ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 46 ชุดขาวกลางนภา

            สองวันต่อมาก็ได้กำหนดเดินทาง คุณชายหวังถูกคุมตัวในกรงไม้ ขบวนค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูทางทิศใต้

    ขบวนคุมตัวนักโทษเพิ่งจะเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองได้ไม่ไกล แต่แล้วผู้คนบริเวณรอบ ๆ ก็ต่างชี้ไม้ชี้มือไปยังทิศทางของประตูเมือง

    “ดูนั่นสิ สตรีผู้นั้นคิดจะทำสิ่งใด”

    มู่ไห่เฉินที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ก็ได้หันหลังมองกลับไปตามทิศทางที่ผู้คนชี้นำ

    สตรีชุดขาวไว้ทุกข์ ยืนโดดเด่นอยู่บนกำแพงเมือง รอบ ๆ ของนางเต็มไปด้วยเหล่าทหาร แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้

    มู่ไห่เฉินเมื่อลองเพ่งเล็งดี ๆ ก็เห็นว่าคนผู้นั้นก็คือจางเฉิงอี้ 

    มู่ไห่เฉินหยุดก้าวเดิน เขาค่อย ๆ ออกตัววิ่งไปยังประตูเมือง อีกทั้งยังโบกมือไปมา พร้อมตะโกนชื่อจางเฉิงอี้ไม่หยุด

            นางที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง เมื่อเห็นมู่ไห่เฉินกำลังวิ่งเข้ามา นางเพียงส่งยิ้มตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับวันแรกที่ได้พบ แต่ในแววตากลับว่างเปล่า ราวกับคนที่ตัดสินใจไปแล้วทุกอย่าง

            สายลมพัดชายผ้าขาวของนางให้ปลิวไหวอยู่กลางนภา ท่ามกลางเสียงผู้คนด้านล่างที่เริ่มแตกตื่น

            มือทั้งสองข้างของนางผายออก ราวกับจะโอบรับบางสิ่ง หรือไม่ก็กำลังปล่อยทุกอย่างทิ้งไป

            “อย่า!”

            มู่ไห่เฉินพุ่งตัวออกไป วิชาตัวเบาถูกเร่งถึงขีดสุด ระยะทางสั้น ๆ กลับยืดยาวราวกับไร้จุดสิ้นสุด

            แต่แล้วร่างสีขาวนั้นก็เอนเอียง ก่อนจะทิ้งตัวลงจากกำแพงสูง ทุกอย่างราวกับช้าลงในชั่วขณะ ชายผ้าขาวปลิวไหวกลางอากาศ แสงแดดสะท้อนร่างของนางเป็นเพียงเส้นบางเบา

            มู่ไห่เฉินกัดฟันแน่น เร่งฝีเท้าจนลมหายใจแทบขาด แต่เขารู้ดีระยะห่างนั้น ต่อให้เขามีวิชาตัวเบาดีกว่านี้ก็ไปไม่อาจจะไปทัน

            ฝีเท้าของเขาชะงักลงในที่สุด ก่อนที่เขาจะหันเบือนหน้าหนี ไม่ใช่เพราะไม่อยากช่วย แต่เพราะไม่อาจทนเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

            เสียงตุบดังขึ้นในใจด้วยความสะท้าน

            เหมือนบางสิ่งในอกของเขาถูกกระชากหลุดออกไปพร้อมกัน โลกทั้งใบพลันเงียบงัน ก่อนที่เสียงผู้คนจะแตกฮือขึ้นในวินาทีถัดมา

            มู่ไห่เฉินยืนนิ่ง ทั่วทั้งร่างเย็นเฉียบ
    ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว เขากัดฟันแน่นจนแทบได้ยินเสียงกระทบกันของฟัน สติของเขากำลังจะหลุดลอย แต่เขาฝืนกดมันเอาไว้ 

            ไม่กี่อึดใจต่อมา มู่ไห่เฉินก็ขยับเท้าอีกครั้ง ฝีเท้าเขาทั้งช้าและหนักจนแทบก้าวไม่ออก

            เขาเดินกลับไปยังขบวนคุ้มกันนักโทษ ใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ราวกับคนที่เพิ่งตายไปไม่เคยมีตัวตน

