" ท่านฮาเกน , แอดดิสัน พวกเรา 3 คนมาปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้แก่โกเลมกันเถอะค่ะ "
คำพูดที่ดังออกมาจากลูกแก้วเวทมนตร์ทำให้ฮาเกนยืนตัวแข็งทื่ออยู่สักพักหนึ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ เพราะคำพูดเหล่านั้นไม่สมควรกล่าวออกมาพล่อยๆ แบบนี้
" ไวโอเล็ตเจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา....เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นนักเรียนของข้านะ " ฮาเกนพยายามโต้แย้งหาทางออกเพราะการปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ก็ไม่ต่างจากการตัดสินใจที่จะฆ่าเดธทิ้งนั่นเอง
ในฐานะผู้อำนวยการเขาจะไม่มีวันปล่อยให้นักเรียนของตัวเองต้องมาตายเช่นนี้แน่ อีกทั้งเดธยังเป็นนักเรียนเต็มเปี่ยมมากไปด้วยพรสวรรค์เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณที่ว่ากันว่าได้หายสาปสูญไปเนิ่นนาน
" ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะให้เวลาท่าน 10 นาทีและทำยังไงก็ได้เพื่อให้เด็กคนนั้นรีบออกจากดันเจี้ยนชั้นที่ 99 " ไวโอเล็ต
แม้เสียงที่ดังก้องจากลูกแก้วจะฟังดูไพเราะเสนาะหูชวนให้ผู้ฟังรู้สึกเคลิ้มแทบอดใจไม่ไหว แต่สำหรับฮาเกนแล้วคำพูดของหญิงสาวเปรียบเสมือนหนามแหลมคมที่พร้อมจะบีบรัดทิ่มแทงเหยื่อจนตาย
ฮาเกนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสวดร่ายเวทมนตร์กระตุ้นพันธสัญญาระหว่างเขาและโกเลมเพื่อพูดคุยกับเดธ อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นถึง 1 ใน 5 ผู้สร้างโกเลมตัวนี้ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เดียวกันเหมือนผู้สร้างคนอื่นๆ เพื่อใช้สังหารทุกคนที่พยายามปีนไต่สู่ดันเจี้ยนชั้นที่ 100
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะขัดขวางถ้าไวโอเล็ตและแอดดิสันทำการโหวตให้สังหารเดธทิ้ง
ณ ดันเจี้ยนชั้นที่ 99
' เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดีๆ โกเลมหยุดเคลื่อนไหวไม่เข้ามาโจมตีเหมือนอย่างเคย ' ดวงตาสีโลหิตจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงด้วยความแปลกใจ ตอนนี้ยังขาดอีกเพียงเลเวลเดียวก็จะเข้าสู่ Lv: 330
" เจ้าหนุ่มได้ยินเสียงของข้าหรือเปล่า "
' ผู้อำนวยการ? ' เพียงแค่ได้ยินเดธก็รู้ทันทีว่าเสียงซึ่งกำลังเปล่งออกมาจากโกเลมคือผู้อำนวยการโรงเรียนราชวงค์
" เจ้าหนุ่มข้าต้องขอโทษด้วยที่ลืมบอกเจ้าเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดันเจี้ยนชั้นที่ 100 เป็นเขตหวงห้ามไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปและถ้าเป็นไปได้ช่วยออกจากที่แห่งนั้นจะได้ไหมเพราะไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกฆ่าตาย " ฮาเกนเอ่ยเตือนไม่อยากสูญเสียหรือปล่อยให้นักเรียนอัจฉริยะคนนี้โดนผู้สร้างอีก 2 คนฆ่า
' ตาย?......ทำไมผู้คนชอบตัดสินความเป็นความตายชีวิตผู้อื่นกันนักนะ? ' ดวงตาของยมทูตหรี่ลงเล็กน้อยคนเหล่านี้แทบไม่รู้จักความตายที่แท้จริง แต่กลับชอบกล่าวถึงมันอยู่บ่อยครั้งราวกับเป็นเรื่องปกติ
หรือว่าเขาควรกระชากดวงวิญญาณของคนกลุ่มนี้จับลงสู่ขุมนรกเผาด้วยไฟโลกันตร์เพื่อให้ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าความตายซึ่งพวกเขาชอบพูดนักพูดหนา ขุมนรกไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแม้แต่ยมทูตอย่างเขาก็ยังเกือบพลาดท่าให้แก่เหล่าดวงวิญญาณร้ายมาหลายต่อหลายครั้งในอดีต
ตู้ม!!!
