ในขณะที่บ่าวรับใช้ทุกคนต่างวิ่งหน้าตั้งหาบน้ำเข้าไปช่วยกันดับไฟ องค์หญิงเหยียนซีผู้งดงามเฉิดฉายกลับกำลังยืนคลี่ยิ้มร่าอย่างเบิกบานใจที่หน้าเรือนของตน ในอ้อมแขนของนางมีบุตรชายตัวกลม ๆ อยู่ด้วยหนึ่งคน เป็บุตรชายที่เกิดจากเืเนื้อเชื้อไขของเสิ่นซิ่วเต๋อ
นางแต่งเข้าจวนแม่ทัพอย่างสมเกียรติ แต่ทว่าสามีกลับไม่ยอมหลับนอนกับนาง กว่าจะได้บุตรชายคนนี้มา นางทุ่มเทลงแรงไปไม่น้อย นางวางแผนวางยาสามีตัวเองมากกว่าสิบครั้งถึงสำเร็จ ยาปลุกกำหนัดขนานแรงทำให้นางตั้งครรภ์บุตรชาย
เมื่อนางนึกถึงเื่ในคืนนั้น นึกถึงว่าเขากระทุ้งกระแทกนางอย่างไร นางก็สุขใจเหลือเกิน แต่ทว่าเมื่อนึกถึงตอนที่เขาครางชื่อสตรีอื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังร่วมรักกัน นางก็ปวดใจเหลือเกิน
ชื่อที่เขาร้องครวญครางออกมา คือชื่อของเซี่ยหลันชิง ไม่ใช่ชื่อของนาง
เดิมทีนางคิดว่าเซี่ยหลันชิงเป็สตรีน่าสมเพชคนหนึ่ง ในฐานะฮูหยินเอกของจวน เพื่อให้ตนดูเป็คนดีในสายตาบ่าวไพร่ และดูเป็คนดีในสายตาสามี นางควรแสร้งทำดีกับหลันชิงสักหน่อย แต่ทว่าเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว ได้เห็นสามีให้ความสำคัญกับหญิงรับใช้อุ่นเตียงผู้ตกอับมากถึงเพียงนั้น นางกลับแสร้งทำดีกับเซี่ยหลันชิงไม่ลง หนำซ้ำยังเกิดใจคิดอิจฉานาง อยากฆ่านางให้ตาย ๆ ไปซะ
แต่ฆ่านางให้ตาย กลับไม่ง่ายดายขนาดนั้น
สามีของนางเป็คนร้ายลึก ปากไม่ตรงกับใจ และเ็าอย่างที่สุด ทุกครั้งเขามักจะบอกว่าเขาเกลียดชังเซี่ยหลันชิง อยากให้นางตาย ๆ ไปซะ แต่เกลียดชังอย่างไรเล่า ถึงได้หมั่นเข้าไปหลับนอนกับนางถึงเพียงนั้น แล้วเมื่อนางจะตาย ก็มักเป็เขาที่ช่วยนางไว้เสมอ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าชิงชังนางได้อย่างไรกัน
การตายของเซี่ยหลันชิงวันนี้ นางไม่ได้ลงมือเสียหน่อย นางก็แค่ช่วยเร่งเร้าให้มันเกิดไวหน่อยก็เท่านั้นเอง เสียงร้องครวญครางที่เซี่ยหลันชิงได้ยินก่อนเดินกลับไปเผาเรือนของตัวเองให้วอด ล้วนเป็นางที่เสแสร้งแกล้งทำ
เสิ่นซิ่วเต๋อออกจากจวนไปหลายวันแล้ว นางจะหลับนอนกับเขาในเรือนหลังนั้นได้อย่างไรกัน อีกอย่างต่อให้เขายังอยู่ในจวน เขาก็ไม่ยอมหลับนอนกับนางอยู่ดี เผลอ ๆ คงจะจับนางโยนออกมานอกเรือนเสียด้วยซ้ำ
เซี่ยหลันชิงผู้นี้ช่างโง่เง่าหลอกง่ายซะจริง!
องค์หญิงเหยียนซีหรือที่บ่าวรับใช้ภายในจวนเรียกนางว่าเสิ่นฮูหยินอุ้มลูกชายตัวน้อยเดินตรงดิ่งมายังเรือนหลังที่ไหม้วอดเหลือแต่เถ้าถ่าน นางปรายตามองไปยังสองร่างที่เหลือเพียงโครงกระดูกสีเข้ม แล้วเอ่ยออกมาว่า...
