เอี้ยนเฟยซาหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เขาแบกเจียวซินวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดทั้งคืน ตอนนี้ฟ้าเริ่มสว่าง พลังลมปราณที่มากมายมหาศาลในตอนแรกคล้ายจะมาไม่สม่ำเสมอแล้ว เรี่ยวแรงจึงถดถอย ส่งผลให้การวิ่งเชื่องช้าลงในที่สุด แต่โชคดีที่บัดนี้พวกเขามาถึงตีนเขาต้าซานแล้ว ลำธารใสเย็นปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มไม่รอช้า ทิ้งร่างของตนเองและเด็กหญิงลงในน้ำเย็นทันที แน่นอนว่าพวกเขา้าชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยอุจจาระ บริเวณนี้ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ไม่ต้องวิตกกังวลเื่การแพร่เชื้อโรค
ทั้งสองใช้เวลาเกือบหนึ่งเค่อในการชำระล้างร่างกาย และทำความสะอาดเสื้อผ้า จากนั้นก็นอนแผ่หลาในน้ำตื้นเพื่อพักผ่อน
“เ้ายังวิ่งไหวอยู่ไหม?”
เจียวซินเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง ตอนนี้นางรู้ตัวว่าสามารถวิ่งด้วยตนเองได้แล้ว โรคท้องร่วงชนิดนี้หากได้ขับถ่ายออกไปหลายครั้งแล้ว จะมี่เวลาที่อาการดีขึ้น แต่ไม่นานก็จะกลับมาเป็เช่นเดิม หากไม่ฆ่าเชื้อจากภายในก็ยากที่จะรักษาให้หายขาด
“ยังพอไหวอยู่ ข้ารู้สึกว่าพวกมันยังคงตามมา แม้จะยังอยู่ค่อนข้างห่างไกล แต่ระยะห่างประมาณนี้สำหรับยอดฝีมือแล้วใช้เวลาเพียงสองเค่อเท่านั้น”
“ไปกันเถอะ เ้าไม่ต้องแบกข้าแล้ว ข้าวิ่งเองได้ตอนนี้”
ทั้งสองดีดตัวขึ้นจากน้ำแล้ววิ่งขึ้นเขาสุดฝีเท้า แรกเริ่มนั้นเจียวซินที่มีวิชาตัวเบานำห่างเอี้ยนเฟยซาไปไกล แต่ยิ่งวิ่งระยะห่างระหว่างพวกเขายิ่งลดลง เสื้อผ้าของชายหนุ่มเองก็แห้งสนิทเมื่อวิ่งไปได้หนึ่งเค่อ ร่างกายของเขามีพลังงานบางอย่างที่คอยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่
เอี้ยนเฟยซารู้สึกได้ถึงพลังลมปราณที่เพิ่มพูนมากกว่าเดิม คล้ายกับว่าการสูญเสียพลังลมปราณจากการวิ่งตลอดคืนที่ผ่านมา ได้เพิ่มทวีคูณมากกว่าเดิมในการวิ่งครั้งนี้ หรือว่าวิธีเพิ่มพลังลมปราณที่ถูกต้องเป็การทำลายแล้วค่อยจัดตั้งใหม่ โดยทั่วไปแล้วชาวยุทธ์แดนมนุษย์มักจะทะนุถนอมพลังลมปราณอย่างยิ่ง ไม่ใช้ออกตามใจชอบ ทำให้พื้นที่ว่างในการกักเก็บกำลังภายในมีน้อย ไม่คล้ายกับพวกเทพที่เกิดมามีครรภ์ยุทธ์ติดตัว หากมนุษย์ไม่ทำการใช้ลมปราณที่มีอยู่ ก็ยากที่ก่อเกิดลมปราณใหม่ได้ ชีพจรและช่องโพรงในร่างกายหากไม่ได้ถูกใช้งานอย่างหนัก ก็ไม่มีทางที่จะขยับขยายตัวเพิ่ม นี่เป็โชคในคราเคราะห์ของชายหนุ่ม เขาได้ค้นพบหลักการฝึกลมปราณโดยบังเอิญ แต่วิธีการฝึกเช่นนี้จะต้องมีพลังลมปราณที่ล้ำลึกอยู่ก่อน และก็เป็โชคดีอีกครั้งที่เขาได้รับพลังลมปราณที่บรรจุอยู่ในดาบกำราบมารและพลังงานพิสดารจากโอสถนฤมิตเทวา
ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงเคหาสน์กลางป่าเขา เจียวซินที่วิ่งนำหน้าก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน ทำให้เอี้ยนเฟยซาที่ตามหลังพุ่งชนใส่อย่างจัง ทั้งคู่ล้มกลิ้งไม่เป็ท่า เด็กหญิงหันมาดุใส่ชายหนุ่มคราหนึ่ง จากนั้นก็หันไปทางบ้านดินะโเสียงดัง
“ท่านอาจารย์ ข้าติดเชื้อ...”
