เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 น้ำลึกจริง นางเล่นด้วยไม่ไหว

            อวิ๋นอี้หัวเราะอย่างเย็นชา ทางไปสวรรค์มีไม่ไป นรกไม่มีประตูดันลงมาเสียเอง มิรู้ว่าซูเมี่ยวเออร์กล้าหาญมาจากที่ใด ถึงกล้าเข้ามาหานางอย่างอาจหาญ


            คิดว่าคราก่อนๆ อวิ๋นอี้ไว้หน้านางหรืออย่างไร?


            สีหน้าของอวิ๋นอี้ค่อยๆ เย็นชาขึ้น


            ในเช้าตรู่ของฤดูวสันต์ ดวงอาทิตย์ส่องแสงอย่างนุ่มนวล สาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน แต่กลับมิได้ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นเอาเสียเลย


            ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน ไม่มีผู้ใดเริ่มปริปากพูด


            ซูเมี่ยวเออร์กำลังอุ้มจิ้งจอกขาวราวหิมะไว้ในอ้อมอก ดวงตาของจิ้งจอกน้อยสีดำสนิท เวลานั้นเอง มันกำลังหมุนตัวขนนุ่มสลวยปลิวไปตามลม พลิ้วไหวราวกับคลื่น


            สีหน้าของอวิ๋นอี้ไร้อารมณ์ แววตานิ่งสงบ


            ทว่าซูเมี่ยวเออร์ที่เข้ามาหากลับยิ้มเล็กน้อย นางคิดจะพูดอันใด สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


            นักแสดงยอดฝีมือ


            เมื่อทั้งสองไม่พูดอันใดแล้ว ม่านของกระโจมที่พักที่อยู่ติดกันก็ถูกเปิดออก หรงซิวเดินออกมาช้าๆ


            เขาไม่สนใจซูเมี่ยวเออร์ เดินตรงไปหาอวิ๋นอี้ ลูบหัวนางเบาๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ยืนทำการใดตรงนี้ มิหิวหรือ?”


            ต่อหน้าซูเมี่ยวเออร์ อวิ๋นอี้ยินดีที่จะทำตัวสนิทสนมกับหรงซิว


            นางยิ้มเบาๆ แล้วตอบเสียงหวานว่า  "ข้าหิวแล้ว รอฝ่าบาทอยู่เพคะ"


            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา รอยยิ้มบนหรงซิวก็ยิ่งกว้างขึ้น เขาเอาแขนโอบรอบเอวนางอย่างไม่ลังเล และจูบไปที่ใบหน้าของนางเบาๆ "ไปเถิด ข้าจะพาไปทานข้าว"


            อวิ๋นอี้เหลือบมองจากหางตาเห็นซูเมี่ยวเออร์กัดริมฝีปากแน่น มีแววตาริษยา


            ยิ่งนางไม่มีความสุข อวิ๋นอี้ก็ยิ่งมีความสุข


            นางมองนิ่งกลับไป จึงยิ้มแล้วพูดกับหรงซิว "ดีเลยเพคะ"


            ความสนิทสนมของนางชัดเจน ซูเมี่ยวเออร์อยู่ด้วย หรงซิวเข้าใจแจ่มแจ้งถึงการแสดงของนาง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องร่วมแสดงไปกับหญิงสาว


            ยังไม่ทันจะก้าวออกไปได้ไกล อวิ๋นอี้ก็ดึงแขนเสื้อของเขา และพยักพเยิดไปทางซูเมี่ยวเออร์


            หรงซิวเห็นจิ้งจอกน้อยตัวนั้น


            เขากัดกรามแน่น เร่งฝีเท้า เดินไปทางซูเมี่ยวเออร์


            ซูเมี่ยวเออร์ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่พบเจอกับใบหน้าอันหล่อเหลานั้น ก็ควบคุมความหลงใหลของตัวเองมิได้เลย


            เพลานี้เห็นเขายิ่งใกล้เข้ามา นางถึงกับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่


