หนูน้อยสกุลถัง(ลงใหม่)

    ตอนที่45 บทเพลงของเสี่ยวหลิน


     



    เช้าวันต่อมาเสี่ยวหลินที่ติดใจกับป่นปลาเมื่อวานก็ลุกขึ้นมาคั่วพริกกระเทียมและหัวหอมตั้งแต่เช้า เทียนเฉินที่กลับมาจากเก็บไข่เป็ดเห็นว่าหลานสาวกำลังตำโป๊กๆ อยู่ก็เข้ามาช่วย วันนี้เขาอยากจะลองกินน้ำพริกที่นางทำดูบ้าง เห็นนางกับพี่ชายตัวใหญ่กินท่าทางเอร็ดอร่อย


    "มันอร่อยหรือไม่"


    "อร่อยสิเจ้าคะ น้ำพริกจะต้องกินกับผักสดๆ แต่ว่าที่บ้านเรามีแค่ผักงอก"


    "อย่างนั้นเราค่อยปลูกผักกันเยอะๆ ดีหรือไม่"


    "อื้อๆ" เด็กอ้วนพยักหน้าหงึกหงักจนแก้มกระเพื่อม


    "เสี่ยวหลินจะขอที่ข้างบ้านกับท่านพ่อสักหนึ่งหมู่ ปลูกผักหลายๆ อย่างไว้กินเองดีไหมเจ้าคะ"


    "ดีสิ เดี๋ยวอาช่วยเสี่ยวหลินดูแลเอง"


    มือน้อยๆ คอยแกะเนื้อปลานึ่งใส่ลงไปในครกที่เทียนเฉินกำลังตำอยู่ บางครั้งยังหยิบเนื้อปลาใส่ปาก จนแทบจะอิ่มแทนข้าว ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าผสมน้ำนึ่งปลาและเครื่องปรุงเรียบร้อยก็ตักใส่ถ้วยปิดฝาเอาไว้ก่อนเพราะกับข้าวอย่างอื่นยังไม่เสร็จ 


    "ผักป่าเริ่มออกยอดหรือยังเจ้าคะท่านอา เสี่ยวหลินอยากเก็บมากินกับน้ำพริก"


    "ต้นไม้บางต้นก็เริ่มมียอดอ่อนๆ แล้วนะ แต่ยังเล็กมาก"


    "งืม เอาไว้อีกสักสัปดาห์ค่อยไปดูก็ได้เจ้าค่ะ"


    มื้อเช้าเทียนเฉินลองกินป่นปลาของหลานสาว เริ่มแรกรสชาติและกลิ่นมันแปลกมากๆ เขาลองชิมอยู่หลายคำ


    เสี่ยวหลินไม่ได้ใส่น้ำปลาร้าเข้มข้นลงไป นางไม่อยากให้มันหมดเร็วจึงตักเพียงครึ่งช้อนผสมกับน้ำนึ่งปลากลิ่นจึงไม่แรงมาก เทียนเฉินตักเข้าปากไปครู่เดียวข้าวก็หมดถ้วยแล้ว


    "อร่อย!"


    เทียนเฉินกับหวนต้านแข่งกันจ้วงป่นปลาจนหมดข้าวไปหลายถ้วย เสี่ยวหลินและคนอื่นๆ ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เทียนหรงกับฮุ่ยสงคิดเอาไว้ในใจว่าหากมื้อไหนที่เด็กตัวกลมทำป่นปลาอีกจะลองชิมดูบ้าง ว่าจะอร่อยแค่ไหน


    เห็นเทียนเฉินกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วพวกเขาก็อยากจะลองดูบ้างแต่ก็ยังไม่กล้า มัวแต่นั่งคิดอยู่นานพอหันไปมองอีกทีในถ้วยใบน้อยก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว


    เด็กตัวกลมออกมาเดินแขนไพล่หลังแอ่นพุงมองดูที่ดินรอบบริเวณบ้าน หิมะละลายไปหมดแล้วบิดาของนางจึงเข้าไปว่าจ้างชาวบ้านมาขุดพลิกหน้าดินเตรียมพื้นที่เพาะปลูก