การที่นางไม่เข้าไปในบ้านก็เนื่องด้วยสาเหตุนี้ แม้ว่าหมอเทวะจะรักษาพวกเขาได้ แต่หากเชื้อโรคแพร่กระจายลงไปในสถานที่และแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตยามากมาย อาจจะกลายเป็การแพร่เชื้อครั้งใหญ่โดยไม่ตั้งใจ ผู้คนคงสิ้นศรัทธาในตัวหมอเทวะ นั่นเป็สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
หมอเทวะในชุดขาวพุ่งออกมาด้วยวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ เขาเพียงมองดูทั้งแวบหนึ่ง ก็พุ่งตัวกลับเขาไปบ้านดิน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อก็กลับมาพร้อมกับถ้วยในมือสองถ้วย ในถ้วยมีน้ำสีทองเข้ม ทั้งสองดื่มลงไปโดยไม่เอ่ยถามสักคำ
“เมื่อดื่มเสร็จแล้ว ให้ก่อไฟตรงนี้ เดี๋ยวเราจะชำระล้างฆ่าเชื้อให้พวกเ้า”
พูดจบก็พุ่งตัวไปยังสวนสมุนไพร เอี้ยนเฟยซาดื่มเสร็จก่อนเจียวซิน จึงลงมือก่อไฟกองหนึ่ง เพียงไม่นานเพียงก็ลุกโชน หมอเทวะกลับมาพร้อมกับกิ่งสมุนไพรที่เต็มไปด้วยใบหลายสิบกิ่ง เขาโยนมันลงไปในกองไฟ ครู่เดียวก็มีควันพวยพุ่งออกมา
“รมเนื้อตัวด้วยควันเหล่านี้”
ทั้งสองไม่รอช้าพาร่างไปยังควันที่ลอยโขมงเต็มไปหมด ผ่านไปครู่ใหญ่ ควันก็จางลงและหมดไปในที่สุด หมอเทวะไล่ให้ทั้งสองกลับไปพักผ่อนในบ้าน เขารู้จากปากลูกศิษย์แล้วว่ากำลังจะมีแขกมาเยือน ในฐานะเ้าบ้าน เขาจะยืนรอแขกอยู่ตรงนี้
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ปรากฏเงาร่างสิบเอ็ดสายมาถึงเบื้องหน้าหมอเทวะ นั่นเป็ชาวยุทธ์ที่เข้มแข็งกลุ่มหนึ่ง เพียงดูจากวิชาตัวเบาของพวกมันก็รับรู้ได้ว่าแต่ละคนล้วนเป็ยอดฝีมือ ยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้มาเยือนด้วยเหตุอันใด เขาพอจะรู้เหตุผล
“หลวนคุน เ้ากล้าทำร้ายศิษย์ของข้า นับว่าขวัญกล้าบังอาจนัก เ้าลืมเลือนวันที่หนีหัวซุกหัวซุนไปแล้วเหรอ?”
“ฮาฮา นั่นเป็เื่ในอดีต วันนี้ที่ข้ามาก็เพื่อล้างความอัปยศในครั้งนั้น ตอนนั้นที่ข้าเอาแต่หลบหนี มิใช่เพราะเกรงกลัวเ้า แต่เป็เพราะไม่อยากล่วงเกินหวงหยางหลิวต่างหาก”
หมอเทวะส่ายหัวและหัวร่อออกมาด้วยความขบขัน าายุทธจักรเป็สหายสนิทของเขา ผู้คนทั้งแผ่นดินล่วงรู้เป็อย่างดี
หลวนคุนเดินออกมายืนอยู่ตรงกลางพร้อมกับผายมือไปยังยอดฝีมือทั้งสิบที่กำลังตั้งขบวนต่อสู้ พวกมันคล้ายจะลงมือได้ทุกเมื่อ
“นี่เป็สิบอสูรทมิฬในสังกัดพรรคมาร วันนี้พวกเราจะร่วมมือกันกวาดล้างที่นี่ให้สิ้นซาก”
“ฮาฮา ด้วยฝีมือพวกกเฬวรากเหล่านี้เนี่ย งั้นข้าจะสนองให้เอง รับมือ...”
