ขณะนั่งอยู่บนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าของรถเฟอร์รารี่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น หลินเฟิงแอบมองไปทางหลิวเยว่หรู เห็นเพียงอีกฝ่ายกำลังบังคับพวงมาลัยอย่างสบาย ๆ มุมปากก็มีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่
เมื่อเลื่อนสายตาลงมา หลินเฟิงก็แอบเหล่หน้าอกของหลิวเยว่หรู เพราะตรงนั้นมีเข็มขัดนิรภัยคาดผ่าน และรัดเข้าไประหว่างูเาทั้งสองลูกโดยตรง ทำให้ความเต่งตึงที่มีอยู่เดิมดูโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก!
D? หรือว่า F?
แสงค่อนข้างมืด มองด้วยตาเปล่าเพื่อกะขนาดจริงไม่ออกเลยจริง ๆ !
สาวสวยรวยเสน่ห์ที่หุ่นแซ่บขนาดนี้ ในอนาคตจะแต่งงานกับผู้ชายคนไหนกันนะ?
คิดไปคิดมา จู่ ๆ หลินเฟิงก็เปิดช่องเก็บของในระบบขึ้นมา สายตาก็มองไปที่ด้ายแดงเส้นที่สอง เขาลองอีกสักครั้งดีไหมนะ?
[ติ๊ง! โปรดทราบ ้าใช้ไอเทม ด้ายแดง หรือไม่?]
เสียงแจ้งเตือนของระบบทำให้หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวใจเต้นรัวขึ้นมา เห็นเพียงเขาลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็พูดในใจว่า 'ใช่!'
[ติ๊ง! โปรดเลือกเป้าหมายที่จะใช้ด้ายแดง]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอีกครั้ง หลินเฟิงกวาดสายตามองไปที่หลิวเยว่หรูซึ่งนั่งอยู่บนเบาะคนขับตามสัญชาตญาณ
[ติ๊ง! ใช้ไอเทมด้ายแดงสำเร็จ]
เห็นเพียงด้ายแดงในช่องเก็บของกลายเป็ลำแสงพุ่งไปยังหลิวเยว่หรู ในขณะเดียวกัน ระหว่างมือซ้ายของหลินเฟิงและมือขวาของหลิวเยว่หรู จู่ ๆ ก็มีเส้นด้ายสีแดงปรากฏขึ้นมา!
ด้ายแดงเส้นนี้เปล่งแสงนวลตากะพริบต่อเนื่องสองสามครั้ง จากนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
ตลอดกระบวนการทั้งหมด หลินเฟิงไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ และหลิวเยว่หรูก็เช่นกัน เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองถูกหลินเฟิงผูกด้ายแดงเอาไว้
จบแค่นี้เองเหรอ? ทำไมถึงยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก?
หรือว่าจะเป็เพราะสถานะความเป็จริงของทั้งสองฝ่ายมีความยากในการแต่งงานแตกต่างกันมากเกินไป เลยทำให้ด้ายแดงก็ไม่สามารถผูกบุพเพของทั้งสองคนเอาไว้ได้?
หลินเฟิงยิ้มเจื่อนพร้อมกับส่ายหน้า รู้สึกมาตลอดเลยว่าด้ายแดงเส้นนี้มันกำลังหลอกลวงเขาอยู่! ระบบ ฉันขอคืนสินค้า!
...
จนกระทั่งหลิวเยว่หรูขับรถมาส่งหลินเฟิงถึงหน้าประตูหมู่บ้านหลานหยวน อีกฝ่ายก็ยังคงไม่พูดกับเขาสักคำ ดังนั้นหลินเฟิงจึงทอดถอนใจอยู่เงียบ ๆ
'เอาเถอะ! จับมือล้มเหลว ขอเชิญแขกรับเชิญชายเดินคอตกออกจากรายการไปได้!'
หลินเฟิงโบกมือลาหลิวเยว่หรูด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย จากนั้นก็เดินกลับบ้านของตัวเองตามลำพัง ทว่าเขายังไม่ทันจะได้ดื่มน้ำสักอึก ประตูห้องก็ถูกคนเคาะเสียแล้ว
หลินเฟิงเปิดประตูห้องออกไปดู นึกไม่ถึงว่าคนที่ยืนอยู่ข้างนอกจะเป็ 'เพื่อนบ้านแสนดี' ของเขา ซูเม่ยนั่นเอง!