จู่ๆ หัวของโกเลมระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่หมอกหนาสีดำจะปรากฏท่ามกลางความเปล่าก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายคลึงอัศวินดำถือดาบเล่มโตในมือ ซึ่งดาบเล่มนั้นกำลังปักอยู่บนหัวที่ขาดครึ่งของโกเลม
" หึ! เจ้านะเหรอที่บอกว่าจะฆ่าราชาของข้า... "
กริมมัวร์กล่าวเชิงเยาะเย้ยแผ่รังสีอำมหิตอันแสนน่าสะพรึ่งกลัวออกมา ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นหนักอึ้งเหมือนกำลังแบกลูกตุ้มน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมบนไหล่ทั้งสองข้าง หากมนุษย์ธรรมดาทั่วไปมาอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้พวกเขาคงได้ตายในทันทีที่สัมผัสมัน
" ราชา....ท่านต้องการให้ข้าลงไปเด็ดหัวของมันจากด้านนอกดันเจี้ยนไหมขอรับ...."
ดวงตาสีแดงฉานสะท้อนออกมาจากหมอกเหล็กสบเข้ากับดวงตาของยมทูตเพื่อขออนุญาตออกไปตัดหัวของผู้อำนวยการ น้ำเสียงและคำพูดแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันกำลังโกรธเกรี้ยวที่มีดวงวิญญาณแสนอ่อนแอบังอาจกล่าววาจาเช่นนั้นต่อหน้าราชา
" ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น.....เจ้าจงกลับไปบอกให้วิญญาณตนอื่นเก็บซากสัตว์อสูรเวทย์ที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธและชุดเกราะโดยประสานงานกับมาคัสเพื่อให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น...."
เดธหันไปพูดไล่ให้ลงไปเก็บซากสัตว์อสูรเวทย์ที่ถูกฆ่าตายตั้งแต่ชั้นที่ 60-98 เพราะถ้าหากเขาปล่อยให้กริมมัวร์ฆ่าผู้อำนายการคงเกิดเรื่องใหญ่ตามมาทีหลังแน่ เนื่องจากอีกฝ่ายมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ผู้กล้าทั้ง 5 เติบโตแข็งแกร่งในอนาคต
" ถ้าเช่นนั้น....ได้โปรดอนุญาตให้ข้าบดขยี้เศษหินเดินได้ตรงนั้นนะขอรับ..." กริมมัวร์ชี้นิ้วไปทางโกเลมซึ่งกำลังรักษาหัวที่โดนคมดาบของแม่ทัพวิญญาณตนนี้ฟันจนเละ
" กริมมัวร์ลงไปจัดการกับซากศพสัตว์อสูรเวทย์ซะ..." เดธเอ่ยอีกครั้ง ขืนปล่อยให้มันเป็นคนจัดการคงได้อดเพิ่มเลเวลกันพอดีเพราะดูจากท่าทางของกริมมัวร์แล้วโกเลมคงถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ภายในครั้งเดียวเป็นแน่แท้
" ขอรับ.."
ร่างทมิฬของกริมมัวร์กลายเป็นหมอกสลายหายไปท่ามกลางสายลมอย่างเงียบเชียบ แต่ทว่าการปรากฏตัวของมันเมื่อสักครู่ทำให้วีรชนในตำนานทั้ง 3 ตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเนื่องจากโกเลมของพวกเขาถูกทำลายโดยที่ไม่รู้สึกตัวหรือสัมผัสถึงการมีอยู่ของกริมมัวร์จนกระทั่งดาบเล่มโตได้แทงทะลุหัวโกเลมไปแล้ว
" ผู้อำนวยการข้าขอขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่าน แต่เป้าหมายหลักของข้าคือการพิชิตดันเจี้ยนทั้ง 100 ชั้นเพราะฉะนั้นหวังว่าท่านจะไม่เข้ามาขวางทาง....."
เดธถือเคียวในมือเดินตรงเข้าหาโกเลมโดยไม่สนใจคำเตือนของอีกฝ่าย ก็ในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะเพิ่มเลเวลให้ได้มากที่สุดเพื่อเปิดประตูมิติสู่ปรโลกและเขาก็จะทำมันจนกว่าจะสำเร็จ
จากประสบการณ์นับพันปีในขุมนรกคือข้อพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าการนั่งรอให้ศัตรูเป็นฝ่ายบุกโจมตีไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะยมทูตเคยเกือบถูกทำลายดวงวิญญาณมาแล้วหลายครั้ง
ดังนั้นการบุกเข้าไปสะสางปัญหาระหว่างเขากับผู้เก็บเกี่ยวดวงวิญญาณในปรโลกเป็นหนทางดีที่สุด แม้สิ่งเหล่านั้นอาจต้องแลกมาด้วยการต่อสู้หรือสงครามขนาดใหญ่ดั่งเช่นตอนที่เขาต่อสู้กับราชันย์วิญญาณก็ตาม
" เจ้าหนุ่มเห็นแก่หน้าข้าเถอะนะ ถ้ายังดึงดันจะขึ้นไปชั้นที่ 100 แอดดิสันกับไวโอเล็ตคงเอาเจ้าตายแน่ " ฮาเกนพยายามโน้มน้าวให้เดธเปลี่ยนใจอีกครั้ง
" เฮ้ย...เจ้าเอลฟ์แก่เลิกพล่ามและปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้โกเลมเสียที ฮ่าๆๆๆ "
ขณะนี้ทั้งแอดดิสันและไวโอเล็ตต่างส่งพลังเวทย์มากกว่า 8 ใน 10 ส่วนเข้าไปกระตุ้นให้เจตจำนงแห่งการต่อสู้ทำงาน ที่เหลือก็มีเพียงฮาเกนคนเดียวซึ่งยังลังเลอยู่เนื่องจากเดธคือหนึ่งในนักเรียนที่เขาภาคภูมิใจมากๆ คนหนึ่งจึงไม่ต้องการให้ตกอยู่ในอันตราย
" ท่านฮาเกนข้าหวังว่าท่านจะยังจำมั่นสัญญาของพวกเราทั้ง 5 ได้นะคะ " เสียงของไวโอเล็ตดังขึ้นเตือนสติให้ฮาเกนจำคำมั่นสัญญาช่วงสร้างโกเลมตัวนี้ขึ้นมาพิทักษ์ดันเจี้ยนชั้นที่ 99
' เฮ้อ! มันเป็นเวรกรรมของข้าสินะ เจ้าหนุ่มเอ๋ย.....ข้าคงช่วยเหลือได้เพียงเท่านี้แหละหวังว่าเจ้าจะไม่โกรธเคืองกันนะ '
ฮาเกนถอนหายใจเฮือกใหญ่ สิ่งที่เขาช่วยได้มีเพียงปิดบังเรื่องพลังวิญญาณเป็นความลับจากวีรชนทั้งสองและหวังว่าเดธจะรีบใช้พลังวิญญาณหลบหนีออกนอกดันเจี้ยนหรืออาณาจักรแห่งนี้โดยไว
ครืนนน!!!
ทันทีที่ฮาเกนส่งพลังเวทย์เข้าไปกระตุ้นเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้แก่โกเลม ดันเจี้ยนชั้นที่ 99 ก็เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงปานแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ส่งผลให้สัตว์อสูรเวทย์ประจำชั้นแตกตื่นวิ่งหนีอย่างชุลมุนด้วยความหวาดกลัว
ดวงตาสีโลหิตของยมทูตจับจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่วางตา เดิมทีโกเลมมีร่างสูงกว่า 5 เมตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่ทว่าหลังจากถูกเวทมนตร์กระตุ้นปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ก็ยิ่งทำให้ร่างกายของมันขยายใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ จนเวลาเลยผ่านไปนานกว่า 5 นาที
ตอนนี้ร่างที่เคยเทอะทะของโกเลมแปรเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามสูง 500 เมตรและมีปีกขนาดใหญ่งอกจากด้านหลัง 2 คู่ ในมือถือดาบเล่มโตประดุจดั่งเทพแห่งสงครามลงมาเยือนโลกเบื้องล่างก็ไม่ปาน
สิ่งมีชีวิตร่างใหญ่โตมหึมาสูง 500 เมตรแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังกดทับสัตว์อสูรเวทย์ชั้นที่ 99 จนก้มหมอบศิโรราบต่อพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งของมันโดยไม่อาจต่อต้านได้
แต่ทว่า.....
เมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กกระจ้อยร่อยเท่ามดไม่ก้มหมอบลงไปกับพื้นเหมือนสัตว์อสูรเวทย์ มิหนำซ้ำยังจ้องมองมาที่มันด้วยแววตาเฉยชาไร้ความหวาดกลัว จุดนี้ได้เผลอไปกระตุ้นให้โกเลมโกรธเกรี้ยวพร้อมระเบิดพลังเวทย์จำนวนมหาศาลออกมาจนสัตว์อสูรเวทย์ทุกตัวในดันเจี้ยนชั้นที่ 99 ตกตายแทบทั้งหมด
[ โกเลม ] Lv: 500
อาชีพ: เทพพิทักษ์
ค่าพลังเวทย์: 500,000
ค่าพละกำลัง: 500,000
จบ.....
ภาพโกเลมหลังจากถูกปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้สูง 500 เมตร
