บทที่ 8 สือเฉิงชางเริ่มสงสัยในตัวบุตรสาว
“ท่านพ่อ ท่านคงยังไม่รู้เมื่อคืนนี้ก่อนที่นักฆ่าผู้นั้นจะหลบหนีไป เขาได้ทำการข่มขู่ข้า บอกว่าเช้าวันรุ่งขึ้นข้าต้องออกไปพบเขาในสถานที่แห่งหนึ่งและห้ามบอกผู้ใดเป็อันเด็ดขาดหากข้าไม่เชื่อฟังเขาก็จะจัดการฆ่าทุกคนในจวนตระกูลสือให้สิ้นซาก เช้าในวันนี้ข้าเลยแอบออกไปนอกจวนเพียงลำพังพอถึงที่นัดหมายก็ได้ยินเสียงสนทนาของนักฆ่าคนเมื่อคืนนี้ใจความว่า 'ลิ้นจี่นี้รสชาติอร่อยดีสมกับที่เป็ของบรรณาการจากแคว้นลี่จริง ๆ'ข้าเลยแอบดู ก็เห็นผลไม้ชนิดนั้นมีลักษณะคล้ายกับที่ท่านพ่อนำเข้ามาให้ข้าเ้าค่ะ”
สือซิ่วอิงโกหกเป็ตุเป็ตะพอพูดจบก็แอบปาดเหงื่อเย็นที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผากเบา ๆ
สือเฉิงชางเบิกตาโพลงด้วยความใใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของบุตรสาวจอมแก่นแก้วของตนเบา ๆ พร้อมเอ่ยตำหนิ
“เ้านี่นะ ถูกใครขู่นิดหน่อยก็กลัวแล้วเ้าลืมไปแล้วหรือว่าพ่อของเ้าเป็ถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ทรงอำนาจในราชสำนักอยู่ใต้คน ๆ เดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น มีหรือที่จะปกป้องบุตรสาวและคนในครอบครัวของตนมิได้ต่อไปห้ามเ้าทำและตัดสินใจโดยพลการเช่นนี้อีก เข้าใจหรือไม่”
สือซิ่วอิงโผเข้ากอดผู้เป็บิดาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเอ่ยด้วยน้ำตานองหน้า
“ฮือ ๆ ๆ…ท่านพ่อคงยังไม่ทราบว่านักฆ่าผู้นั้นคือใครวันนี้หากข้าไม่ได้องค์ชายสี่ช่วยไว้ได้ทันล่ะก็ ท่านคงต้องแบกโลงศพไปใส่ร่างข้ากลับมาที่จวนแล้วล่ะฮือ ๆ ๆ”
อิงเอ๋อร์ ! ! !
“เหตุใดเ้าถึงได้พูดจาเป็อัปมงคลเช่นนี้เล่ามันผู้ใดที่กล้ามาทำร้ายบุตรสาวอันเป็ที่รักของข้า ข้าขอสาบานต่อฟากฟ้า แม้ต้องตายก็จะลากมันลงนรกไปด้วย”
เขากล่าวด้วยท่าทีขึงขังน่ากลัวไม่อ่อนโยนอ่อนหวานเหมือนตอนที่ปลอบนาง
“อิงเอ๋อร์อย่าได้กลัวไปมีพ่ออยู่ แม้ฟ้าจะถล่มดินจะทลายพ่อก็จะใช้สองมือปกป้องเ้าไว้ให้จงได้…ว่าแต่เมื่อครู่เ้าบอกว่านักฆ่าผู้นั้นคือใครนะ”
สือซิ่วอิงหรี่ตาแคบเป็แววอันตรายสีหน้าเผยความอาฆาตแค้นชิงชัง เพื่อความปลอดภัยของตน นางจะต้องบอกให้กับบิดารู้ทุกอย่างนางจะไม่เก็บงำความสงสัยไว้กับตัวเองเด็ดขาดเพราะมันไม่เป็ผลดีต่อตนแถมยังปวดหัวอีกดีไม่ดีอาจเป็บ้าเสียสติไปก่อนที่จะได้องค์ชายสี่มาเชยชม นางไม่อยากเสี่ยงหรอกนะสือเฉิงชางมีอำนาจมากเขาต้องปกป้องนางได้อย่างแน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงรีบเอ่ย
“นักฆ่าผู้นั้นก็คือองค์รัชทายาทเ้าค่ะท่านพ่อ”
สือเฉิงชางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงในคำตอบของบุตรสาวเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักฆ่าผู้นั้นจะเป็ถึงองค์รัชทายาท หากเป็เช่นนั้นจริง ๆแล้วล่ะก็ เื่นี้คงจะยุ่งยากมากขึ้นเสียแล้ว แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งว่าเหตุใดองค์รัชทายาท้าสังหารบุตรสาวของเขาด้วยนั่นไม่เท่ากับว่าเป็การแตกหักสร้างศัตรูคู่แค้นกับตระกลูสือหรอกหรือ แทนที่จะผูกมิตรและดึงเขาเข้าเป็พวกเพื่อสนับสนุนพระองค์ให้ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างราบรื่นจะไม่เป็การดีกว่าหรือ…สือเฉิงชางยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