            มือปราบเถี่ยเดินเข้ามาอยู่เคียงข้างที่ท้ายขบวน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบงัน เพราะบางความสูญเสีย ไม่อาจปลอบด้วยคำพูดใดได้

            มู่ไห่เฉินฝืนตั้งสติอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาบังคับร่างกายให้ก้าวไปข้างหน้า โดยไม่หันหลังกลับไปมองแม้เพียงครั้งเดียว

            จนขบวนค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกจากเมือง กำแพงเมืองค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา และในวินาทีนั้นเอง สติที่เขาฝืนยึดไว้ก็พังทลายลง น้ำตาเอ่อขึ้นจนพร่ามอง ก่อนน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงเงียบ ๆ

            ยิ่งคิด ยิ่งเจ็บ คนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือผู้ก่อเหตุทั้งหมด แต่พรุ่งนี้เช้า เขากลับจะได้เดินจากไปอย่างไร้ความผิด ใช้ชีวิตต่อไปราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

            แล้วทั้งหมดนี่มันคืออะไรกัน กฎหมาย? ความยุติธรรม? หรือเป็นเพียงเรื่องตลกที่คนอ่อนแอต้องเชื่อ

            มู่ไห่เฉินไม่เคยคิดเลย ว่าเรื่องราวจะลงเอยเช่นนี้ เขายังยืนอยู่ ยังหายใจอยู่ แต่ข้างในกลับว่างเปล่า ไม่ต่างจากศพที่ยังเดินได้

            ยามพัก เขาแทบไม่กินไม่ดื่ม นั่งนิ่งราวกับหลงเหลือเพียงเปลือก แม้มือปราบเถี่ยจะเอ่ยปลอบ แต่คำพูดเหล่านั้น ก็ไม่อาจเข้าถึงเขาได้อีกแล้ว เพราะบางสิ่งในใจของมู่ไห่เฉิน ได้แตกสลายไปแล้ว และไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

    พวกเขาเดินทางต่อไปจนกระทั่งใกล้ค่ำ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ เสียงนกร้องแสบหูดังขึ้นเป็นระยะ คาดว่าอีกไม่กี่สิบนาทีก็จะเดินทางถึงจุดพักม้า

    บนถนนที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เต็มสองทาง ยามนี้ดูวังเวงพิลึก สายลมที่เคยมียามนี้เหมือนจะหยุดพัดไปเสียอย่างนั้น

    แต่แล้วต้นไม้ข้างทางข้างหน้าก็ปรากฏบางสิ่งขึ้น

    อยู่ ๆ ก็มีคนสวมหน้ากากหน้ายิ้มสีขาวเอียงหัวโผล่ออกมาจากต้นไม้

    ทุกคนที่เห็นก็ต่างตกใจก่อนจะหยุดขบวนลง

    “นั่น นั่น… ยมทูตหน้าขาวหรือเปล่า”

    ทหารผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ

    และทันใดนั้นใบหน้าสีขาวก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากต้นไม้น้อยใหญ่หลายสิบต้น มือปราบเถี่ยรู้แล้วว่าตอนนี้พวกเขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว จึงรีบสั่งให้ตั้งขบวนรับมือ

    หน้ากากขาวแต่ละใบล้วนไม่ซ้ำหน้า ดู ๆ แล้วขนลุกน่ากลัวอยู่บ้าง

    แต่แล้วกลุ่มคนชุดดำหน้ากากขาวก็พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนแล้วเข้าจู่โจม

    กลุ่มยมทูตหน้าขาวขว้างอาวุธลับและเข็มเงินเข้ามาในระลอกแรก ทหารและมือปราบหลายคนโดนเข้าไปก็ค่อย ๆ ล้มลงกับพื้น

    กลุ่มยมทูตหน้าขาวทุกคนล้วนฝีมือยอดเยี่ยม เพียงใช้เวลาไม่นานก็ซัดคนคุ้มกันสลบไปจนเกือบหมด ดูท่าแล้วคนกลุ่มนี้ไม่ได้หวังเอาชีวิตผู้คน

    ยามนี้เหลือคนคุ้มกันเพียงไม่ถึงสิบ ดูแล้วคงต้านได้อีกไม่นาน มือปราบเถี่ยยิงพลุสัญญาณออกไป นั่นเปิดโอกาสให้เขาถูกจู่โจมจากยอดฝีมือถึงสามคน เขาถูกมีดบาดแขนไปเล็กน้อย และไม่นานมือปราบเถี่ยก็ค่อย ๆ หมดสติลง

    มู่ไห่เฉินแม้วิ่งเข้าไปช่วย แต่ด้วยสภาพที่ไม่พร้อมต่อสู้ เวลานี้ก็เสียท่าถูกเข็มยาสลบไปด้วยอีกคน

    ก่อนสติจะดับลงเขายังได้ยินตะโกนร้องขอชีวิตจากคุณชายหวัง ซึ่งมู่ไห่เฉินก็หวังให้คนกลุ่มนี้ช่วยจัดการคนผู้นี้ให้ที เขาไม่สนใจแล้วว่าอะไรคือความดี อะไรคือหน้าที่ ขอแค่ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับจางเฉินอี้ก็เพียงพอแล้ว

    ไม่รู้ว่าพวกเขาหลับไปนานเพียงใด แต่ยามนี้ท้องฟ้าก็มืดแล้ว มู่ไห่เฉินถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากทหารที่เข้ามาช่วยเหลือ

    เขาลุกขึ้นยืนอย่างอ่อนเพลีย ก่อนจะสำรวจไปรอบ ๆ เขาเห็นมือปราบเถี่ยและคนอื่น ๆ ต่างก็ยังอยู่ดี ทำให้โล่งใจขึ้นมาได้บ้าง

    เมื่อมู่ไห่เฉินมองกรงขังนักโทษก็ปรากฏว่านักโทษนั้นได้หายไปแล้ว นั่นก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

    คืนนั้นทุกคนล้วนถูกพากลับไปยังจุดพักม้า แน่นอนว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ ก็ทำให้เกิดความวุ่นวายอยู่ไม่น้อย

    ในยามเช้ามู่ไห่เฉินกับเหล่ามือปราบก็เดินทางกลับเมืองอู่หลิน 

    ประตูเมืองอู่หลินเบื้องหน้ามู่ไห่เฉินยังจำเรื่องราวได้ขึ้นใจ เขาแทบไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นมองกำแพงนั่นอีกครั้ง

    แต่แล้วก็มีความผิดปกติขึ้นบนหลังคาป้อมประตูเมือง บนนั้นมีชายชุดดำสวมหน้ากากขาวยืนเด่นอยู่บนนั้นโดยเหล่าทหารเฝ้ากำแพงเมืองก็ไม่สังเกตเห็น

    ไม่นานนักก็มีรถม้าคันหนึ่งจอดลงตรงหน้าประตูเมือง แต่แล้วอยู่ ๆ หลังคารถม้าก็เปิดกระเด็นออก ในนั้นมีคนผู้หนึ่งถือคันธนูยิงขึ้นไปยังกำแพงเมือง 

            ลูกธนูนั้นผูกเชือกตรงท้าย และเมื่อลูกธนูอ่อนแรงลงก็พอดีชายชุดดำข้างบนรับไว้ ชายผู้นั้นคล้องเชือกกับกำแพงเมืองก่อนจะจับเชือกกระโดดลงกำแพงเมือง

            ทว่าเวลานั้นอีกด้านของเชือกก็ดึงร่างหนึ่งขึ้นไปบนประตูเมือง ส่วนชายชุดดำหลังจากลงจากกำแพงแล้วก็รีบขึ้นม้าเร็วหลบหนี ส่วนอีกคนที่รถม้าก็โปรยกระดาษปลิวว่อนไปทั่ว ก่อนจะนั่งม้าเร็วหลบหนีเช่นเดียวกัน

            ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและชำนาญ เหล่าทหารรอบด้านยังไม่ทันเข้าใจ สองคนนั้นก็หลบหนีไปแล้ว แม้จะอยากไล่ตาม เวลานี้ก็ไม่ทันการณ์

