แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสว่างไปมาเป็จังหวะ เสียงเอฟเฟกต์และเพลงประกอบกลบความเงียบไว้บางส่วน แต่ในมุมหลังสุดของร้านยังมีเงาที่ไม่ค่อยมีใครแตะต้อง ฮานะเคยมาที่ร้านอินเตอร์เนตนี้หลายครั้งกับพี่มาซาโตะพี่ชายของเธอ และพี่ชายของเธอมักจะหลบไปนั่งที่ด้านในซึ่งที่นั่นเคนตะเพื่อนที่พบกันในร้านอินเตอร์เนตของมาซาโตะก็จะมาเป็ประจำ ฮานะได้แต่เล่นเกมส์มายคราฟต์หรือวาดภาพระหว่างนั่งรอเขา
วันนี้มาซาโตะก็แวะมาที่ร้านเหมือนทุกวันใน่ค่ำ แต่วันนี้คนน้อยมาก ยิ่งด้านในมุมหลังสุดของร้านไม่มีใครมานั่งเลย มาซาโตะให้ฮานะมานั่งเล่นที่โตีะใกล้ ๆ กับเคนตะ ซึ่งนั่งเล่นรออยู่แล้ว ฮานะก้าวตามมาซาโตะเข้าไป ใจเต้นแปลก เธอสังเกตว่าคนรอบตัวยังจมอยู่กับเกม ใบหน้าถูกไฟจอสะท้อนเป็เส้นแสงละเอียด ๆ
เมื่อมาซาโตะขอออกไปหาเพื่อนสาวที่ร้านไอศครีมใกล้ ๆ ฮานะจึงนั่งมองเกมส์บนจอ สลับกับมองไปที่พี่เคนตะ ใบหน้าของเขาถูกไฟจอสะท้อนเป็เส้นแสงละเอียด ๆ ความใกล้ของเขามีบางอย่างที่ทำให้ฮานะคุ้นเคย เธอได้ยินเสียงหายใจของพี่เคนตะที่ขาดห้วงและหนัก เมื่อเธอยื่นคำถามเสียงสั่น “ทำไมเสียงหายใจมันฟังต่างจากปกติคะ?” เขาแค่ยิ้มเป็ครึ่งคำ ตอบไม่เป็ถ้อยคำ แต่เป็การแสดงออกทีละน้อย ๆ
เขาโน้มตัวเข้ามาอย่างใกล้ชิด "ก็เื่ที่พี่ดูอยู่มันทำให้รู้สึกอย่างนั้นน่ะสิ" เขาใช้สองมือประคองฝ่ามือของเธอไว้ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเธอแทบได้ยินทุกการหายใจที่สั่นะเื ใกล้ที่สุดคือเสียงหายใจที่ไม่เรียบเหมือนเขามีจังหวะของตัวเอง เสียงนั้นกระทบแก้วหูของฮานะจนหัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะ เธอพบความแตกต่างทันที: นี่ไม่ใช่ลมหายใจสุ่ม ๆ แต่เป็สัญญาณของความใกล้ชิดที่มีแรงดึงในตัว
"ดูด้วยกันไหมล่ะ ถึงจะไม่เหมาะกับเธอสักเท่าไร" เคนตะพูดขึ้น แต่ก็ดึงมือของฮานะให้ลุกเปลี่ยนที่นั่งมานั่งที่เบาะเดียวกัน
ฮานะลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวกัน กระโปรงนักเรียนสั้นเผยให้เห็นเรียวขาเล็ก ๆ ของเด็กน้อย ฮานะมองดูหน้าจอที่เป็ภาพที่ไม่เหมาะสมกับวัยของเธอเลย แต่เธอก็พอจินตนาการตามภาพได้ว่ากำลังเกิดอะไร ฮานะหายใจแรงขึ้นระหว่างที่สายตาจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ และเสียวสะท้านจนสาวน้อยต้องแอ่นอกขึ้นเมื่อเคนตะใช้สองมือสอดผ่านใต้เสื้อนักเรียนนิ้วที่กร้านแข็งบี้ที่ยอดอกของเธอทั้งสองข้าง ด้านหลังที่เธอนั่งทับเหมือนมีแท่งแข็ง ๆ มาดันอยู่ที่ร่องก้นของเธอ แต่ฮานะก็ไม่เข้าใจอะไรนัก มีแต่ความรู้สึกเสียวระคนปนเปกันไปหมดทั้งข้างบนและข้างล่างที่เคนตะกำลังทำให้เธอยู่
