วันนี้เป็วันที่ลู่เหวินและครอบครัวจะกลับหมู่บ้านหนานซาน บ้านเย่จะเอาของที่ซื้อมาเมื่อวันก่อน ใส่เกวียนให้เอากลับไป ยื้อยุดกันอยู่สักพักแม่เซี่ยก็ยอมแพ้ และอวยพรให้ลูกหลานเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
เมื่อถึงยามซื่อ เกวียนวัวก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านหนานซาน หลี่จูและจางฮุ่ยเจียงที่นั่งจับกลุ่มพูดคุยเื่ชาวบ้านกันอยู่ เห็นเข้าก็รีบเดินมาหา
“โธ่..ไหนบอกกันว่าบ้านเดิมสะใภ้สาม เพิ่งได้เงินก้อนใหญ่ไป ทำไมกลับมาตัวเปล่ากันเล่า ใจแคบเสียจริง” สะใภ้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“บ้านเดิมภรรยาข้าใจแคบหรือไม่ พี่สะใภ้ใหญ่ย่อมรู้ดี ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่พ่อตาข้าฝากอาหารทะเลมาให้พวกเรา ท่านจะให้อาหลิ่งลูกชายท่านมาออดอ้อนท่านแม่ เพื่อเอามันไปขายไม่ใช่หรือ”
หยางเฉิงมองดูสะใภ้ทั้งสองด้วยสายตาเคร่งขรึม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“น้องสาม เ้าหลงเมียจนอกตัญญู กล้าว่าข้าผู้เป็พี่สะใภ้ใหญ่แล้วหรือ” หลี่ซื่อะโใส่หยางเฉิงอย่างเกรี้ยวกราด
“พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเรากลับบ้านไปให้ท่านแม่ช่วยจัดการกับบ้านสามเสียหน่อยเถอะ พวกเราต้องทำงานแทนพวกเขาตั้งหลายวัน แต่พวกเข้ากลับไม่ไว้หน้าท่านเลย ข้าทนดูพวกเขาอกตัญญูต่อท่านที่เปรียบเสมือนแม่ไม่ได้จริงๆ” จางซื่อเข้ามาเกาะแขนสะใภ้ใหญ่ แล้วแสร้งทำเป็ซับน้ำที่หางตา แม้ตนเองจะเกลียดชังสะใภ้ใหญ่ ที่แม่สามีรักหลานชายคนโตที่สุด แต่ตนเองก็ได้ผลประโยชน์จากนางบ่อยครั้ง อีกทั้งหากทำดีกับนาง นางจะเป็ผู้ออกหน้าใช้งานบ้านสามเอง โดยนางเองไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลย แค่ประจบประแจงนางเท่านั้น
“ฮึ..เ้าไม่ต้องร้องไห้ไปสะใภ้รอง วันนี้ข้าจะดูว่าบ้านสามจะอธิบายเื่ทิ้งงาน และเื่ไม่เคารพข้าที่เป็สะใภ้ใหญ่อย่างไร ไม่อย่างนั้นข้าจะพาหลิ่งเออร์และเฟยเออร์กลับบ้าน” พูดจบก็สะบัดหน้าแล้วเดินไปยังทิศทางของบ้านหยาง โดยที่มีจางซื่อสะใภ้รองวิ่งตามไปติดๆ
“ดูท่าวันนี้ บ้านพวกเ้าคงคึกคักน่าดูเลยนะ” ลุงสองเย่ ชายขับเกวียนส่ายหัว
“ส่งข้าถึงตรงนี้ก็พอแล้วแล้วครับลุงสาม เดินทางกลับปลอดภัยนะขอรับ” พูดจบทุกคนก็ลงจากเกวียนแล้วเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์หดหู่
เมื่อมาถึงบ้านก็เจอกับแม่เฒ่าหลี่ยืนถือไม้รอจะทุบตีผู้คนด้วยสีหน้าเกลียดชัง
“พวกเ้าปีกกล้าขาแข็งกันแล้วนี่ บ้านตัวเองมีงานท่วมหัว ยังจะมีหน้ากลับบ้านเดิมภรรยาจิ้งจอกของเ้าไปเสียดื้อๆ หลงเมียจนลืมแม่ไปแล้วจริงๆ วันนี้ข้าจะตีเ้าให้ตาย”
พูดจบก็เอาไม้ฟาดหยางเฉิง นางเย่และลูกๆ เข้ามาช่วยก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วย หลี่ซื่อและจางซื่อเห็นดังนั้นก็เข้ามาจับตัวเย่ซื่อและเด็กๆ ไว้ หยางเฉิงเห็นภาพเมียและลูกโดนพี่สะใภ้ทั้งสองฉุดกระชากลากถู ก็จับไม้ที่แม่เฒ่าหลี่กำลังฟาดลงมาอีกรอบไว้ในมือ แล้วออกแรงกระตุกเบาๆ จนแม่เฒ่าหลี่เสียหลักไปเล็กน้อย หยางเฉิงมองหน้าแม่เลี้ยงด้วยสายตาเ็า แล้วหันไปตะคอกใส่สะใภ้ทั้งสอง “หยุด!!”