            มู่ไห่เฉินเมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขาหยิบแผ่นกระดาษบนพื้นขึ้นมาอ่าน ข้อความในนั้นล้วนกล่าวถึงวีรกรรมชั่วช้าทั้งหมดที่ผ่านมาของคุณชายหวังผู้นั้น  และไม่ใช่แค่ในเมืองอู่หลิน แต่เป็นมาตั้งแต่ก่อนจะมาเมืองอู่หลินแล้ว 

            มู่ไห่เฉินเงยหน้าขึ้น ร่างที่ห้อยอยู่บนประตูนั้นก็คือคุณชายหวัง บางทีนี่คงอาจจะเหมาะสมแล้ว ทุกอย่างที่คนผู้นี้เคยทำมาล้วนชั่วช้ามิอาจให้อภัยได้

            ไม่นาน มู่ไห่เฉินกลับถึงที่พักอย่างอ่อนล้า เขาก้มลงนอนอย่างหมดกำลัง ในหัวแวบหนึ่งนึกถึงจดหมายของสาวใช้จางเฉิงอี้ขึ้นมาได้

            มู่ไห่เฉินลุกขึ้นเปิดจดหมายฉบับนั้นทันที จดหมายฉบับนี้ล้วนกล่าวถึงสิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับจางเฉิงอี้

            ในจดหมายระบุว่า หลังจากที่ท่านหญิงจากไปไม่นาน บ่อยครั้งที่จางเฉิงอี้จะต้องไปนวดให้พ่อของนางที่ห้องนอนของเขา และทุกครั้งเขาก็จะไล่ทุกคนออกไปจากเรือน แรก ๆ ก็ไม่สงสัยนัก แต่พอนานเข้าสาวใช้ก็จับสังเกตได้ว่าจางเฉิงอี้ทุกครั้งที่กลับมา นางนั้นไม่เคยมีความสุข บ่อยครั้งนางก็กลับมาร้องไห้

            เพียงเท่านี้ก็พอสรุปได้แล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้น วันที่สาวใช้ไปร้องเรียนที่ที่ว่าการ นั้นก็เพราะนางทนไม่ไหวที่เห็นจางเฉิงอี้ถูกกระทำเช่นนี้

            แม้ทั้งสองคนจะเป็นนายบ่าว แต่พวกเขาทั้งสองนั้นก็เติบโตมาด้วยกัน ดังนั้นจึงรักกันเหมือนพี่น้อง

            หลังจากคืนนั้นสาวใช้กล่าวในจดหมายว่า ตนก็ถูกทำร้ายแทบทุกวัน ยังดีที่จางเฉิงอี้คอยมาช่วยไว้ แต่ไม่รู้นางจะทนได้ถึงเมื่อไร หากนางตายไปเขาก็อยากให้มู่ไห่เฉินตรวจสอบเรื่องนี้ และพาให้จางเฉิงอี้หลุดพ้นจากความทุกข์นี้

            หลังจากอ่านจดหมายจบ มู่ไห่เฉินก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นนางคงเก็บเรื่องทุกข์ใจมากมายเช่นนี้เอาไว้ ดังนั้นทุกครั้งที่พบกัน นางก็ทำเพียงพยายามข้มแข็ง และนั้น นางคงพยายามมีความสุขมากที่สุดแล้ว

            มู่ไห่เฉินทบทวนเรื่องราวทุกอย่างละเอียดอีกครั้ง ไม่แน่ว่าวันที่จางเฉิงอี้กับสาวใช้ถูกลักพาตัวก็อาจจะเป็นฝีมือของพ่อของนาง

            ตระกูลจางมีคนใช้มากมายเพียงนั้น กลับใช้บุตรสาวตนเองไปออกไปรับสินค้า น่าผิดสังเกตนัก แต่อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการคาดเดา ไม่อาจจะคิดมากไปกว่านี้ได้

    จางเฉิงอี้สตรีผู้น่าสงสาร สุดท้ายแล้วนางก็แบกความทุกข์ทั้งหมดที่มี แล้วเลือกที่จะเป็นคนจบปัญหาทุกอย่าง เรื่องเหล่านี้ตอนนี้ก็คงเหลือแค่มู่ไห่เฉินได้รับรู้ และจดจำเรื่องราวความทุกข์ของนางไว้


    คล้ายกับเรื่องดาวน์โหลดวรยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258