ในกระท่อมอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของสำนักเซียน์ จางเย่กำลังฝึกฝนพลังเซียนพื้นฐานอย่างขยันขันแข็ง แม้ว่าเขาจะไม่มีพร์โดดเด่น แต่เขาก็ทดแทนด้วยความมุ่งมั่นและความขยันที่ไม่เคยลดละ
ปรมาจารย์เต๋าเสวียนผู้เป็อาจารย์ของเขาเฝ้าสังเกตความก้าวหน้าของจางเย่อย่างพึงพอใจ ท่านเห็นแววแห่งความมุ่งมั่นและความกระหายที่จะเรียนรู้ในตัวศิษย์ของท่าน
"เ้าทำได้ดีมาก จางเย่" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "ความขยันหมั่นเพียรของเ้าจะนำพาเ้าไปสู่ความสำเร็จ"
"ขอบคุณขอรับ ท่านอาจารย์" จางเย่กล่าวด้วยความเคารพ "ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่"
"อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเป็การประลองศิษย์ในสำนักยอดเขาต่างๆ" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "เ้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
"ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ขอรับ" จางเย่กล่าว
การประลองศิษย์เป็งานประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อหาอันดับที่ 1-4 ของศิษย์ในสำนักทั้งหมดหลายหมื่นคน ผู้ที่ได้อันดับสูงสุดจะได้รับรางวัลและเกียรติยศมากมาย
จางเย่รู้ดีว่าการประลองครั้งนี้เป็โอกาสสำคัญสำหรับเขาที่จะพิสูจน์ตัวเอง เขาจึงฝึกฝนอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน ศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักก็กำลังเตรียมตัวสำหรับการประลองเช่นกัน บางคนมีพร์โดดเด่นและเป็ที่คาดหมายว่าจะได้อันดับสูงๆ
"เ้าคิดว่าเ้าจะชนะข้าได้หรือ จางเย่" ศิษย์คนหนึ่งชื่อหลี่หยางกล่าวด้วยความเย่อหยิ่ง "ข้ามีพร์มากกว่าเ้าหลายเท่า"
"ข้าอาจไม่มีพร์เท่าเ้า" จางเย่กล่าว "แต่ข้ามีสิ่งที่เ้าไม่มี นั่นคือความมุ่งมั่น"
หลี่หยางหัวเราะ "ความมุ่งมั่นอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เ้าชนะข้าได้"
"เราจะได้รู้กันในการประลอง" จางเย่กล่าว
การประลองศิษย์ใกล้เข้ามาทุกที จางเย่ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น เขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการฝึกพลังปราณและการใช้คาถาข้างนอกเขาเหมือนดูมุ่งมั่นแต่ข้างในเขาสบายมากๆเพราะเขาต่องเล่นตามบทบาทของศิษย์ไร้ค่าไม่เอาใหนมีหรือที่คนอย่างเขาจะไม่สามารถเรียนวิชาเซียนวิชาจักรพรรดิเซียนและวิชาที่อยู่เหนือจากนั้นไปมากจนเซียนเทพมารทั้งหลายไม่สามารถเข้าถึงได้เพียงเขาขยับเบาๆ3000โลกอนันตจักรวาลอันตโลกธาตุทั้งหลายก็แตกสลายได้ตามใจนึกแต่เื่เหล่านี้มันไม่สนุกเหมือนแต่ก่อนอีกแล้วเมื่อเขามาถึงจุดสูงสุดก็ไม่จำเป็ต้องใช้พลังอำนาจหรือวิชาใดที่จะต่อกรกัศัตรูมีแต่พลังแห่งความเมตตาเท่านั้นที่เขามีต่อพวกมารร้ายและอสูรร้ายทั้งหมดเพราะเขาอยู่ในขั้นที่ไร้ตัวตนแล้ววิชาต่างๆไม่ว่สจะแข็งแกร่งแค่ใหนก็ไม่สามารถทำอันตรายให้กับเขาได้วิถีแห่งความเป็ะเมื่อฝึกถึงขั้นสูงสุดก็จะเป็ะแต่ไม่ใช่ว่าจะฆ่าไม่ตายไม่ได้จางเย่เขาอ่านนิยายจากโลกก่อนมาเยอะแนวเทพเซียนขนาดะยังถูกทำลายิญญาดับสูนได้เลยถ้าเจอขั้นที่สูงกว่าตนเองในเวลาแสนล้านปีในสมาธิเขาก็ศึกษาจนเข้าใจถ่องแท้ถึงวิชาต่างใน์และโลกนี้นั้นก็คือพลังแห่งความเมตตาถ้าฝึกจนสูงสุดแล้วไม่มีอาวุธวิเศษใดๆหรือพลังใดๆเข้ามากล้ำกลายเขาได้เพราะทุกอย่างที่เข้ามาดระทบจะเปลี่ยนเป็ของที่ไร้พลังทันทีนี้แหละวิชาต่างๆที่พยายามคิดค้นให้พิศดารแข็งแกร่งขนาดใหนก็ไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
จางเย่ฝึกฝนของเขาไปเรื่อยๆแกล้งให้อาจารย์ของเขาดีใจที่เขาดูมุ่งมั่นในการฝึกวิชาเซียนแต่แท้ที่จริงแล้วเขาขร้เกียจฝึกมากในอนาคตถ้าเขาลงเขาไปเขาจะรับศิษย์ซักสองสามคนเพื่อถ่ายทอดสุดยอดวิชาต่างๆที่เขาได้สร้างขึ้ยมาเป็วิชาของเขาเองถ้าหากใครเห็นก็ต้องตกตะลึงเป็อย่างมากตำราแต่ละเล่มที่เขาสร้างขึ้นสามารถสร้างจักรพรรดิเซียนผู้์มานักต่อนักแล้วในเวลาแสนล้านปีที่ผ่านมาเขามีหน้าที่ดูแลสำนักเซียน์และชาวบ้านที่จะโดนพวกมารและสัตว์อสูรเล่นงานรอบๆบริเวณสำนักแห่งนี้จางเย่ฝึกเสร็จเขาก็ออกไปเดินเล่นในสวนไผ่ของสำนักเมฆาม่วงสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปราณของฟ้าดินเหมาะให้ศิษย์ของสำนักมาฝึกฝนเพื่อความรวดเร็วเขามองดูพวกศิษย์พี่ฝึกวิชากระบี่บังคับกระบี่บินอย่างอิสระเขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