ตอนที่ 7 ขี้เมา
พอได้ยินว่าหมอหลวงซ่งมาแล้ว เหล่านายท่านและฮูหยินทั้งหลายก็ต่างมองไปที่หน้าประตู สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าได้ยกูเาออกจากอกแล้ว
ถังชิงหลวนถอยห่างออกมาอย่างรู้หน้าที่ สุขภาพร่างกายของฮูหยินผู้เฒ่าย่อมถือว่าสำคัญที่สุด ตัวนางเองปกติก็แค่ตรวจโรคเล็กน้อยทั่วไปให้กับเหล่าคุณหนูเท่านั้น ทุกคนย่อมต้องเชื่อหมอหลวงมากกว่าเชื่อนางอยู่แล้ว
หมอหลวงซ่งอายุราวสี่สิบปี พอเดินเข้ามาก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “คนมากไปแล้ว พวกท่านโปรดออกไปรอด้านนอกก่อน อากาศร้อนเช่นนี้ คนป่วยจะอึดอัดแย่”
นายท่านใหญ่ซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกันกับหมอหลวงซ่งจึงหันไปพูด “น้องสาม น้องสี่ พวกเ้าออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ”
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่อยู่ในห้องจึงเดินออกไปกันอีกหลายคน นายท่านใหญ่กวาดสายตารอบหนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังมองหาใคร พอไม่พบก็เริ่มขมวดคิ้ว ถังชิงหลวนเองก็เดินออกไปด้านนอกเช่นกัน พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่กำลังวิ่งมาจากข้างนอกด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ พอเห็นนางอีกฝ่ายก็จ้องเขม็งแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในเรือนทันที
จากนั้นเสียงเข้มของนายท่านใหญ่ก็ดังออกมาจากในเรือน “เ้าไปไหนมา เหตุใดถึงไม่อยู่ข้างๆ ฮูหยินผู้เฒ่ากัน”
ฮูหยินใหญ่อธิบายด้วยน้ำเสียงแ่เบา “เสื้อผ้าของข้าเปียกน้ำจึงกลับไปเปลี่ยน...เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นคิดไม่ถึงเลยว่า...ฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็เช่นนี้”
จากนั้นก็ไม่ได้ยินนายท่านใหญ่กล่าวอะไรอีก
ถังชิงหลวนเพิ่งจะเดินออกมาด้านนอกก็ถูกกู้เย่ว์ซีดึงแขนเสื้อไว้แล้วเดินนำออกไป
ถังชิงหลวนไม่ได้ตามอีกฝ่ายไป นางยังคงยืนอยู่หน้าเรือนเพื่อฟังผลการตรวจของหมอหลวงซ่ง เป้าหมายที่นางมาวันนี้ก็เพราะต้องดูแลฮูหยินผู้เฒ่า และตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็เกิดไม่สบายขึ้นมาจริงๆ แล้วนางจะไปไหนได้อย่างไร
แต่ทว่ากู้เย่ว์ซีก็เหมือนจะมีเื่เช่นกัน พอเห็นว่านางมิได้ตามมาจึงเดินกลับมาหาแล้วก้าวเข้ามากระซิบข้างหูนาง “ข้างนอกมีคนที่ดื่มเหล้าหนักมากจนรู้สึกไม่สบายหน้าอก เ้าจะไม่ไปดูหน่อยหรือ”
ถังชิงหลวนเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่าย “เป็คุณชายหรือเ้าคะ”
กู้เย่ว์ซีพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ”
“ไม่ไปเ้าค่ะ” ถังชิงหลวนตอบ
กู้เย่ว์ซีก็มิได้มีสีหน้าไม่พอใจแต่อย่างใด กลับทำท่าคล้ายอยากจะหัวเราะเสียด้วยซ้ำ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงเบา “เ้านั่นเป็โรคหัวใจอยู่เล็กน้อยด้วยนะ ดื่มเหล้าเข้าไปมากขนาดนั้นจะไม่เป็ไรจริงหรือ”
ถังชิงหลวนขมวดคิ้วแล้วจ้องมองอีกฝ่าย คุณชายท่านนี้ก็เหมือนกัน ทั้งที่รู้ว่ามารดาของตนไม่ชอบให้เข้าใกล้นางแต่ก็ชอบทำเป็ไม่รู้เื่อยู่เรื่อย ขอแค่ได้เห็นนางก็ชอบเข้ามาหาเื่คุยด้วยอยู่ร่ำไป...