สะใภ้ทั้งสองคนกลัวจนลนลานรีบเข้าไปประคองแม่เฒ่าไว้ แม่เฒ่าตัวสั่นเทิ้ม จากนั้นก็กรีดร้องออกมา “อกตัญญูแล้ว อกตัญญูแล้ว ขอให้ฟ้าผ่าพวกเ้าให้ตาย”
“เ้าพาลูกๆ เข้าห้องไปก่อน” เมื่อเห็นภรรยาและลูกยังนิ่งเฉยก็เข้าไปปลอบ
“พวกเ้าไม่ต้องกังวล เ้าใหญ่พาแม่กับน้องเข้าห้องไป”
เมื่อภรรยาและลูกเข้าห้องไปแล้ว หยางเฉิงก็เดินเข้าไปหาแม่เลี้ยงและพี่สะใภ้ พวกนางเห็นหยางเฉิงเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก็ใถอยกรูด น้ำเสียงละล่ำละลัก
“น้องสามเ้าจะทำอะไร หยุด..หยุดอยู่ตรงนั้นนะ ท่านแม่ พูดอะไรหน่อยสิเ้าคะ” หลี่ซื่อที่กำลังหวาดกลัวเขย่าแขนแม่สามี
ประตูรั้วบ้านถูกเปิดเข้ามา พี่น้องของเขากลับบ้านกันมาพอดี หยางซานและหยางโป ได้ยินเมียพูดเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาเมียและแม่ หยางซูเจียวและหยางเป่าที่กำลังหอบเหนื่อยเพราะรีบวิ่งมาที่บ้านก็เข้าไปหาหยางเฉิงแล้วซักถาม
“พี่สาม ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
หยางซูเจียวทิ้งตะกร้าผักป่าแล้วรีบเข้าไปสำรวจพี่ชาย เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็อะไรมากก็โล่งใจ
“น้องเล็กเ้าอยู่กับพี่สาม ข้าจะไปดูพี่สะใภ้และหลานๆ”
“ท่านแม่นี่มันอะไรกัน พี่สามโตขนาดนี้ท่านยังหยิบไม้มาทุบตีได้อย่างไร” หยางเป่ามองหน้าผู้เป็แม่อย่างเอือมระอา
“เ้าจะไปปกป้องคนเลวๆ อย่างมันทำไม ข้าทุบตีมันแล้วอย่างไร เ้าสารเลวนี่ยังกล้าเอามือมารับไม้ไม่ให้ข้าตีมัน เพราะเป็ห่วงเมียจิ้งจอกและพวกเด็กเลวนั่น” แม่เฒ่าที่เพิ่งหายจากอาการใ เมื่อเห็นว่าลูกชายอยู่ด้วยก็ด่ากราดขึ้นมา
หยางเฉิงเชิดหน้าขึ้น แววตาลึกล้ำยากจะอ่านออก มือกำหมัดแน่น พยายามข่มความรู้สึก
“ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านเกลียดข้า ทีแรกข้านึกว่าตนเองคิดมากไป แต่พอมาตรองดู ข้าคิดน้อยเกินไปต่างหาก ตอนข้าอายุ 8 หนาว ท่านแม่ของข้าจากไปด้วยอาการป่วยเรื้อรัง ข้าเสียใจมาก แต่มีท่านพ่อที่อยู่เคียงข้างข้ามาตลอด จนข้าผ่านคืนวันเ่าั้มาได้ พอข้าอายุ 9 หนาว ท่านพ่อบอกข้าว่าเขาจะแต่งงานใหม่ เพราะข้าต้องมีคนดูแลตอนที่ท่านพ่อออกไปล่าสัตว์ และข้าจะมีแม่เหมือนที่คนอื่นมี ตอนนั้นข้าดีใจมาก ข้าคิดว่าท่านคงเหมือนแม่ของข้า ใจดีและอ่อนโยน แต่ไม่เลยท่านจะทำดีกับข้าแค่ตอนที่ท่านพ่ออยู่ด้วยเท่านั้น หากพ้นสายตาท่านพ่อเมื่อไหร่ข้าจะถูกอดข้าว ทุบตี มันเป็แบบนี้มาเสมอ เมื่อข้าอายุ 9 หนาว ข้าถูกท่านวิงวอนให้หยุดเรียนเพราะค่าใช้จ่ายมากเกินไป และบอกท่านพ่อว่าข้าเริ่มเกียจคร้าน จนท่านพ่อผิดหวังในตัวข้า ยังดีที่ท่านพ่อมารู้ความจริงจากซือฝู แต่ข้าก็ถอดใจจากการเรียนไปแล้ว ท่านบังคับให้ข้าทำงาน ทุกอย่างเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ หากท่านพ่อไปล่าสัตว์ท่านจะให้พี่ชายทั้งสองมาลากข้าเข้าไปนอนในห้องเก็บฟืน ข้าผ่านคืนวันเ่าั้มาได้อย่างทรมาน