ก้าวแรกที่เยี่ยเฟยิเหยียบย่างข้ามผ่านประตูเมืองหลวงอันมหึมาของทวีปปราณคราม หลังจากเดินทางตรากตรำลุยโคลนตมมาแรมเดือน สิ่งแรกที่ปรากฏเด่นชัดในใจของเขาไม่ใช่ความตื่นตาตื่นใจในความโอ่อ่าอลังการแต่อย่างใด ทว่ามันคือกลิ่นอายแห่งการแบ่งชนชั้นอันเข้มข้นที่อบอวลอยู่ทุกตารางนิ้ว กำแพงเมืองทำจากหินแกรนิตสีเทาทมิฬสูงค้ำฟ้าวัดความสูงได้นับร้อยวา สลักลวดลายค่ายกลอาคมเรืองแสงสีครามคอยตรวจจับกลิ่นอายสิ่งแปลกปลอมอย่างแ่า ผู้คนในชุดผ้าไหมหรูหราเดินขวักไขว่ด้วยสีหน้าหยิ่งยโส ทว่าสายตาของพวกเขากลับมองข้ามปุถุชนซอมซ่อในชุดผ้าปะชุนหนา ๆ ดุจมองอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
เฟยิกระชับสายห่อผ้าปะชุนข้างกาย แววตาสีม่วงหม่นราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขามีเป้าหมายเดียวที่ค้ำคออยู่ตอนนี้คือการตามหา "หญ้าคืนิญญา" สมุนไพรรักษาจิติญญาที่อัคคีนิลบอกว่าจำเป็ที่สุดในการยื้อและปลุกหลินเสี่ยวชิงให้ฟื้นตื่นจากการหลับใหลยาวนานบนแท่นหินเย็นเยียบในมิติแหวนนิลลึกลับ
ชายหนุ่มเดินสอบถามเส้นทางจากพ่อค้าแผงลอยริมทางด้วยความอดทน แม้จะโดนสายตาเหยียดหยามหรือถ้อยคำรำคาญใจซัดเข้าใส่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในที่สุด เขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าสิ่งก่อสร้างขนาดั์สามชั้นที่สร้างจากไม้เนื้อหอมราคาแพงลิบลิ่ว ลมปราณหนาแน่นแผ่ออกมาจากตัวอาคารจนปุถุชนยังรู้สึกผ่อนคลาย บนป้ายหน้าร้านสลักตัวอักษรทองคำแท้เด่นหราส่งประกายเจิดจ้า: "หอโอสถตระกูลจาง" สถานที่จำหน่ายสมุนไพรและยาเม็ดบำรุงตบะที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลที่สุดในนครหลวงแห่งนี้
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้าไป ด้านในตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวนของตัวยาล้ำค่านานาชนิดที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า บนชั้นวางทำจากแก้วผลึกใสบรรจุสมุนไพรปราณเรืองแสงหลากสีระยิบระยับ เฟยิเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันตัวั์ตระหง่าน ที่ซึ่งมีหลงจู๊วัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดผ้าไหมสีครามเนื้อดีกำลังคัดแยกสมุดบัญชีอยู่
"เรียนท่านหลงจู๊..." เฟยิประสานมือคำนับเอ่ยถามอย่างนอบน้อมและสุภาพขีดสุด "ข้าอยากมาสอบถามว่า ที่หอโอสถตระกูลจางแห่งนี้ พอจะมี 'หญ้าคืนิญญา' จำหน่ายหรือไม่ขอรับ? ราคาเท่าไหร่ข้าก็พร้อมจะหาทางตรากตรำมาจ่ายให้ได้"
หลงจู๊วัยกลางคนชะงักมือที่กำลังตวัดพู่กัน มันละสายตาจากสมุดบัญชีขึ้นมามองเฟยิช้า ๆ ทันทีที่มันเห็นสภาพภายนอกของชายหนุ่ม... เสื้อผ้าหยาบ ๆ ซอมซ่อปะชุนหลายจุด รอยคราบโคลนป่าที่ยังแห้งกรังติดอยู่ตามขอบรองเท้าฟาง แววตาของหลงจู๊ก็แปรเปลี่ยนเป็ความเหยียดหยาม สมเพช และขยะแขยงขีดสุดในพริบตา มันแค่นเสียงหัวเราะลั่นขึ้นจมูกเยาะหยันจนดังสะท้อนไปทั่วร้าน
