บทที่ 18 หัวสมองมีไว้ประดับเฉย ๆ
ในชาติก่อน หลังจากที่ท่านแม่จากไป เขาก็ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย ไม่สนใจสิ่งใดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น แม้แต่ฮ่องเต้เขาก็กล้าโต้เถียง นับประสาอะไรกับบ่าวรับใช้
แต่ตอนนี้... เขาเตือนตัวเองอีกครั้งว่าเขาได้ย้อนกลับมาแล้ว และท่านแม่ยังคงอยู่
เขาต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำ จะให้ท่านแม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยไม่ได้ และต้องพยายามก้าวหน้า เพื่อให้ท่านแม่ได้เสวยสุขจากความสำเร็จของเขา
องค์ชายเจ็ดคิดในใจเช่นนั้น จึงรีบหัวเราะแห้ง ๆ สองที แล้วถามจูจูว่า
"สนุกหรือไม่?"
ที่แท้พี่ชายกำลังเล่นกับนางอยู่หรือ?
เ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าอย่างซื่อ ๆ "สนุกเ้าค่ะ!" พร้อมกับคว้ามือของเขาไว้
มือของเด็กน้อยทั้งเล็กและนุ่ม องค์ชายเจ็ดปล่อยให้นางจับไว้ตามใจชอบ พอเขาก้าวเดิน นางก็วิ่งเตาะแตะตามหลังมา
องค์ชายเจ็ดก้มหน้าลง ก็เห็นศีรษะเล็ก ๆ ผมนุ่ม ๆ ฟู ๆ ของนาง ดูราวกับขนของลูกแมวน้อยที่ ขาสั้น ๆ ก้าวเดินทีละนิด รองเท้าคู่เล็ก ๆ ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก
องค์ชายเจ็ดสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ เขาก็นึกถึงครั้งแรกที่ได้พบนาง
น่าจะเป็เมื่อปีที่แล้ว?
วันนั้น พี่ใหญ่กับพี่สี่กำลังคุยกันอยู่ จู่ ๆ พี่สี่ก็เห็นอะไรบางอย่าง จึงยิ้มแล้วย่อตัวลงกางแขนออก
เขาหันไปมองด้วยความสงสัย ก็เห็นจูจูชูมือเล็ก ๆ วิ่งตรงมา แล้วะโเข้าสู่อ้อมกอดของพี่สี่ เสียงหัวเราะฮ่า ๆ ของเด็กน้อยช่างน่ารักเหลือเกิน
ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่?
เขาคิดว่า ในโลกนี้มีเด็กตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักขนาดนี้ได้อย่างไร หากได้อุ้มสักครั้งก็คงดี
ขณะที่กำลังหวนนึกถึงความหลัง ก็รู้สึกว่าเท้าสะดุด จูจูวิ่งจนหอบแฮกแล้วโถมเข้าใส่เขา พร้อมกับกางแขนเล็ก ๆ ออก
"พี่ชาย อุ้ม ๆ"
องค์ชายเจ็ดตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที
จูจูชี้ไปที่หน้าผากของตนเอง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"จูจูป่วยยังไม่หาย เดินม่ายหวาย!"
องค์ชายเจ็ดเม้มปาก ก้มลงอุ้มนางขึ้นมาด้วยท่าทางแข็งทื่อ
จูจูไม่ได้รังเกียจ นางดิ้นดุ๊กดิ๊กสองสามทีเพื่อปรับท่าทางให้เข้าที่ แล้วกอดคอพี่ชายอย่างมีความสุข
เ้าก้อนแป้งน้อยทั้งนุ่มและหอม ทั้งยังจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ องค์ชายเจ็ดรู้สึกประหม่าไปทั้งตัว ถึงขั้นเดินขาพันกันสองครั้งติด ก่อนจะเดินตัวแข็งเข้าไปในเรือนรับรอง
แม้จะผ่านไปเพียงวันเดียว แต่เรือนรับรองก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย พ่อบ้านกล่าวอย่างนอบน้อมว่า
"พระชายาทรงคำนึงถึงว่าองค์ชายเสด็จมาเพื่อศึกษาวรยุทธ์ จึงเลือกเรือนที่อยู่ใกล้กับลานฝึกวรยุทธ์ หากองค์ชายทรงรู้สึกว่าไม่เหมาะสม จะเลือกเรือนอื่นก็ได้ขอรับ"
องค์ชายเจ็ดมองไปรอบ ๆ "ไม่ต้อง เอาที่นี่แหละ"
เหล่าบ่าวรับใช้จึงทยอยขนย้ายข้าวของเข้ามา
ความจริงเขาก็ไม่ได้นำอะไรมามากนัก มีเพียงเสื้อผ้าและหนังสือที่กำลังอ่านอยู่เท่านั้น