    ต้องเตรียมดินตากแดดไว้สักหลายวันหน่อยค่อยมาขึ้นร่องเตรียมปลูกมันเทศ ครั้งนี้จะปลูกเพื่อเอายอดของมันก่อน เมื่อได้ยอดแล้วค่อยลงมือปลูกอย่างจริงจังอีกครั้ง และครั้งนี้เทียนหรงตั้งใจจะเผยแพร่วิธีปลูกมันเทศให้กับชาวบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันด้วย


    เสี่ยวหลินเองก็ตั้งใจจะปลูกพริกเผ็ดของนางด้วยเช่นกัน เพราะต้องใช้ในร้านอาหาร ระหว่างรอต้นพริกเติบโตจนสามารถเก็บผลได้นางก็จะไปตระเวนดูว่าร้านขายค้าในเมืองจะมีขายหรือไม่


    ขณะที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆ อยู่ ก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลัง เสี่ยวหลินหันกลับไปมองก็เห็นชิงหลงเดินยิ้มกว้างเข้ามา ตามหลังมาด้วยชิงหลางคนหน้านิ่ง ตอนนี้นางสามารถแยกพวกเขาทั้งสองได้แล้ว ชิงหลงจะมีไฝเล็กๆ อยู่ที่หางคิ้วด้านซ้าย ส่วนชิงหลางจะมีไฝเล็กๆ อยู่ที่สันจมูกด้านขวา


    "น้องสาว เจ้าพาเจ้าวัวออกมาเล่นได้หรือไม่" ชิงหลงเอ่ยขึ้น เขายิ้มกว้างอย่างรอคอยเสี่ยวหลินจึงเดินนำเขาไปยังคอกของเสี่ยวจง


    "เสี่ยวจงออกมาเร็วเข้า มาเล่นกัน"


    เจ้าวัวอ้วนวิ่งสลับกระโดดออกจากจากด้านในของคอกอย่างร่าเริง มันเข้ามาออดอ้อนเจ้านายตัวน้อยก่อนจะมองไปยังเด็กชายที่ยืนยิ้มจนตาหยีอยู่ด้านหลัง มันจำได้ว่าเมื่อวานได้วิ่งเล่นกับคนคนนี้มันจึงวิ่งนำออกไปก่อน


    "รอข้าด้วย!" ชิงหลงวิ่งตามออกไปพร้อมกับหัวเราะเสียงใส


    ชิงหลางเดินตามน้องชายไปอย่างเอื่อยเฉื่อย


    "วันนี้จะทำอะไรดีนะ" เสี่ยวหลินบ่นกับตัวเองหลังจากที่วิ่งตามเสี่ยวจงและชิงหลงอยู่พักใหญ่


    ช่วงหน้าหนาวนางว่างงาน เอาแต่นอนอืดอย่างเดียว งานปลูกผักงอกท่านอาของนางก็แย่งไปทำเองทั้งหมด พอได้พักนานหลายเดือนก็รู้สึกขี้เกียจอยากทิ้งตัวลงนอนอืดอีกสักหลายตื่น


    "อ๊าก จะทำอะไรดีเนี่ย"


    เด็กอ้วนเดินตูดปัดกลับไปยังบ้านของตนอย่างหงุดหงิด มองเห็นมารดากับท่านยายและท่านป้าคนงามกำลังนั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการปักผ้าก็ถอนหายใจออกมา ส่วนท่านตาของนางนั้นไปคุมคนงานรับจ้างที่ข้างบ้าน


    "ท่านพ่อกับท่านลุงไปไหนเจ้าคะท่านแม่" เด็กอ้วนเดินตุ้บตั้บเข้าไปถามมารดา ชาวบ้านก็มาเริ่มงานกันครู่ใหญ่แล้วแต่นางยังไม่เห็นบิดากลับมาที่บ้านเลย มีแต่ท่านตาที่ออกไปเดินดู