"หญ้าคืนิญญา? ฮ่า ๆๆๆ ไอ้หนู แกละเมอเดินตกท่อมาจากป่าไหนรึเปล่าวะ?!" หลงจู๊ะโลั่นจนผู้ลากมากดี บุตรหลานตระกูลใหญ่ และผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ในร้านพากันหันมามองเฟยิแล้วหัวเราะคิกคักด้วยความตลกขบขัน "หญ้าคืนิญญามันเป็สมุนไพรปราณระดับปราณฟ้าชั้นสูง! สรรพคุณของมันคือการช่วยเพิ่มตบะลมปราณให้พวกผู้ฝึกตนระดับแกนทองคำหรือสร้างฐานรากได้อย่างมหาศาล และมีไว้สำหรับช่วยรักษาจิติญญาที่แตกสลายล้ำค่าขีดสุด ของพรรค์นั้นน่ะ ต่อให้เ้าเมืองหลวงยังต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเจียดเงินซื้อไหวไหม แล้วขยะปุถุชนชนชั้นล่างที่ไม่มีแม้แต่กลิ่นอายปราณในร่างอย่างแก... จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ! มีเงินจ่ายแค่เศษเสี้ยวใบไม้แห้งของมันรึเปล่ายังไม่รู้เลย!"
"ข้าขอร้องเถอะขอรับ..." เฟยิพยายามข่มกลั้นอารมณ์สุดชีวิต ขบกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับและลำคอปูดโปนเป็สาย สองมือกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อจนเล็บแทบจิกทะลุเนื้อ "สมุนไพรชิ้นนี้จำเป็ต่อการช่วยชีวิตคนสำคัญของข้าจริง ๆ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือแลกด้วยแรงงานทั้งหมดในชีวิตข้าก็ยอม"
"ช่วยชีวิตคนสำคัญ? เหอะ! ชีวิตปุถุชนขยะอย่างพวกแกมันมีค่าพอจะใช้สมุนไพรระดับปราณฟ้าด้วยรึไง? ตาย ๆ ไปซะยังจะรกโลกน้อยกว่าเลย!" หลงจู๊ตบโต๊ะเสียงดังสนัน ปัง! ก่อนที่มันจะล้วงเข้าไปในถุงเงินข้างเอว หยิบเศษเหรียญทองแดงเน่า ๆ สองสามเหรียญโยนลงบนพื้นแทบเท้าของเฟยิ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง แกร๊ง... แกร๊ง... "เอ้า! เอาเศษเงินทิปนี่ไปซื้อหมั่นโถวบูด ๆ กินซะ แล้วไสหัวเน่า ๆ ของแกออกไปจากหอโอสถตระกูลจาง! อย่ามาทำหน้าร้านอันสูงส่งของพวกข้าแปดเปื้อนกลิ่นสาบปุถุชนสกปรกไร้ค่าอย่างแก!"
คำพูดถากถางบดขยี้ศักดิ์ศรีและกิริยาเหยียดหยามดุจหมูสุนัข ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวของเยี่ยเฟยิเย็นเยียบลงฉับพลัน จิตสังหารอนธการในส่วนลึกของสายเืปะทุพลุ่งพล่านจนดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้ม ไอความมืดจาง ๆ เกือบจะะเิออกจากรูขุมขน จนอัคคีนิลในแหวนััได้และต้องรีบะโเตือนสติในหัวด้วยความร้อนรน
"ใจเย็น ๆ ก่อนไอ้หนู! คุมสติไว้! หอโอสถตระกูลจางมีผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานรากขีดสุดคอยเฝ้าอยู่ข้างหลังเพียบ ขืนเ้าลงมือฆ่าไอ้สุนัขรับใช้นี่ตอนนี้ เ้าได้กลายเป็ศพเฝ้าถนนเมืองหลวงแน่! และแม่หนูเสี่ยวชิงจะไม่มีวันได้ฟื้น! ถอยออกมาตั้งหลักเดี๋ยวนี้!"