            “ฝ่า...ฝ่าบาท"


            นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นของนางได้ ใบหน้าก็แดงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ


            หรงซิวยื่นมือตรงไปหานาง “ขอบใจมากคุณหนูซู”


            ทันทีที่เขาพูดจบ ไม่ทันที่ซูเมี่ยวเออร์จะยินยอม ก็เห็นจิ้งจอกน้อยในอ้อมอกของนางกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา


            หรงซิวลูบขนบนหัวของมันเบาๆ สองสามครั้ง จากนั้นก็ส่งมอบจิ้งจอกน้อยให้อวิ๋นอี้


            อวิ๋นอี้รับมาด้วยความยินดี


            นางกอดมันไว้ในอ้อมแขนราวเด็กทารก ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


            เมื่อเห็นว่านางพอใจแล้ว ความเย็นชาบนใบหน้าของหรงซิวก็ลดลง เห็นว่าดวงอาทิตย์ขึ้นสูงเรื่อยๆ หากล่าช้าไปกว่านี้ เกรงว่าการล่าสัตว์ในวันที่สองจะเริ่มขึ้นเสียก่อน


            "ไปกันเถิด"


            ทั้งสองกำลังจะจากไป ทำให้ซูเมี่ยวเออร์โกรธจนตะโกนออกมา "ฝ่าบาท! ท่านทำเช่นนี้! เกรงว่าจะไม่สมควรนะเพคะ?"


            "ไม่สมควรอย่างไร?" หรงซิวถาม "จิ้งจอกน้อยตัวนี้ มิใช่ว่าเจ้ามอบให้อวิ๋นเออร์เมื่อวานนี้เองหรือ?"


            เพื่อที่จะคุยกับหรงซิวสองต่อสองเมื่อวานนี้ ทั้งยังต้องการจะปั่นป่วนความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาของเขา ซูเมี่ยวเออร์จึงมอบจิ้งจอกให้อวิ๋นอี้ไป


            แต่นางไม่ได้เต็มใจเลย


            ซูเมี่ยวเออร์โกรธจัด แต่โชคดีที่นางคิดคำพูดไว้ก่อนจะมาแล้ว นางบีบน้ำตาทำราวกับว่ามันกำลังจะไหลอีกครา “แต่เมื่อวานนี้ เจ้าจิ้งจอกน้อยวิ่งเข้ามาหาข้าในกระโจมที่พักเองนะเพคะ นั่นก็หมายความว่าจิ้งจอกน้อยยังอยากที่จะอยู่กับข้า ฝ่าบาท..."


            "จริงหรือ?" หรงซิวขัดจังหวะนาง "กระนั้นเยี่ยงนี้ดีกว่า ทั้งเจ้าทั้งข้าก็อยู่ พวกเราจะปล่อยให้เจ้าจิ้งจอกน้อยเลือกข้าง มาดูกันว่ามันจะอยากอยู่กับผู้ใด"


            ซูเมี่ยวเออร์ชะงักไป แม้แต่อวิ๋นอี้ก็ตะลึงไปด้วย มิรู้ว่าหรงซิวกำลังคิดจะทำอันใด


            จนกระทั่งหรงซิวให้นางวางจิ้งจอกน้อยลงบนพื้น


            เพราะนางไม่เข้าใจว่าต้องทำสิ่งใดในเพลานี้ อวิ๋นอี้จึงเงียบ นางทำตามคำของหรงซิว วางสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยลงบนพื้น และถอยห่างออกไป


            หรงซิวและซูเมี่ยวเออร์ยืนอยู่ทางสองทิศทางที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง


            “ดูว่ามันจะเดินไปหาผู้ใด ปล่อยให้มันเลือกเจ้าของเอง” หรงซิวพูดช้าๆ


            ซูเมี่ยวเออร์พูดอย่างไม่พอใจ "ฝ่าบาท มัน...ก็แค่สุนัขจิ้งจอก มันจะเลือกได้อย่างไรเพคะ..."


