แสงอรุณรุ่งที่ลอดผ่านผ้าม่านเก่าๆ ของห้อง 404 ไม่ได้ช่วยให้ใจของธนาสงบลงเลย เขามองสลับระหว่างหน้าจอโทรศัพท์ที่มีข้อความสั่นประสาทจากกริช กับร่างของนวลที่ยืนนิ่งสนิทดุจรูปปั้นหินอ่อนอยู่ในมุมมืด แววตาของิญญาสาวสั่นระริกด้วยความกังวล มือเรียวบางของเธอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปาก ราวกับจะบอกให้เขาเงียบเชียบและจงย่าก้าวเท้าออกไปเผชิญกับสิ่งที่รออยู่ข้างนอก
“กริชเป็เพื่อนผมนะนวล... ถ้าเขาเป็อะไรไป ผมคงให้อภัยตัวเองไม่ได้” ธนากระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า
เขากำหยกขาวที่คอแน่น ััเย็นเยือกของมันแผ่ซ่านเข้าสู่ทรวงอก ราวกับจะเตือนสติว่าพลังงานในกายเขานั้นล้ำค่าเพียงใด ธนาตัดสินใจลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุม เขาเดินผ่านร่างของนวลที่ค่อยๆ จางหายไปในธาตุอากาศ แต่เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้จากไปไหน เธอยังคงตามคุ้มครองเขาอยู่ในเงามืดที่ทอดกึ่งกลางระหว่างโลกคนเป็และคนตาย
เมื่อเขาไปถึงบ้านของกริช บรรยากาศกลับเงียบสงัดอย่างผิดปกติ เพื่อนสนิทของเขานั่งรออยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน ใบหน้าของกริชดูทรุดโทรม ขอบตาคล้ำลึกเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน ทันทีที่กริชเห็นธนา เขาก็พุ่งเข้ามากอดคอเพื่อนด้วยท่าทางลนลาน
“มึงมาแล้ว... ธนา มึงมาแล้ว! กูไม่ไหวแล้วว่ะ มึงช่วยกูหน่อย พากูออกไปจากที่นี่ที ไปที่ไหนก็ได้ที่มีคนเยอะๆ ที่ที่มันสว่างๆ... กูรู้สึกเหมือนมีสายตาเป็ร้อยคู่จ้องกูมาจากพุ่มไม้หน้าบ้าน”
กริชพร่ำเพ้อไม่หยุด ธนามองไปรอบๆ เขาเห็นเพียงความว่างเปล่า แต่ ‘ตาเนื้อ’ ของเขาััได้ถึงไอเย็นที่วนเวียนอยู่รอบตัวเพื่อนรัก มันไม่ใช่กลิ่นอายของความแค้น แต่มันคือ ‘กลิ่นอายของการเชื้อเชิญ’ ที่น่าสะอิดสะเอียน
“เออๆ ไปก็ไป งั้นไปแถวย่านทองหล่อไหม? ร้านประจำเรา คนเยอะดี มึงจะได้เลิกฟุ้งซ่าน” ธนาจำใจตอบเพื่อช่วยให้เพื่อนคลายความวิตก
---
บรรยากาศภายในบาร์ ‘The Velvet Moon’ อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพง เสียงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบชวนลุ่มหลงสอดประสานกับแสงไฟสีม่วงและแดงที่สลัวราง ธนานั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ พยายามมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ในขณะที่กริชเริ่มดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะใช้แอลกอฮอล์ชะล้างความกลัว
“กูไปห้องน้ำแป๊บนะมึง” กริชบอกเสียงอ้อแอ้ก่อนจะเดินโซเซหายไปในฝูงชน
ธนานั่งอยู่ลำพัง ความรู้สึกแปลกๆ เริ่มจู่โจมเขาอีกครั้ง หยกขาวที่คอเริ่มส่งความเย็นจัดจนเขารู้สึกแสบิั ทันใดนั้น กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่ใช่น้ำหอมสังเคราะห์แต่เป็กลิ่นของ ‘ดอกราตรี’ ที่เข้มข้นจนเกือบจะเป็กลิ่นสาบสาวก็ลอยมาแตะจมูก