จนข้าเติบโตท่านกลับมาทำดีกับข้า ตอนนั้นข้าคิดว่าท่านคงจะสงสารข้า และรักข้าบ้าง แต่ไม่เลยพวกท่านแค่้าเงินจากการทำงานของข้า และสินเดิมของท่านแม่เท่านั้น ข้าอดทนจนถึงตอนนี้เพราะท่านพ่อสั่งเสียไว้ ให้ข้าดูแลครอบครัว ให้สามัคคี รักใคร่กัน ท่านพ่อจะได้ตายหลับ ข้าทำตามคำสั่งเสียมาหลายปีแล้ว ครั้งนี้ข้าจะขอแบกรับความอกตัญญูนี้ไว้คนเดียว ข้าจะแยกบ้าน แม้ว่ามันจะเื่น่าอับอายแต่ก็ดีกว่าลูกเมียของข้าต้องทนพบเจอกับเื่เลวร้ายต่างๆ อีกต่อไป”
ทุกคนตกตะลึง หยางเป่ามองหน้าพี่ชายแล้วยกมือมาจับไหล่
“ข้ารู้ว่าท่านตัดสินใจแล้ว ข้าสนับสนุนท่าน จะแยกบ้านกันหรือไม่ ท่านก็ยังเป็พี่ชายของข้าเสมอ”
“ขอบใจเ้ามากน้องเล็ก”
“ข้าไม่ให้แยก หากอยากแยกก็รอให้ข้าลงโลงไปก่อน บ้านนี้ข้าเป็คนตัดสินใจ หากข้าว่าไม่ก็คือไม่ เ้าอย่าหวังว่าจะออกไปใช้ชีวิตสุขสบาย แล้วถีบหัวส่งพวกข้าเช่นนี้ การแยกบ้านผู้าุโต้องยินยอม หรือหากอยากแยกบ้านก็นำเงินมา 20 ตำลึงทอง ข้าจะทำหนังสือแยกบ้านให้” แม่เฒ่าหลี่พูดจบก็รีบเข้าห้องปิดประตู ในห้องนอนของบ้านสาม
เย่ซื่อและเด็กๆ กำลังนั่งรออย่างกระวนกระวายใจ ด้วยความเป็ห่วงผู้เป็สามีและบิดา ซูเจียวจับมือพี่สะใภ้แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน
“พี่สะใภ้สามไม่ต้องกังวล พี่สามไม่ได้เป็อะไรมาก ท่านรออยู่ที่นี่เถอะ”
“ท่านน้าพูดถูกแล้วขอรับ หากพวกเราออกไป ท่านพ่อต้องพะว้าพะวังแน่ สงบใจรอท่านพ่อเถอะขอรับ” ลู่เหวินเฝ้าดูผู้เป็พ่อมาหลายวัน เขาเป็คนรักครอบครัว และมักจะหาทางแก้ปัญหาที่ละมุนละม่อมเสมอ แต่หากเขาตัดสินใจแล้ว เขาจะต่อสู้จนกว่าเข้าจะสำเร็จหรือพ่ายแพ้ไปเสีย
รอกันสักพัก หยางเฉิงกับหยางเป่าก็เปิดประตูเข้ามา
“ท่านแม่บอกว่าหากอยากแยกบ้าน ต้องหาเงินมาให้ 20 ตำลึงทอง” หยางเฉิงกล่าวกับลูกเมียด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“ฮะ..แยกบ้าน นี่มันเื่อะไรกันเ้าคะพี่สาม” ซูเจียวถามพี่ชายด้วยความสงสัย
“พี่หญิงเล็ก พี่สามจะขอแยกบ้าน ข้าเองก็คิดว่าสมควรแล้ว พวกเราใช้เงินพี่สามกินอยู่ แต่ท่านแม่กับคนอื่นๆ ทำอย่างกับบ้านพี่สามเป็วัวเป็ม้า” หยางเป่าอธิบาย
“ข้าจะไปคุยกับท่านแม่ หากท่านอยากแยกบ้าน สมควรแบ่งเงินเก็บออกมาให้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาเรียกเงินอย่างนี้” ซูเจียวกำลังจะออกไปแต่โดนน้องชายขัดไว้
“ข้าตามไปแล้ว ท่านแม่ขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป เรากลับกันเถอะ ให้พี่ใหญ่ได้พักผ่อน”
หยางเฉิงเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายและน้องสาว
“แม้ข้าจะแยกบ้าน แต่พวกเ้าก็ยังเป็น้องของข้าเสมอ หากข้ามีกินพวกเข้าย่อมได้กิน ข้าจะเก็บเงินไว้สมทบเป็ค่าสินสอดให้เ้าแต่งภรรยา และเป็สินเดิมเวลาน้องหญิงเล็กออกเรือน”
หยางเป่ากับซูเจียวปาดน้ำตาแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป