หลังจากพ่อลูกปรับความเข้าใจ กู้เฟิงเฉิงผู้ที่อยากให้ท่านลุงเฮ่อมาเป็บิดาั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบก็ตามติดเฮ่อหลานจวินไม่ยอมห่าง ยิ่งได้รู้ว่าบิดาป่วยจนลุกจากเตียงไม่ได้ กู้เฟิงเฉิงถึงกับอาสาว่าจะขออยู่เฝ้าบิดาด้วยตัวเอง
“ท่านแม่ขอรับ ข้าจะอยู่เฝ้าท่านพ่อและจะดูแลท่านพ่อไม่ให้คลาดสายตา ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะขอรับ” กู้เฟิงเฉิงขันอาสา
“ท่านพ่อมีท่านลุงเฮ่อหลงคอยดูแลอยู่แล้ว เ้าอยู่ที่นี่มีแต่จะรบกวนไม่ให้ท่านพ่อได้พักผ่อน” กู้เฟิงอวี่บอกน้องชาย
“ข้าเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ เพราะเ้าเป็คนพูดมาก ข้ากลัวก็แต่เ้าจะชวนท่านพ่อคุยจนท่านพ่อไม่ได้หลับได้นอนเสียมากกว่า” กู้เฟิงิสนับสนุนคำพูดของพี่ชาย
“พวกท่านอิจฉาที่ข้าจะได้อยู่กับท่านพ่อมากกว่ากระมัง” กู้เฟิงเฉิงเถียงกลับ ก่อนที่เขาจะหันไปยิ้มให้มารดา “ท่านแม่ ท่านแม่อนุญาตให้ข้าอยู่เฝ้าท่านพ่อเถิดนะขอรับ ข้ารับรองว่าข้าจะไม่รบกวนท่านพ่อแน่นอน”
“ให้ท่านลุงเฮ่อหลงดูแลท่านพ่อไปเถอะ ส่วนพวกเ้าก็ลงไปช่วยแม่ทำงาน พอถึงเวลาอาหาร พวกเ้าค่อยสลับกันยกอาหารมาให้ท่านพ่อดีหรือไม่” กู้หยูม่านบอกลูกชาย
“ท่านพ่อ...” กู้เฟิงเฉิงหันไปมองเฮ่อหลานจวินอย่างขอร้อง “ท่านพ่ออยากให้ข้าอยู่ดูแลท่านหรือไม่ขอรับ”
เฮ่อหลานจวินยิ้มอย่างเอ็นดู “เ้าตัวเล็กแค่นี้คงดูแลพ่อไม่ไหวหรอก ให้เฮ่อหลงอยู่ดูแลพ่อก็พอ ถึงเวลาอาหารพวกเ้าก็ค่อยยกอาหารมาให้พ่อ ได้นอนพักสักสองสามวัน อาการของพ่อคงดีขึ้นแล้ว ถึงตอนนั้นเราค่อยไปนั่งเล่นที่ใต้ต้นก้ามปูด้วยกัน”
“คุณหนูกู้ ไม่สิ...” เฮ่อหลงตบปากตัวเอง “ฮูหยินน้อย แล้วตอนกลางคืนท่านจะมาดูแลคุณชายด้วยตัวเองหรือไม่ขอรับ”
เฮ่อหลานจวินได้ยินคำถามของเฮ่อหลงก็รีบหันไปมองกู้หยูม่านอย่างมีความหวัง อีกทั้งยังคิดว่าจะตบรางวัลให้เฮ่อหลงสักสิบตำลึง หากม่านม่านมาอยู่ดูแลเขาทุกคืน เขาจะมีความสุขมากเพียงใด
กู้หยูม่านทำท่าคิด ตอนนี้เงินเก็บของนางมีไม่มาก การจะซื้อยาคืนชีพเม็ดที่สองคงไม่อาจทำได้ในเร็ววันนี้ ถึงแม้นางจะนำน้ำศักดิ์ออกมาให้เฮ่อหลานจวินดื่มและนำอีกส่วนหนึ่งมาใช้ประกอบอาหาร อาการของเฮ่อหลานจวินอาจจะดีขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากนางพาเขาเข้าไปปรับสมดุลร่างกายในมิติ ถึงแม้จะถอนพิษออกมาไม่ได้ทันที แต่อย่างน้อยเขาก็จะกลับมาเดินได้และไม่ต้องนั่งรถเข็นอย่างทุกวันนี้
เพียงแต่นางกำลังคิดว่าหากนางต้องพาเขาเข้าไปในมิติ นางจะบอกความลับเกี่ยวกับมิติวิเศษให้เขาฟังอย่างไรดี แล้วเื่ที่นางเป็ิญญาจากยุคอื่นแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ นางควรบอกเขาไปตามตรงเลยหรือไม่ แล้วเขาจะยอมรับความจริงเื่นี้ได้มากน้อยเพียงใด นี่คือเื่ที่นางกังวล