“ในที่สุดเ้าก็ตายได้สักที” องค์หญิงเหยียนซีมองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น นางเพียรพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำลายคนตรงหน้า นางชอบเสิ่นซิ่วเต๋อ นางหลงรักเขามาเนิ่นนาน ทุกอย่างที่นางตั้งใจทำ ก็เพื่อทำลายความรักของคนทั้งคู่ ไม่ว่ามันจะแลกมากับชีวิตของผู้คนมากมาย นางก็ไม่สน ขอแค่นางได้สิ่งที่นางปรารถนา นางล้วนทำได้ทั้งหมด
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าขององค์หญิงเหยียนซี
“พวกเ้าเอากระดูกของมันแยกออกจากกัน เอาไปเผา ทำพิธีสาปแช่งเสียให้หมด อย่าให้อยู่เป็เสนียดในจวนสามีของข้า” องค์หญิงเหยียนซีหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป
บ่าวรับใช้และเหล่าทหารรับใช้ที่อยู่ดูแลจวนต่างลอบมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่านี่ไม่ควรทำ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งนายหญิงของจวน เวลานี้หัวหน้าเจาก็ไม่อยู่ ดังนั้นพวกเขาคงทำได้แค่ต้องลงมือตามคำสั่งขององค์หญิงเหยียนซีแล้ว
ตลอดมาสองแม่ลูกถูกรังแกอย่างไร พวกเขาล้วนเห็นทั้งหมด แม้อยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ก็ทำได้แค่ยืนมอง พวกเขาเป็แค่พลทหารต่ำต้อย ย่อมไม่อาจสอดเื่ของเ้านาย
ทางเดียวที่พอจะช่วยสองแม่ลูกได้ ก็คือหาโอกาสบอกเื่นี้กับท่านแม่ทัพเสิ่น ทว่าเมื่อสบโอกาสพูดเื่นี้ทีไร ท่านแม่ทัพก็มักพูดตัดบท และให้เหตุผลว่าไม่อยากฟังเื่ของสองแม่ลูกนั่นอีก หากใครกล้าพูดถึงจะตัดลิ้นให้พูดไม่ได้อีก
แล้วแบบนี้ผู้ใดเล่าจะกล้าสอด!
แม้พวกเขาจะเป็แค่พลทหารต่ำต้อย ที่ไม่ได้ฉลาดปราดเปรื่องอันใดมากนัก แต่พวกเขาล้วนดูออก ว่าท่านแม่ทัพรู้สึกอย่างไร และคิดอย่างไรกับสองแม่ลูกแซ่เซี่ย
ท่านแม่ทัพปากไม่ตรงกับใจเช่นนี้มานานแล้ว...
ปากบอกไม่ใส่ใจ ไม่อยากสนใจ แต่เมื่อกลับมาถึงจวนก็มักถามถึงแม่นางเซี่ยก่อน โดยให้เหตุผลแก้ต่างว่า ก็เพียงกลัวว่านางจะก่อเื่ จึงถามถึงก็เท่านั้น เกือบทุกเย็นท่านแม่ทัพมักจะไปกินข้าวที่เรือนหลังน้อยเสมอ
ตอนนี้แม่นางเซี่ย และคุณหนูใหญ่เหลือเพียงโครงกระดูกแล้ว ไม่รู้ว่ากลับมาคราวนี้ท่านแม่ทัพจะนั่งกินข้าวกับผู้ใด แต่เมื่อคิดไปคิดมา ท่านแม่ทัพจะนั่งกินข้าวกับผู้ใดก็ช่างหัวท่านแม่ทัพเถิด...
พวกนางสองแม่ลูกตายไป ก็เป็วาสนาของพวกนางแล้ว!
ความทุกข์ทรมานตลอดหลายปี ความหมางเมินเ็าที่นางสองแม่ลูกได้รับ ทำให้พวกนางทุกข์ระทมใจมิใช่น้อย มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็ บางทีนี่อาจเป็เมตตาของ์ที่จะช่วยปลดปล่อยพวกนางก็ได้
เสิ่นซิ่วเต๋อกลับมาถึงจวนในยามจื่อ[1] แต่ทว่านั่นก็สายเกินไปแล้ว องค์หญิงเหยียนซีอุ้มบุตรชายตัวน้อยรอเขาที่หน้าจวนด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็ครั้งแรกที่เสิ่นซิ่วเต๋อรู้สึกแปลกประหลาดกับท่าทางของนาง เดิมทีองค์หญิงเหยียนซีไม่ใช่คนที่จะยิ้มให้เขาแบบนี้ และไม่ใช่คนที่จะออกมายืนรอเขาอย่างนี้
ทันทีที่ลงจากอานม้าได้สำเร็จ เสิ่นซิ่วเต๋อก็รีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหาฮูหยินเอก แววตาของเขาไม่ได้ดูเป็มิตรเลยสักนิด “เ้าเป็คนลงมือกับนางหรือ” เสิ่นซิ่วเต๋อเอ่ยถามฮูหยินตามตรง