            "ปล่อยให้มันเลือกเอง หรือว่าจะให้ข้าเอาไป" หรงซิวไม่เหลือโอกาสให้นางได้มีเงื่อนไขใดอีก "มีปัญหาหรือ?"


            ท่าทีของชายหนุ่มยืนกรานแน่วแน่ ซูเมี่ยวเออร์ทำได้เพียงยอมรับ


            นางพยักหน้าตกลงอย่างไม่เต็มใจ ปากของนางเชิดขึ้นสูง ท่าทีออดอ้อนน่ารักเช่นนี้กลับไม่มีผู้ใดชื่นชม


            สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่ถูกวางไว้ ไม่ขยับเขยื้อนในตอนแรก มันแค่เอียงหัวมองไปรอบๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดูเต็มไปด้วยความสงสัยว่ากำลังทำอันใด


            สักพักมันก็เปลี่ยนจากท่านั่งเป็นท่ายืน


            สี่ขาสั้นๆ เดินไปเดินมา ท่าทางของมันช่างดูน่ารัก เดินไปข้างหน้าสองก้าวแล้วก็ถอยหลังมาอีก


            อวิ๋นอี้เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา จิ้งจอกน้อยได้ยิน ก็มองมาที่นาง


            มันร้องขึ้นมาทันใด ในขณะที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ขาสั้นๆ ของมันก็วิ่งไปอย่างรวดเร็ว


            จิ้งจอกน้อยวิ่งหมุนอยู่รอบเท้าของหรงซิว หรงซิวไม่ขยับ มันก็รีบคว้ากางเกงของเขาด้วยอุ้งเท้าหน้าสองข้างแล้วพยายามปีนขึ้น


            หรงซิวสวมชุดยาวสีดำเรียบๆ จึงทำให้เห็นรอยเท้าของเจ้าจิ้งจอกน้อยอยู่บนกางเกง


            เขาก้มตัว หยิบจิ้งจอกน้อยขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วจับมืออวิ๋นอี้ไว้ด้วยมืออีกข้างหนึ่ง "ไปกันเถิด"


            ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ จิ้งจอกน้อยเลือกเจ้าของแล้ว ในเมื่อผลเป็นเช่นนี้ก็ทำให้ซูเมี่ยวเออร์ทำอันใดไม่ได้อีก


            เมื่อมองดูภาพของทั้งสองคนเดินจากไปพร้อมกัน ซูเมี่ยวเออร์ก็กำหมัดแน่นอย่างขมขื่น


            มันเป็นเยี่ยงนี้ไปได้อย่างไร!


            เหตุใดหรงซิวถึงดีกับอวิ๋นอี้ถึงเพียงนั้น!


            นางริษยา!


            ไฟอิจฉาในจิตใจของนางพลุ่งพล่านขึ้นมาไม่หยุด ซูเมี่ยวเออร์กัดริมฝีปากอย่างโกรธเคือง นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่านางสู้อวิ๋นอี้ไม่ได้!


            ต้องหาโอกาสกำจัดนางให้ได้!


            อวิ๋นอี้กลับไม่รู้ว่าซูเมี่ยวเออร์เกลียดนางมากถึงเพียงนี้


            นางกำลังทานอาหารเช้ากับเขา หรงซิวดูแลนางดีมาก หลังจากช่วยตักข้าวให้นางแล้ว เขาก็นั่งลงทานอาหารอย่างจริงจัง


            อวิ๋นอี้อดเก็บความสงสัยในใจเอาไว้ไม่ได้ ค่อยๆ ลูบขนของจิ้งจอกน้อยแล้วถามเขาว่า "เกิดอันใดขึ้นหรือเพคะ? สุนัขจิ้งจอกจำเจ้าของได้หรือเพคะ?"


