ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 93 ความคิดของมู่ชิงอวิ้น

            คำพูดของฮวาเหยียนนับว่าบาดหูนักหลังสิ้นเสียงนาง สมาชิกทั้งสามของครอบครัวรองก็มีสีหน้าน่าเกลียดยิ่ง ราวกับพวกเขาโดนตบฉาดใหญ่

            “ความคิดของฝ่าบาทเกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา?”

            หลิ่วซื่อพยายามหักล้างเหตุผลของฮวาเหยียน

            แต่ความหมายในดวงตากลับแจ่มชัดยิ่งผู้ใดคิดจะเหยียบครอบครัวใหญ่ขึ้นไปหรือ? เป็นพวกเจ้าที่ไม่ยอมไขว่คว้าให้ได้มาต่างหากเล่าจะมาโทษอวิ้นเอ๋อร์ของพวกเราได้อย่างไร?

            “สิ่งสำคัญมิใช่ฮ่องเต้ทรงคิดเห็นเช่นใดแต่คือพระองค์ทรงถามว่าท่านพ่อคิดเห็นเช่นใด และท่านพ่อก็มิได้ปฏิเสธไปแล้วหรอกหรือ?”

            ฮวาเหยียนเยาะยิ้ม

            หลิ่วซื่อรู้สึกถึงโลหิตซึ่งจุกอยู่ที่ลำคอนางสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธ

            ตอนนี้เองที่มู่เอ้าเทียนเริ่มเปิดปากสายตาของเขาทอประกายเย็นชาเล็กน้อยก่อนไปหยุดอยู่บนร่างของหลิ่วซื่อ จากนั้นจึงเอ่ยว่า“ความรุ่งโรจน์ของตระกูลมู่แท้จริงเป็นดั่งที่แม่หนูเหยียนกล่าวมาทั้งหมด ล้วนอาศัยความพยายามหลายสิบปีจึงเกรียงไกรยิ่งใหญ่และเป็นผลตอบแทนจากความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อต้าโจว หาใช่เพราะการแต่งงานไม่

            แม้อวิ้นเอ๋อร์จะเป็นหลานสาวของข้าแต่นางก็นับเป็นบุตรีของภรรยาเอกหาใช่อนุไม่นางสามารถเลือกเฟ้นผู้มีพรสวรรค์ทั้งต้าโจวมาแต่งงานด้วยได้ แล้วเหตุใดจึงต้องลดตัวลงไปเป็นอนุให้ผู้อื่นแม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นถึงองค์รัชทายาทก็ตาม”

            คำพูดของมู่เอ้าเทียนมีเหตุมีผลมีเลือดมีเนื้อ [1]

            ฮวาเหยียนฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆท่านพ่อของนางกำลังทำเพื่อครอบครัวรองอย่างแท้จริง

            เกรงว่าสิ่งที่นางพูดจะเป็นเพียงเรื่องเสียดสีแต่ท่านพ่อของนางกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขามองมู่ชิงอวิ้นด้วยเจตนาดีรู้สึกว่านางสามารถเลือกสามีของตนเองได้ และไม่ควรต้องไปเป็นอนุของผู้ใด

            ครึ่งชีวิตของท่านพ่อมีภรรยาแค่ผู้เดียวเพียงแต่นางด่วนจากไปเร็ว ทว่าหลายปีมานี้เขาไม่มีข้อผูกมัดใด ความรักลึกซึ้งจึงปรากฏให้เห็นเด่นชัดดังนั้นในสายตาของมู่เอ้าเทียน บุตรสาวจากตระกูลมู่ แต่งเป็นภรรยาเอกให้คนธรรมดาย่อมดีกว่าแต่งเป็นอนุให้ขุนนาง

            “แต่คนผู้นั้นคือองค์รัชทายาท”

            หลิ่วซื่ออุทานอย่างไม่อยากเชื่อ

            เมื่อมู่เอ้าเทียนพบว่านางไม่ฉลาดทั้งยังไม่เฉลียวรู้จักแค่การเกาะอาศัย ในใจจึงยิ่งขุ่นเคือง เขาเพียงชำเลืองตามองแล้วเอ่ยว่า“หลิ่วซื่อ หากในวันนี้เปิ่นหวางยังเป็นผู้นำของตระกูลมู่อยู่ ก็จะไม่เถียงกับสตรีหลังบ้านเช่นเจ้าว่าถูกหรือผิดวันนี้เปิ่นหวางจะพูดเพียงคำเดียว คืนนี้เจ้ากับน้องรองกลับไปปรึกษากันให้ดีวันพรุ่งค่อยนำคำตอบมาบอกข้า หากพวกเจ้ายังยืนกรานที่จะให้อวิ้นเอ๋อร์แต่งเป็นพระชายารองขององค์รัชทายาทเช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท ขอสมรสพระราชทานมาให้”