แน่นอนว่าในใจถังชิงหลวนนั้นเข้าใจดี ทว่าเพราะความชิงชังของฮูหยินใหญ่ทำให้นางไม่อยากเข้าใกล้กู้เย่ว์ซีมากนัก แต่การที่กู้เย่ว์ซีทำเช่นนี้คนที่ลำบากก็คือตัวนางเอง ไม่แน่ว่าฮูหยินใหญ่อาจถึงขั้นคิดว่านางอยากสร้างสัมพันธ์เพื่อหวังผลประโยชน์จึงตั้งใจเชิญชวนกู้เย่ว์ซีให้สนใจก็เป็ได้
ดังนั้นนางจึงตอบปฏิเสธ แต่ฟังคำพูดของกู้เย่ว์ซีแล้วนางก็เริ่มคิดในมุมมองของคนเป็หมอขึ้นมาทันที หัวใจมีปัญหาก็ยังจะดื่มเหล้า คนคนนั้นคงอยากตายจริงๆ สินะ...
ถังชิงหลวนทำไม่ได้จริงๆ ที่จะเพิกเฉยต่อคนป่วยที่อยู่ใกล้จึงได้แต่ถอนหายใจ “แล้วคนคนนั้นอยู่ไหนหรือเ้าคะ?”
กู้เย่ว์ซีเองก็เข้าใจนางดี เมื่อได้ยินว่าสุดท้ายนางก็ยินยอมจึงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นเ้าก็ตามข้ามาเถอะ” พูดจบก็เดินออกไป
ถังชิงหลวนยกกล่องยาเดินตามออกไป
เมื่อเดินตามกู้เย่ว์ซีออกมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า คนที่อยู่รอบข้างก็น้อยลง กู้เย่ว์ซีจึงยื่นมือมาหวังจะช่วยนางถือกล่องยา แต่นางกลับเบี่ยงตัวหลบ “ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ”
กู้เย่ว์ซีก็ไม่บังคับแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เ้าไม่ต้องกังวลเื่ฮูหยินผู้เฒ่าหรอก เ้าบอกเองมิใช่หรือว่าแค่เสียงดังเกินไป”
ถังชิงหลวนมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจ “คนที่ควรจะเป็กังวลเื่ฮูหยินผู้เฒ่าคือทายาทอย่างท่านมิใช่หรือเ้าคะ”
กู้เย่ว์ซีหัวเราะออกมาอีก “ข้าว่าเ้าคงกลัวฮูหยินผู้เฒ่าจะป่วยแล้วถูกท่านแม่ข้าตำหนิเสียมากกว่า แต่วางใจเถอะ นี่มิใช่ความผิดของเ้าเสียหน่อย ท่านแม่ไม่มีทางตำหนิเ้าหรอก”
ถังชิงหลวนอยากจะหัวเราะเยาะเสียจริงๆ ในสายตาของลูกชาย ฮูหยินใหญ่คงเป็คนที่มีเมตตาและอ่อนโยนมากเลยสินะ! นางได้แต่อดทนเก็บความรู้สึกเอาไว้ในใจ
“คุณหนูถัง ต้นป้อเหอ[1]ที่เ้าปลูกไว้คราวก่อนยังมีอีกหรือไม่ ยกให้ข้าอีกสักกระถางได้หรือเปล่า” กู้เย่ว์ซีมองนางแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ถังชิงหลวนแปลกใจ “ไม่ใช่ว่าข้าให้ท่านไปสองกระถางแล้วหรือ”
“ข้ากินหมดแล้ว” กู้เย่ว์ซีกล่าวกลั้วหัวเราะ
ถังชิงหลวนมองอีกฝ่ายอย่างหมดคำพูด
กู้เย่ว์ซีหัวเราะแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ก็เ้าเป็คนบอกเองมิใช่หรือว่าใบของมันเด็ดออกมาเคี้ยวกินได้ บำรุงสายตา คลายความร้อน ทำให้ผ่อนคลายสบายใจ” เขากล่าวแล้วมองนางด้วยรอยยิ้ม “ฤดูร้อนแบบนี้กินไปสักสองใบมันแก้กระหายได้จริงด้วย”
“เพราะแบบนั้นท่านจึงเด็ดใบป้อเหอทั้งสองต้นกินจนหมดเลยงั้นหรือ” ถังชิงหลวนรู้สึกอยากจะหัวเราะ “ท่านนี่...”
ที่จริงก็อยากจะพูดหยอกว่าท่านเป็วัวหรืออย่างไรถึงได้กินใบหญ้าเก่งขนาดนี้ แต่พูดได้แค่สองคำก็ต้องหยุด ช่างเถอะ อย่าไปล้อเล่นกับคนผู้นี้จะดีกว่า ตอนนี้ควรจะระวังและรักษาระยะห่างจากเขาให้มากที่สุด ไม่ควรไปสร้างความเข้าใจผิดให้กับเขา ตอนนี้ถังชิงหลวนก็มีเื่ยุ่งของเรือนหลังมากพออยู่แล้ว ไม่อยากสร้างเื่เพิ่มขึ้นมาอีก
กู้เย่ว์ซีมองนางยิ้มๆ “ข้าทำไมหรือ ทำไมพูดแล้วไม่พูดให้จบเล่า”
ถังชิงหลวนจึงรีบเปลี่ยนเื่ทันที “คนผู้นั้นอยู่ที่ใดหรือเ้าคะ ให้ข้าไปนอกเรือนอย่างนั้นหรือ”
กู้เย่ว์ซีที่ตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเดินมาถึงเรือนทายาทแล้วรีบพูดขึ้น “แน่นอนว่าไม่ เ้ารออยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะให้คนพยุงเขามา เมื่อครู่ที่ข้าไปดูฮูหยินผู้เฒ่าก็ดูเหมือนเขาจะก่อเื่ขึ้นอีกแล้ว...”