“อิงเอ๋อร์ เ้าแน่ใจหรือว่านักฆ่าผู้นั้นคือองค์รัชทายาทจริง ๆ”
สือซิ่วอิงกอดบิดาแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมเอ่ยอย่างน่าสงสาร
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านพ่อวันนี้พระองค์ไม่ได้ปิดบังใบหน้าและ้าสังหารข้าอีกครั้ง โชคดีที่องค์ชายสี่ผ่านทางมาแล้วช่วยข้าไว้ได้ทันเ้าค่ะ”
สือเฉิงชางกอดบุตรสาวไว้แน่นด้วยความสงสารและเ็ปหัวใจ
“โถ่…บุตรสาวผู้น่าสงสารของข้าพ่อจะไม่ปล่อยผ่านเื่นี้ไปอย่างง่ายดายโดยเด็ดขาด องค์รัชทายาทจะต้องได้รับบทเรียนที่กล้ามาแตะต้องบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของข้าเ้าจงไปนอนพักผ่อนให้สบายใจเสียเถิดพ่อจะจัดกลุ่มองครักษ์เพิ่มเป็สองเท่ามาอารักขาที่เรือนของเ้า ส่วนเื่การแก้แค้นนั้นคงต้องใช้เวลาสักพัก”
สือซิ่วอิงยกมุมปากเผยยิ้มเล็กน้อยอย่างเ้าเล่ห์ในเมื่อนางบรรลุเป้าหมายแล้วก็ไม่อิดออดอีกต่อไป รีบผละออกจากอ้อมกอดของบิดาก่อนเอ่ย
“ลูกทราบแล้วจะทำตามที่ท่านพ่อบอกเ้าค่ะ”
สือเฉิงชางยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางเบาๆ อย่างอ่อนโยนด้วยความรักและทะนุถนอม
“เด็กดีของพ่อ”
สือซิ่วอิงหัวเราะ แหะ ๆตั้งจิตอธิษฐานอยู่ภายในใจ
'โอ้เง็กเซียนฮ่องเต้บน์ชั้นฟ้า โปรดอภัยให้แก่ข้าน้อยด้วยเถิด ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจที่จะโกหกบิดาเลยนะแต่มันจำเป็จริงๆ'
ในห้องโถงบรรพบุรุษ
“เจินเอ๋อร์ เ้าทานอะไรหน่อยเถอะนะแม่อุตส่าห์ให้คนครัวทำแต่ของโปรดของเ้าทั้งนั้นเลย”
สือฮูหยินพูดเกลี้ยกล่อมบุตรสาวอย่างไม่ยอมลดละด้วยความกระวนกระวายใจ
สือซูเจินคุกเข่าเชิดหน้า สายตามองตรงไปข้างหน้าที่มีป้ายิญญาบรรพบุรุษของตระกูลสือตั้งเรียงรายอยู่มากมายริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันให้กับตนเอง
“ท่านแม่อย่าได้ทำเช่นนี้อีกเลยนะเ้าคะหากท่านพ่อรู้ว่าท่านแอบนำอาหารมาให้ข้ากิน คนที่จะเดือดร้อนจริง ๆ ก็คือตัวท่านเองทุกวันนี้พวกเราสองแม่ลูกก็ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากพออยู่แล้ว ลูกไม่อยากให้มันแย่ไปกว่านี้เ้าค่ะ”
“เจินเอ๋อร์…แม่ขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องเ้าได้ทุกอย่างเป็เพราะนังแพศยาสือซิ่วอิงนั่นคนเดียว หากไม่มีนางพ่อของเ้าก็คงจะไม่ใจร้ายกับพวกเราสองแม่ลูกมากขนาดนี้”
สือซูเจินแววตาวูบไหว เริ่มไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนได้คิดติดค้างอยู่ภายในใจมาเนิ่นนานแล้ว
“ท่านแม่…ท่านบอกข้ามาตามตรงเถิดว่าสือซิ่วอิงจริงๆแล้วนางเป็ใครกันแน่”
สือฮูหยินถึงกับหยุดชะงักแววตาสั่นไหวเหมือนว่านางกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่
“เจินเอ๋อร์ เ้าอย่าได้คิดเหลวไหลสือซิ่วอิงนางก็คือพี่รองของเ้า เป็บุตรสาวที่ข้าได้ให้กำเนิดกับพ่อของเ้า ต่อไปอย่าได้พูดจาเลอะเทอะเช่นนี้อีกเข้าใจหรือไม่”