            สิ้นเสียงประโยคนี้ดวงตาของหลิ่วซื่อก็เป็นประกายทันที

            แต่ครู่ต่อมามู่เอ้าเทียนกลับกล่าวต่อ“ทว่าครอบครัวรองของเจ้าจำต้องแยกเรือนออกไปก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเอง ต่อไปหากมีเรื่องใดก็ไม่ต้องมาหาข้าอีกถึงรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่เพียงใด ข้ามู่เอ้าเทียนก็ไม่ขอร่วมผลประโยชน์ด้วย”

            มู่เอ้าเทียนโมโหแล้วจริงๆน้ำเสียงของเขาจึงหนักเป็นพิเศษ

            ทันทีที่คำพูดนั้นจบลงหลิ่วซื่อก็ทรุดตัวลงด้วยความโกรธ อีกเพียงนิดลมหายใจนางก็เกือบขาดห้วงแล้ว

            มือของมู่ชิงอวิ้นพลันกำแน่น

            แยกเรือนจากตระกูลมู่เช่นนั้นครอบครัวรองของพวกนางยังจะเหลือสิ่งใดอีกหรือ? บิดาที่ไม่มีธุรกิจค้ำจุนครอบครัว พี่ชายที่ไม่อาจยืนขึ้นออกเสียงในท้องพระโรง หากแยกจากตระกูลมู่แล้วครอบครัวรองของพวกนางยังจะนับว่าเป็นอันใดอยู่อีก

            ไม่ต้องปรึกษาหรือคิดให้มากความทุกคนก็รู้ว่าต้องเลือกอย่างไร...

            “พี่ใหญ่ข้าไม่ต้องการแยกบ้าน ข้าต้องการติดตามท่านต่อไปเรื่อยๆครอบครัวของพวกเราเป็นครอบครัวใหญ่คึกคักยิ่งนักอย่างไรพี่ใหญ่ก็ปฏิเสธฮ่องเต้ไปแล้ว เช่นนั้นก็ช่างมันเถิด เรื่องการแต่งงานของอวิ้นเอ๋อร์ย่อมมิจำเป็นต้องรีบร้อน”

            มู่จี้หงรีบร้อนเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงกังวลแม้จะมีนิสัยขี้ขลาดตาขาว แต่เขาย่อมทราบดีว่าหากแยกตัวออกจากตระกูลมู่แล้ว เขาก็ไม่นับว่าเป็นสิ่งใดทั้งสิ้น

            “ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”

            มู่เอ้าเทียนโบกมือก่อนก้าวออกจากห้องโถงหน้าพร้อมกับหยวนเป่าที่อยู่ในอ้อมแขนท่าทางของเขาโหดร้ายดุดัน แสดงถึงอารมณ์โมโหในใจที่ยังไม่สงบดี

            “ท่านอาสะใภ้รองก็คิดดีๆเถิด หากเปลี่ยนใจก็รีบไปบอกท่านพ่อก่อนที่จะสายเกินไป”

            ฮวาเหยียนกล่าวทิ้งท้ายก่อนลุกขึ้นเดินตามมู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่ออกไป

            ภายในห้องโถงที่สุดหลิ่วซื่อก็ระงับโทสะไว้ไม่อยู่ นางกวาดถ้วยชาบนโต๊ะเตี้ยลงทั้งหมด “รังแกกันมากเกินไปรังแกกันมากเกินไปแล้ว เหตุใดครอบครัวใหญ่จึงไม่ยอมให้เจ้าแต่งกับองค์รัชทายาทเล่าพวกเขาถือดีอันใด? หรือรังแกเพราะข้าไม่มีบุตรชายราวกับครอบครัวสองมิใช่คนงั้นหรือ?”

            ดวงตาของหลิ่วซื่อแดงก่ำท่าทางมิอาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป

            “ไร้ประโยชน์เศษสวะ เป็นเพราะเจ้ามันไม่ดี หากเจ้ามีความสามารถสักนิด วันนี้อวิ้นเอ๋อร์ของพวกเราจะโดนกระทำเยี่ยงนี้หรือ?ไร้ค่าเสียจริง”

            หลิ่วซื่อชี้นิ้วไปที่มู่จี้หงพลางต่อว่าสิ่งที่นางเอ่ยล้วนไม่น่าฟังแม้แต่น้อย ส่วนมู่ชิงอวิ้นก็ก้มหน้าลงไม่กล้าโต้ตอบ

            “อวิ้นเอ๋อร์ผู้น่าสงสารของแม่เป็นแม่เองที่ไร้ความสามารถ เจ้ากลัวว่าจะแต่งงานกับองค์รัชทายาทไม่ได้แต่เจ้าเองก็ได้ยินสิ่งที่ครอบครัวใหญ่พูดแล้ว หากเจ้าแต่งงานกับองค์รัชทายาทพวกเราต้องเริ่มจากการแยกเรือนตั้งตัวก่อน ท่านพ่อผู้ไร้ความสามารถของเจ้าจะสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้หรือ?ย่อมไม่ได้ ไม่ได้อย่างแน่นอน”

            ดวงตาของหลิ่วซื่อแดงก่ำความเศร้าโศกสะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจนาง กลายเป็นหยาดน้ำตาที่หลั่งริน

            “ท่านแม่ อย่าร้องไห้อีกเลยเจ้าค่ะ”