“นั่งคนเดียวเหรอคะ... ท่าทางคุณดูเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบเลย”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่อบอุ่นอย่างประหลาดดังขึ้นข้างหู ธนาหันไปมองและต้องตกตะลึงกับหญิงสาวที่ปรากฏกายตรงหน้า เธอสวมชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงที่ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างชัดเจน ผิวของเธอนวลเนียนสะท้อนแสงไฟสลัว ดวงตากลมโตสีนิลนั้นดูเย้ายวนและลึกลับเกินกว่าจะเป็มนุษย์เดินดิน
“ครับ... ก็มีเื่ให้คิดนิดหน่อย” ธนาตอบ พยายามจะหลบสายตา แต่แรงดึงดูดบางอย่างจากตัวเธอทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้
“ฉันชื่อ ‘เรยา’ ค่ะ” เธอแนะนำตัวพลางเขยิบเข้าใกล้จนหัวไหล่บางัักับต้นแขนของเขา “บางที... การระบายความเครียดด้วยวิธีอื่น อาจจะดีกว่าการนั่งมองแก้วเหล้าเงียบๆ แบบนี้ก็ได้นะ”
เรยายกแก้วเครื่องดื่มสีแดงก่ำขึ้นจิบ สายตาของเธอจ้องมองเขาผ่านขอบแก้วอย่างมีความหมาย มือเรียวที่ประดับด้วยเล็บสีแดงสดเอื้อมมาวางบนหลังมือของธนา ััของเธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวอย่างควบคุมไม่ได้
“คุณดู... พิเศษกว่าผู้ชายคนอื่นที่ฉันเคยเจอ” เธอซิบเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดที่ติ่งหูของเขา “กลิ่นกายของคุณมันช่าง... หอมหวานจนฉันอดใจไม่ไหว”
ธนาเริ่มรู้สึกเวียนหัว ภาพรอบข้างเริ่มเบลอพร่า ความเงียบเข้าปกคลุมทุกอย่างจนเหลือเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัว เรยาโน้มตัวเข้ามาหาเขา กลิ่นหอมนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่แสนอบอุ่น
“ไปที่เงียบๆ กว่านี้กันไหมคะ? ที่ที่ฉันจะสามารถ ‘ขอบคุณ’ คุณที่รับฟังฉันได้ถนัดกว่านี้”
เธอนำทางเขาออกไปยังระเบียงลับด้านหลังร้านที่เป็โซนสูบบุหรี่ส่วนตัวซึ่งไร้ผู้คน ความมืดของราตรีโอบล้อมทั้งคู่ไว้ แสงจันทร์เลือนรางส่องกระทบใบหน้าของเรยาที่ตอนนี้ดูงดงามอย่างประหลาด... สวยจนดูน่ากลัว
ทันทีที่อยู่กันลำพัง เรยาก็หันกลับมาประชิดตัวธนา เธอผลักเขาเบาๆ ให้หลังพิงกับผนังตึกที่เย็นเฉียบ ก่อนจะแนบร่างกายที่ร้อนผ่าวเข้าหาเขา มือทั้งสองข้างของเธอโอบรอบลำคอหนา นิ้วเรียวกรีดกรายไปตามไรผมของเขาอย่างยั่วเย้า
“คุณรู้ไหม... ร่างกายของคุณมันเหมือนขุมทรัพย์ที่รอการเปิดออก” เธอกระซิบ เสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนไป มันก้องกังวานอยู่ในหัวของเขามากกว่าจะผ่านหู
เรยาเริ่มซุกไซ้ใบหน้าลงที่ลำคอของธนา ริมฝีปากที่แต้มสีแดงสดของเธอขบเม้มผิวเนื้อเบาๆ สร้างความเสียวซ่านจนธนาต้องแหงนหน้าขึ้นและครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือของเขาที่เคยสั่นเทาด้วยความกลัว บัดนี้กลับเลื่อนลงไปโอบกอดเอวคอดกิ่วของเธอตามสัญชาตญาณ
หยกขาวที่คอเริ่มเปล่งแสงสีหม่นออกมาสลัวๆ มันเย็นจัดจนธนารู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งวางอยู่บนอก แต่ราคะที่ถูกปลุกเร้ากลับมีอำนาจเหนือกว่า
“อา... ผิวของคุณรสชาติดีเหลือเกิน” เรยาพร่ำเพ้อ ลิ้นเล็กๆ ลากไล้จากลูกกระเดือกขึ้นมาจนถึงปลายคาง เธอใช้มือข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยของเขาไว้แน่น ก่อนจะประทับจูบที่เร่าร้อนและรุนแรงลงบนริมฝีปากของเขา
