“เดี๋ยวให้ปิติพาขึ้นไปดูที่พักพอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ค่อยลงมากินข้าว” พนักงานใหม่ค้อมหัวรับทราบตามนั้นโรมกระชับกระเป๋า ยกมือเสยผมแล้วเหลือบตามองเื้ัเ้านายหนุ่มใหญ่แวบหนึ่ง
ปิติเดินไปเล่าไปว่าเรือนสีรุ้งพิเศษกว่าหลังอื่นๆเพราะเป็ที่พักของบรรดานายน้อยนั่นคือคุณวสันต์กับคุณวาดรุ้ง และที่สำคัญคือมีห้องใต้หลังคาซึ่งเป็ที่โปรดปรานของนายวสันต์อีกด้วย
“จุดนั้นทำให้มองเห็นท้องฟ้าตอนกลางคืนชัดมาก”คนฟังได้แต่พยักหน้าตาม ไม่ได้ออกความเห็นอะไร “พื้นที่ด้านล่างห้องใต้หลังคาเป็ส่วนวาดรูปและเก็บภาพผลงานของคุณสันต์เป็พื้นที่โล่งระหว่างห้องคุณสันต์กับคุณรุ้ง ซึ่งคุณเอกให้คนแบ่งส่วนหนึ่งเป็ที่นอนเธอ”
“ฮะ”
เมื่อสองชีวิตย่างเท้าเหยียบบันไดเรือนสีรุ้งปิติจึงแนะนำห้องพักของเขา“ทุกเรือนจะมีแค่สามชั้น ด้านล่างนี่เป็ที่พักฉันเอง..มีอะไรก็มาเรียกได้ฉันอยู่กับมิ้นแล้วก็มาย”
“มิ้น มาย”
“แฟนฉันกับลูกสาว”
“อ่อออ..ครับ” โรมเลิกคิ้ว แหม่! แอบดีใจ..นึกว่าเป็บรรดาสาวๆ
“ชั้นสองเป็ห้องทำงานของคุณๆเธอไปใช้ห้องน้ำที่นั่นห้องไหนก็ได้จะสะดวกกว่าเพราะตรงส่วนที่จัดให้น่ะไม่มี ไป..ดูชั้นสองก่อนค่อยขึ้นสาม”
หลังจากไปดูห้องหับต่างๆ ชั้นสองเป็ที่เรียบร้อยโรมก็ได้พักผ่อนหายใจคล่องปอดขึ้นในพื้นที่ที่ถูกจัดสรรบนชั้นสามถึงแม้จะใช้เป็แค่ฉากบังตามากั้นแต่ก็ดูเป็สัดส่วนดี
“ทางขวาคือห้องคุณสันต์ ส่วนซ้ายก็ห้องคุณรุ้ง”ปิติบอกแล้วหันมาทางคนเดินตาม “นับว่าโชคดีนะเนี่ยได้พักอยู่ชั้นเดียวกับคุณๆ”คนฟังทำหน้าเบ้
นี่คือโชคดีแล้วหรอ
แต่ก็คงจริงตามนั้นเพราะดีกว่าพักที่เดียวกับคุณอาเอกนั่นเป็ไหนๆ โรมหันมาค้อมหัวให้ปิติ
“ขอบคุณฮะ”
“ตามสบายนะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยไปเรียกฉันข้างล่าง จะพาไปกินข้าว”
“คร้าบบบ”
โรมวางกระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าเป้กองไว้ปลายเตียงเขาเป่าปากฟู่หนึ่งก่อนจะหยิบชุดใหม่ออกมาแล้วเดินลงมาที่ห้องน้ำชั้นสองห้องน้ำในห้องทำงานของวาดรุ้งคือเป้าหมายแต่ไม่นานก็ต้องออกมาเพราะรู้สึกขัดใจกับพวกตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่ยืนตากลมตาป๋องในนั้นไม่ใช่อะไร..บรรยากาศมันไม่ชวนให้อาบน้ำเลยให้ตายเหอะ!ห้องน้ำหรือห้องเก็บบาร์บี้บลายธ์กันแน่
“ใช้ห้องนายสันต์ดีกว่า”
ไม่นาน น.ส.ลัมภ์ กำมะลอก็ออกจากห้องน้ำในสภาพที่เปลี่ยนชุดใหม่แล้วโดยมีผ้าขนหนูชื้นพาดบ่า ส่วนชุดเก่าก็พาดไว้กับท่อนแขนคนสบายตัวเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนพร้อมๆ กับเริ่มจัดเสื้อให้เข้าที่ก่อนจะไล่ติดกระดุมด้านหน้า
ห๊า!
สองมือถึงกับชะงักเช่นเดียวกับสองตาเมื่อเ้านายตัวโตยืนเด่นเป็สง่าอยู่กลางห้องวาดรูปโรมรีบพุ่งตัวเข้าใส่เมื่อนึกได้ว่ายังติดกระดุมเสื้อไม่เสร็จ
“เอ้ยยย!” วสันต์หันขวับมารับคนที่ถลาเข้าแนบอกพอดี “อะไรของเธอเนี่ย! เดินเหินให้มันระวังหน่อยได้ไหม”
“โทษฮะ คือ..มัน..สะดุดขอบ”โรมเงยหน้าขึ้นมองเขาและพยายามไล่ติดกระดุมเสื้อแต่ก็ไม่ถนัด เอาไงดีวะ! ดีนะเมื่อกี้เขาไม่ทันเห็นไม่งั้นจบเห่..รู้พอดีว่าเป็ผู้ชาย
มือใหญ่จับต้นแขนคนแนบอกหวังแยกออกแต่ไหงอีกฝ่ายรั้งตัวไว้เหนียวแน่นขนาดนี้
“นี่!ออกไป ยืนดีๆ สิ!”
“เอ่อ..จะ..เจ็บขาคร้าบบบบ”
“อ่าว!เป็อะไรอีก ไปโดนอะไรมา”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน คงจะแค่ตะคริวกินนิดหน่อย”วสันต์ทำท่าจะก้มลงดู โรมจึงรีบเงยหน้ามาตั้งคำถาม
“นายมาทำอะไรครับ ก็ตะกี้เห็นว่าจะไปประชุม” คนถูกถามกำลังก้มหน้ามาตอบแต่ก็ต้องแขงนหน้าขึ้นทันควันเมื่อปลายจมูกแทบจะประชิดกัน
“เฮ้อออ..ก็มาเอาไอแพดกับเอกสารน่ะสิ”คนเพิ่งนึกได้ทำตาโต
“อ่ออออ! จริงด้วย นายรอตรงนี้นะ เดี๋ยวหยิบให้เลย”ว่าแล้วคนหาทางรอดก็งอตัวลงแกล้งจับขาว่าเป็ตะคริว แล้วค่อยๆ กระเถิบตัวปลีกเข้าส่วนที่พักได้สำเร็จ
โรมรีบติดกระดุมเสื้อพัลวันจากนั้นก็คว้าสิ่งของเป้าหมายออกจากกระเป๋าเป้ แล้วเดินมายื่นให้คนตัวโต
“ขอบใจ” มือใหญ่คว้าไหล่คนกำลังก้มๆ เงยๆคำนับทันควัน
“อะไรครับนาย”
“ก็ไปด้วยกันเลยสิ”