เฮ่อหลานจวินเห็นกู้หยูม่านทำหน้าเครียด เขาเริ่มใจคอไม่ดีเพราะกลัวนางจะคิดว่าเขากดดันนางมากเกินไป แต่เขาก็พอจะเข้าใจได้ แม้เขากับนางจะเปิดใจและยอมรับซึ่งกันและกันได้แล้ว แต่นี่ก็นับเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ทำความรู้จักกันอย่างจริงจัง หากเขาจะให้นางมาร่วมห้องเลยก็ดูจะสร้างความลำบากใจให้นางไม่น้อยเหมือนกัน
“ม่านม่าน เ้าไม่ต้องไปสนใจคำพูดของอาหลงนักหรอก ที่เขาถามไปก็เพราะเป็ห่วงข้าเท่านั้น เ้ากับลูกๆ ใช้ชีวิตให้เหมือนปกติก็พอ รอจนกว่าเราจะเข้าพิธีแต่งงานอย่างถูกต้อง ถึงตอนนั้นเราค่อยย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันก็ได้” เฮ่อหลานจวินบอกอย่างเข้าใจ แม้ในใจจะแอบเสียดายอยู่ลึกๆ
กู้หยูม่านคิดว่าผู้ชายคนนี้ช่างเป็คนดี เห็นนางเงียบไม่ตอบคำถามคงนึกว่านางกำลังอึดอัดที่เพิ่งเจอกันวันแรกก็ต้องย้ายมานอนด้วยกันทันที แต่เื่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับนาง ในเมื่อตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ไม่นอนด้วยกันวันนี้ วันหน้าก็ต้องมานอนด้วยกันอยู่ดี นางจึงแกล้งพูด “ข้ากำลังจะตอบตกลงว่าจะย้ายข้าวของมานอนกับท่านอยู่แล้วเชียว แต่พอได้ยินท่านพูดเช่นนี้ก็เอาเป็ว่ารอให้เราเข้าพิธีแต่งงานให้เรียบร้อยแล้วข้าค่อยย้ายมาก็แล้วกัน”
“ไม่ต้อง! ไม่จำเป็ต้องรอ เ้าย้ายข้าวของของเ้ามาที่นี่ได้เลย” เฮ่อหลานจวินรีบบอกพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“สองสามวันนี้ท่านให้เฮ่อหลงดูแลไปก่อนเถิดเ้าค่ะ พรุ่งนี้ท่านลุงจงจะพาชาวบ้านมาปรับปรุงที่ดินเพื่อทำแปลงผักที่บ้านของข้า เช่นนั้นข้าจะให้พวกเขามาทุบกำแพงบ้านแล้วล้อมรั้วที่ดินของเราให้เป็แปลงเดียวกันก่อน และจะให้พวกเขาสร้างศาลาหลังเล็กไว้ใต้ต้นก้ามปูเอาไว้ให้ท่านนั่งเล่น” กู้หยูม่านมองไปรอบๆ ห้อง “บ้านหลังนี้ทรุดโทรมจนแทบจะอยู่อาศัยไม่ได้แล้ว ข้าจะให้พวกเขารื้อบ้านหลังนี้ทิ้ง จากนั้นท่านกับเฮ่อหลงค่อยย้ายไปอยู่ที่บ้านของข้า อืม...ไม่สิ...ต่อไปบ้านหลังนั้นจะกลายเป็บ้านของเรา ท่านคิดว่าอย่างไรเ้าคะ”
“เห็นด้วย ข้าเห็นด้วย” เฮ่อหลานจวินรีบตอบรับ
ตอนที่เฮ่อหลานจวินกับเฮ่อหลงมาซื้อบ้านหลังนี้ก็เพราะชอบบรรยากาศที่เงียบสงบและคิดว่าหมู่บ้านจงเตี้ยนเป็หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง เฮ่อหลานจวินจึงคิดที่จะมาใช้ชีวิตใน่สุดท้ายในหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเขาตายไป อย่างไรเฮ่อหลงก็ต้องย้ายกลับไปอยู่เมืองหลวง และบ้านหลังนี้ก็จะถูกขาย ดังนั้นแม้ว่าบ้านที่เ้าของเดิมสร้างไว้จะทรุดโทรมและผุพัง แต่เขาก็ไม่คิดจะซ่อมแซม คนป่วยใกล้ตายเช่นเขาจะต้องอาศัยอยู่ในที่หรูหราทำไมกัน