    "ท่านพ่อของลูกไปชวนท่านลุงอู่จงเข้าป่าไปล่าสัตว์จ้ะ ส่วนท่านลุงหวนต้านของลูกก็ขอตามไปด้วย"


    ได้ยินอย่างนั้นเด็กอ้วนก็นั่งหน้ามุ่ย คนอื่นดูมีอะไรทำกันหมดแต่นางกลับว่างงานอยู่คนเดียว ท่านอาของนางก็ไปเรียนทุกๆ เช้า จึงไม่ได้อยู่ช่วยกันคิดหาอะไรทำแก้เบื่อ


    เด็กอ้วนทิ้งตัวลงนอนอืดข้างๆ มารดา นับแมงมุมที่กำลังเดินยุบยับอยู่ตามคานบ้านอย่างเบื่อหน่าย ครู่หนึ่งก็พลิกตัวนอนคว่ำ คลานกระดึ๊บๆ ไปซุกหัวลงที่ตักของมารดา


    ฮุ่ยหนิงก้มลงมองบุตรสาวที่นอนแผ่อยู่กับพื้น ท่านอนของนางเหมือนเขียดตัวอ้วนทึ่ถูกล้อเกวียนทับก็หลุดหัวเราะออกมา


    "เป็นอะไรลูก หืม" มือเรียวลูบหัวบุตรสาว


    "เสี่ยวหลินเบื่อเจ้าค่ะ" เด็กน้อยพูดเสียงอู้อี้อยู่กับตักนิ่ม สายตามองพุงป่องน้อยๆ ของมารดาก่อนจะลูบเล่น


    "เสี่ยวหลินอยากให้น้องคลอดแล้ว"


    "น้องยังไม่ถึงสี่เดือนดีเลยลูก"


    "เสี่ยวหลินอยากให้น้องโตเร็วๆ จะได้มาเล่นกับเสี่ยวหลิน"


    "ทำไมไม่ออกไปวิ่งเล่นกับพี่ชิงหลงเขาล่ะจ๊ะ" หวนชิงชิงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง นางมองเด็กตัวกลมอย่างเอ็นดู


    "เสี่ยวหลินเบื่อวิ่งเล่นแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวหลินถอนหายใจเฮือก นอนพลิกตัวอย่างเบื่อหน่ายอยู่หลายรอบก่อนจะผลอยหลับไป


    นอนหลับไปราวหนึ่งชั่วยามเด็กอ้วนก็ถูกมารดาปลุก พร้อมกับบอกกล่าวว่าบิดาของนางได้กลับมาแล้ว พร้อมกับหมูสามตัว เสี่ยวหลินรีบลุกขึ้นวิ่งพุงกระเพื่อมออกจากบ้าน


    "ท่านพ่อ!" ร่างกลมๆ วิ่งเข้าไปกอดหมับที่เอวของบิดา


    "ว่าอย่างไรลูก ขยับออกไปก่อนเถิดตัวพ่อเปื้อน" เขาไม่ได้อุ้มบุตรสาวขึ้นมาเพราะกำลังหั่นชิ้นเนื้อแบ่งกับทุกๆ คน


    "เสี่ยวหลินอยากกินคอหมูย่าง เอาตับด้วยนะเจ้าคะ เสี่ยวหลินจะไปเก็บหอมป่า" ร่างอวบอ้วนไม่รอให้บิดาตอบกลับ นางวิ่งดุ๊กๆ ออกไปหยิบตะกร้าสะพายหลังใบเล็กของตนเองแล้ววิ่งฉิวออกไป


    เทียนหรงกระพริบตาปริบๆ มองตามร่างขาวๆ ที่วางไกลออกไปก่อนจะก้มลงหั่นเนื้อต่อ


    "นางชอบกินตับหมูหรือ ข้าเคยเอามาต้มแล้วมันแข็งอย่างกับหิน" เถียนอี้พูดไปก็หัวเราะเสียงดัง


    "ต้องเอามาหั่นแล้วล้างขยำเอาเลือดในตับออกสักหน่อยขอรับค่อยเอาไปทำอาหาร มันจะนุ่มขึ้น" เทียนหรงเอ่ยตอบอย่างขำๆ หากไม่ได้บุตรสาวคอยบอกเขาคงจะไม่กล้านำมันมากิน