คำว่าเสี่ยวชิงดึงสติอันบ้าคลั่งของเฟยิกลับมา ชายหนุ่มหลับตาลงช้า ๆ สูดหายใจเข้าลึก ควบคุมกระแสปราณความมืดที่กำลังพลุ่งพล่านะเิชีพจรให้สงบลง ชายหนุ่มไม่ได้ก้มลงเก็บเศษเงินเหยียดหยามบนพื้นดินแม้แต่น้อย เขาลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในตาของหลงจู๊ตระกูลจางด้วยสายตาเรียวยาวที่แผ่รังสีอำมหิตเยือกเย็นดุจนรกโลกันตร์ แววตานั้นทรงพลังและน่ากลัวจนหลงจู๊ที่กำลังหัวเราะลั่นถึงกับสะอึก หน้าถอดสีเป็สีขาวซีดและรู้สึกเสียวสันหลังวาบดุจมีเคียวกระชากิญญามาจ่อที่คอหอยอย่างอธิบายไม่ได้
"วันนี้ตระกูลจางเหยียดหยามข้า... ข้าจะจำเอาไว้" เฟยิเอ่ยเสียงต่ำเยือกเย็น "ในวันหน้า ข้าจะทำให้พวกเ้าทุกคนต้องคุกเข่าร้องขออ้อนวอนข้าเอง!"
ชายหนุ่มสะบัดแขนเสื้อหันหลังก้าวเดินออกจากหอโอสถตระกูลจางทันที ความสิ้นหวังและความเ็ปที่ไร้หนทางแปรเปลี่ยนเป็ไฟแค้นอันบ้าคลั่งในอก เขาตระหนักดีแล้วว่าในโลกเมืองหลวงที่บิดเบี้ยวและเน่าเฟะแห่งนี้ ปุถุชนที่ไม่มีพลังธรรมดาไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น หากอยากได้ความเคารพ ยิ่งอยากได้สมุนไพรล้ำค่ามาช่วยคนรัก... เขาต้องมีอำนาจและแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!
กระแสอารมณ์อันดุเดือดและแรงกดดันมหาศาลบีบคั้นให้พลังสายเือนธการตื่นตัวทะลักทลาย ระหว่างที่เขาเดินก้าวลุยไปตามตรอกมืดท้ายเมืองอันเงียบสงัดและไร้ผู้คน ลมปราณอนธการในร่างของเขาก็หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ะเิคายตัวเสียงดังก้องลึกในจิติญญา ทลายพันธนาการก้าวผ่านขีดจำกัด ทะลวงเข้าสู่ แดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 2 ทันทีในโลกความจริง! พละกำลังและหนทางเดินปราณในร่างขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว ทว่าเฟยิกลับเลือกที่จะสะกดมันเอาไว้ ซ่อนเร้นประกายแสงสีม่วงดำลงสู่ส่วนลึกเพื่อเก็บงำตัวตน
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเปิดรับสมัครสอบเข้า "สำนักวายุคราม" สำนักเซียนใหญ่ที่เป็เป้าหมายในการเข้าไปสืบหาความจริงและ่ชิงทรัพยากรปราณ เฟยิจึงต้องใช้ชีวิตดิ้นรนอยู่ในชนชั้นล่างสุดของเมืองหลวงอย่างไร้ปากเสียง ชายหนุ่มรับจ้างทำงานใช้แรงงานหนักทุกรูปแบบที่ปุถุชนทั่วไปทำเพื่อหาเงินประทังชีวิต ั้แ่การแบกซุงขนาดสามคนโอบ ขนหินอาคมหนักหลายร้อยชั่งจนหลังแทบหัก ไปจนถึงการล้างคอกสัตว์อสูรลากรถของพวกคุณชายตระกูลใหญ่
เขากลืนความัปยศลงคอ ยอมก้มหัวให้พวกผู้บำเพ็ญตนระดับต่ำใช้งานเยี่ยงทาสในยามกลางวัน เก็บงำและซ่อนเร้นกลิ่นอายปราณอนธการอย่างแเีเพื่อไม่ให้ใครจับได้ ส่วนในยามค่ำคืนแทนที่จะใช้ชีวิตฝึกในแหวนนิลให้เวลาข้างนอกหายไป เขากลับฝืนข่มความเหนื่อยล้า ออกมานั่งโคจรปราณขัดเกลาวิชาดรรชนีและม่านอนธการอยู่หลังโรงนาซอมซ่อในโลกความจริงอย่างบ้าคลั่ง นอนวันละไม่ถึงชิ้นธูปเพื่อเร่งสปีดตัวเองบดขยี้เวลา
และนี่คือเหตุผลสำคัญขีดสุด... ที่เขาต้องพยายามเข้าไปฝึกในสำนักใหญ่ที่มีปราณหนาแน่นให้ได้! เพราะการฝึกตนข้างนอกธรรมดามันได้ปราณน้อยและเชื่องช้า แต่หากเขากลับไปใช้แหวนนิลซุ่มฝึกพลังล่ะก็ ด้วยกฎเวลาอันโหดร้ายที่ '1 วันข้างในแหวนพรากเวลาโลกภายนอกไปตั้ง 1 เดือน' ขืนแช่อยู่ในนั้นจนเลื่อนระดับขั้น โลกข้างนอกคงผ่านไปเป็สิบเป็ร้อยปีจนสำนักศัตรูขยายอำนาจกวาดล้างโลก และเสี่ยวชิงคงไม่มีวันได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเขาอีกชั่วนิรันดร์! เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องพาตัวเองเข้าสู่สำนักวายุครามเพื่อแย่งชิงพื้นที่ที่มีปราณหนาแน่นที่สุดในโลกความจริง โดยไม่เสียเวลาชีวิตภายนอกไปแม้แต่วันเดียว!
