ยมทูตกับต่างโลก

    ดันเจี้ยนชั้นที่ 99 (2)

    " ท่านฮาเกน , แอดดิสัน  พวกเรา 3 คนมาปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้แก่โกเลมกันเถอะค่ะ "




    คำพูดที่ดังออกมาจากลูกแก้วเวทมนตร์ทำให้ฮาเกนยืนตัวแข็งทื่ออยู่สักพักหนึ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้  เพราะคำพูดเหล่านั้นไม่สมควรกล่าวออกมาพล่อยๆ  แบบนี้




    " ไวโอเล็ตเจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา....เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นนักเรียนของข้านะ " ฮาเกนพยายามโต้แย้งหาทางออกเพราะการปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ก็ไม่ต่างจากการตัดสินใจที่จะฆ่าเดธทิ้งนั่นเอง




    ในฐานะผู้อำนวยการเขาจะไม่มีวันปล่อยให้นักเรียนของตัวเองต้องมาตายเช่นนี้แน่  อีกทั้งเดธยังเป็นนักเรียนเต็มเปี่ยมมากไปด้วยพรสวรรค์เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณที่ว่ากันว่าได้หายสาปสูญไปเนิ่นนาน




    " ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะให้เวลาท่าน 10 นาทีและทำยังไงก็ได้เพื่อให้เด็กคนนั้นรีบออกจากดันเจี้ยนชั้นที่ 99 " ไวโอเล็ต




    แม้เสียงที่ดังก้องจากลูกแก้วจะฟังดูไพเราะเสนาะหูชวนให้ผู้ฟังรู้สึกเคลิ้มแทบอดใจไม่ไหว  แต่สำหรับฮาเกนแล้วคำพูดของหญิงสาวเปรียบเสมือนหนามแหลมคมที่พร้อมจะบีบรัดทิ่มแทงเหยื่อจนตาย





    ฮาเกนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสวดร่ายเวทมนตร์กระตุ้นพันธสัญญาระหว่างเขาและโกเลมเพื่อพูดคุยกับเดธ  อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นถึง 1 ใน 5 ผู้สร้างโกเลมตัวนี้ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เดียวกันเหมือนผู้สร้างคนอื่นๆ เพื่อใช้สังหารทุกคนที่พยายามปีนไต่สู่ดันเจี้ยนชั้นที่ 100




    ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะขัดขวางถ้าไวโอเล็ตและแอดดิสันทำการโหวตให้สังหารเดธทิ้ง




    ณ  ดันเจี้ยนชั้นที่ 99  




    '  เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดีๆ โกเลมหยุดเคลื่อนไหวไม่เข้ามาโจมตีเหมือนอย่างเคย ' ดวงตาสีโลหิตจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงด้วยความแปลกใจ  ตอนนี้ยังขาดอีกเพียงเลเวลเดียวก็จะเข้าสู่ Lv: 330 




    " เจ้าหนุ่มได้ยินเสียงของข้าหรือเปล่า " 





    ' ผู้อำนวยการ? ' เพียงแค่ได้ยินเดธก็รู้ทันทีว่าเสียงซึ่งกำลังเปล่งออกมาจากโกเลมคือผู้อำนวยการโรงเรียนราชวงค์ 




    " เจ้าหนุ่มข้าต้องขอโทษด้วยที่ลืมบอกเจ้าเอาไว้ก่อนหน้านี้  ดันเจี้ยนชั้นที่ 100 เป็นเขตหวงห้ามไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปและถ้าเป็นไปได้ช่วยออกจากที่แห่งนั้นจะได้ไหมเพราะไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกฆ่าตาย " ฮาเกนเอ่ยเตือนไม่อยากสูญเสียหรือปล่อยให้นักเรียนอัจฉริยะคนนี้โดนผู้สร้างอีก 2 คนฆ่า





    ' ตาย?......ทำไมผู้คนชอบตัดสินความเป็นความตายชีวิตผู้อื่นกันนักนะ? '  ดวงตาของยมทูตหรี่ลงเล็กน้อยคนเหล่านี้แทบไม่รู้จักความตายที่แท้จริง  แต่กลับชอบกล่าวถึงมันอยู่บ่อยครั้งราวกับเป็นเรื่องปกติ




    หรือว่าเขาควรกระชากดวงวิญญาณของคนกลุ่มนี้จับลงสู่ขุมนรกเผาด้วยไฟโลกันตร์เพื่อให้ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าความตายซึ่งพวกเขาชอบพูดนักพูดหนา  ขุมนรกไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแม้แต่ยมทูตอย่างเขาก็ยังเกือบพลาดท่าให้แก่เหล่าดวงวิญญาณร้ายมาหลายต่อหลายครั้งในอดีต 




    ตู้ม!!!




    จู่ๆ หัวของโกเลมระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ  ก่อนที่หมอกหนาสีดำจะปรากฏท่ามกลางความเปล่าก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายคลึงอัศวินดำถือดาบเล่มโตในมือ  ซึ่งดาบเล่มนั้นกำลังปักอยู่บนหัวที่ขาดครึ่งของโกเลม




    " หึ!  เจ้านะเหรอที่บอกว่าจะฆ่าราชาของข้า... "  




    กริมมัวร์กล่าวเชิงเยาะเย้ยแผ่รังสีอำมหิตอันแสนน่าสะพรึ่งกลัวออกมา  ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นหนักอึ้งเหมือนกำลังแบกลูกตุ้มน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมบนไหล่ทั้งสองข้าง  หากมนุษย์ธรรมดาทั่วไปมาอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้พวกเขาคงได้ตายในทันทีที่สัมผัสมัน





    " ราชา....ท่านต้องการให้ข้าลงไปเด็ดหัวของมันจากด้านนอกดันเจี้ยนไหมขอรับ...." 





    ดวงตาสีแดงฉานสะท้อนออกมาจากหมอกเหล็กสบเข้ากับดวงตาของยมทูตเพื่อขออนุญาตออกไปตัดหัวของผู้อำนวยการ  น้ำเสียงและคำพูดแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันกำลังโกรธเกรี้ยวที่มีดวงวิญญาณแสนอ่อนแอบังอาจกล่าววาจาเช่นนั้นต่อหน้าราชา




    " ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น.....เจ้าจงกลับไปบอกให้วิญญาณตนอื่นเก็บซากสัตว์อสูรเวทย์ที่จำเป็นต่อการสร้างอาวุธและชุดเกราะโดยประสานงานกับมาคัสเพื่อให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น...." 





    เดธหันไปพูดไล่ให้ลงไปเก็บซากสัตว์อสูรเวทย์ที่ถูกฆ่าตายตั้งแต่ชั้นที่ 60-98  เพราะถ้าหากเขาปล่อยให้กริมมัวร์ฆ่าผู้อำนายการคงเกิดเรื่องใหญ่ตามมาทีหลังแน่  เนื่องจากอีกฝ่ายมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ผู้กล้าทั้ง 5 เติบโตแข็งแกร่งในอนาคต





    " ถ้าเช่นนั้น....ได้โปรดอนุญาตให้ข้าบดขยี้เศษหินเดินได้ตรงนั้นนะขอรับ..." กริมมัวร์ชี้นิ้วไปทางโกเลมซึ่งกำลังรักษาหัวที่โดนคมดาบของแม่ทัพวิญญาณตนนี้ฟันจนเละ




    " กริมมัวร์ลงไปจัดการกับซากศพสัตว์อสูรเวทย์ซะ..."  เดธเอ่ยอีกครั้ง  ขืนปล่อยให้มันเป็นคนจัดการคงได้อดเพิ่มเลเวลกันพอดีเพราะดูจากท่าทางของกริมมัวร์แล้วโกเลมคงถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ภายในครั้งเดียวเป็นแน่แท้




    " ขอรับ.."




    ร่างทมิฬของกริมมัวร์กลายเป็นหมอกสลายหายไปท่ามกลางสายลมอย่างเงียบเชียบ  แต่ทว่าการปรากฏตัวของมันเมื่อสักครู่ทำให้วีรชนในตำนานทั้ง 3 ตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเนื่องจากโกเลมของพวกเขาถูกทำลายโดยที่ไม่รู้สึกตัวหรือสัมผัสถึงการมีอยู่ของกริมมัวร์จนกระทั่งดาบเล่มโตได้แทงทะลุหัวโกเลมไปแล้ว




    " ผู้อำนวยการข้าขอขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่าน  แต่เป้าหมายหลักของข้าคือการพิชิตดันเจี้ยนทั้ง 100 ชั้นเพราะฉะนั้นหวังว่าท่านจะไม่เข้ามาขวางทาง....."  




    เดธถือเคียวในมือเดินตรงเข้าหาโกเลมโดยไม่สนใจคำเตือนของอีกฝ่าย  ก็ในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะเพิ่มเลเวลให้ได้มากที่สุดเพื่อเปิดประตูมิติสู่ปรโลกและเขาก็จะทำมันจนกว่าจะสำเร็จ




    จากประสบการณ์นับพันปีในขุมนรกคือข้อพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าการนั่งรอให้ศัตรูเป็นฝ่ายบุกโจมตีไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะยมทูตเคยเกือบถูกทำลายดวงวิญญาณมาแล้วหลายครั้ง    




    ดังนั้นการบุกเข้าไปสะสางปัญหาระหว่างเขากับผู้เก็บเกี่ยวดวงวิญญาณในปรโลกเป็นหนทางดีที่สุด  แม้สิ่งเหล่านั้นอาจต้องแลกมาด้วยการต่อสู้หรือสงครามขนาดใหญ่ดั่งเช่นตอนที่เขาต่อสู้กับราชันย์วิญญาณก็ตาม




    " เจ้าหนุ่มเห็นแก่หน้าข้าเถอะนะ  ถ้ายังดึงดันจะขึ้นไปชั้นที่ 100  แอดดิสันกับไวโอเล็ตคงเอาเจ้าตายแน่ " ฮาเกนพยายามโน้มน้าวให้เดธเปลี่ยนใจอีกครั้ง




    " เฮ้ย...เจ้าเอลฟ์แก่เลิกพล่ามและปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้โกเลมเสียที  ฮ่าๆๆๆ " 




    ขณะนี้ทั้งแอดดิสันและไวโอเล็ตต่างส่งพลังเวทย์มากกว่า 8 ใน 10 ส่วนเข้าไปกระตุ้นให้เจตจำนงแห่งการต่อสู้ทำงาน  ที่เหลือก็มีเพียงฮาเกนคนเดียวซึ่งยังลังเลอยู่เนื่องจากเดธคือหนึ่งในนักเรียนที่เขาภาคภูมิใจมากๆ คนหนึ่งจึงไม่ต้องการให้ตกอยู่ในอันตราย




    " ท่านฮาเกนข้าหวังว่าท่านจะยังจำมั่นสัญญาของพวกเราทั้ง 5 ได้นะคะ " เสียงของไวโอเล็ตดังขึ้นเตือนสติให้ฮาเกนจำคำมั่นสัญญาช่วงสร้างโกเลมตัวนี้ขึ้นมาพิทักษ์ดันเจี้ยนชั้นที่ 99




    ' เฮ้อ!  มันเป็นเวรกรรมของข้าสินะ  เจ้าหนุ่มเอ๋ย.....ข้าคงช่วยเหลือได้เพียงเท่านี้แหละหวังว่าเจ้าจะไม่โกรธเคืองกันนะ '




     ฮาเกนถอนหายใจเฮือกใหญ่  สิ่งที่เขาช่วยได้มีเพียงปิดบังเรื่องพลังวิญญาณเป็นความลับจากวีรชนทั้งสองและหวังว่าเดธจะรีบใช้พลังวิญญาณหลบหนีออกนอกดันเจี้ยนหรืออาณาจักรแห่งนี้โดยไว   



    ครืนนน!!!




    ทันทีที่ฮาเกนส่งพลังเวทย์เข้าไปกระตุ้นเจตจำนงแห่งการต่อสู้ให้แก่โกเลม  ดันเจี้ยนชั้นที่ 99 ก็เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงปานแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ส่งผลให้สัตว์อสูรเวทย์ประจำชั้นแตกตื่นวิ่งหนีอย่างชุลมุนด้วยความหวาดกลัว





    ดวงตาสีโลหิตของยมทูตจับจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่วางตา  เดิมทีโกเลมมีร่างสูงกว่า 5 เมตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่ทว่าหลังจากถูกเวทมนตร์กระตุ้นปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้ก็ยิ่งทำให้ร่างกายของมันขยายใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ จนเวลาเลยผ่านไปนานกว่า 5 นาที




    ตอนนี้ร่างที่เคยเทอะทะของโกเลมแปรเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามสูง 500 เมตรและมีปีกขนาดใหญ่งอกจากด้านหลัง 2  คู่  ในมือถือดาบเล่มโตประดุจดั่งเทพแห่งสงครามลงมาเยือนโลกเบื้องล่างก็ไม่ปาน




    สิ่งมีชีวิตร่างใหญ่โตมหึมาสูง 500 เมตรแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังกดทับสัตว์อสูรเวทย์ชั้นที่ 99 จนก้มหมอบศิโรราบต่อพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งของมันโดยไม่อาจต่อต้านได้




    แต่ทว่า.....




    เมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กกระจ้อยร่อยเท่ามดไม่ก้มหมอบลงไปกับพื้นเหมือนสัตว์อสูรเวทย์  มิหนำซ้ำยังจ้องมองมาที่มันด้วยแววตาเฉยชาไร้ความหวาดกลัว  จุดนี้ได้เผลอไปกระตุ้นให้โกเลมโกรธเกรี้ยวพร้อมระเบิดพลังเวทย์จำนวนมหาศาลออกมาจนสัตว์อสูรเวทย์ทุกตัวในดันเจี้ยนชั้นที่ 99 ตกตายแทบทั้งหมด




    [ โกเลม ]  Lv: 500



    อาชีพ: เทพพิทักษ์



    ค่าพลังเวทย์: 500,000



    ค่าพละกำลัง: 500,000





    จบ.....





    ภาพโกเลมหลังจากถูกปลุกเจตจำนงแห่งการต่อสู้สูง 500 เมตร