    "อย่างนั้นเองหรอกหรือ ต้องลองทำดูเสียแล้ว" เถียนอี้พยักหน้ารับ


    "นอกจากตับแล้วไส้หมูย่างก็อร่อยนะขอรับ"


    "ไส้หรือ มันไม่เหม็นหรืออาหรง" เหลยซานเอ่ยถามออกมา


    "ก็ต้องล้างหลายๆ รอบหน่อยขอรับ ล้างพร้อมกับขยำเกลือ หลังจากนั้นก็นำไปต้มกับสมุนไพรเพื่อดับกลิ่นก่อนค่อยเอามาย่างขอรับ"


    "ข้าอยากลองกินดูแล้วสิ อย่างนั้นเอาไส้มาข้าจะไปล้างเอง นี่ถ้ามีเหล้าสักหน่อยคงจะดีไม่น้อยเลย" อู่จงเอ่ยขึ้นมา รู้สึกอยากจิบเหล้าคำจิ้มไส้ย่างเข้าปากคำ


    "เจ้าจะพูดทำไมเล่า ข้าก็เลยอยากจิบเหล้าด้วย" ฉางเซินบ่นสหาย นานแล้วที่เขาไม่ได้กระดกเหล้าสักกรึ๊บ


    "ก็เข้าเมืองไปซื้อเลยสิ ขอเช่าเกวียนผู้เฒ่าลู่ ไม่นานก็ได้แล้ว" กั่วลู่เอ่ยขึ้นมาบ้าง พอสหายพูดถึงเหล้าเขาก็เปรี้ยวปาก


    เทียนหรงนั่งฟังกลุ่มสหายรุ่นพี่พูดคุยพร้อมกับออกเงินกันไปซื้อเหล้ามาสักสี่ห้าไหก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบเงินมาส่งให้ฉางเซินที่อาสาเข้าไปซื้อเหล้า เขาออกเงินเผื่อพ่อตากับหวนต้านด้วยเลย


    ด้านเด็กอ้วนตอนนี้ก็กำลังนั่งจุมปุ๊กอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มือน้อยๆ ถอนเอาต้นหอมป่ามาใส่ตะกร้า บางต้นถอนง่ายก็ได้ส่วนหัวเล็กๆ มาด้วย บางต้นถอนยากก็ได้แค่ใบ ร่างกลมๆ โยกไปมาตามทำนองเพลงที่ตนร้อง


    "ไม่รักไม่ต้องมาเลย ไม่ต้องมายืมตังฉัน คิกคิก" ร้องไปก็หัวเราะไปกับเพลงตลกๆ ของตน


    "ไม่รักไม่ต้องมาถามอะไรทั้งนั้น เพราะเงินฉันยังไม่มี ฮี่ฮี่"


    "ไม่รักไม่ต้องมาโทรมาถามว่ามีเงินไหม เพราะหนี้เดิมๆ ของเธอนั้นเธอก็ยังไม่ใช้~"


    "หยุดได้ม้ายสักที~"


    "ถ้าไม่ร้ากก ก็อย่า..ยืมตังง เย้! เยอะแล้ว กลับดีกว่า"


    ร้องเพลงเพลินจนได้ต้นหอมมาครึ่งตะกร้า ร่างกลมจึงหิ้วตะกร้าเดินกลับไปที่บ้านหลังน้อย พอถึงหลังบ้านก็ตักน้ำในถังมาใส่กะละมังเล็กๆ แล้วนั่งล้างทำความสะอาดต้นหอมป่าที่เก็บมา


    "เสี่ยวหลินทำอะไรลูก" จางรั่วเดินออกมาพร้อมกับกระจาดใส่โต้วเหมี่ยว


    "ล้างต้นหอมเจ้าค่ะ ท่านยายทำกับข้าวมื้อเที่ยงหรือเจ้าคะ"


