ตอนที่เพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆไป๋ฉางเซิงยังรู้สึกว่าระดับทหารอสูรนั้นดูห่างไกลเหลือเกิน
เพราะในตอนนั้นการกลืนกินเนื้อหนังในแต่ละวันเพื่อเพิ่มค่าพลังเืของเขายังต้องใช้ทศนิยมในการคำนวณด้วยซ้ำ
แต่หลังจากผ่านการวิวัฒนาการมาสองครั้งและอัปเกรดเสริมพลังการย่อยขึ้นเป็ระดับสามจำนวนค่าพลังเืที่เขาได้รับในแต่ละวันก็ถือว่าน่าประทับใจมาก
เขาได้กินวันละสามมื้อแต่ละมื้อได้รับค่าพลังเืหกแต้มและยังได้รับแต้มวิวัฒนาการอีกจำนวนหนึ่งตามระดับความแข็งแกร่งเดิมของเนื้อสัตว์อสูรที่กินเข้าไป
จะมากจะน้อยแตกต่างกันไปแต่ความก้าวหน้าในแต่ละวันนั้นเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
สามวันต่อมาค่าพลังเืของไป๋ฉางเซิงก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดของระดับปัจจุบัน
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินกิ้งก่าดาบสามสี ได้รับค่าพลังเื 2.4 และแต้มวิวัฒนาการ 0.5]
[ค่าพลังเืถึงขีดจำกัดปัจจุบันแล้วโปรดเริ่มการวิวัฒนาการครั้งที่สามโดยเร็ว]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งที่สาม: ค่าพลังเื 100 แต้ม แต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการครบถ้วน ยืนยันการเริ่มวิวัฒนาการหรือไม่]
“ยืนยัน!”
ทันทีที่ระบบแจ้งเตือนว่าถึงขีดจำกัดไป๋ฉางเซิงก็เลือกเริ่มการวิวัฒนาการทันทีเพียงแต่ความรู้สึกร้อนรุ่มแผดเผาในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ
เกล็ดสีขาวเดิมของไป๋ฉางเซิงเริ่มปรากฏรอยสีแดงซ่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เพียงแค่สองสามวินาทีสติของเขาก็เริ่มพร่าเลือนและมึนงง
“ให้ตายสิ ต่อไปวิวัฒนาการต้องเ็ปขนาดนี้ทุกครั้งเลยหรือไง?”
เขาด่าทออยู่ในใจแต่ทำได้เพียงกัดฟันอดทน
แม้ไม่รู้ว่าถ้าหมดสติไปในระหว่างกระบวนการวิวัฒนาการจะถึงขั้นตายหรือไม่แต่ต่อให้เป็การวิวัฒนาการล้มเหลวแบบไม่รุนแรง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะแบกรับได้
กว่าจะสะสมค่าพลังเืและแต้มวิวัฒนาการมาได้นานขนาดนี้ถ้าต้องล้มเหลวไป เขาคงต้องรออีกหลายวันกว่าจะสะสมแต้มวิวัฒนาการได้ครบใหม่
ดังนั้นไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องทนให้ได้
แต่โชคดีที่เจียงจืออวี๋สังเกตเห็นความผิดปกติของไป๋ฉางเซิง
เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงที่ร่างกลายเป็สีแดงเถือกไปทั้งตัวเจียงจืออวี๋ก็ขมวดคิ้วมุ่น พึมพำกับตัวเองว่า “การกลายพันธุ์รอบสาม?เป็ไปได้ยังไง!”
ต่อให้ชาติก่อนเธอจะเคยขึ้นไปถึงระดับจักรพรรดิ แต่สัตว์อสูรที่เธอเคยเห็นว่าสามารถกลายพันธุ์ได้ถึงสามรอบนั้นก็นับนิ้วได้เลย
และพวกที่สามารถกลายพันธุ์รอบที่สามได้นั้นไม่ว่าตัวไหน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็ระดับาาอสูรขึ้นไปทั้งสิ้น!
“การกลายพันธุ์รอบสามแทบจะถูกมองว่าเป็เอกสิทธิ์เฉพาะของระดับาาอสูรใครที่ทำสำเร็จ ย่อมการันตีการเป็าาอสูรแน่นอน!”
“แต่ว่า...”
“เสี่ยวไป๋เป็เพียงงูเกล็ดขาวตัวหนึ่งแท้ๆแล้วจะมีคุณสมบัติอะไรให้วิวัฒนาการได้ถึงครั้งที่สาม?”
เจียงจืออวี๋พบว่าประสบการณ์และสายตาที่ผ่านมาของเธอดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลกับสัตว์เลี้ยงิญญาตัวนี้เลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่เธอสรุปขีดจำกัดการเติบโตใหม่ให้กับไป๋ฉางเซิงไม่นานนักเขาก็จะทำลายมันลงครั้งแล้วครั้งเล่า
วนเวียนอยู่อย่างนี้จนเธอเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าเ้าตัวเล็กนี่ทำให้เธอประหลาดใจเป็ครั้งที่เท่าไหร่
เื่พวกนี้ถ้าเอาไปบอกใครคงไม่มีใครเชื่อแต่มันกลับเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเธอ
อย่างไรก็ตามแม้จะใ แต่เจียงจืออวี๋ก็ยังมีสติในการวิเคราะห์
เธอพลิกมือเบาๆยาประสานเืเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือมันคือเม็ดที่หลินจิงเหยาเดิมพันมาได้จากหวงเส้าเทียนในการเรียนภาคสนามครั้งก่อนตอนนั้นใช้ไปเม็ดหนึ่ง อีกเม็ดจึงยังเหลืออยู่จนถึงตอนนี้
ทว่าเมื่อเห็นยาประสานเืเม็ดนั้นไป๋ฉางเซิงกลับมีท่าทีหลบเลี่ยงอย่างหาได้ยาก
แค่การวิวัฒนาการก็ทำให้เขาปวดแทบตายอยู่แล้วถ้าต้องบวกยาประสานเืเข้าไปอีก คราวนี้คงเป็การทรมานแบบคูณสองของจริง
“การกลายพันธุ์เผาผลาญพลังเืมหาศาลเหมือนกับการทะลวงระดับของผู้ฝึกยุทธ์ ถ้าไม่มีพลังเืเสริมให้เพียงพอจะล้มเหลวเอาง่ายๆ กินลงไปซะ”
เจียงจืออวี๋ไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธเธอขยับมือยัดยาประสานเืเข้าปากไป๋ฉางเซิงทันที
ทันทีที่ยาประสานเืเข้าสู่ปากความรู้สึกเหมือนพลังเืจะะเิออกก็จู่โจมซ้ำเข้ามาอีกระลอกผสมปนเปไปกับความร้อนระอุทั่วร่าง
แต่สิ่งที่แปลกคือเมื่อฤทธิ์ยาประสานเืะเิออกมา ความร้อนที่เคยแผดเผากลับทุเลาลงแม้แต่ความรู้สึกที่พลังเืเดือดพล่านก็ไม่ได้ดูเกินจริงอย่างที่คิดไว้
ทุกอย่างกลับมาอยู่ในระดับที่ไป๋ฉางเซิงพอจะทนไหว
การลอกคราบ...ความร้อนจางหายไป... พลังเืค่อยๆ สงบนิ่งลง
ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินยาประสานเื ได้รับค่าพลังเื 20 แต้ม และแต้มวิวัฒนาการ 8 แต้ม]
[การวิวัฒนาการครั้งนี้เสร็จสิ้น ใช้แต้มวิวัฒนาการไปทั้งสิ้น 10 แต้ม]
[ยินดีด้วย โฮสต์เสร็จสิ้นการวิวัฒนาการครั้งที่สาม]
[การวิวัฒนาการครั้งต่อไป้าค่าพลังเื: 1,000 แต้มแต้มวิวัฒนาการ 100 แต้ม]
ความรู้สึกราวกับรอดพ้นความตายทำให้ไป๋ฉางเซิงหอบหายใจเบาๆเขาเอียงคอเล็กน้อยแล้วมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก
ตอนที่เพิ่งทะลุมิติมาร่างกายเขายาวเพียงสิบเิเ ดูอวบอิ่มกลมมนและน่ารักไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
แต่หลังจากการวิวัฒนาการครั้งที่สามความยาวลำตัวของเขาพุ่งไปถึงสองเมตร!
