น้ำใสๆ พุ่งพรวด ก่อนจะไหลรินออกมาจากจะงอยปากสีส้มราวกับน้ำชาที่ถูกรินทิ้ง
แค่ก! แค่ก!
กะ กะ ก้าบ!
เจียงลี่หยูสำลักน้ำจนหูตาเหลือก สองปีกกระพือพับๆตีอากาศอย่างเอาเป็เอาตาย ขณะที่ลำคอยาวๆ ของตนเองยังคงถูกหิ้วต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
หยดน้ำที่เกาะพราวบนตาของห่านร่วงหล่นทำให้ภาพตรงหน้าของเจียงลี่หยูเริ่มชัดเจนขึ้น
เบื้องหน้าของห่านสาวคือบุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหมดจดคิ้วกระบี่พาดเฉียง ั์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับบ่อน้ำบาดาล รูปร่างสูงโปร่งสวมทับด้วยอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มที่ปักดิ้นทองลายเมฆาอย่างประณีต
‘ดูจากชุดของหมอนี่... สรุป ฉันทะลุมิติมาอยู่ในยุคจีนโบราณสินะว้าววว!’
สายตาของห่านสาวเลื่อนต่ำลงมาเล็กน้อยจนปะทะเข้ากับหยกพกสีขาวมันวาวที่ห้อยอยู่ข้างเอวสอบของชายผู้นั้นบนนั้นสลักตัวอักษรเอาไว้อย่างชัดเจนว่า 'องค์ชายห้า'
อดีตพนักงานออฟฟิศที่ชอบดูซีรีส์ทะลุมิติเป็ชีวิตจิตใจเบิกตากลมบล็อกให้กว้างขึ้นไปอีก สถานที่แห่งนี้ย่อมต้องเป็อุทยานหลวงหรือไม่ก็ต้องอยู่ในพระราชวังอย่างไม่ต้องสงสัย
'โอ้โห! งานดีพรีเมียมเกรดเอ!ในที่สุดแต้มบุญของคนตกท่ออย่างฉันก็ทำงาน นี่สิรสชาติของการทะลุมิติที่แท้ทรูมีองค์ชายรูปหล่อโผล่มาช่วยชีวิตเอาไว้ด้วย! อร๊าย'
ก้อนเนื้อขนาดจิ๋วใต้แผงอกอวบอ้วนเต้นรัวระทึกราวกับคนกำลังตีกลองหนังหมาในงานศพความหวาดกลัวจากการจมน้ำเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
ทว่าสายตาที่เ้าของอาภรณ์หรูหราทอดมองลงมากลับไม่มีความลึกซึ้งห่วงใยประหนึ่งพระเอกกู้ภัยในซีรีส์แนวั้แ่อย่างใด
เชื้อพระวงศ์หนุ่มเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อยคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปม
ั์ตาดำขลับคู่นั้นฉายแววฉงนสงสัยอย่างปิดไม่มิดราวกับกำลังยืนพิจารณาหัวไชเท้าที่เน่าคาแปลงปลูกผัก
เขาคงกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าเหตุใดสัตว์ปีกที่มีตีนผังผืดและขนเคลือบไขมันกันน้ำถึงได้จมน้ำลงไปตะเกียกตะกายใกล้ตายเช่นนี้ได้
ในจังหวะที่สตรีในร่างสัตว์ปีกกำลังเคลิบเคลิ้มกับรูปโฉมงดงามมือหนาที่กำรอบคอของเธอกลับออกแรงบีบแน่นขึ้นอย่างลืมตัว
เจียงลี่หยูตาเหลือกถลน ปากแบนกว้างอ้าพะงาบๆ พยายามสูดอากาศเข้าปอด แต่หลอดลมกลับถูกปิดตายราวกับก๊อกน้ำที่ถูกบิดจนเกลียวหวาน
'แอ้ก! อีตาบ้าเอ๊ย! จะบีบคอฉันให้ตายหรือไงขาดอากาศตายมันทรมานกว่าจมน้ำอีกนะโว้ย แต่เอ๊ะ! จมน้ำก็ขาดอากาศคือกันหนิช่างเถอะ... ปล่อยสิ ปล่อยสิเว้ย!'
สองตีนสีส้มถีบอากาศสะเปะสะปะปีกเปียกชุ่มพยายามตีเข้าที่ท่อนแขนแกร่ง แต่มันก็ไร้ผล
ท้ายที่สุด องค์ชายห้าก็ดูเหมือนจะดึงสติกลับมาจากความงุนงงได้เขาก้มลงมองก้อนขนสีขาวที่กำลังชักกระตุกอยู่ในกำมือ ก่อนจะคลายนิ้วออกอย่างเ็า
ตุ้บ!