    "ยายทำกับข้าวให้ชาวบ้านที่มารับจ้างน่ะ เสี่ยวหลินอยากกินอะไรหรือไม่เดี๋ยวยายทำให้" ถามหลานไปมือก็ตักน้ำมาล้างผักไป


    "เสี่ยวหลินจะรอกินหมูย่างเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านยายผัดตับใส่ต้นหอมป่าให้เสี่ยวหลินด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ"


    "ได้สิ เดี๋ยวยายทำกับข้าวให้ชาวบ้านก่อนแล้วจะทำให้นะ ต้นหอมป่าก็แช่น้ำเอาไว้อย่างนั้นแหละเดี๋ยวยายทำเอง"


    เด็กอ้วนพยักหน้าหงึกหงัก นางเดินกลับไปหาบิดาที่กำลังก่อไฟอยู่ ตาเหลือบเห็นคอหมูที่อยู่ในกะละมังจึงวิ่งเข้าครัวไปหยิบเกลือรวมถึงทุบพริกไทยผสมใส่ถ้วยเล็กๆ พร้อมกับกอดไหใส่น้ำปรุงรสหอยนางรมออกมาด้วย


    "ท่านพ่อหมักหมูด้วยเจ้าค่ะ" เด็กอ้วนวิ่งตุ้บตั้บมานั่งยองๆ อยู่ข้างๆ กะละมังใส่หมู


    มือป้อมหยิบเกลือและพริกไทยโรยลงไปบนเนื้อหมู ตามด้วยเทน้ำปรุงรสหอยใส่ลงไป เทียนหรงที่มือเปื้อนอยู่แล้วก็หันมาขยำเนื้อหมูให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปในเนื้อ เสียบไม้เตรียมย่าง


    "เสี่ยวหลินไปทำน้ำจิ้มดีกว่า"


    นางอยากกินน้ำจิ้มแจ่วเลยอุ้มเอาไหน้ำปรุงรสกลับเข้าครัวไป หยิบพริกแห้งมาตำอยู่นาน จากนั้นก็ขอให้ท่านยายคั่วข้าวให้สักหนึ่งหยิบมือ จนข้าวมีกลิ่นหอมก็เอามาใส่ครกตำจนละเอียด


    "ใส่น้ำปลา กับน้ำมะนาว อุ๊ย! ใส่น้ำปลาแดกต้มนำจักหน่อยดีกั่ว แจ๊บๆ" ปรุงจนพอใจแล้วก็คนให้เข้ากันแล้วถือถ้วยน้ำจิ้มแจ่วออกไปด้านนอกพร้อมกับส่งเสียงร้องเพลง


    "ไม่หิวอย่างฉันใครจะเข้าใจ~ ว่าหมูย่างน่ากินเท่าไร~"


    "พรู้ดด! แค่กๆ!"


    หวนต้านที่เพิ่งเดินมาถึงด้านนอกหลังจากเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ พร้อมกับจิบน้ำด้วยถึงกับพ่นน้ำออกมาเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ร้องเพลงอยู่ไม่ไกล


    เสี่ยวหลินหันไปมองด้านหลังพอเห็นว่าเป็นใครก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แล้วร้องเพลงต่ออย่างอารมณ์ดี ร่างกลมขยับเต้นซ้ายขวาอยู่รอบกายบิดา


    "กี่คนที่เข้ามาดีมากมาย แต่สุดท้ายฉกหมูทุกที~"


    หวนต้านไอจบแสบคอไปหมดเพราะสำลักน้ำ กว่าจะหยุดไอได้ก็ทำเอาน้ำตาไหล เขาถอนหายใจเฮือกแล้วส่ายหัวให้กับเพลงแปลกพิศดารของเด็กตัวอ้วน


    "มันหมดไปแล้วทุกความรู้สึกก~ ไม่อยากแบ่งใครอีกวันนี้"


    "เธอออ ช่วยบอกกับฉันที ว่าหมูย่างมีอยู่จริงง~"