            มู่ชิงอวิ้นหันไปเช็ดน้ำตาให้หลิ่วซื่อ แต่กลับไม่มีผู้ใดเห็นความเกลียดชังในดวงตาที่หลุบลงของนาง

            “อวิ้นเอ๋อร์แม่เสียใจ”

            หลิ่งซื่อปาดน้ำตาพลางนั่งคร่ำครวญบนเก้าอี้อารมณ์ของนางยิ่งนานยิ่งเริ่มควบคุมไม่ได้ ตั้งแต่ที่มู่อันเหยียนกลับมา ท่าทีของอีกฝ่ายก็มิได้นับถืออาสะใภ้เช่นตนเหมือนสี่ปีก่อนไม่ว่าคำที่เอ่ยออกมาหรือที่เก็บอยู่ในใจล้วนเย็นชาไม่อบอุ่นเหมือนก่อนมาในหัวใจของนางจึงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดไม่สบอารมณ์

            ตอนที่ทานอาหารเย็นด้วยกันเมื่อคืนนางพูดจาสร้างความขุ่นเคืองให้ทุกคนในครอบครัวใหญ่

            และเห็นได้ชัดจากท่าทีของมู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่ที่มีต่อนางในวันนี้ว่าพวกเขาไม่เหมือนเคยอีกต่อไป

            “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนไปทั้งสิ้น ท่าทีของครอบครัวใหญ่ที่มีต่อแม่มิเคยเป็นเช่นนี้มาก่อนอีกทั้งมู่อันเหยียนยังเย็นชาใส่แม่ ลูกรัก เจ้าลองบอกเถิดว่าคนผู้หนึ่งที่สูญเสียความทรงจำไปกระทั่งนิสัยก็เปลี่ยนไปทั้งหมดด้วยหรือ?”

            หลิ่วซื่อพึมพำกับตนเองเมื่อนึกถึงดวงตาที่เยือกเย็นและเฉียบคมของมู่เอ้าเทียนทำนางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เย็นเฉียบไปถึงกระดูก

            “ท่านแม่ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ”

            มู่ชิงอวิ้นส่ายหัว...

            “แล้วเจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ามู่อันเหยียนผู้นี้คือตัวปลอม?”

            จู่ๆ หลิ่วซื่อก็ลุกขึ้นเบิกตากว้างแล้วเอ่ยปาก

            มู่ชิงอวิ้นรู้สึกกระตุกในใจนางยังไม่ทันตอบก็ได้ยินหลิ่วซื่อถอนหายใจ “ไอ้หยา จะเป็นไปได้อย่างไรเพียงมองหน้านางก็รู้แล้วว่ามิอาจปลอมแปลงได้…”

            และก็เป็นประโยคนี้เองที่ทำลายความคิดของมู่ชิงอวิ้นแต่สุดท้ายแล้วคำถามเมื่อครู่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยหนึ่งไว้ในสายธารแห่งความคิดของนาง

            “เช่นนั้นฟูเหริน พวกเราไปทานข้าวที่ห้องอาหารกันเถิด?”

            มู่จี้หงซึ่งไม่กล้าเอ่ยคำใดมาเป็นเวลานานเมื่อเห็นว่าอารมณ์ของหลิ่วซื่อดูดีขึ้นเล็กน้อย จึงลูบท้องที่หิวโหยพลางพูดเสียงเบาราวกระซิบ

            ผลของการเปิดปากครั้งนี้ทำให้ระเบิดถูกจุดขึ้นมาอีกครา และไฟโทสะของหลิ่วซื่อที่เพิ่งดับลงก็พุ่งขึ้นอีกทั้งยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ “กิน กิน กิน ทั้งวันรู้เพียงวิธีกินไม่มีอะไรที่เจ้ากินไม่ได้ เจ้าคนไร้ประโยชน์ ไม่ได้เรื่อง”

            หลังด่าเสร็จนางก็ลากมู่ชิงอวิ้นเดินออกไปข้างนอกทำทีราวกับไม่อยากมองมู่จี้หงแม้เพียงหางตา

            “ท่านแม่อย่าต่อว่าท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อเป็นคนซื่อ”

            ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาลได้ยินเสียงของมู่ชิงอวิ้นที่โน้มน้าวอย่างคลุมเครือ

            มู่จี้หงที่อยู่ในห้องโถงลุกขึ้นยืนเขาไม่แสดงสีหน้าใดราวกับโดนดุด่าจนชินแล้ว ก่อนลงมือทำความสะอาดถ้วยชาที่หลิ่วซื่อกวาดทิ้งลงพื้นรินชาที่เย็นแล้วถ้วยหนึ่งขึ้นจิบ จากนั้นจึงสาวเท้าเดินออกไปคนทั้งร่างเลือนหายไปท่ามกลางราตรีที่มืดมิด...

             

            เชิงอรรถ

            [1] มีเลือดมีเนื้อ有血有肉 (yǒu xuè yǒu ròu) หมายถึงมีชีวิตชีวาหรือเหมือนจริงมาก

     

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604