            "ใช่"


            หรงซิวคีบอาหารลงในถ้วยของนาง ไม่ได้พูดอันใดให้มากความ


            เขาเลี้ยงสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นมาเป็นเวลานาน หากไม่ใช่เพราะทนการตื๊อของซูเมี่ยวเออร์ไม่ไหว เขาคงไม่ให้สุนัขจิ้งจอกไปกับผู้อื่น


            ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้กลับมาด้วยวิธีนี้


            เมื่อคิดถึงท่าทีซื่อบื้อของจิ้งจอกน้อยที่วิ่งมาหาเขาอย่างออดอ้อนดีใจ ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้


            หรงซิวถามด้วยความอยากรู้ "เมื่อใดเจ้าจะเป็นเหมือนมัน?"


            “มัน?” อวิ๋นอี้มองไปรอบๆ แน่ใจแล้วว่าเขากำลังพูดถึงสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย ก็เลิกคิ้วถาม “เหมือนมันอย่างไรเพคะ?”


            "ทันทีที่เห็นข้า ก็วิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจอย่างไรเล่า"


            "......"


            อวิ๋นอี้กลอกตาขาว และยัดซาลาเปาเข้าปากเขาไป "ทานเร็วๆ เลยนะเพคะ ทานเสร็จแล้วก็ไปล่าสัตว์เสียที วันนี้ข้าไม่ไปกับฝ่าบาทแล้วนะเพคะ"


            การขี่ม้ามิใช่เรื่องสนุก


            อย่ามองว่าตอนขี่ม้า ผมยาวที่พลิ้วไหว ท่าทีสง่างามเมื่อควบม้า ภาพดีๆ เหล่านั้นต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา


            ก้นของนางเจ็บปวดมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้


            อวิ๋นอี้อ้อนวอนด้วยความโศกเศร้า หรงซิวจะโหดเหี้ยมกับนางได้อย่างไร เขารู้สึกแย่ต่อนางมาก พยักหน้าเบาๆ "ได้ เจ้าก็อยู่ในกระโจมที่พักไปแล้วกัน ไม่มีอันใดทำก็ไปคุยกับกู่ซือฝาน"


            ไม่ต้องให้เขาบอก นางก็จะทำเช่นนี้


            หลังอาหาร เสียงแตรแห่งการล่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง


            หรงซิวส่งอวิ๋นอี้ไปหากู่ซือฝานด้วยตัวเอง ก่อนจากไป ยังไม่ลืมที่จะรับสั่งอย่างห่วงใย "รบกวนพระชายาเก้าดูแลอวิ๋นเออร์ให้ดีด้วย"


            ภาพลักษณ์ของเขาที่เย็นชาและเข้มงวดมาตลอด แทบจะไม่เคยสนทนากับกู่ซือฝานเลย จู่ๆ ไม่คิดเลยว่าเรื่องแรกที่เขาเอ่ยปากวานจะเป็นเรื่องนี้ กู่ซือฝานมองไปที่ชายหนุ่ม ชะงักอยู่นานกว่าจะพยักหน้ารับ “ได้...ได้เพคะ! ท่านพี่วางใจได้เพคะ! ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”


            กู่ซือฝานตบหน้าอกแสดงความมั่นใจ ท่าทีประจบสอพลอของนางแสดงให้เห็นชัดเจนนัก


            หรงซิวโบกมือแล้วเดินออกไป


            หลังจากที่เขาจากไป กู่ซือฝานก็ลากนางเข้ามาคุย เนื้อหาก็ไม่มีอันใดมากไปกว่าเรื่องของซูเมี่ยวเออร์


            ทั้งสองคนเชื่อว่า งูมากมายในกระโจมที่พักเมื่อคืนนี้เป็นฝีมือของนาง แต่ไม่ว่าอย่างไรในการตัดสินสุดท้าย ยังคงต้องพึ่งองค์ฮ่องเต้


            อวิ๋นอี้ไม่ได้หวังอันใดมากสำหรับเรื่องนี้


            ผลการจัดการเรื่องที่สนามแข่งม้าคราก่อน ทำให้นางเจ็บใจพอสมควรแล้ว


            เป็นไปอย่างที่คิด ในตอนบ่ายก่อนที่พวกบุรุษที่ไปล่าสัตว์จะกลับมา เรื่องเกี่ยวกับการปล่อยงูออกมาเมื่อคืนนี้ก็ถูกตรวจสอบออกมาแล้ว


            อวิ๋นอี้และกู่ซือฝานปะปนไปในกลุ่มผู้คน อยู่ข้างหน้าพวกเขาไม่ไกล มีสาวใช้ตัวสั่นกำลังคุกเข่าอยู่


            สาวใช้กำลังร้องไห้และปฏิเสธออกมาไม่หยุด


            จนกระทั่งฮ่องเต้อวี่ซวนรับสั่ง ให้คนมาเฆี่ยนสาวใช้ให้ขาหัก นางจึงยอมพูดสารภาพออกมาว่า นางเป็นคนทำ


            และสาเหตุนั้นก็ทำให้ผู้คนถึงกับพูดไม่ออก


            เพียงแค่ไม่ชอบอวิ๋นอี้


            อวิ๋นอี้ตะลึงงัน นางไม่เคยเห็นสาวใช้ผู้นั้นมาก่อน จู่ๆ จะโดนคนเกลียดจนถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?


            ฮ่องเต้อวี่ซวนถามอวิ๋นอี้ นางเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่าจะจัดการเช่นไร


            อวิ๋นอี้ไม่กล้าสร้างปัญหา เพียงพูดอย่างเคารพ "ข้าขอรับฟังคำตัดสินจากพระองค์เพคะ"


            "ความผิดเช่นนี้ เอาไปลงโทษ!" ฮ่องเต้อวี่ซวนกล่าวอย่างแจ่มแจ้ง “ทหารเข้ามา! เอามันไปประหาร!”


            ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงียบกันหมด ทหารตัวเหยียดตรงเดินเข้ามา ลากสตรีที่นอนอยู่บนพื้นอย่างไม่รักหยกถนอมบุปผา [1] เลยแม้แต่น้อย ลากนางไปข้างนอก


            สาวใช้กรีดร้องอย่างหมดเสียง เป็นเรื่องใหญ่ในทันที


            อวิ๋นอี้ก้มหน้าลง ขนตายาวปิดบังอารมณ์อันซับซ้อนในดวงตาของนาง


            ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อื่นบอกว่าน้ำในวังลึกนัก เพลานี้นางเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว


            นางเล่นด้วยมิไหว ต่อไปนางจะพยายามอยู่ในโลกของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง


            อวิ๋นอี้หน้าบูดบึ้งตั้งแต่นั้นมา


            ในเวลาพลบค่ำ เสียงฆ้องของการล่าสัตว์ก็ดังขึ้น จากนั้นผู้คนก็ทยอยกันกลับออกมาจากในป่า


            อวิ๋นอี้และกู่ซือฝานยืนรอสวามีของพวกนางอยู่ข้างนอก


            ครานี้หรงซิวปรากฏตัวขึ้นก่อน เมื่อเห็นอวิ๋นอี้รออยู่ เขาก็รีบเดินเข้ามากอดนางไว้ในอ้อมอก "วันนี้เป็นเช่นไรบ้าง?"


            อวิ๋นอี้รู้สึกแย่มาก แต่ไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไร


            รอบด้านรายล้อมไปด้วยผู้คน นางกัดริมฝีปากแล้วกอดหลังเขา “ค่อยพูดกันคืนนี้เถิดเพคะ”


            ฟังเสียงต่ำๆ ของนาง หรงซิวดูออกว่านางไม่สบายใจ จึงพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ จากนั้นจึงจูบหน้าผากของนางเร็วๆ “ไปกันเถิด ข้าพาเจ้ากลับกระโจมที่พัก”


             


            เชิงอรรถ


            [1] ไม่รักหยกถนอมบุปผา 不怜香惜玉 หมายถึง ไม่อ่อนโยนต่อสตรี



    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801