บทที่22
คำเตือนจากเวนดี้
ภายใต้ความมืดเดย์และเวนดี้กำลังยืนเผชิญหน้ากันใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดและความเงียบ
มีเพียงแค่พวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นที่อยู่ภายในพื้นที่บริเวณนี้
ต่างฝ่ายต่างใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่อีกฝ่ายเดย์กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้า
เดย์จ้องมองไปที่หญิงสาวผมทองพร้อมกับถามขึ้น“ เธอเรียกฉันมาคุยในที่แบบนี้ตั้งใจจะพูดคุยเื่อะไรกันแน่ ”
เวนดี้แสดงใบหน้าเรียบเฉยก่อนที่จะพูดออกมา“ นายตื่นขึ้นมานานขนาดไหนแล้ว ”
“ ประมาณสองถึงสามวันก่อน”
“ แล้วคิดยังไงหลังจากที่พบเจอโลกที่ล่มสลายแห่งนี้ ”
เดย์หยุดคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไป“ ไม่รู้สึกอะไรรู้อย่างเดียวว่าต้องเอาชีวิตรอด ”
“ อย่างงั้นเหรอนายไม่รู้สึกอะไรจริงๆอย่างงั้นหรอ? ” เธอย้ำถามออกมาราวกับว่าจะยืนยันบางอย่าง
เดย์หลังจากที่เห็นเธอย้ำถามออกมาแบบนั้นดวงตาของเขาหรี่เล็กลงจ้องมองเธอด้วยความสงสัย“ ตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่? ”
“ เหมือนกับว่าเธออยากจะให้ตัวของฉันรู้สึกอะไร ”
“ หลังจากที่โลกล่มสลายและพวกเราก็ได้รับพลังพิเศษฉันรู้สึกว่าผู้คนและความคิดของพวกเขานั้นเปลี่ยนไปและคิดว่าผู้คนมากมายเองก็น่าจะรู้สึกแบบเดียวกับที่ฉันคิด ”
“ ความรู้สึกของผู้คนและความคิดเปลี่ยนไปอย่างนั้นเหรอเธอตั้งใจจะพูดอะไร? ” ยิ่งสนทนากับหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าเดย์ยิ่งรู้สึกสงสัย
“ นายเพิ่งฟื้นตื่นขึ้นมายังไม่ค่อยจะรู้สึกสักเท่าไหร่แต่ว่าถ้าต่อไปนายจะต้องรู้สึกเหมือนฉันแน่นอน”
“ ในตอนนี้ผู้คนรอบๆตัวของพวกเราเริ่มััได้ถึงอำนาจและพลังในเมื่อโลกใบนี้ล่มสลายไปแล้วและกลายเป็แบบนี้นายรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ”
เดย์แสดงใบหน้าเรียบเฉยเขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีก่อนที่จะก้มหน้าลงมาแล้วก็ตอบกลับไป“ อำนาจของาา ”
เวนดี้ยิ้มแล้วพูด“ ใช่ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีมนุษย์ไม่น้อยคิดอยากจะตั้งตัวตนเองเป็าา ”
“ ในตอนนี้ทั้งประเทศวัฒนธรรมของพวกเราโดนทำลายไปหมดแล้วและยังได้รับพลังอำนาจที่สามารถแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปก้าวหน้าเหนือวิทยาศาสตร์อีก”
“ ผู้คนจำนวนมากบริเวณรอบๆร่างกายของฉันฉันรู้สึกได้พวกเขาเริ่มมีความรู้สึกว่าอยากจะแต่งตั้งตนเองเป็หัวหน้า ”
“ อยากจะขึ้นเป็าาฉันตื่นขึ้นมาได้สักพักใหญ่แล้วก่อนที่จะมาเจอกับสถานที่แห่งนี้ ”
“ พบเจอผู้คนมามากมายพวกเขาที่ตื่นขึ้นมาล้วนแล้วโดนพลังอำนาจที่ตนเองมีอยู่ครอบงำผู้คนยิ่งแข็งแกร่งยิ่งไขว่หาอำนาจ”