"หลินเฟิง ฉันมีเื่สำคัญจะมาบอกนาย" บนใบหน้าของซูเม่ยฉายแววร้อนใจเล็กน้อย
"เื่อะไรล่ะ?" หลินเฟิงถามด้วยความอยากรู้
"วันนี้นายไปตีใครมาหรือเปล่า?" ซูเม่ยจ้องมองตาของหลินเฟิงแล้วถาม
"ตีคน?" หลินเฟิงยังไม่ทันได้ตอบสนอง
"เื่มันเป็อย่างนี้ เมื่อบ่ายวันนี้ ที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลของพวกเรามีคนเจ็บถูกส่งตัวมา แถมยังถูกตำรวจพามาด้วย..."
ซูเม่ยเล่าเื่ทั้งหมดที่เธอได้ยินในห้องพักผู้ป่วยวันนี้ออกมา ในตอนท้าย เธอยังมองหลินเฟิงด้วยสีหน้าเป็ห่วง ดูเหมือนว่ากำลังร้อนใจแทนเขาอยู่
หลินเฟิงมองซูเม่ยด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็ถามว่า "ทำไมเธอถึงมาบอกเื่นี้กับฉันล่ะ?"
"พวกเราเป็เพื่อนบ้านกัน ไม่สมควรที่จะบอกเื่นี้กับนายหรือไง?" ซูเม่ยถามกลับ
"เอ่อ... ก็ได้ ขอบใจเธอมากนะที่มาส่งข่าว" หลินเฟิงลูบจมูกตัวเองแล้วตอบ
"แล้วตอนนี้นายตั้งใจจะทำยังไง? จะแจ้งความไหม?" ซูเม่ยถามด้วยความกังวล
"ไม่ต้องหรอก" หลินเฟิงส่ายหน้า
"แล้วถ้าเกิดอีกฝ่ายมาหานายเจอ นายจะทำยังไงล่ะ?" ซูเม่ยถามต่อ
"ก็ตีกลับไปสิ!" หลินเฟิงหรี่ตาลง จากนั้นก็พูดด้วยความห้าวหาญสุด ๆ ว่า "ในเมื่อมันคิดจะหักขาฉันทั้งสองข้าง งั้นฉันก็จะทุบกระดูกทั้งตัวของมันให้แหลกไปเลย!"
"หา?" ซูเม่ยเอามือปิดปากร้องอุทาน
"เธอคิดว่าฉันโหดร้ายไปไหม?" หลินเฟิงจู่ ๆ ก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา
"แต่ว่า ฉันได้ยินมาว่าอีกฝ่ายเป็พวกอันธพาล ในมือของพวกมันน่าจะมีอาวุธนะ..." ซูเม่ยยังคงกังวลเื่ความปลอดภัยของหลินเฟิง
"นี่ซูเม่ย ทำไมจู่ ๆ เธอถึงได้เป็ห่วงฉันขนาดนี้ล่ะ?" หลินเฟิงถามด้วยสีหน้าแปลก ๆ
"ใคร... ใครเป็ห่วงนายกัน?" ซูเม่ยหน้าแดงก่ำ พูดจาติด ๆ ขัด ๆ ขึ้นมา
"เอาล่ะ เื่นี้เธอไม่ต้องมายุ่งหรอก ฉันรับมือเองได้" หลินเฟิงโบกมือแล้วพูด
"อ้อ งั้นนายก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน"
"ยังมีธุระอะไรอีกไหม?"
"เอ่อ... หลินเฟิง ขอแอดเพื่อนในวีแชตหน่อยได้ไหม? วันหลังถ้ามีเื่อะไร จะได้ติดต่อกันสะดวก ๆ "
"ได้สิ"
...
ด้วยเหตุนี้ หลินเฟิงกับซูเม่ยก็เลยแอดเพื่อนในวีแชตซึ่งกันและกัน นี่เป็ครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองคนเป็เพื่อนบ้านกันมาเกือบครึ่งปี ที่ได้รับช่องทางการติดต่อของอีกฝ่าย
หลังจากกลับเข้ามาในห้อง หลินเฟิงก็จมอยู่ในภวังค์ความคิดทันที จากปากของซูเม่ยทำให้รู้ว่า ไอ้หน้าขาวที่ถูกตัวเองเตะปลิวเข้าโรงพยาบาลมีชื่อว่าต้วนเจี๋ย
ตัวการสำคัญของเื่นี้ก็คือต้วนเจี๋ยนั่นแหละ หลินเฟิงก็แค่คุยกับแฟนสาวของมันแค่สองประโยค มันก็คิดจะลงมือตีคนแล้ว
หลังจากที่ถูกหลินเฟิงสั่งสอนไปหนึ่งยก ต้วนเจี๋ยยังคิดจะแก้แค้นหลินเฟิง ถึงขั้นจะเรียกคนมาหักขาของหลินเฟิงทั้งสองข้าง?