หมอเทวะเคลื่อนไหวด้วยท่าร่างที่รวดเร็วยิ่ง แทรกระหว่างกลางยอดฝีมือพรรคมารทั้งสิบ สะบัดหมัดซ้ายขวาหน้าหลัง ทุกกระบวนท่าล้วนกระแทกใส่ท่าป้องกันของศัตรู สิบอสูรทมิฬล้วนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีผู้ใดต้านรับได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว และเป้าหมายก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า คนที่ทำร้ายลูกศิษย์ที่ตนเองคอยรักคอยเอ็นดูมาตลอด
หลวนคุนยืนตกตะลึงในฝีมือของคู่ปรับคนสำคัญ เมื่อสามสิบปีที่แล้วมันถูกหมอเทวะตามล่านานหลายเดือน มันเลือกที่จะหลบหนีเพราะคิดว่าอีกฝ่ายมีาายุทธจักหวงหยางหลิวหนุนหลัง แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าคนผู้นี้จะมีพลังฝีมือถึงระดับนี้ สมควรอยู่ระดับเดียวเหล่าเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพ
เพราะมัวแต่ยืนตะลึง หลวนคุนหมดโอกาสในการหลบหนี เขารวบรวมพลังลมปราณแล้วต่อยใส่ศัตรูที่กำลังลอยเข้ามา นี่เป็หมัดปลิดิญญา เป็ท่าไม้ตายที่ทรงประสิทธิภาพเมื่อใช้รวมกับพิษ แต่มันไม่ได้ใช้พิษ เมื่ออยู่ต่อหน้าหมอเทวะ การใช้พิษรังแต่จะทำให้ถูกย้อนด้วยพิษ ในฐานะคู่ปรับเขาย่อมรู้ดี
หมอเทวะเปลี่ยนจากหมัดเป็ฝ่ามือ ฟาดใส่หมัดที่ลอยอยู่เบื้องหน้า ลมปราณกระแทกใส่กันดังสนั่น ร่างของหลวนคุณลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศ
หมอเทวะเคลื่อนกายตามไปอย่างรวดเร็ว เขาบรรจงตบใส่ใบหน้าหลวนคุนติดต่อกันสิบสองครั้ง นั่นเป็ตัวเลขอายุของเจียวซินผู้เป็ศิษย์รัก เท่านั้นยังคงไม่หนำใจ ยังใช้ท่าฟันมือแทนอาวุธมีคม ฟันใส่แขนขวาของของบิดาแห่งเชื้อโรคจนขาด เืสาดกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่ว
เสียงร้องของหลวนคุนดังสะท้านหุบเขา คล้ายสัตว์ป่าที่ถูกศรนายพรานยิงใส่คราหนึ่ง มันพุ่งถอยหลังไปอย่างไม่คิดชีวิต เนื้อบนใบหน้าคล้ายแหลกเละไม่มีชิ้นดี ปวดแสบทรมานมากกว่าแขนที่ถูกตัดทิ้งเสียอีก ยอดฝีมือนับสิบที่มาด้วยล้วนไร้ค่า ไม่มีผู้ใดสอดมือเข้าช่วยเหลือมันได้ หมอเทวะเก่งกาจกว่าที่มันคาดคิดเอาไว้มากนัก หากรู้เช่นนี้คงหลบลี้หนีจากไปแต่แรกแล้ว
“ครั้งนี้เ้าโชคดีที่เราเลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้ว การที่เราตบหน้าสิบสองครั้งเพื่อระบายความแค้นให้กับศิษย์ รั้งแขนของเ้าไว้ข้างหนึ่งนับเป็บทลงโทษที่บังอาจมาเหยียบถิ่นของข้า เมื่อสามสิบปีที่แล้วหากไม่ใช่เพราะเห็นแก่สหายเซียว เ้าคงถูกกำจัดไปแล้ว ช่างไม่รู้สำนึกเจียมตัวเสียเลย”
หลวนคุนย่อมได้ยินเสียงที่เปล่งออกมาด้วยพลังลมปราณมหาศาลนี้ ทุกผู้คนที่ยืนอยู่ล้วนได้ยิน สิบอสูรทมิฬยืนขาแข็งอยู่กับที่ พวกมันย่อมสำนึกตนว่าไม่มีทางชนะ ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูรูขุนขน แม้แต่ขวัญกำลังสำหรับหลบหนียังไม่มีเหลือ
“พวกเ้าก็ไปเสียเดี๋ยวนี้ จากไปให้พ้นจากถิ่นของข้าภายในวันนี้ มิฉะนั้นแล้วข้าจำเป็ต้องละเมิดกฎไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสักครา”
สิบอสูรทมิฬคล้ายได้รับอภัยโทษปะาชีวิต พวกมันใช้วิชาตัวเบาที่คิดว่ารวดเร็วที่สุดจากไป ในใจก็นึกโทษบิดามารดาที่ให้เท้ามาแค่คู่เดียว หากมีสี่คู่คงจะวิ่งได้เร็วกว่านี้
หมอเทวะเซี่ยอวิ้นมองดูหลังเหล่ามารที่จากไป ในใจบังเกิดเป็รสชาติที่สาสมใจนัก นานมาแล้วที่เขาไม่ได้ใช้วิชาการต่อสู้ การเลือกเดินในเส้นทางของผู้รักษา จำเป็ที่ต้องลดละการฆ่าฟัน เขาจึงวางมือจากการเป็ยอดฝีมือ หันมาเป็หมอเทวะผู้โด่งดัง
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็ยอดฝีมือวัยหนุ่มระดับเดียวกับเทพสายฟ้าเซี่ยเฟยอิน ทั้งสองเป็พี่น้องตระกูลเซี่ยที่เฉิดฉายที่สุด เพียงแต่ทั้งสองเลือกทางเดินที่แตกต่าง
หนึ่งกลายเป็หมอเทวะผู้โด่งดัง หนึ่งกลายเป็ยอดฝีมือในเจ็ดยอดยุทธ์แดนเทพ