เดย์พอจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเื่นี้ได้
มันไม่แปลกตอนนี้โลกใบนี้ไม่มีทั้งรัฐบาลไม่มีทั้งผู้นำประเทศและพวกมนุษย์ยังได้รับพลังที่สามารถแข็งแกร่งเหนือขีดจำกัดของร่างกาย
ไม่แปลกเลยที่จะมีคนหลายๆคนคิดอยากจะแต่งตั้งตนเองเป็าาอยากจะสร้างกลุ่มคนขึ้นมาเพื่อปกครอง
เดย์ถามเวนดี้กลับไปอย่างรวดเร็ว“ แล้วมาบอกเื่นี้กับฉันเธอตั้งใจจะสื่ออะไร? ”
“ ฉันอยากจะมาเตือนนายในตอนนี้สถานที่แห่งนี้เองก็เริ่มเป็แบบนั้นแล้ว ”
“ หมายความว่ายังไง? ”
“ โทมัส่หลังๆฉันรู้สึกว่าเขาเริ่มทำตัวเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆอาจจะเป็เพราะว่าพวกผู้ติดตามของเขาเริ่มสนับสนุนหัวหน้าให้ขึ้นเป็าาผู้ปกครอง”
“ ในตอนนี้ผู้คนภายในค่ายแห่งนี้มีประมาณยี่สิบกว่าคนโทมัสถือว่าเป็หัวหน้า ก่อนหน้านี้เขาก็เป็หัวหน้าที่ดี ”
“ แต่ใน่หลังๆนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ การกระทำของผู้ติดตามของโทมัสและก็กฎระเบียบกฎเกณฑ์ภายในค่ายเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ กฎระเบียบและกฎเกณฑ์ภายในค่ายอย่างงั้นหรอ? ”
“ นายเพิ่งกลับมาสินะตอนนี้โทมัสตั้งกฏใหม่ว่าผู้คนภายในค่ายจำเป็จะต้องหาเสบียงอาหารและส่งเสบียงอาหารในทุกๆวัน”
“ แถมยังมีการแต่งตั้งชนชั้นขึ้นมา คนที่มีความสามารถในการต่อสู้จะได้รับแต่งตั้งเป็หน่วยพิเศษภายในสถานที่แห่งนี้”
“ การแบ่งแยกเริ่มขึ้นแล้วภายในค่ายแห่งนี้เริ่มแบ่งแยกผู้ที่ถือครองสกิล ”
“ ผู้คนแข็งแกร่งจะเป็คนที่ได้รับหลายๆอย่างมากกว่าคนที่อ่อนแอเสบียงอาหารถูกกำหนดให้ส่งอย่างเท่าเทียมกันแต่ว่าอัตราการได้รับมันแตกต่างกันเพราะว่าถูกแบ่งแยกโดยสกิลที่กำลังถือครองอยู่” เวนดี้อธิบายถึงสถานการณ์ภายในสถานที่แห่งนี้
เดย์ยังคงแสดงใบหน้าสงบนิ่ง
เขารู้ดีว่าการแบ่งแยกแบบนี้มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในเมื่อสกิลภายในร่างกายถูกกำหนดมาให้แตกต่างกัน
มันจะต้องมีการแบ่งแยกผู้แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอออกมาอย่างชัดเจนสถานที่แห่งนี้ในตอนแรกอาจจะถูกปกครองอย่างเท่าเทียมเพราะว่าภายในโลกใบนี้พวกเขายังทำความเข้าใจได้ไม่มากนัก
แต่เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทางกฎระเบียบและการแบ่งแยกจะถูกสร้างขึ้นมา
“ พลังและความสามารถของนายดูแตกต่างจากคนอื่นความสามารถของสกิลที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าคนทั่วไป ”
“ ตัวของฉันเป็นักวิเคราะห์เพราะแบบนั้นหน้าที่ภายในสถานที่แห่งนี้คือการเก็บรวบรวมข้อมูลหลายอย่าง”
“ มันทำให้รู้ว่าสกิลที่พวกเราถือครองอยู่จะได้รับมาโดยการพัฒนาของร่างกาย ”
“ โดยการที่คนจะได้รับสกิลไม่มีความรวดเร็วแตกต่างกันออกไปแต่ว่านายได้รับสกิลรวดเร็วเกินไปแถมยังได้รับมามากมาย ”
“ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลั้แ่ฉันตื่นขึ้นมาก็ได้รู้ว่าคนที่มีความสามารถสกิลสายใดสายหนึ่งจะไม่สามารถได้รับสกิลใหม่เป็สกิลสายอื่น”
“ อย่างตัวของฉันเป็นักวิเคราะห์สกิลส่วนใหญ่ที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็สกิลที่สามารถส่งเสริมการวิเคราะห์และแยกแยะข้อมูล”
“ แต่ว่านายสกิลถือครองพ่อค้าทำไมมันถึงมีสกิลสายต่อสู้ได้ ”
“ นายเป็ตัวตนที่แตกต่างจากคนอื่นเพราะแบบนั้นฉันจะมาเตือนนายแล้วก็ชักชวนด้วย ”
“ ชักชวนอย่างงั้นหรอ? หมายความว่ายังไง”เดย์แสดงใบหน้าสงสัย
“ ในตอนแรกการเข้าออกค่ายพักแรมแห่งนี้ถูกกำหนดเอาไว้อย่างอิสระไม่ว่าใครก็สามารถเข้าออกได้อย่างง่ายดายโดยไร้กฎระเบียบ”
“ แต่ในตอนนี้สถานที่แห่งนี้ถูกตั้งเอาไว้กฎหมายที่ถูกตั้งขึ้นมาอีกหนึ่งข้อคนที่ออกจากค่ายจำเป็จะต้องตาย..”
เดย์ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง“ การจำกัดอิสรภาพ”
“ ถูกต้องตอนนี้ค่ายแห่งนี้เริ่มเผด็จการขึ้นเรื่อยๆในตอนนี้ก็เริ่มจำกัดอิสรภาพของผู้คนภายในค่ายแล้วผู้ที่ถือครองสกิลสายต่อสู้ของภายในค่ายแห่งนี้มีความแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะโทมัส ”
“ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ไปจนตายหรอกนะฉันแค่เป็คนที่พยายามจะศึกษาโลกใบนี้ที่เปลี่ยนไปเท่านั้น ”
“ และสำหรับฉันแล้วตอนนี้ภายในสถานที่แห่งนี้มันก็ไม่น่าอยู่แล้วเลยจะมาชักชวนนาย”
“ พวกเราจำเป็ต้องหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ ” เวนดี้พูดออกมา
เดย์เข้าใจจุดประสงค์ของผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าของตนเองแล้ว
แต่ถ้าจะพูดไปถ้าค่ายแห่งนี้เริ่มแสดงท่าทีว่าจะเป็สถานที่ที่เผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆแน่นอนว่าย่อมไม่เป็ผลดีกับเขาอย่างแน่นอน
“ โทมัสแข็งแกร่ง.. .ถ้าอยากจะหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ก็ต้องปะทะกับเขาตัวของฉันยังไม่พร้อมขนาดนั้น ” เดย์พูด
“ นาย้าเวลาอีกเท่าไหร่ ” เวนดี้ถาม
“ นั้นสินะอาจจะสิบวันยี่สิบวันหรือหนึ่งเดือนฉันเองก็ไม่สามารถพูดได้หรอก ”
“ แต่ว่าข้อเสนอของเธอน่าสนใจดี ” เดย์พูดพร้อมกับยิ้ม
เวนดี้แสดงรอยยิ้มยื่นฝ่ามือของตนเองมาด้านหน้าเดย์ยื่นฝ่ามือของตนเองออกไปจับฝ่ามือของเธอเอาไว้เป็สัญญาณตอบรับการร่วมมือของทั้งสอง
“ ถ้าแบบนั้นในตอนนี้พวกเราก็ทำตัวเป็ไม่สนิทกันฉันจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้ได้มากที่สุด ” เวนดี้พูดแล้วก็เดินออกไป
เดย์ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ส่งเสียงหัวเราะภายในลำคอกล่าวกับตนเองภายในใจ“ หลังจากที่โลกเปลี่ยนแปลงไปก็มีเเต่เื่น่าสนุกเกิดขึ้นมากมายเลยสินะ ”
จบบท