ามีสติอยู่ตอนนี้เ้าจะได้เห็นพี่แต่งงานแล้ว พี่สะใภ้ของเ้า นางเป็คนดีมีคุณธรรมเป็ความโชคดีของข้ากับเ้า แต่เป็ความโชคร้ายของนางที่มีข้าที่เป็บุรุษตาบอดและเ้าที่เป็นอนเป็ผักเป็ครอบครัวใหม่ แต่เสียทีนางซนเหลือทน”พูดกับน้องชายที่หลับอยู่ ยังไม่วายแวะไปบ่นภรรยา
“หากนางไม่ดื้อซนและหัวก้าวหน้ามากไป ป่านนี้นางคงได้แต่งกับบุรุษอื่นที่ไม่ใช่พี่แล้วกระมัง”
“แล้วเ้าอย่าให้พี่สะใภ้เ้าเข้ามาเห็นเ้านอนอยู่เชียวล่ะ นางซนนัก พี่เกรงว่านางจะมาทำให้เ้ารำคาญเอาได้”พูดไปก็เหมือนพูดคนเดียวอีกตามเคย ถึงแม้ว่าทุกครั้งจะรู้สึกเจ็บใจเื่ในอดีตแต่บางเวลาเขาก็สบายใจที่ได้อยู่กับน้องชาย
แต่มันจะดียิ่งกว่านี้ หากซั่วหลิงฟื้นขึ้นมาตอบโต้กับเขา
“เ้าอยู่นิ่ง ๆ สิ อย่าเพิ่งะโเชียว ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้น้ำเข้าตาเ้าเด็ดขาดเลยไป๋เซ่อ”
เสียงของคนอีกผู้ดังขึ้นมาถึงชั้นบน ข้างล่างต้องเสียงดังแค่ไหน เสียงถึงลอยมาตามลมได้เช่นนี้ แม่ทัพใหญ่เดินไปดูที่หน้าต่างในขณะที่กำลังเดินลงมายังชั้นล่างเพื่อเข้าห้องทำงานของตน
นั่น นางกำลังทำสิ่งใดอยู่อีก
เขาคิดภายในใจและมองอยู่ตรงนั้น พอมองไปก็เห็นว่าเลี่ยงหลิ่งกำลังอาบน้ำให้ไป๋เซ่ออยู่ ธรรมชาติของกระต่ายย่อมะโอยู่แล้วเวลาใ กระต่ายป่าที่ไม่ได้เพาะไว้เลี้ยงย่อมไม่เชื่องมือแน่แท้อยู่แล้ว
“เ้าอาบน้ำให้กระต่ายอยู่เช่นนั้นรึ?”เสียงของหานซวนดังขึ้น เลี่ยงหลิ่งเงยหน้าขึ้นมองในขณะที่ยังจับไป๋เซ่ออยู่ “เ้าค่ะ ได้เวลาที่มันต้องอาบน้ำแล้ว”
“ธรรมชาติของกระต่ายป่าที่ไม่ได้เพาะเลี้ยงย่อมไม่เชื่องมือ มันฟังคนไม่รู้เื่ พูดไปมันก็ไม่หยุดดิ้นหรอก”
“แล้วท่านรู้วิธีทำให้ไป๋เซ่ออยู่นิ่งเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนย่อมไม่รู้วิธีเลี้ยง ท่านเลี้ยงมาหรือไรถึงได้บอกข้าเช่นนี้”นางเอ่ยบอกอย่างไม่ใส่ใจนักและค่อย ๆ ลูบขนไป๋เซ่อต่อ
หานซวนเดินเข้ามาฉวยเอาไป๋เซ่อไว้ในมือ เป็การจับที่ถูกต้องที่เขาตั้งใจจะสอนนาง
เลี่ยงหลิ่งมองอย่างแปลกใจ ด้วยท่าทางและหน้าตาที่นิ่งงันเช่นนั้น เลี่ยงหลิ่งไม่มีวันเข้าใจหากเขาไม่กล่าวออกมา
“วิธีที่ข้าจับมันเป็วิธีที่ถูกต้อง เวลาจะจับมันอาบน้ำต้องจับแบบนี้และค่อย ๆ แปรงขนมัน”หานซวนเห็นว่าเลี่ยงหลิ่งมองตาแป๋วก็เลยอธิบายขึ้นมา แต่ตอนพูดเขาก็ยังติดการมองไปทางอื่น
