ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 168 ความเจ้าเล่ห์ของคุณปู่ซู

            คุณปู่ซูได้ยินมานานแล้วว่าจิ่งเยี่ยนกุยซื้อบ้านใหม่ ในใจก็ดีใจที่ต่อไปจะได้อยู่ใกล้กัน สามารถมาทดสอบการเรียนของจิ่งเยี่ยนกุยได้ทุกเมื่อ

            จิ่งเยี่ยนกุยพาเขาชมบ้านใหม่ เขายิ้มพลางพูดว่า “บ้านนี้ดีมาก ศิษย์ตัวน้อย เธอตาถึงนะ”

            จิ่งเยี่ยนกุยรีบประจบสอพลอเขา “ก็เพราะท่านอาจารย์สอนดีค่ะ”

            คุณปู่ซูหัวเราะเสียงดัง แล้วเดินสำรวจไปทั่วบ้าน หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยซื้อบ้านหลังนี้มา เนื่องจากมีเวลาน้อย จึงไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากมาย แค่ปรับเปลี่ยนการใช้สอยห้องต่างๆ เท่านั้น และเขาก็เห็นว่ามันดีมาก

            เจียงอี่โหลวจ้องมองคุณปู่ซูมาตลอด มองอยู่นานก็เข้ามาถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านคือผู้เฒ่าซู หมอเทวดาซูจิ้งซานใช่ไหมคะ?”

            คุณปู่ซูยิ้มพลางตอบ “หมอเทวดาอะไรนั่นมันก็แค่ชื่อเรียก ฉันก็แค่ซูจิ้งซานเท่านั้นเอง”

            เจียงอี่โหลวแสดงความเคารพ “เมื่อสามสิบปีก่อน คุณปู่ของฉันป่วยหนัก ท่านใช้เข็มเดียวก็ช่วยชีวิตเขาไว้! ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเป็นท่าน มารู้ทีหลังตอนคนอื่นเล่าให้ฟัง ฉันอยากจะขอบคุณท่านด้วยตัวเองมาตลอด แต่ไม่มีโอกาส ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านที่นี่”

            สมัยหนุ่มๆ คุณปู่ซูเคยช่วยชีวิตคนมาตั้งมากมาย เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนเขาไม่ได้ใส่ใจ จึงไม่รู้ว่าเจียงอี่โหลวพูดถึงใคร

            เขาโบกมือ ตอนแรกตั้งใจจะบอกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คิดว่าเรื่องนี้สามารถนำมาสอนจิ่งเยี่ยนกุยได้ จึงพูดว่า “เยี่ยนกุย แพทย์คือผู้มีเมตตา ต่อไปเมื่อเธอเรียนจบแล้ว ถ้าเจอเหตุการณ์ที่เกี่ยวโยงกับชีวิต ก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทันที”

            ซูไป่ชิงได้ยินดังนั้นก็ขยิบตาให้จิ่งเยี่ยนกุย จิ่งเยี่ยนกุยจึงเข้าใจทันที “แล้วเมื่อไหร่ท่านอาจารย์จะพาหนูไปนั่งตรวจคนไข้ที่ร้านยาเหรอคะ?”

            คุณปู่ซู “…”

            ลูกศิษย์ที่น่าปวดหัวคนนี้!

            แล้วเขาก็พบปัญหาอย่างหนึ่ง การพาศิษย์ที่เรียนแพทย์ไปนั่งตรวจคนไข้เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นต่อให้ท่องตำราแพทย์ได้ดีแค่ไหน ถ้ารักษาคนไข้ไม่ได้ ก็เป็นแค่การรบบนกระดาษ [1] เท่านั้น

            คุณปู่เป็นคนมีไหวพริบ จึงรีบทำหน้าดุ “ได้ พรุ่งนี้ฉันจะไปนั่งตรวจคนไข้ที่ชิ่งอันถัง เธอก็ไปดูคนไข้กับฉันทุกวันช่วงเช้า”

            จิ่งเยี่ยนกุยลูบจมูกตัวเอง ซูไป่ชิงก็รีบประจบคุณปู่ทันที “คุณปู่เป็นแพทย์ระดับชาติ การกลับมาออกตรวจครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ จะไปตรวจคนไข้แบบเงียบๆ ได้ยังไง ต้องเลือกฤกษ์งามยามดีก่อน แล้วก็ต้องโฆษณา…”

            พูดยังไม่ทันจบก็โดนคุณปู่ซูดีดหน้าผากอย่างแรง “ในฐานะที่เป็นหมอ การช่วยชีวิตคนคือหน้าที่ ไม่ต้องมาทำเรื่องไร้สาระ เพราะความเจ็บป่วยรอไม่ได้ ไม่มีคนไข้คนไหนรอจนถึงฤกษ์งามยามดีที่แกรอเปิดร้านหรอกนะ”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะพลางพูดว่า “ท่านอาจารย์พูดถูก พี่ซูไม่เอาไหนเลยนะคะ!”