สือฮูหยินเอ่ยวาจาแข็งกร้าวไม่อ่อนโยนเหมือนเดิมจนสือซูเจินถึงกับผงะเพราะใกับการตอบสนองที่รุนแรงจนเกินไปของมารดา
“ทะ…ท่านแม่…เหตุใดต้องดุด่าข้ามากขนาดนี้ด้วยเล่าเ้าคะ”
นางทำท่าเหมือนคนจะร้องไห้ดูช่างน่าสงสารนัก สือฮูหยินได้สติโดยพลันจึงรีบเข้าไปโอบกอดบุตรสาวอันเป็ที่รักเอ่ยอย่างอ่อนโยน
“เจินเอ๋อร์ สิ่งไหนที่เ้าไม่ควรพูดเ้าก็อย่าได้พูดมันออกมาเลย หากรู้ไปถึงหูพ่อของเ้าพวกเราสองแม่ลูกได้ตายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน”
สือซูเจินนางไม่เข้าใจจริง ๆว่าเพียงเพราะตนได้ตั้งคำถามเช่นนั้นออกไป ถึงกับจะทำให้บิดาต้องลงมือสังหารเลยหรือนางพยายามขบคิดไปมาสักพักจึงเบิกตาโพลงด้วยความใสุดขีด
ในห้องหนังสือ
บุรุษวัยกลางคนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากัน เขาหลับตาครุ่นคิดซ้ำไปวนมาสักพักจึงเบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ชางเจ๋อ !
เงาดำวูบไหวพลันปรากฏร่างชายในชุดดำท่าทางขึงขังน่ากลัวรัศมีแห่งการฆ่าฟันแผ่กระจายออกมาจากร่างกายอย่างปิดไม่มิด เขาคุกเข่าหนึ่งข้างก้มศีรษะกล่าว
“ขอรับนายท่าน”
“เ้าจงไปตรวจสอบให้ข้าสองเื่เื่แรกเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวขององค์ชายรัชทายาทว่าตอนนี้พระองค์กำลังทำการใหญ่อะไรอยู่หรือไม่จะเื่เล็กหรือเื่ใหญ่ เ้าจงไปตรวจสอบมาให้หมด ส่วนเื่ที่สอง จงไปตรวจสอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอิงเอ๋อร์และองค์ชายสี่แล้วมารายงานให้ข้าฟังอย่างละเอียด จำไว้ว่าอย่าละเลยจุดสำคัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็อันเด็ดขาด”
“ขอรับนายท่าน”
“เ้าไปได้”
เงาดำวูบไหวในห้องเหลือเพียงสือเฉิงชางที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตามลำพังไหนเลยจะมีชายชุดดำคนดังกล่าวอยู่อีก เขาเอ่ยพึมพำกับตนเองในลำคอเบา ๆ
“อิงเอ๋อร์ เหตุใดเ้าถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนเช่นนี้เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่”
ก๊อก ๆ ๆ
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงเอ่ยรายงานของพ่อบ้านสือ
“นายท่านขอรับสาวใช้จากเรือนของฮูหยินใหญ่ มาเชิญนายท่านให้ไปค้างคืนที่เรือนตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่ขอรับ”
“เ้าจงบอกกับนางเสียว่าไม่ต้องรอเพราะคืนนี้ข้าจะไปค้างที่เรือนของหูอี๋เหนียง อีกอย่าง….” สือเฉิงชางหยุดพูดไปสักครู่จึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงอันตราย
“เื่ที่นางแอบเอาอาหารไปให้เจินเอ๋อร์อย่าคิดว่าจะสามารถตบตาข้าได้ หากนางยังกล้าขัดคำสั่งข้าอีกครั้งละก็…อย่าหาว่าข้าผู้นี้ไร้น้ำใจก็แล้วกัน”
สาวใช้ที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกย่อมได้ยินทุกถ้อยวาจาของสือเฉิงชาง นางหวาดกลัวจนตัวสั่นรีบย่อกายทำความเคารพและจากไปทันที
เพล้ง !
กรี๊ดดด…!
“หูอี๋เหนียงกระนั้นรึ…แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
สือฮูหยินสีหน้าดำทะมึนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด่าสาปส่งหูอี๋เหนียงอย่างโกรธแค้น สาวใช้ภายในเรือนต่างพากันก้มหน้าลงต่ำอย่างหวาดกลัว