ไม่ใช่ว่าไม่อยากมองหน้านาง แต่เพราะนางมองข้าตาแป๋ว
อีกแล้ว เขาพูดโดยไม่มองหน้าข้าอีกแล้ว เลี่ยงหลิ่งเองก็คิดอยู่ในใจเช่นเดียวกัน บอกกี่ครั้งกี่หนว่าให้มองหน้าตอนพูดด้วย นางจะได้รู้ว่าเขาพูดกับนางหรือพูดกับผีสางกันแน่
“ถ้าเช่นนั้นท่านก็จับไป๋เซ่อไว้ก่อน ข้าจะได้อาบน้ำให้มันได้สะดวก ๆ ข้ารบกวนท่านเพียงแค่นี้ ท่านคงไม่ว่ากล่าวอะไรข้า”นางคลี่ยิ้มออกมา ความทะเล้นเผยเห็นชัดในดวงตา กวนใจเขาเป็ที่สุด
“ท่านไม่ตอบข้า ข้าจะถือว่าท่านช่วยข้าอาบน้ำให้ไป๋เซ่อ”นางพูดเองเออเองคนเดียว พูดจบก็ตักฟองสบู่ลูบ ๆ หัวไป๋เซ่อและค่อย ๆ แปรงขนเบา ๆ
ตายิ้มเสี้ยวพระจันทร์ของนาง หากบุรุษคุณชายคนใดได้เห็นเข้าคงตกหลุมพรางของรอยยิ้มนางเป็แน่ หากเป็เช่นนั้นสัญลักษณ์บนหน้าผากของนางที่บ่งบอกว่านางแต่งงานแล้วคงไม่ได้ช่วยให้บุรุษไม่เข้ามายุ่งกับนางได้
ภาพของท่านแม่ทัพหน้ามึนกับฮูหยินใหญ่ที่เป็เพียงคุณหนูที่มีนิสัยร่าเริงยิ้มร่าอยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณชายฉืออันที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักเอาพัดมาปิดหน้าไว้พลางยิ้มกริ่ม
เป็ภาพที่ช่างน่าประทับใจ เขาถูกเฉียนฮ่องเต้ส่งมาดูความเป็ไปหลังจากเข้าหอได้หนึ่งวันว่าเป็อย่างไรบ้าง มีเื่ราวโศกเศร้าเกิดขึ้นเหมือนละครงิ้วน้ำเน่าหรือไม่ แต่ดูท่าเฉียนฮ่องเต้จะคิดมากไป คิดมากไปั้แ่ให้คุณชายตระกูลหวงมาแอบเซาะแอบส่องแล้วเชียว
“ท่านพี่เป็สิ่งใดเ้าคะ”ซูหนี่ว์ที่เพิ่งทำสิ่งใดเสร็จเดินเข้ามาไถ่ถาม บัดนี้อย่างไรแล้วก็ดองเป็ครอบครัวเดียวกันทั้งหมด อีกทั้งคุณชายฉืออันก็ยังเป็ถึงสหายสนิท ไม่แปลกที่จะเดินเข้ามาได้เลยแล้วค่อยให้บ่าวนำข่าวไปบอก
“ดูนั่นสิ หานซวนกับเลี่ยงหลิ่งดูมีความสุขกันอยู่”
ซูหนี่ว์หันหน้าไปมองตามที่สามีบอก ก็เผยรอยยิ้มออกมาแต่ก็นึกแปลกใจที่ได้เห็นด้านนี้ของแม่ทัพใหญ่ ผู้ที่ใคร ๆ ก็ว่าใจดำทมิฬเหมือนม้าประจำตัวยิ่งนัก
“น่าแปลกใจ ท่านแม่ทัพมีด้านนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“พี่ก็เพิ่งรู้ เป็สหายกันมานานยังเพิ่งจะรู้ ทีอย่างนั้นยอมตั้งแขน ทีอย่างนี้ยกดาบจี้คอ”ฉืออันเอ่ยบอกอารมณ์ขันเหมือนคนแก่บ่นเล็กน้อย จนซูหนี่ว์หันมามองและยิ้มให้