แต่มาตอนนี้ม่านม่านบอกว่ามียาที่สามารถถอนพิษให้เขาได้ และม่านม่านก็ตอบตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา เช่นนั้นบ้านโทรมๆ หลังนี้เขาจะเก็บไว้ทำไม ทุบมันทิ้งไปเถอะเขาไม่เสียดาย หากเก็บมันไว้เขาก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่และไม่ได้นอนร่วมห้องกับม่านม่านน่ะสิ
กู้เฉินซีเห็นท่าทางของพี่เขยก็แอบยิ้ม พี่เขยคงกลัวว่าจะไม่ได้นอนห้องเดียวกับพี่สาวสินะ “พี่หญิง ในเมื่อพี่เขยกับพี่เฮ่อหลงจะย้ายไปอยู่กับเราแต่ยังขาดห้องนอนอยู่ห้องหนึ่ง เช่นนั้นให้พี่เฮ่อหลงไปนอนห้องเดียวกับข้าดีหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้องหรอก รอบๆ บ้านของเรายังมีพื้นที่ใช้สอยอีกมาก ต่อเติมห้องขึ้นมาอีกสักสองห้อง แล้วก็สร้างห้องอาบน้ำและห้องปลดทุกข์ขึ้นมาใหม่ ทำอย่างนี้พวกเราก็จะอยู่ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว”
“ความหมายของฮูหยินน้อยเป็เช่นนี้นี่เอง ทีแรกข้าก็นึกว่าฮูหยินน้อยจะไม่ยอมรับคุณชายและไม่อยากนอนร่วมห้องกับคุณชายเสียอีก” เฮ่อหลงถอนหายใจโล่ง
กู้หยูม่านไม่ได้ถือสากับคำพูดของเฮ่อหลง แม้ว่าเื่ที่เขาพูดค่อนข้างเป็เื่ส่วนตัวมากๆ ก็ตาม เป็เพราะนางเข้าใจดีว่าเฮ่อหลงกับเฮ่อหลานจวินเติบโตมาด้วยกันไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆ ที่ผ่านมาพวกเขาคงพูดกันได้ทุกเื่จนลืมสถานะนายบ่าวไปแล้ว
เฮ่อหลานจวินก็ไม่ได้ถือสากับคำพูดของคนสนิทเช่นกัน เพราะเวลานี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการได้ย้ายไปอยู่ในบ้านหลังใหม่และจะได้นอนร่วมห้องกับว่าที่ภรรยามากกว่า
กู้หยูม่านกับกู้เฉินซียังตื่นเช้าเป็ปกติ กู้หยูม่านเข้าครัวไปทำอาหาร ส่วนกู้เฉินซีเริ่มถางหญ้าข้างบ้านเพื่อเตรียมที่ดินไว้สำหรับต่อเติมบ้านและสร้างห้องน้ำ
ฝาแฝดทั้งสามก็ตื่นเช้าเช่นเดียวกัน เพราะกู้หยูม่านสอนพวกเขาไว้ว่าเมื่อตื่นนอนต้องพับผ้าห่มและต้องมาวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า จากนั้นก็ไปอาบน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนมาทานอาหารเช้า
เพียงแต่วันนี้ทั้งสามคนตื่นเช้ากว่าปกติเพราะพวกเขาตกลงกันไม่ได้ว่าวันนี้ใครจะเป็คนเอาอาหารไปให้ท่านพ่อ
กู้เฟิงเฉิง “เมื่อวานข้าเป็คนเสนอขึ้นมาก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ข้าจะเอาอาหารไปให้ท่านพ่อเป็คนแรก”
กู้เฟิงิ “แต่ข้าแข็งแรงกว่า ข้ายกปิ่นโตอาหารได้มากกว่าเ้า เพราะฉะนั้นให้ข้ายกอาหารไปให้ท่านพ่อจะดีที่สุด ท่านพ่อจะได้ทานอาหารเยอะๆ”
กู้เฟิงอวี่ “ข้าเป็พี่ใหญ่ เพราะฉะนั้นข้าต้องเป็ตัวอย่างให้พวกเขา วันนี้ข้าจะไปส่งอาหารให้ท่านพ่อก่อน เ้าทั้งสองคนค่อยมาเรียนรู้วิธีการจากข้า”
“พี่ใหญ่ไม่ต้องมาพูดเลย แค่หิ้วปิ่นโตไปส่งอาหารจะต้องมาเรียนรู้อะไร ท่านแค่อยากใช้ความเป็พี่ใหญ่มาบังคับข้ากับพี่รองเท่านั้นเอง” กู้เฟิงเฉิงพูดอย่างรู้ทัน