เดิมทีเื่เช่นนี้ไม่จำเป็ต้องให้องค์ชายเจ็ดลงมือเอง แต่เขากลับรีบวางเ้าก้อนแป้งตัวน้อยลง แล้วลงมือยกของด้วยตนเอง
จูจูเดินเตาะแตะตามติดพี่ชายเป็เงา
นางตัวเล็กเกินไป พอเขายกหีบขึ้นมา ก็มองไม่เห็นคนตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้เท้าเลย หลายครั้งที่เกือบจะเตะนางจนล้ม ทำให้บ่าวรับใช้ในห้องใจนร้องอุทานกันยกใหญ่
เหอป่าวรีบดึงตัวเ้าก้อนแป้งน้อยออกมาไว้ด้านข้าง ย่อตัวลงแล้วบอกนางว่า
"ท่านหญิงน้อย ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งว่า พรุ่งนี้สหายร่วมศึกษาขององค์ชายเจ็ดจะเดินทางมาถึง นอกจากนี้ แม่ทัพใหญ่เซี่ยมีภารกิจรัดตัว เกรงว่าจะไม่มีเวลาว่างมาสอน ดังนั้นท่านอาจารย์ด้านบุ๋นและบู๊ขององค์ชายเจ็ดจะตามมาด้วย คุณชายหลินก็สามารถร่วมฟังได้ เื่เหล่านี้ ท่านหญิงอย่าลืมนำไปบอกพระชายานะขอรับ"
จูจูใจจดจ่ออยู่กับการอยากช่วยพี่ชาย คำพูดจึงเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา นางตอบรับส่ง ๆ ว่า "อื้อ" แล้ววิ่งออกไป
เหอป่าวถอนหายใจด้วยความกังวล
ยามนี้ในจวนมีเ้านายเพียงคนเดียว และเขายังต้องกลับวังเพื่อรายงานผล จึงได้แต่กล่าวกับองค์ชายเจ็ดว่า
"องค์ชาย ท่านหญิงน้อย เช่นนั้นบ่าวขอตัวกลับวังก่อนขอรับ"
องค์ชายเจ็ดกล่าวอย่างสุภาพ "กงกงเดินทางปลอดภัย"
พอเหอป่าวไป องค์ชายเจ็ดก็ปั้นหน้าบึ้งทันที แล้วบอกจูจูว่า "ข้ากำลังยุ่ง เ้าออกไปก่อนเถอะ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยกระตือรือร้นมาก "จูจูช่วยได้!"
"ไม่ต้อง เ้าจะช่วยอะไรได้" องค์ชายเจ็ดพูดอย่างไม่เกรงใจ "เ้ามีแต่จะทำให้วุ่นวาย! เอาละ รีบไปได้แล้ว อย่ามาเกะกะแถวนี้!"
เขาพูดไปพลางหิ้วตัวเ้าก้อนแป้งขึ้นมาโดยไม่ยอมให้โต้แย้ง ก้าวยาว ๆ ออกไปวางนางไว้ที่นอกธรณีประตู ทำเอาลี่จือและคนอื่น ๆ โกรธจนถลึงตาใส่
องค์ชายเจ็ดทำเป็มองไม่เห็น เขาแสร้งจัดโต๊ะจัดเก้าอี้ ลากมาแล้วผลักกลับไป เหมือนกับว่ายุ่งมากจริง ๆ
จูจูรู้สึกผิดหวังมาก น้ำตาคลอเบ้า แล้วพูดจากด้านนอกว่า
"จูจูยังอยากเล่าเื่ของท่านลุงใหญ่ให้พี่ชายฟังอยู่เยย!"
นางเบะปากด้วยความเสียใจ แล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
องค์ชายเจ็ด "...??"
เดี๋ยวก่อน?
เล่าเื่แม่ทัพใหญ่เซี่ย? เขาอยากฟังนะ!
ขอเพียงเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับแม่ทัพใหญ่เซี่ย เขาก็อยากฟังทั้งนั้น!
เดิมที แม้เขาจะชื่นชมแม่ทัพใหญ่เซี่ย แต่มันก็เหมือนกับการฟังนิทาน ทว่ายามนี้ เขามีโอกาสได้ศึกษาวรยุทธ์กับแม่ทัพใหญ่เซี่ยแล้ว!
นั่นหมายความว่าดวงดาวบนท้องฟ้าได้กลายเป็คนที่มีตัวตนจริง ๆ!
เมื่อคืนเขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แม้แต่การที่ต้องพบเซิ่งิจูก็ไม่อาจลดทอนความตื่นเต้นของเขาได้!
ดังนั้น แม้จะรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังหน้าด้านพูดว่า
"เดี๋ยวก่อน ข้าจัดเสร็จแล้ว เข้ามาเล่าสิ!"
โชคดีที่เ้าก้อนแป้งน้อยไม่ใช่คนเ้าคิดเ้าแค้น พอได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เป็ประกาย แล้ววิ่งตึก ๆ กลับเข้ามา
องค์ชายเจ็ดอุ้มนางขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างส่ง ๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนตัว
"เล่ามาสิ"
จูจูถามว่า "พี่ชายอยากรู้เื่อาไย?"
องค์ชายเจ็ดถามกลับ "เ้ารู้อะไรบ้างล่ะ?"
จูจูตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ "เื่ของท่านลุงใหญ่ จูจูรู้หมดเยย!"
"โอ้..." องค์ชายเจ็ดรู้สึกอิจฉานิด ๆ จากนั้นเขาก็แสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า "แม่ทัพใหญ่เซี่ย เขาสามารถใช้มือเดียวผ่าก้อนหินได้จริง ๆ หรือ?"
"แน่นอน!" จูจูกล่าว "ท่านลุงผ่าก้อนหินเก่งมาก! ผ่าได้ทีละเยอะ ๆ เยย!"
นางกางแขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างออกกว้างจนถึงด้านหลัง
"ใหญ่... เท่านี้ก็ผ่าได้!"
ในใจขององค์ชายเจ็ดะโว่า 'สุดยอด!!' แต่ภายนอกกลับพูดแค่ว่า "เป็ไปไม่ได้มั้ง? โกหกหรือเปล่า?"
"ไม่ได้โกหกนะ! เด็ก ๆ ไม่โกหก!" เ้าก้อนแป้งเถียงเสียงดัง "จูจูเห็นกับตาเยย!"
องค์ชายเจ็ดเชื่อทันที "โอ้! สมกับเป็แม่ทัพใหญ่เซี่ยจริง ๆ!"
เขาถามต่ออย่างกระตือรือร้น "เวลาแม่ทัพใหญ่เซี่ยใช้ทวน มองไม่เห็นเงาร่างจริง ๆ หรือ? น้ำสาดไม่เข้าจริง ๆ หรือ? เหมือนกับลูกบอลเลยใช่หรือไม่?"
เ้าก้อนแป้งฟังไม่เข้าใจ แต่ก็พยักหน้าหงึก ๆ "ชะ... ใช่ เหมือนลูกบอลเยย!"
"โอ้!" องค์ชายเจ็ดตื่นเต้น "แล้วที่ว่าแม่ทัพใหญ่เซี่ยใช้มือเดียวดึงม้าพยศได้จริง ๆ หรือ? แล้วช่วยสตรีผู้งดงามไว้ได้ด้วย?"
หืม?
เ้าก้อนแป้งน้อยกะพริบตาปริบ ๆ เสียงเบาลงเล็กน้อย
"ใช่... ใช่แย้ว ต้องใช่แน่นอน!"
ลี่จือและคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ หาจังหวะป้อนน้ำให้เ้าก้อนแป้งน้อยดื่ม ได้ยินเข้าถึงกับมุมปากกระตุกรัว ๆ
แม้แต่คำพูดของเด็กสามขวบเ้าก็ยังกล้าเชื่อ หัวสมองของเ้านี่ มีไว้แค่ประดับจริง ๆ
ไม่เชื่อลองถามนางดูสิว่าแม่ทัพใหญ่เซี่ยบินได้ไหม?
เ้าก้อนแป้งน้อยนี่ต้องบอกแน่ ๆ ว่า ท่านลุงใหญ่บินเก่งมาก! บินสูงมากด้วย! ข้าเห็นกับตาเลย!
ทว่าเด็กหนุ่มผู้อยู่ในวัยเพ้อฝัน คิดว่าบุคคลต้นแบบของตนย่อมต้องเก่งกาจเช่นนี้อยู่แล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นเต้น เขาถามเื่เล่าลือต่าง ๆ นานาจนมั่วซั่วไปหมด แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกระแอมไอหนึ่งที
"แล้ว... แม่ทัพใหญ่เซี่ยชอบอะไรที่สุดหรือ?"
หากถามเื่นี้ เ้าก้อนแป้งไม่ลังเลเลย
นางชี้ที่ตัวเองอย่างมั่นใจ "ชอบจูจู ท่านลุงใหญ่ชอบจูจูที่สุดเยย"
องค์ชายเจ็ดขมวดคิ้ว "ชอบเ้าที่สุด?"
"ใช่แย้ว!" เ้าก้อนแป้งเชิดคางขึ้นสูง ท่าทางภูมิใจมาก "ท่านลุงใหญ่บอกว่า จูจูคือสิ่งสำคัญในใจของท่านลุง!"
องค์ชายเจ็ดถอนหายใจ ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงถามต่อว่า
"แล้ว เขาชอบทานอะไรที่สุดล่ะ?"
จูจูตอบว่า "ชอบทานเนื้อ! เหมือนกับจูจูเยย ชอบทานเนื้อที่ฉุด!"
"แล้วเขาชอบอาวุธชนิดไหนที่สุด?"
อาวุธ?
เสียงของจูจูเบาลงทันที นางเบือนหน้าหนีแล้วพึมพำอู้อี้
"เอ่อ...อาวุธ... ท่านลุงชอบอาวุธทุกอย่างเยย!"
"โอ้!" ดวงตาขององค์ชายเจ็ดเป็ประกาย "สมกับเป็แม่ทัพใหญ่เซี่ยจริง ๆ! ข้าจะต้องเป็คนแบบนั้นให้ได้! เชี่ยวชาญอาวุธทั้งสิบแปดชนิด!"