    เทียนหรงมองร่างกลมๆ ที่กระโดดโลดเต้นท่าแปลกประหลาดอย่างปลดปลง เขานั่งย่างหมูด้วยใบหน้าหมดอาลัยตายอยาก ต่างจากกลุ่มของอู่จงที่นั่งปรบมือให้กับการแสดงโลดโผนกระโดดพุงกระเพื่อมของเด็กอ้วน


    "เก่งมากหลานลุง!" เหลยซานลุกขึ้นปรบมือให้กับการแสดงของหลานตัวกลม


    "เพลงเจ้าแปลกนัก แต่ฟังไปฟังมาก็เพลินดีนะ" กั่วลู่พูดขึ้นมาบ้าง มือก็คอยพลิกหมูย่าง


    "ร้องอีกได้หรือไม่" เถียนอี้หัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยถามเด็กตัวกลม เสี่ยวหลินพยักหน้ารับจนผมปลิว


    "เสี่ยวหลินขอนึกเพลงก่อนนะเจ้าคะ"


    "เฮ้ออออ" เทียนหรงกับหวนต้านถอนหายใจออกมาพร้อมกัน


    กว่าหมูย่างจะสุกเทียนหรงกับหวนต้านก็หน้าซีดขาวราวกับคนขาดเลือด เสี่ยวหลินปิดปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ร่างกลมวิ่งดุ๊กๆ กลับเข้าไปในครัว คว้ากระจาดไปเก็บถั่วงอกมาล้างทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว


    "ล้าลาา" มือน้อยหยิบพริกมาใส่ลงไปหนึ่งเม็ดกับกระเทียมหนึ่งกลีบ ตำพอหยาบได้ที่แล้วจึงหยิบน้ำปลา น้ำตาล มะนาวมาใส่ลงไป ตามด้วยมะขามเปรี้ยวเล็กน้อย


    "อื้ม! พอใช้ได้"


    หลังจากชิมรสแล้วก็หยิบเจ้าถั่วงอกที่ล้างทำความสะอาดไว้มาเทลงไปในครก หยิบช้อนมาคลุกเคล้าถั่วงอกกับเครื่องปรุงให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่จานแล้วถือออกไปด้านนอก โดยมีจางรั่วที่มองตามหลานสาวไป


    "เจ้าเด็กคนนี้วิ่งเข้าออกครัวเสียหลายรอบเชียว"


    เสี่ยวหลินวางจานที่ถือมาลงข้างตัวหวนต้านที่นั่งอยู่บนแคร่หลังบ้าน ชายหนุ่มก้มมองเด็กน้อยแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


    "ตำถั่วงอกเจ้าค่ะ"


    "ตำถั่วงอกหรือ" ชายหนุ่มก้มลงมองดูถั่วงอกที่ถูกเคลือบด้วยเครื่องปรุง กลิ่นน้ำปลาร้าโชยออกมาทำให้เขาน้ำลายไหล


    "ทำไปเรื่อย"


    "ลองชิมดูสิ อร่อยมากๆ"


    มือป้อมหยิบถั่วงอกในจานมาเข้าปาก เคี้ยวกรุบๆ หวนต้านเห็นอย่างนั้นก็ลองบ้าง ความกรอบของถั่วงอกกับรสชาติเผ็ดน้อยบวกกับกลิ่นปลาร้าทำให้เขาก้มมองจานตรงหน้าอย่างนึกทึ่ง


    "ตำถั่วงอกเนี่ยนะ ก็พอได้อยู่"


    "ฮิฮิ บอกแล้ว"


    "เสี่ยวหลินหมูย่างสุกแล้วลูก" เทียนหรงตะโกนเรียกบุตรสาว เขาหั่นหมูใส่จานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว


    เสี่ยวหลินวิ่งไปรับจานคอหมูย่างมาจากบิดา แล้ววิ่งกลับมาปีนขึ้นแคร่ หยิบหมูมาจิ้มกับน้ำตำถั่วงอกแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย


    หวนต้านมองดูคนที่จกหมูย่างกับตำถั่วงอกอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็เอ่ยถามขึ้นมา


    "ไม่ใช้ช้อนหรือไง"