ตอนนี้เขาไม่มีความรู้สึกอวบอ้วนหลงเหลืออยู่เลยโดยเฉพาะส่วนหัวที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายดุร้าย
ยิ่งประกอบกับลวดลายสีรุ้งสามเส้นสั้นยาวไม่เท่ากันข้างดวงตาก็ยิ่งส่งให้ดูน่าเกรงขามและทรงพลัง
“เป็ทหารอสูรเร็วขนาดนี้เลย?”
เสียงของเจียงจืออวี๋ดังขึ้นข้างหูเมื่อไป๋ฉางเซิงหันไปมอง เขาก็เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเด็กสาว
“ความเร็วในการเติบโตของนาย ต่อให้เทียบกับฉัน ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลยสักนิด”
เจียงจืออวี๋เองก็บอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไงโดยเฉพาะเมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงมองมาที่เธอ
ไม่ว่าจะเป็ความใ ดีใจ สงสัย หรือแม้กระทั่งความนึกเสียดาย
ชาติก่อนเธอทุ่มเทให้กับการควบคุมสัตว์อสูรถึงยี่สิบสองปีเสียทั้งแรงกายและแรงใจไปกับสัตว์เลี้ยงิญญา แต่ผลลัพธ์คือความพ่ายแพ้ย่อยยับพอจะกลับมาฝึกวิถียุทธ์พลังเืก็สายเกินไปจนศักยภาพหดหาย
ชาตินี้เธอเลือกเดินบนเส้นทางวิถียุทธ์พลังเืั้แ่ต้นและไม่เหลือความสนใจในการควบคุมสัตว์อสูรเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่างูเกล็ดขาวที่เลือกมาส่งๆ กลับให้เซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
การกลายพันธุ์สามรอบและใช้เวลาเพียงสิบสามวันในการเติบโตขึ้นเป็ระดับทหารอสูรความเร็วระดับนี้เรียกได้ว่าสะท้านโลกไปแล้ว
จริงอยู่ที่สัตว์อสูรบางชนิดเกิดมาก็อยู่ในระดับทหารอสูรหรือแม้แต่แม่ทัพอสูรอย่างเช่นสิงโตขนเพลิงกลืนอัคคีของหวงเส้าเทียนแต่นั่นเป็ผลมาจากสายเืระดับสูง
แต่อย่าลืมว่าเริ่มต้นเลยนั้นเสี่ยวไป๋เป็เพียงงูเกล็ดขาวที่มีสายเืต่ำต้อยที่สุดและมีพลังต่อสู้เป็ศูนย์!
เจียงจืออวี๋มีความรู้สึกประหลาดเหมือนกับคนที่เธอไม่เคยคาดหวังอะไรเลย กลับเป็คนที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุด
“ถ้าั้แ่แรกฉันเลือกเส้นทางผู้ควบคุมสัตว์อสูร เสี่ยวไป๋ก็คง...”
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาเจียงจืออวี๋ก็ปฏิเสธมันทันที เธอส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น
การมุ่งเน้นไปที่วิถียุทธ์พลังเืนั้นการเข้าสู่ระดับจักรพรรดิแทบจะเป็เื่ที่แน่นอนแต่เส้นทางควบคุมสัตว์อสูรนั้นไม่แน่
“สัตว์อสูรมีเป็หมื่นล้านแต่ตัวที่จะเติบโตไปถึงระดับเทพอสูรได้มีเพียงหยิบมือเดียว”
“แม้แต่ทายาทของเทพอสูรเองก็ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะไปถึงระดับนั้นได้แม้แต่จะถึงระดับาาอสูรยังมีโอกาสแค่หนึ่งในสิบ”
“สายเืงูเกล็ดขาว ยังไงขีดจำกัดสูงสุดก็ถูกล็อคไว้อยู่ดี”
“แต่การขึ้นเป็ระดับทหารอสูรได้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันผ่านการทดสอบผู้ควบคุมสัตว์อสูรแล้วล่ะ”
เจียงจืออวี๋มีความคิดวูบหนึ่งแววตาของเธอเริ่มเป็ประกายวาววับ