เขาเลื่อนหน้าเข้ามาอีก คราวนี้ลมหายใจของเขาพัดผ่านต้นคอราวกับลมอุ่นในคืนฝน ลมหายใจอุ่น ๆ นั้นปล่อยให้ิัของฮานะรับรู้ความแปลก เธอรู้สึกเหมือนไออุ่นเล็ก ๆ ไหลลงไปตามแนวกระดูกคอ ถึงอก ความสั่นะเืจากลมหายใจทำให้กล้ามเนื้อในตัวเธอคล้อยตามโดยไม่ต้องคิด ด้านล่างของเคนตะเผยออกมาอยู่ด้านนอกถูกทาบทับด้วยกลีบเนื้อของฮานะ เขาให้ฮานะขยับสะโพกไปมาร่องกลีบน้อย ๆ ก็ไหลลื่นไปตามแท่งแข็งของเคนตะ เมื่อเขาแนบชิดจนระยะห่างแทบไม่มี เสียงรอบข้างหายไปเหลือแต่การแลกเปลี่ยนของการหายใจสองชุดที่ไม่เท่ากัน
เคนตะไม่อยากให้บทเรียนนี้จบลงที่เขามีความสุขฝ่ายเดียว เขาลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ให้ฮานะนั่งเอนกายพิงไปเต็มเบาะ เขาแทรกตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหว่างขาของฮานะ เขาจับขาฮานะกางออกกว้างตามแบบในจอคอมพิวเตอร์ที่เขาเคยดู หนุ่มน้อยวัยเพียง 16 ปี กำลังทดลองบทเรียนในชีวิตจริงกับเด็กสาวที่สนใจใคร่รู้ตลอดเวลา เคนตะก้มลงพ่นลมอุ่นปะทะกับร่องกลีบ เพียงแค่นี้ก็ให้ความเสียวซ่านแก่ฮานะได้แล้ว แต่ไม่จบเพียงแค่นี้ ริมฝีปากและลิ้นต่างช่วยกันบรรเลงลงบนร่องรอยแยกของฮานะ เธอสั่นสะท้านด้วยความเสียวจนต้องใช้มือกดศีรษะของเคนตะไว้ไม่อยากให้แยกออกจากร่องของเธอ อีกมือก็เรียนรู้ที่จะลองบี้ยอดอกของตัวเองเหมือนเช่นที่รุ่นพี่ทามาโอะเคยทำให้
อูยย..อูยย.. พี่เคนตะ เสียงพูดขาดห้วงกับเสียงหายใจรวยริน ร่างกายส่วนล่างแอ่นเนินขาวเนียนไร้ขน บดเบียดกับริมฝีปากของเคนตะ และในไม่กี่นาทีนั้นเอง ร่างของฮานะก็กระตุก ตัวสั่น สองขาที่อ้ากว้างหนีบศีรษะของเคนตะไว้แน่น แล้วเธอก็อ่อนระทวยหมดแรงอยู่บนเก้าอี้นั้น รอพี่ชายของเธอกลับมา
เสียงหายใจที่เธอได้ยินในวันนี้ กลายเป็บทเรียนสั้น ๆ ที่ไม่ใช่ความรู้จากตำราอีกต่อไป มันสอนให้เธอเห็นความแตกต่างระหว่างเสียงที่ไร้ความหมาย กับเสียงที่พาเอาความรู้สึกไหลตามมา เธอถอนหายใจเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มให้พี่เคนตะคนดีของเธอ ความสงสัยใหม่ผุดขึ้นในอกอีกครั้ง