ที่โรงทานท้ายเมืองหลวงอันทรุดโทรม ท่ามกลางกลิ่นอับและผู้อพยพปุถุชนชั้นล่างที่ไร้บ้าน เฟยิได้พบกับชายหนุ่มเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งคนหนึ่งกำลังนั่งเคี้ยวหมั่นโถวแห้ง ๆ อยู่ตรงมุมมืด ชายหนุ่มคนนั้นมีแววตาดุดันและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการโดนทุบตี เขาชื่อ "หลี่เทียน" จากการพูดคุย เฟยิพบว่าหลี่เทียนเป็ปุถุชนที่มีชะตากรรมขมขื่นไม่ต่างจากเขา ครอบครัวของหลี่เทียนโดนผู้ฝึกตนตระกูลใหญ่ข่มเหงรังแกและแย่งชิงที่ดินไปจนหมดสิทธิ์สิ้นเนื้อประดาตัว หลี่เทียนจึงพยายามเคี่ยวกรำฝึกฝนร่างกาย ออกแรงทำงานหนักเพื่อหวังจะไปสมัครสอบเข้าเป็ศิษย์สายนอกของสำนักวายุครามเช่นกัน ความแค้นและปณิธานอันแรงกล้าที่อยากจะเงยหน้าอ้าปากในโลกโสมมนี้ทำให้ทั้งสองคนเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว
"ในเมืองหลวงนี้ ถ้าแกไม่มีพลัง แกก็เป็ได้แค่ฝุ่นผงให้พวกมันเหยียบย่ำ เฟยิ" หลี่เทียนเอ่ยพลางยื่นหมั่นโถวแห้งอีกครึ่งก้อนให้เฟยิ แววตาของมันสั่นระริกด้วยความแค้น "ข้าจะสอบเข้าสำนักวายุครามให้ได้ ต่อให้ต้องเป็แค่ศิษย์สายนอกที่ทำงานรับใช้ ข้าก็ต้องเก่งขึ้น!"
เฟยิรับหมั่นโถวมาเคี้ยวกลืนลงคอช้า ๆ แววตาสีม่วงหม่นจับจ้องสหายใหม่ "ข้าก็จะเข้าสำนักนั้นเหมือนกัน... หลี่เทียน พวกเราจะเดินหน้าลุยไปด้วยกัน"
ท่ามกลางเงามืดอันหนาวเหน็บและเ็าของนครหลวง สองชายหนุ่มชนชั้นล่างผู้แบกรับความแค้นมหาศาลได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข แบ่งปันเศษอาหาร และดิ้นรนเคี่ยวกรำตนเองร่วมกันจนกลายเป็สหายร่วมอุดมการณ์ที่แน่นแฟ้น พวกเขาเฝ้ารอคอย... รอคอยวันเปิดประตูทดสอบของสำนักวายุครามที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วันที่พวกเขาจะใช้เืและหยาดเหงื่อประกาศให้พวกเซียนจอมปลอมรู้ว่า ปุถุชนก็มีสิทธิ์ที่จะทวงคืนความยุติธรรม!