เคยเห็นคนกำเริบเสิบสานมาเยอะ แต่หลินเฟิงไม่เคยเห็นไอ้ลูกเต่าที่มันกำเริบเสิบสานขนาดนี้มาก่อนเลย!
ในเมื่อแกคิดจะเล่นงานฉันให้ตาย งั้นก็อย่ามาโทษที่ฉันต้องลงมืออำมหิตก็แล้วกัน!
ในวินาทีนี้ สภาพจิตใจของหลินเฟิงได้เปลี่ยนไปแล้ว
กระต่ายตอนจนตรอกยังกัดคน นับประสาอะไรกับหลินเฟิงที่เป็ผู้ชายวัยหนุ่มแน่นและมีเืเนื้อ!
...
หลินเฟิงที่กำลังคิดเื่ราวในใจ นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงยังไงก็หลับไม่ลง จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือแอปเปิลที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็ดังแจ้งเตือนข้อความขึ้นมาติด ๆ กันหลายครั้ง
หลินเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากใต้หมอนแล้วดู บนใบหน้าก็ปรากฏความประหลาดใจขึ้นมาทันที
ฉู่อิ๋งอิ๋ง หลิวเยว่หรู ซูเม่ย แล้วก็จางเสี่ยวมาน นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเธอจะส่งข้อความวีแชตมาหาเขาพร้อมกันในเวลานี้!
หลินเฟิงมองดูเวลาบนโทรศัพท์มือถือตามสัญชาตญาณ เวลาสี่ทุ่มตรง เวลานี้ไม่ใช่ว่าสมควรจะเข้านอนแล้วหรอกหรือ?
ทำไมแต่ละคนถึงเลือกส่งวีแชตมาหาเขาในเวลานี้กันนะ? หรือว่าเวลาแห่งการจีบสาวของเขาจะมาถึงแล้ว?
หลังจากใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกโทรศัพท์ หลินเฟิงก็ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเปิดหน้าต่างแชตของฉู่อิ๋งอิ๋ง เห็นเพียงบนหน้าจอปรากฏตัวหนังสือเรียงกัน
เนื้อหาคร่าว ๆ ก็คือบอกให้หลินเฟิงอย่าเอาเื่ในวันนี้ไปป่าวประกาศที่ไหน ในเมื่อสถานีตำรวจมีเศษสวะแบบนี้โผล่มา มันจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อระบบตำรวจทั้งหมดอย่างมาก
ดังนั้น หลินเฟิงจึงพิมพ์ข้อความตอบกลับไปโดยไม่คิดว่า
[หลินเฟิง : คุณเลี้ยงข้าวผมสักมื้อสิ ถือซะว่าเป็ค่าปิดปาก]
[ฉู่อิ๋งอิ๋ง : ตกลง!]
[หลินเฟิง : วันเวลาและสถานที่ผมจะเป็คนกำหนด ถึงตอนนั้นจะแจ้งให้คุณทราบอีกที]
[ฉู่อิ๋งอิ๋ง : ได้!]
เมื่อดูจากเครื่องหมายอัศเจรีย์นี้ หลินเฟิงมั่นใจสุด ๆ เลยว่า ในตอนนี้ฉู่อิ๋งอิ๋งจะต้องกำลังจ้องโทรศัพท์มือถือของตัวเองด้วยสายตาที่เ็าอยู่อย่างแน่นอน
พอคิดถึงสายตาอาฆาตแบบนั้นของฉู่อิ๋งอิ๋ง หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
บ้าเอ๊ย! คุณขู่ใครกันล่ะ? วาสนาด้ายแดงล้มเหลวไปแล้ว ยังไม่อนุญาตให้ผมรีดไถข้าวคุณสักมื้อเลยหรือไง? อย่างน้อยก็จากกันด้วยดีสิ...