ร่างอวบอ้วนเปียกมะลอกมะแลกร่วงกระแทกพื้นหญ้าริมสระน้ำอย่างแรงจนดินโคลนแตกกระจาย
เจียงลี่หยูนอนหมอบกระแตอยู่บนพื้นอ้าปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลามราวกับปลาหมอที่ถูกทิ้งไว้บนเขียงแห้งๆ
บุรุษผู้สูงศักดิ์ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำเขาเพียงแค่สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เพื่อไล่หยดน้ำที่กระเด็นมาโดนขณะที่ั์ตายังคงจ้องมองห่านพิลึกด้วยท่าทางสงสัย
จากนั้น สองเท้าของบุรุษเชื้อพระวงศ์ก็ก้าวเดินจากไปอย่างสง่างามทิ้งก้อนขนเปียกชื้นให้นอนสำลักน้ำอยู่ริมสระบัวในอุทยานหลวงแต่เพียงลำพัง
ซึ่งนั่นคือภาพสุดท้ายที่ห่านสาวไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำแบบห่านๆ
กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไป ซึ่งเจียงลี่หยูเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเวลาผ่านเลยไปนานแค่ไหนแล้ว...
ั้แ่วันที่รอดตายจากการจมน้ำในสระบัวเจียงลี่หยูก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่บนกองฟาง
ภาพใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษผู้สูงศักดิ์ยังคงประทับตราตรึงอยู่ในสมองเล็กๆของสัตว์ปีก ปรากฏฉายอยู่ในห้วงฝันราวกับเ้าชายที่เคยช่วยเหลือเ้าหญิงไว้
ภาพตำนานรักแสนหวานในนิทานเทพนิยาย ฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากแต่ว่าเ้าชายรูปงามคนนั้นกำลังกอดกับห่าน! ทั้งสองกำลังหมุนวนในอ้อมกอดของกันและกันเปี่ยมไปด้วยความรัก จนคลื่นพลังสีชมพูแผ่กระจายเต็มท้องทุ่งนาแสนกว้างใหญ่
อึดใจหนึ่ง... เ้าชายรูปงามก็จุมพิตกับห่าน...
อ้วกกก แค่ก... แค่ก…
ห่านสาวเกือบอาเจียนออกมาเมื่อภาพฝันที่ดูราวเทพนิยายมันดูแปลกพิลึกอย่างไรชอบกล
ทว่า...
'อีตาองค์ชายห้านั่นงานดีพรีเมียมขนาดนั้นฉันจะยอมเป็แค่ห่านรอวันถูกจับไปต้มพะโล้ไม่ได้เด็ดขาด!'
อดีตพนักงานออฟฟิศที่ทะลุมิติมาจนกลายเป็ห่านตัวเมียตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่
'ฉันต้องเลื่อนขั้นเป็สัตว์เลี้ยงตัวโปรด เขาจะต้องลูบหัว ลูบหางและอุ้มฉันเดินไปมาเหมือนแมวคุณหนูให้ได้!'
เมื่อเป้าหมายในชีวิตใหม่ชัดเจนปฏิบัติการบริหารเสน่ห์ฉบับสัตว์ปีกจึงเริ่มต้นขึ้น
ทว่าการจะไปอ่อยบุรุษผู้สูงส่งโดยไร้การฝึกซ้อมย่อมไม่ต่างจากการเอาไข่ไก่ไปปาใส่กำแพงหิน
สตรีในร่างห่านอวบอ้วนจึงกวาดสายตาหาหนูทดลองรอบคอกไม้เพื่อใช้ทดสอบมารยาหญิงของตนเอง
เป้าหมายแรกคือวัวเทียมเกวียนตัวโตที่กำลังยืนหลับตาเคี้ยวหญ้าเอื้องอยู่ริมรั้วนั่น!
เจียงลี่หยูยืดคอขึ้นจนสุดความยาวพยายามดัดเส้นคอให้โค้งงอเป็รูปตัวเอสเลียนแบบท่าทางของหงส์งาม
ทว่าด้วยชั้นไขมันที่พอกพูนลำคอของเธอกลับดูหงิกงอราวกับไม้เขี่ยเตาไฟที่ถูกใช้งานจนผิดรูป
เธอก้าวเตาะแตะเข้าไปใกล้วัวหน้าโง่ กะพริบตากลมดำขลับปริบๆ สองสามทีหวังจะหยิบยื่นความน่าเอ็นดูให้
มอ!