มันไม่ใช่จูบที่เปี่ยมด้วยความรัก แต่มันคือการ ‘ดูดกลืน’ ธนารู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของเขากำลังถูกสูบออกไปพร้อมกับัันั้น ลิ้นของเธอพัวพันกับลิ้นของเขาอย่างเชี่ยวชาญ ปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ให้พุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขาเผลอไผลไปกับรสััที่หวานล้ำแต่แฝงด้วยความขมปร่า
มือของเรยาเริ่มไม่อยู่นิ่ง เธอล้วงเข้าไปภายใต้เสื้อเชิ้ตของเขา เล็บยาวกรีดลงบนแผ่นอกกว้างอย่างแ่เบาแต่ทำให้เขาสะดุ้งโหยง ความเจ็บปนเสียวทำให้เืในกายสูบฉีด เธอเลื่อนมือต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกง ััจากปลายนิ้วที่ร้อนแรงทำให้แก่นกายของธนาตื่นตัวและขยายพองคับแน่นอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์
“คุณร้อนแรงเหลือเกิน... ธนา มอบมันให้ฉันสิ พลังชีวิตที่แสนบริสุทธิ์ของคุณ...”
เรยาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา ใบหน้าของเธอแนบชิดกับจุดยุทธศาสตร์ที่กำลังสั่นระริก เธอใช้มือลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ เน้นหนักที่ส่วนปลายจนธนาต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาดังเกินไป
ในขณะที่ความปรารถนากำลังจะพาเขาไปถึงจุดที่ย้อนกลับไม่ได้... ในจังหวะที่เรยากำลังจะรูดซิปกางเกงของเขาออกด้วยท่าทางกระหายหิวนั้นเอง
*เคร้ง!*
เสียงเหมือนแก้วแตกดังลั่นมาจากทิศทางของห้องน้ำภายในบาร์ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของพนักงานร้าน ธนาสะดุ้งสุดตัว สติที่เคยหลุดลอยเริ่มกลับคืนมาเพียงเสี้ยวหนึ่ง
“กริช!” เขานึกถึงเพื่อนขึ้นมาได้ทันที
เขาก้มมองเรยาที่ยังคงนั่งอยู่แทบเท้า ใบหน้าของเธอตอนนี้ดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาที่เคยเป็สีนิลกลับเปล่งแสงสีแดงวาบประดุจสัตว์ร้าย ิัที่เคยนวลเนียนเริ่มปรากฏลายเส้นเืสีดำคล้ำที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิว
“อย่าขัดจังหวะสิ...” เธอคำราม เสียงนั้นไม่ใช่เสียงผู้หญิงอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของุ์ที่น่าสะพรึงกลัว
เธอกระชากคอเสื้อของธนาลงมาหมายจะจัดการเขาให้เสร็จสิ้น แต่หยกขาวที่คอของธนากลับเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าออกมาวูบหนึ่งจนเรยาต้องผงะออกไปพร้อมกับเสียงหวีดร้องด้วยความเ็ป
“อ๊ากกกก! ของอัปมงคลนั่น!”
ธนาไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่เธอเสียหลักรีบวิ่งกลับเข้าไปในบาร์ด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความเสียวซ่านที่ยังค้างคากลายเป็ความหนาวเหน็บที่แช่แข็งจิตใจ เขาผลักประตูเข้าไปและพบว่าความโกลาหลกำลังเกิดขึ้น กริชหายไปแล้ว... และที่พื้นหน้าห้องน้ำมีเพียงรอยเืสีคล้ำที่ลากยาวเข้าไปในเงามืด
เขายืนหอบหายใจหนักๆ ท่ามกลางผู้คนที่แตกตื่น กลิ่นดอกราตรียังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก และความรู้สึกที่ถูก ‘ัั’ เมื่อครู่ยังคงตราตรึงจนเขาสั่นไปทั้งตัว เขารู้ดีว่าเรยาไม่ใช่คนสุดท้าย และพระยาโสกกำลังรุกคืบเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกทีผ่านตัณหาที่เขายากจะปฏิเสธ
**[โปรดติดตามตอนต่อไป...]**