พูดถึงตรงนี้ก็หัวเราะออกมา แต่เพราะเกรงว่าถ้าพูดมากไปถังชิงหลวนจะไม่ยอมดูคนป่วยให้ จึงหัวเราะร่าแล้วรีบวิ่งออกไป
ถังชิงหลวนถอนหายใจออกมา นางกลับมาที่เรือนทายาทอีกครั้ง แต่ว่าบริเวณนี้เป็เรือนของนายท่านใหญ่และฮูหยินใหญ่ วันนี้บรรดาแขกที่มาล้วนแต่อยู่กับฮูหยินผู้เฒ่า ที่นี่จึงเหลือคนอยู่ไม่มาก
สาวใช้นางหนึ่งพอเห็นถังชิงหลวนก็เดินเข้ามาทักทาย เมื่อรู้ว่าคุณชายใหญ่เป็คนพานางมาเพื่อจะตรวจโรคจึงรีบเชิญนางเข้าไปพักในเรือน
ทว่าถังชิงหลวนปฏิเสธแล้วเดินไปนั่งรออยู่ใต้ศาลาเพิงองุ่นแทน สาวใช้ผู้นั้นจึงไปนำชามาให้นาง
ถังชิงหลวนเพิ่งจะจิบชาไปได้อึกหนึ่ง สาวใช้ร่างใหญ่สองคนก็ประคองคนซึ่งกำลังเมามายผู้หนึ่งเดินเข้ามา มีกู้เย่ว์ซีเร่งฝีเท้าตามมาทางด้านหลัง “พยุงเขาเข้าไปในห้องรับรอง”
ถังชิงหลวนเดินถือกล่องยาเข้ามาพอดี พอก้าวขาเข้าไปในห้องรับรองกลิ่นเหล้าฉุนจัดก็กระแทกเข้าจมูกทันที
ชายผู้นี้ดื่มเหล้าไปมากแค่ไหนกัน?! ท่านย่าของตัวเองฉลองวันเกิดต้องยินดีขนาดนี้เชียวหรือ ที่ตัวเองเป็โรคหัวใจอยู่นั้นรู้หรือไม่
ตอนที่นางเดินเข้าไป สาวใช้สองนางก็พยุงคนผู้นั้นไปวางลงบนตั่งเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนจะเป็คุณชายน้อย อายุราวสิบแปดสิบเก้าปี รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตางามสง่าโดดเด่น ดวงตากึ่งปิดกึ่งเปิด ริมฝีปากเหมือนจะยิ้มแต่ก็มิได้ยิ้ม รูปลักษณ์ดูคุ้นตาอยู่บ้างเล็กน้อย
ถังชิงหลวนเดินไปมาในจวนแห่งนี้มานานแล้ว บางครั้งก็ได้พบเจอกับบรรดาญาติของจวนโหวซึ่งมาเที่ยวเล่นที่นี่ จะรู้สึกคุ้นตาบ้างก็คงไม่แปลก จึงไม่เสียเวลาคิดว่าแท้จริงแล้วคนผู้นี้คือใครและเคยเห็นที่ไหน
นางเดินเข้าไปดูอาการของเขา ยิ่งมาอยู่ตรงหน้ากลิ่นเหล้ายิ่งฉุนแรงกว่าเดิม ถังชิงหลวนรู้สึกเหมือนถูกรมควันจนแทบทนไม่ไหว นางรู้สึกเวียนศีรษะไปหมด จึงรีบกลั้นหายใจแล้ววัดชีพจรให้อีกฝ่ายทันที
ชีพจรของเขาเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า คงเกี่ยวกับการที่เขาดื่มเหล้าเข้าไปด้วย เมื่อลองตรวจดูอย่างละเอียดแล้วจึงพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจเป็ไปตามจังหวะ มีระดับการเต้นที่แน่นอน นางตรวจวนซ้ำเช่นนั้นอยู่นาน ผลการตรวจคือมีอาการของโรคหัวใจอยู่จริง ปกติแล้วน่าจะต้องมีอาการตื่นตระหนกและเ็ป ถังชิงหลวนจึงค่อยสงบลง นางเริ่มไม่ได้กลิ่นเหล้าแล้วเพราะกำลังตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจชีพจร
ครู่ใหญ่นางจึงถอนมือกลับแล้วหยิบเครื่องช่วยฟังออกมาจากกล่องของตน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83
[1] ต้นสะระแหน่