            ซูไป่ชิง “…”

            เขารู้สึกเหมือนถูกหลอกยังไงไม่รู้

            คุณปู่ซูอายุมากแล้ว จะนั่งตรวจคนไข้ทุกวันก็ไม่ไหว ส่วนจิ่งเยี่ยนกุยก็เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ยังไม่ได้เก็บของเข้าบ้าน คำสั่งซื้อที่สั่งไว้ก็ยังไม่ได้ทำ สุดท้ายพวกเขาจึงตกลงกันว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ทุกวันที่เป็นเลขคู่ อาจารย์กับลูกศิษย์จะไปนั่งตรวจคนไข้ที่ชิ่งอันถัง

            ก่อนหน้านี้หยางหว่านซิ่วและคนอื่นๆ รู้ว่าฝีมือการแพทย์ของคุณปู่ซูไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าท่านจะเป็นแพทย์ระดับชาติ เธอจึงดีใจแทนจิ่งเยี่ยนกุย การมีอาจารย์เก่งแบบนี้ ต่อไปจะต้องเป็นหมอที่เก่งมากๆ แน่นอน

            ถึงแม้เชอฉางเกินจะเป็นหมอชาวบ้าน แต่ก็ถือเป็นบุคคลในวงการแพทย์ แน่นอนว่าต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของซูจิ้งซานและหมอหลวงซู แต่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เจอคนดังในตำนาน

            รอจนคุณปู่ซูกับจิ่งเยี่ยนกุยพูดคุยกันเสร็จแล้ว เขาก็เข้าไปถามว่า “ท่านซู ท่านยังรับลูกศิษย์อีกไหม? ท่านเห็นว่าผมเป็นยังไงบ้างครับ?”

            ก่อนหน้านี้จิ่งเยี่ยนกุยได้แนะนำทุกคนในบ้านให้คุณปู่ซูรู้จัก คุณปู่ซูจำเขาได้จึงพูดว่า “ฉันใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเจอศิษย์อย่างเยี่ยนกุย นายคิดว่าตัวเองหนุ่มกว่าหล่อนหรือคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์มากกว่าหล่อนกันล่ะ?”

            เชอฉางเกินเกาหัว คุณปู่ซูจึงพูดอีกว่า “ไม่ใช่ว่าฉันดูถูกหมอชาวบ้าน แต่เมื่อหลายปีก่อนหมอชาวบ้านในหมู่บ้านถูกส่งไปอบรม ไม่กี่เดือนก็กลับมารักษาคนไข้ได้แล้ว”

            “แต่การที่จะเรียนแพทย์แผนจีน คนอย่างเยี่ยนกุยที่มีพรสวรรค์ไม่เลว ฉันต้องสอนเอง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามถึงห้าปีถึงจะเรียนสำเร็จ”

            คำพูดนี้เป็นการปฏิเสธอย่างชัดเจน ถ้ามีใครมาบอกว่าฝีมือการรักษาของเขาไม่ดี เชอฉางเกินคงต้องเถียงกลับไปบ้าง แต่พอคุณปู่ซูพูดมาแบบนี้ เขาจึงยอมรับอย่างเต็มใจ

            เขาจึงเดินเข้าไปใกล้จิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “หรือไม่ก็ เธอรับฉันเป็นลูกศิษย์ก็ได้”

            จิ่งเยี่ยนกุยสะดุ้งโหยง เชอฉางเกินอายุสี่สิบกว่าแล้ว เธอไม่อยากจะนึกภาพเขาเรียกเธอว่าอาจารย์ เธอจึงส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่ได้ค่ะ! ถ้าแบบนั้นลำดับญาติคงมั่วไปหมดค่ะ!”