“ข้าเห็นปิ่นโตอาหารที่ท่านแม่เตรียมไว้ให้ท่านพ่อแล้ว เป็ปิ่นโตสามชั้นและยังมีหม้อน้ำแกงอีกหนึ่งหม้อ ข้าคิดว่าท่านกับเ้าสามถือไม่ไหวหรอก เดี๋ยวข้ารับหน้าที่นี้เอง” กู้เฟิงิบอกพี่ชายคนโต
“พวกเ้าไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว” กู้หยูม่านห้าม
“ท่านแม่ ท่านจะลำเอียงแล้วบอกให้พี่ใหญ่เอาอาหารไปให้ท่านพ่อก่อนใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เฟิงเฉิงทำหน้าน้อยใจ “ข้าเป็คนพูดเื่นี้ขึ้นมาก่อนแท้ๆ แต่สุดท้ายท่านก็ให้พี่ใหญ่ไปก่อนอยู่ดี”
“เ้ายังฟังแม่พูดไม่จบก็มาโทษแม่แล้ว” กู้หยูม่านยกปิ่นโตสามชั้นสองเถาและน้ำแกงหม้อเล็กขึ้นมาวางบนโต๊ะ “แม่แค่จะบอกว่าให้พวกเ้าช่วยกันยกอาหารทั้งหมดนี้ไปพร้อมกัน ไม่ได้มีแค่ท่านพ่อของพวกเ้าที่ต้องทานอาหาร แต่ท่านลุงเฮ่อหลงก็ต้องทานอาหารเหมือนกัน ทั้งหมดนี้ให้พวกเ้าแบ่งกันถือ”
สามฝาแฝดเลิกทะเลาะกันแล้วรีบวิ่งมาหิ้วปิ่นโตและถือหม้อน้ำแกงเพื่อเอาไปส่งให้บิดาและท่านลุงเฮ่อหลง
กู้เฉินซีมองตามหลานๆ “พวกเขามีความสุขกันมากเลยนะขอรับ”
“ข้าไม่ได้เห็นพวกเขามีความสุขเช่นนี้มานานแล้ว” กู้หยูม่านยิ้มตามหลังลูกชาย และนางไม่ลืมที่จะโยนความผิดทั้งหมดไปให้หลิ่วซานกั๋ว เพราะถ้าหลิ่วซานกั๋วไม่ข่มเหงเ้าของร่างเดิมจนตั้งท้องฝาแฝดทั้งสามคนออกมา ทั้งสามคนก็คงไม่ต้องมาใช้ชีวิตที่ทุกข์ทรมาน ไหนๆ นางก็ให้ไฉไฉเปลี่ยนเืในกายของลูกชายไปแล้ว เช่นนั้นก็ใส่ไฟหลิ่วซานกั๋วให้คนเกลียดชังเขาไปจนถ้วนหน้าเลยก็แล้วกัน “ทั้งหมดต้องโทษหลิ่วซานกั๋ว หากเขาไม่ลักพาตัวข้าไปที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย ลูกๆ ก็คงไม่ต้องพลัดพรากจากท่านพ่อของเขาไปนานหลายปีเช่นนี้หรอก”
“ใช่ หลิ่วซานกั๋วช่างเป็คนที่ชั่วร้ายจริงๆ พรากลูกพรากเมียคนอื่นไปตั้งหลายปี แล้วยังใช้แรงงานท่านกับหลานชายของข้าไม่ต่างจากทาส คนแบบนี้ต้องไม่ได้ตายดีแน่” กู้เฉินซีพูดขึ้นอย่างโมโห เขาก็เคยเอะใจอยู่เหมือนกันว่าสตรีที่งดงามและเพียบพร้อมอย่างพี่หญิงจะไปเป็ภรรยาของคนร้ายกาจอย่างหลิ่วซานกั๋วได้อย่างไร ที่แท้ไอ้คนเลวนั่นก็ลักพาตัวพี่หญิงไป พี่เขยต่างหากที่เหมาะสมกับพี่หญิงที่สุด แม้เขาจะไม่รู้ว่าพื้นเพของพี่เขยเป็มาอย่างไร แต่ดูจากท่าทางแล้วพี่เขยย่อมเป็ลูกหลานของตระกูลใหญ่โตเป็แน่
กู้หยูม่านเห็นท่าทางโมโหของกู้เฉินซีก็คิดว่าแผนใส่ไฟของตนเองได้ผลแล้ว เพราะนางเชื่อว่าในอนาคตหากลูกชายของนางได้ดี หลิ่วซานกั๋วต้องกลับมาหาผลประโยชน์จากลูกชายอย่างแน่นอน ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่มีโอกาสนางก็จะพูดให้คนเข้าใจว่าลูกชายของนางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายสารเลวอย่างหลิ่วซานกั๋ว ลูกชายของนางต้องมีบิดาที่ยอดเยี่ยมอย่างเฮ่อหลานจวินเท่านั้น