“พูดเช่นนี้ราวกับคนแก่ สามีภรรยากันต้องเป็เช่นนั้น ไม่ถือว่าแปลก”นางเอ่ยบอกและมองน้องสาวที่ยิ้มอยู่ เลี่ยงหลิ่งคงมีความสุขดี ท่านแม่คงคิดมาดีแล้วว่าเลี่ยงหลิ่งคงจะมีความสุขหากเป็แม่ทัพหานซวน
นางคิดว่าเป็เช่นนั้น
“ก็ถูกของเ้า เช่นนั้นเ้าไม่ห่วงนางแล้วใช่หรือไม่”
“หากวันแรกเป็เช่นนี้แล้วก็ไม่มีสิ่งใดต้องห่วงแล้วเ้าค่ะ นางมีความสุขดีข้าวางใจแล้ว แต่ขออย่าให้ท่านแม่ทัพใจร้ายกับน้องสาวข้ามากจนเกินไปหากนางดื้อซนตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็นเป็พอ”
“หานซวนไม่ทำเช่นนั้นหรอกข้ามั่นใจ”ฉืออันพูดอย่างเข้าใจ ถึงจะเห็นเป็เช่นนั้นแต่หานซวนก็คงดูแล้วว่าเลือกคนไม่ผิด
“ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้น”หากกลับไปเยี่ยมท่านพ่อและท่านแม่จะได้ไปบอกพวกท่านได้ว่า เลี่ยงหลิ่งได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างแน่นอน ท่านพ่อไว้ใจท่านแม่ทัพใหญ่นั่นเป็สิ่งสำคัญ
“เ้าจะเสร็จหรือยัง ข้าไม่ใช่หุ่นกลจะได้เป็ที่จับกระต่ายให้เ้าได้ตลอดเวลา”นานเข้าหานซวนก็บ่นออกมา เขารู้สึกเหมือนโดนเลี่ยงหลิ่งแกล้งอย่างไรชอบกล เลี่ยงหลิ่งเงยหน้ามอง ด้วยความสูงที่ต่างกันค่อนข้างมากทำให้นางเหมือนเด็กตัวน้อยที่เงยหน้ามองผู้ใหญ่
“กำลังจะเสร็จแล้วเ้าค่ะ โปรดรอสักครู่ ข้ากำลังจะล้างสบู่”
“ก็อย่างนี้แหละน่า..คนแก่”ไม่วายบ่นออกมาลอย ๆ กระทบอีกคน
“เ้าว่าข้าแก่ ผิดที่เ้าเกิดช้าไป”
“ท่านเกิดเร็วไปต่างหาก ข้าไม่ผิดที่เกิดทีหลัง”
“ว่าข้าแก่..แต่ถึงอย่างไรแล้วข้าก็เป็สามีเ้าอยู่”
ขอนี้นางเถียงเขาไม่ได้ ไม่ได้ความเสียจริงคนผู้นี้ เถียงไปก็เถียงไม่ได้อยู่ดี อย่างที่เขาว่าศีลเสมอกันมักอยู่ด้วยกันได้เสมอคำนี้คงไม่เกินความจริงเท่าไรนัก
“โห่ย..ท่านนี่นะ ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว”นางถอนหายใจออกมาพร้อมกับล้างสบู่บนตัวของไป๋เซ่อไปด้วย พอล้างเสร็จก็พลางเอาผ้าเช็ดขนเบา ๆ และฉวยเอาไป๋เซ่อไปอุ้มไว้ในอ้อมกอดของตนตามเดิม
“ดีแล้ว ข้าจะดัดนิสัยชอบเถียงของเ้าเอง”
“ท่านแม่ส่งท่านมาดัดนิสัยข้าแทนนางหรือไร เหมือนกันอย่างกับแกะ เดี๋ยวบ่น เดี๋ยวว่า เดี๋ยว..”
“ท่านพี่!”
นางยังไม่ทันจะพูดจบก็หันมาเจอเข้ากับคุณชายฉืออันและซูหนี่ว์ยืนมองอยู่ เลี่ยงหลิ่งไม่สนใจหานซวนอีกและรีบวิ่งเข้ามาหาพี่สาวของตนด้วยความดีใจ
“อย่าวิ่งเช่นนั้น ประเดี๋ยวก็หกกะล้มจับกบหรอก”ซูหนี่ว์บ่นเล่นตามประสา เลี่ยงหลิ่งก็ยังยิ้มให้เช่นเดิม นางหันหน้าไปทักทายคุณชายฉืออันผู้เป็พี่เขยทันควัน
“ยินดีที่ได้เจอท่านอีกพี่เขย พี่ซูหนี่ว์มาถึงที่จวนมีสิ่งใดหรือ?”
“พี่อยากจะมาเจอเ้า อยากจะรู้ว่าเ้าจะยังโศกเศร้าที่ต้องแต่งงานอยู่หรือไม่ พี่จะได้บอกท่านพ่อและท่านแม่ได้ว่าเ้าไม่โศกเศร้าแล้ว”ซูหนี่ว์บอกถึงความประสงค์ ในจังวะนั้นหานซวนก็เดินมาพอดี เขามองซูหนี่ว์ก่อน ซูหนี่ว์คำนับให้
หานซวนพยักหน้ารับเป็เชิงรับคำนับและหันไปมองหน้าสหายสนิทตัวป่วน เพราะรู้ทันเฉียนฮ่องเต้อยู่แล้วว่าคงจะให้คุณชายผู้นี้มาแอบส่องถึงในเรือน
“ไปนั่งที่ห้องรับรองเถิดพี่เขย พี่ซูหนี่ว์ ข้าจะให้บ่าวไปเตรียมของทานเล่นไว้ให้”เลี่ยงหลิ่งเอ่ยบอกและเดินเกาะแขนพี่สาวไป
“มาทำไม”
“แต่ละคำที่ท่านเอ่ยทักข้า ข้าเสียใจนะ”คุณชายฉืออันทำท่าเอาพัดปิดหน้าเสียใจใส่หานซวน หานซวนมองและถอนหายใจใส่
“ข้าว่าท่านเลิกไปดูละครงิ้วน้ำเน่าที่โรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมเถอะ อาการแสร้งน่าจะดีขึ้น”
“แต่ละคำคงมีเพียงข้ากระมังที่ได้รับ น้อยใจเสียจริง ๆ ”
“ตัดพ้อไปก็ไม่ได้ช่วยให้ข้าเลิกพูดเช่นนี้หรอก”
“ฮ่องเต้ส่งท่านมาใช่หรือไม่”พอหมดคำจะบ่นแล้วก็เข้าเื่ทันที
“แหม แหม แหม..สมกับที่เป็ท่าน”คุณชายฉืออันกล่าว ไม่อยากแสร้งต่อ แสร้งไปหานซวนก็จำได้อยู่ดี ไม่มีประโยชน์ที่เขาจะทำเช่นนั้นเลยสักนิด เขาจึงเคาะพัดครั้งหนึ่งก่อนทำหน้าจริงจัง
“อย่างที่ท่านรู้ ฮ่องเต้ส่งข้ามาดูลาดเลา ครั้นจะให้พระองค์มาเองก็ไม่ได้จริงหรือไม่เล่า ชราภาพแล้วจะให้ปลอมตัวออกดูหลานก็ไม่ใช่เื่”
“หึ ชราภาพแต่ยังทรงเหมือนเด็กเล่นขายของเช่นนั้น”
“ท่านิ่เบี่ยงสูงเช่นนี้ ไม่ได้การล่ะข้าจะต้องนำความทูลถวายฮ่องเต้ให้พระองค์ทรงลงโทษท่านเสียเลย”
“ข้าได้ข่าวว่าท่านเป็ผู้พูดว่าพระองค์ชราภาพก่อน หากข้าโดน ท่านก็จะโดนด้วย”หานซวนหันมาบอก นึกเอือมระอากับเฉียนฮ่องเต้ แต่เพราะเป็ผู้มีพระคุณจึงไม่ได้กล่าวว่าหรือรู้สึกหงุดหงิดใจนัก
“อุ๊ย! งั้นไม่พูดดีกว่า”คุณชายตระกูลหวงเอ่ยพร้อมกับคลี่พัดออกมาปิดป้องปาก “ข้าขอถามตามตรงเถิด ท่านว่าน้องสะใภ้ข้าเป็อย่างไร”ฉืออันแอบหลอกถาม เพราะนี่ก็เป็หนึ่งในคำถามที่เฉียนฮ่องเต้สั่งมาเช่นกัน
“ไม่ว่าอย่างไร”
“ข้าว่าต้องว่า”
“นางก็เป็สตรีปกติ”
คำตอบแต่ละคำของหานซวนทำให้ฉืออันแทบจะเอาพัดปาใส่หน้า กวนประสาทเกินใครเช่นนี้ เขาจะนำความเข้าทูลเฉียนฮ่องเต้ได้อย่างไรกันเล่า
“ตอบดี ๆ ”
“ข้าตอบดีกว่ายืนเงียบ ไม่เรียกว่าดีอีกหรือ?”หานซวนไม่สนใจฉืออันอีก เขาเดินนำหน้าไปยังห้องรับรองที่เลี่ยงหลิ่งและซูหนี่ว์อยู่
“แหม ก็ต้องว่าน่ารักนั่นแหละ ไม่งั้นจะแต่งกับเขาเหร๊อ!”ฉืออันบ่นออกมาตามหลังไปก่อนที่จะเดินตามสหายสนิทเข้าไปหาภรรยาของตน
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง ท่านแม่ทัพไม่ได้ทำสิ่งใดเ้าใช่หรือไม่”
“ไม่ได้ทำเ้าค่ะ เขานอนข้างนอก”
“นอนข้างนอก!? นอนได้อย่างไร? เ้าไม่ได้ไปทำกิริยาให้ท่านแม่ทัพรังเกียจใช่หรือไม่เลี่ยงหลิ่ง”ซูหนี่ว์ถึงกับใในสิ่งที่เลี่ยงหลิ่งบอก นางไม่คิดว่าท่านแม่ทัพที่อายุปูนนี้แล้วจะไม่คิดเื่อย่างว่ากับน้องสาวของตนที่เหมือนเด็กสาวแตกเนื้อสาวเช่นนี้ได้ “อะไรกัน ข้าไม่ได้ทำอย่างนั้นเสียหน่อย เขาออกไปนอนของเขาเอง เขาเป็ผู้มีพระคุณแก่ข้า ข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอกท่านพี่”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว แปลว่าท่านแม่ทัพคงจะไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวเ้ามากนัก คงเกรงว่าเ้าจะไม่พอใจ”
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก..”เลี่ยงหลิ่งพูดเสียงเบา หากนางเล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวนางคงไม่เชื่ออีกกระมังว่าเขาเป็เช่นนั้นจริง ๆ
แข็งแกร่ง สุขุม วางตัวดี เด็ดขาด
ผู้ใดเขาจะคิดกันเล่าว่าเขาจะเป็คนพูดจากวนประสาทได้มากขนาดนี้ สตรีที่จะร้องไห้ทันทีที่ได้พูดคุยกับเขา ไม่ใช่เป็เพราะว่าเขาเป็ท่านแม่ทัพที่มีฉายาปีศาจทมิฬตาเดียวหรอก คงเป็เพราะปากของเขาเป็แน่แท้เลยเชียว
“เ้าว่าอย่างไรนะ พี่ฟังไม่ถนัด”
“ไม่มีสิ่งใด ข้าก็แค่ว่า..ข้าหิวแล้ว”เลี่ยงหลิ่งเปลี่ยนเื่พูด ถึงอย่างไรแล้วเขาก็เป็ผู้มีพระคุณ จะให้มาพูดเสียหายต่อหน้าผู้อื่นก็คงจะกระไรอยู่ เลี่ยงหลิ่งเรียกบ่าวรับใช้ให้ยกอาหารขึ้นโต๊ะรับประทานอาหาร ประจวบเหมาะกับที่หานซวนและฉืออันถูกเชิญให้เข้ามาพอดี
“ว่าแต่เื่การงานของท่านเป็อย่างไรบ้างพี่เขย”เลี่ยงหลิ่งเปิดประเด็น เพราะมันเงียบเกินไป หานซวนก็เป็คนไม่พูด ซูหนี่ว์ก็เรียบร้อยเกินกว่าจะเป็ผู้เริ่มบทสนทนา นางและฉืออันจึงต้องรับหน้าที่นั้นแทน
“กำลังจะเริ่ม ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งข้าเป็นายทะเบียนราษฎร์ ไม่รู้ว่าเป็เพราะคนแถวนี้ไปบ่นเื่นิสัยของข้าให้ฮ่องเต้ทรงนึกถึงหรือเปล่า”ยังไม่วายวนกลับไปกัดสหายสนิทที่นั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบ ๆ อยู่
“แล้วท่านไม่ชอบหรือ? ข้าว่างานนี้เหมาะกับท่านดี อีกหน่อยฮ่องเต้คงปลดเกษียณบิดาของท่านให้ท่านขึ้นแทน”
“เขาชอบอยู่แล้ว งานแบบนี้ถนัดนัก”หานซวนก็ไม่วายแว้งคืน ด้วยตามประสาสหายสนิทฉืออันแค่หันไปมองและทำหน้าทำตาใส่แค่นั้น
“ชอบสิ งานนี้สนุกดี และคงเป็อย่างที่น้องสะใภ้พูด หากท่านพ่อปลดเกษียณไป ข้าคงได้ขึ้นเป็แทน”
“นี่เป็การเรียนรู้งาน หากไม่รู้ั้แ่รากเหง้าจะไม่มีวันเห็นคุณค่าของสิ่งที่พ่อท่านกระทำ”หานซวนเอ่ยบอก เพราะเขาก็ไม่ต่างกัน ซึ่งเื่นั้นฉืออันเข้าใจไม่คิดโกรธเคืองที่สหายสนิทบอกขัดเช่นนั้น
“ก็ดีแล้ว หากเป็นายอำเภอคงย้ายที่ไปเรื่อย ข้ายังอยากอยู่กับพี่สาวข้าอยู่”นางบอกและหันไปยิ้มให้ซูหนี่ว์ พี่สาวเองก็หันมายิ้มให้นางเช่นกัน “น่าอิจฉาจริงเชียว ข้าเป็บุตรชายคนเดียวไม่มีพี่น้อง ชักอยากจะมีบ้างแล้วสิ”
“ท่านโตจนป่านนี้แล้ว มีพี่น้องคงยากมีบุตรเสียดีกว่า”
“แหม แหม แหม ท่านว่าข้าเช่นนี้ หากเป็เช่นนั้นท่านคงต้องมีบุตรแข่งกับข้าเช่นกันท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่”ฉืออันบอกกับหานซวนที่นั่งอยู่ข้างกัน ทำให้เลี่ยงหลิ่งถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มเข้าไปออกมา ทั้งหมดจึงได้หันไปมองหน้านาง
อะไร!?
โดนจับมาแต่งงานแล้วยังจะมาให้มีลูกอีก ผู้ใดเขาจะยอมกัน