            หลิวหงอิงก็รู้สึกว่าเขาทำขายหน้า จึงดุว่า “แกพอเถอะน่า! แกเคยขุดหลุมฝังเยี่ยนกุยไปตั้งหลายครั้ง แกยังมีหน้ามาให้หล่อนรับแกเป็นลูกศิษย์อีกเหรอ!”

            ทุกคนหัวเราะออกมา เชอฉางเกินก็ไม่ได้โกรธ เพียงพูดว่า “ก็ฉันคิดว่าฝีมือการรักษาของตัวเองไม่ดี อยากจะช่วยคนในหมู่บ้านให้มากขึ้น อยากจะเรียนรู้เพิ่มพูนความรู้ไงเล่า!”

            จิ่งเยี่ยนกุยยื่นยาใส่แผลให้เขาหนึ่งขวด “ต่อไปถ้าเจอคนบาดเจ็บก็ใช้ยานี้ รับรองได้ผล ถือว่าช่วยเพิ่มพูนความรู้ไปในตัวค่ะ ขวดนี้หนูให้ไปก่อน ถ้าหมดแล้วอยากได้อีกต้องซื้อนะคะ”

            เชอฉางเกินหัวเราะแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย เธอทำแบบนี้ไม่ค่อยดีนะ นี่จะให้ฉันไปขายยาให้เธอหรือไง!”

            จิ่งเยี่ยนกุยก็หัวเราะ “ใช่แล้วๆ แล้วคุณหมอเชอจะขายไหมคะ?”

            “ขาย!” เชอฉางเกินโบกมือ “ฉันจะขายยาเยอะๆ ให้เธอได้สัมผัสถึงความจริงใจของฉัน แล้วรับฉันเป็นศิษย์… โอ๊ย บอกแล้วไงว่าอย่าดึงหู!”

            หลิวหงอิงบิดหูเขาจนหมุนไปรอบหนึ่ง “พูดจาดีๆ หน่อย!”

            ทุกคนเห็นว่าหลิวหงอิงไม่ได้ตั้งใจจะบิดหูเชอฉางเกินจริง จึงหัวเราะออกมาอีก ในบ้านจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

            หลังจากทานอาหารเสร็จ คุณปู่ซูก็หมดแรงอ่อนล้า จิ่งเยี่ยนกุยจึงให้เขาไปพักผ่อนที่เก้าอี้ในห้องด้านหลัง

            อากาศในเดือนตุลาคมเริ่มเย็นแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยจึงเอาผ้าห่มมาให้เขาห่ม เขามองเธอแล้วพูดว่า “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกับไป่ชิงตกลงอะไรกันไว้ วันนี้ต่อหน้าคนเยอะแยะเธอกับไป่ชิงยุให้ฉันออกไปตรวจคนไข้ พวกเธอสองคนมันตัวร้าย”

            จิ่งเยี่ยนกุยแกล้งโง่ “ท่านอาจารย์พูดอะไรคะ? หนูไม่เข้าใจ!”

            คุณปู่ซูหลับตาลงแล้วพูดว่า “ในใจฉันก็มีความตั้งใจของตัวเอง แต่ก็กลัวว่าวิชาแพทย์แผนโบราณจะสูญหาย และยังกลัวที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องเก่าๆ ในอดีต ไม่ว่าจะยังไง เยี่ยนกุย ฉันต้องขอบคุณเธอ”

            จิ่งเยี่ยนกุยยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องขอบคุณเธอ ครั้นอยากจะถามอะไร เขากลับโบกมือเป็นสัญญาณให้เธอออกไป เขาต้องการพักผ่อน

            เธอจัดผ้าห่มให้เขาแล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ ถึงแม้ตอนนี้หนูจะดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจเรียนแพทย์ แต่ในใจของหนูเคารพแพทย์แผนจีน ยกย่องแพทย์แผนจีน ท่านคอยดูเถอะค่ะ! หนูจะเป็นแพทย์แผนจีนที่เก่งกาจแน่นอน”

            เชิงอรรถ

            [1] 纸上谈兵 การรบบนกระดาษ เป็นสำนวนจีน ใช้เปรียบเปรยถึง คนที่ดูเหมือนว่ามีความรู้มาก แต่ไม่มีประสบการณ์หรือไม่เคยลงมือทำอะไรด้วยตัวเองเลย 

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808