องค์หญิงเหยียนซีหุบยิ้มพลัน แสร้งขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำเหมือนตัวเองไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้น สำหรับนาง... เซี่ยหลันชิงฆ่าตัวตายเอง หาใช่ความผิดของนางเสียหน่อย “นางฆ่าตัวตายเกี่ยวอันใดกับข้า ข้าเกิดในราชวงศ์ เมื่อเทียบกับสตรีผู้นั้นแล้ว ข้าฐานะสูงส่งราวนางพญาหงส์ จะลดตัวลงไปฆ่าสตรีชั้นต่ำผู้นั้นได้อย่างไร”
“แล้วเ้ายิ้มทำไม” เสิ่นซิ่วเต๋อเอ่ยถามอย่างเ็า
“ข้าเพียงดีใจที่บุตรชายของข้าจะได้พบหน้าบิดาของเขา ก็เท่านั้นเอง” องค์หญิงเหยียนซีเอ่ยก่อนจะส่งเด็กชายตัวอ้วนตุ้บในอ้อมแขนให้แก่เขา แต่เสิ่นซิ่วเต๋อกลับไม่ได้สนใจ เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กที่เกิดมาจากความรัก เขาเป็เพียงสัญลักษณ์ของอำนาจ เป็สัญลักษณ์ของการฉวยโอกาส และเป็สัญลักษณ์ของการถูกบีบบังคับโดยไม่เต็มใจ
องค์หญิงเหยียนซีมองปฏิกิริยาเช่นนั้นของสามีด้วยความไม่พอใจนัก แต่นางก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความเ็านั้น ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกคับข้องใจของตน
นางเป็ถึงองค์หญิงที่ประสูติจากตำหนักคุนหนิง ฐานะของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร กระทั่งองค์รัชทายาทพบนางยังต้องหยุดทักทาย แต่เป็เขา... เป็เขาที่นางยอมลงให้ทุกอย่าง
เขาขอให้นางไม่ฆ่าสองแม่ลูกนั่น นางก็ไม่ได้ฆ่า ขอว่าจะเก็บสองแม่ลูกนั่นไว้ข้างกาย นางก็ยอมมาตลอด แม้สองแม่ลูกนั่นจะเปรียบได้ดั่งหนามแหลมคอยทิ่มตำใจนางอยู่ทุกวันก็ตาม กว่าที่นางจะใช้อำนาจของเสด็จพ่อเสด็จแม่บีบบังคับให้เขารับนางเป็ภรรยา ก็ยากเย็นเหลือเกิน เขาอยากได้อำนาจกุมไว้ในมือ นางก็มอบให้เขาทุกอย่าง
นางยอมให้เขาถึงเพียงนี้ อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยามานานเพียงนี้ ไฉนเขาถึงไร้หัวใจกับนางนัก... นางไม่เชื่อหรอกว่า นางจะเปลี่ยนหัวใจเขาไม่ได้ อย่างน้อยเมื่อเขาเสียเซี่ยหลันชิงกับลูกไปแล้ว หัวใจของเขาก็ย่อมมีที่ว่างมากขึ้น อีกไม่นานย่อมลืมเลือนคนรักเก่า และจะหันมารักใคร่ปรองดองกับนางในที่สุด
เสิ่นซิ่วเต๋อไม่สนใจท่าทีขององค์หญิงเหยียนซีอีก เขาเดินตรงไปยังเรือนเล็กที่อยู่ท้ายจวนด้วยความรวดเร็ว การตายของเซี่ยหลันชิงเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป และเป็สิ่งที่ไม่แน่ชัดสำหรับเขา
เื่ที่นางกับลูกตาย เขาหวังว่ามันจะเป็แค่เื่โกหก และหวังว่ามันจะเป็แค่เื่เข้าใจผิด ที่นางอาจทำลงไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
ทว่า... ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็เพียงพื้นดินว่างเปล่า ไม่มีเรือนไม้หลังน้อย ๆ ที่เขาให้คนสร้างไว้อย่างหยาบ ๆ นั่นอีก แต่ถึงที่นี่จะถูกเก็บกวาดไปหมดแล้ว แต่ร่องรอยเขม่าก็ยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ที่นี่เกิดไฟไหม้จริง ๆ ด้วย
“เรือนไม้หลังนั้นเล่า” เสิ่นซิ่วเต๋อหันไปถามบ่าวรับใช้คนหนึ่งที่เดินผ่านมาแถวนั้นพอดี
“ทะ ท่านแม่ทัพ อะ องค์หญิงสั่งให้เก็บกวาดรื้อถอนไปหมดแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้วัยกลางคนเอ่ยอย่างละล่ำละลัก
“พวกนางสองแม่ลูกเล่า พวกนางอยู่ที่ไหน!?” เสิ่นซิ่วเต๋อเอ่ยถามรบเร้า แววตาของเขาจ้องมองบ่าวคนนั้นอย่างคาดหวังในคำตอบ
“อะเอ่อ...”
“ข้าถามว่าพวกนางอยู่ไหน!”
“ตะตะตายแล้วขอรับ..”
[1]ยามจื่อ คือ เวลา 23.00 น.