    "ใช้ช้อนไม่อร่อย นี่ คนบ้านนอกเขากินกันแบบนี้" เด็กอ้วนชันขาขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วนั่งจกของกินในท่าลำยอง


    หวนต้านหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะรีบกินบ้างเพราะเห็นตัวเล็กๆ แต่จกเร็วมาก ครู่เดียวหมูจะหมดจานแล้ว


    ขณะนั้นสองแฝดก็วิ่งเข้ามาหลังจากที่ไปวิ่งเล่นกับเสี่ยวจง รวมถึงไปนอนตากลมที่ใต้ต้นไม้ข้างคอกของมันมาด้วย พอรู้สึกหิวจึงพาเจ้าวัวอ้วนไปเข้าคอกแล้วกลับมาที่บ้านหลังน้อย


    "ท่านพ่อกินอะไรหรือขอรับ" ชิงหลงตัวตะกละรีบวิ่งมาเกาะแคร่มองดูจานอาหารตรงหน้า


    "หมูย่าง ไปล้างมือให้เรียบร้อยก่อนค่อยมากิน"


    เด็กแฝดรีบไปล้างมือแล้วมานั่งกินหมูด้วย พวกเขาเห็นเด็กหญิงตัวกลมหยิบหมูจิ้มกับตำถั่วงอกก็ลองทำบ้าง หลังจากนั้นก็จกหมูจกตำถั่วงอกกันไม่หยุด จนต้องลำบากเสี่ยวหลินให้ไปตำมาเพิ่ม


    "เพิ่มพริกอีกสักเม็ดนะ" หวนต้านเอ่ยบอก เสี่ยวหลินตวัดสายตามองสามพ่อลูกที่แย่งนางกินจนหมด


    นางเพิ่งจะกินได้ไม่กี่คำเอง!


    แต่ถึงอย่างนั้นเสี่ยวหลินก็เข้าครัวไปตำถั่วงอกมาเพิ่มอีกเพราะยังไม่อิ่ม


    จางรั่วเดินถือจานตับผัดต้นหอมออกมาพร้อมกับหลานสาว ก่อนจะวานให้เหล่าบุรุษทั้งหลายยกหม้อแกงและหม้อข้าวออกไปส่งให้ชาวบ้าน


    เสี่ยวหลินคีบตับเข้าปากตามด้วยข้าวคำโต เด็กแฝดเห็นอย่างนั้นก็เข้าครัวไปตักข้าวมาบ้าง ตอนนี้พวกเขาวิ่งเข้าออกแทบทุกห้องราวกับเป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว


    "กับข้าวบ้านน้องสาวอร่อยมากๆ" ชิงหลงพูดขึ้นมาทั้งๆ ที่ข้าวเต็มปากจนถูกพี่ชายหันมองตาเขียว


    "เคี้ยวให้หมดก่อนค่อยพูด"


    หวนต้านมองบุตรชายทั้งสองก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินออกไปย่างหมูเพิ่มเพราะใกล้จะหมดแล้ว


    เทียนเฉินที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านพอได้กลิ่นหอมๆ ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา เขามองดูจานผัดตับ หมูย่างกับอาหารแปลกตาอีกหนึ่งจานก็น้ำลายไหล รีบเข้าครัวไปตักข้าวแล้วมานั่งจ้วงแข่งกับชิงหลง


    "ย้ากก!"


    เสี่ยวหลินกับชิงหลางมองคนทั้งสองที่ใช้ตะเกียบฟาดฟันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งหมูชิ้นสุดท้าย ไม่มีใครยอมลงให้ใครจนกระทั่งหมูชิ้นนั้นถูกชิงหลางคีบไปต่อหน้าต่อตาแล้ววางแหมะลงบนถ้วยข้าวของเด็กตัวกลม


    เสี่ยวหลินกระพริบตาปริบๆ แต่พอเห็นสายตาลุกเป็นไฟของเทียนเฉินกับชิงหลงก็รีบคีบหมูเข้าปากเคี้ยวหยับๆ อย่างอารมณ์ดี



    #######################################