เสียงร้องทุ้มใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับลมหายใจเหม็นเขียวที่พ่นพรวดออกมาจากรูจมูกวัวบานๆ
เศษหญ้าเปียกน้ำลายกระเด็นแปะติดกึ่งกลางหน้าผากของห่านสาวอย่างพอดิบพอดี
วัวตัวใหญ่สะบัดหน้าหนีด้วยความรำคาญก่อนจะหันหลังโชว์บั้นท้ายเปื้อนโคลนให้อย่างไม่แยแส
'ไอ้วัวตาถั่ว! ของสวยๆ งามๆมายืนบิดคอให้ดูอยู่ตรงหน้าดันไม่รู้จักชื่นชม'
เธอสบถด่าในใจ พลางใช้จะงอยปากสีส้มเขี่ยเศษหญ้าออกจากตัวและสะบัดหัวแรงๆ เพื่อให้เศษที่เหลือหลุดออกจากกบาล
แน่นอน... อาจจะเป็เพราะวัวมันมองความงามที่ล้ำลึกไม่ออก เจียงลี่หยูจึงนึกหาตัวทดลองต่อไปทันที
เป้าหมายที่สองคือไก่โต้งตัวผู้ที่มีหงอนสีแดงสดมันกำลังใช้สองตีนคุ้ยเขี่ยหาแมลงอยู่ไม่ไกล
คราวนี้เจียงลี่หยูเปลี่ยนแผน เธอตัดสินใจงัดไม้ตายใหม่เช่นการเดินสับขาเหมือนนางแบบชื่อดังจากศตวรรษที่ยี่สิบออกมาใช้
ก้อนขนสีขาวพยายามบิดสะโพกเร่าร้อนส่ายก้นไปมาซ้ายขวาให้ดูเย้ายวนที่สุดในขณะย่ำตีนผังผืด
แต่ภาพที่ปรากฏกลับดูเหมือนกระสอบข้าวสารพองลมที่ถูกวางบนรถเข็นล้อหักเอนไปเอนมา เหมือนเตรียมจะล้มคว่ำได้ทุกเมื่อ
กุ๊ก! แว้ก!
ไก่โต้งใเ้าก้อนขนสีขาวที่พุ่งส่ายไปส่ายมาเข้าหาตนมันกระพือปีกตีอากาศจนฝุ่นคลุ้ง
ั์ตาของไก่เอียงข้างมองเจียงลี่หยูแบบไม่เชื่อสายตาและแม้แต่ไส้เดือนที่อยู่ในปากของไก่ยังชูคอจ้องห่านแบบอึ้งกิมกี่
แล้วตีนที่เต็มไปด้วยเดือยแหลมของไก่นั้น พลันตะบันคุ้ยเขี่ยดินทราย สาดเข้าใส่หน้าห่านพิลึกอย่างเจียงลี่หยูทันที
แค่ก! แค่ก!
ห่านสาวสำลักฝุ่นจนหน้าหงายต้องรีบถอยทัพกลับมาตั้งหลักที่ขอบอ่างบัวอีกครั้ง
'มารยาหญิงคงใช้กับพวกสัตว์ต่างสายพันธุ์ไม่ได้ผลสินะต้องลองกับพวกเดียวกันนี่แหละ แต่ว่า... ตกลงฉันเป็ห่าน หรืุ์กันนะ?'
และแล้ว...
ดวงตากลมสีดำขลับก็หันไปจ้องมองห่านขนเทาที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารอยู่ในราง
เจียงลี่หยูสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
คราวนี้เธอจะใช้บทสตรีบอบบางแสร้งทำตัวสะดุดล้มเรียกร้องความสงสารตามแบบฉบับนวนิยายยุคเก่า
ตีนผังผืดก้าวฉับๆ ตรงไปยังห่านเป้าหมาย พอได้ระยะเธอก็แสร้งทำเป็ขาอ่อน ทิ้งตัวล้มแหมะลงไปบนพื้นฟาง... ด้านข้างห่านเทาอย่างนุ่มนวล
โอ๊ะ แกว่ก ก้าบ ก้าบ!
เธอนอนตะแคงแกล้งช้อนตาขึ้นมอง หวังจะเห็นท่าทีใของอีกฝ่ายที่พยายามจะเข้ามาประคองตัวเธอด้วยไมตรีจิต
ป้าบ!
ตีนผังผืดสีคล้ำของห่านเทาเหยียบลงบนหน้าแบนๆ ของเจียงลี่หยูอย่างจัง
มันก้าวข้ามหัวเธอไปอย่างหน้าตาเฉยเพื่อจะไปจิกกินผักกาดชิ้นที่ใหญ่กว่าในรางอาหาร
ไม่มีแม้แต่การปรายตามองเศษก้อนขนที่นอนขวางทางอยู่บนพื้นเลยสักนิด
ก้าบ!
เจียงลี่หยูร้องเสียงหลง รีบผุดลุกขึ้นยืน สะบัดหัวไล่ความมึนงงพร้อมความอับอาย
'ให้ตายเถอะ! นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย มานั่งอ่อยวัว อ่อยไก่อ่อยห่านหน้าโง่พวกนี้ไปเพื่ออะไรกัน'
พนักงานออฟฟิศสาวพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด
ทว่าความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ความมั่นใจที่หนาเตอะของเธอลดลงแม้แต่น้อย
'ช่างเถอะ สัตว์ชั้นต่ำพวกนี้มันไม่มีรสนิยมจะไปเข้าใจศิลปะการอ่อยชั้นสูงของเหล่ามนุษย์ได้ยังไง ก็นะ... ฉันเป็มนุษย์นี่'