“แหมตกใจแทบแย่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นพี่ชายน่ะ” ทอมที่นั่งลงตรงเก้าอี้ เขาไปซื้อมาไว้ 2 ตัวเพราะเห็นที่ร้านของเคลไม่มีอะไรเลยนอกจากเคาน์เตอร์และเก้าอี้ของเคลเอง “เหอ ๆ ก็เพราะไอเทมยังไงละเล่นเอาหมดแรงเหมือนกันเลยนะ” เคลกล่าวขณะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของเขา และส่งสีหน้าคิ้วกระตุกนิด ๆ เนื่องจากเก้าอี้ของทั้งสองมันหรูหรากว่าของเขาเสียอีก “แล้วสำเร็จไหมครับลุงเคล” เฟคพูดอย่างตื่นเต้น แววตาของเขาส่องประกายเจิดจ้าจนแยงตาเคลที่ต้องเอามือบังกันเลยทีเดียว “สำเร็จสิ” เคลกล่าวและหยิบลูกแก้วออก เขาตัดสินใจคิดราคาแพงสูงสุดเท่าที่คิดได้และเนื่องจากสรรพคุณของไอเทมเวทย์ชิ้นนี้มันจะมีราคาเท่าไหร่นั้นก็ไม่ทราบ รู้เพียงแต่ว่าเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของนักปราชญ์ “ฉันคิดราคาของมันอยู่ 500000 เหรียญทอง” เคลกล่าวอย่างหนักแน่นและชั่งใจดีแล้ว อันที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่ค่อยรู้ราคาไอเทมสักเท่าไหร่นักหรอกแต่ก็พอเห็นมาคร่าว ๆ และก็ตัดสินใจคิดค่าซ่อมราคานี้ ไอเทมเวทย์ระดับผู้ใช้เวทย์จะมีราคาแบ่งตามลักษณะของอุปกรณ์แต่จะมีราคาคร่าว ๆ อยู่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นไอเทมเวทย์ระดับนักเวทย์จะมีราคาอย่างต่ำหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนไอเทมเวทย์ระดับจอมเวทย์จะมีราคาอย่างต่ำหลักแสนไปจนถึงหลักล้านไอเทมเวทย์ระดับราชาเวทย์จะมีราคาที่ไม่สามารถจะประเมินได้.จากที่กล่าวข้างต้นจะเป็นราคาซื้อขายแต่ถ้าราคาซ่อมแล้วละก็ลดลงมาครึ่งต่อครึ่งของราคาซื้อขาย *ลูกแก้ว – สภาพสมบูรณ์ ประเภท สนับสนุน ช่วยเพิ่มพูนการโจมตีทุกธาตุมากขึ้นเท่าตัว เฟคที่ได้เห็นลูกแก้วเนเธอร์ กลับมาในสภาพสมบูรณ์ก็ตื่นเต้นแต่พอได้ฟังราคาของเคลแล้วถึงกับหันขวับ “แพงมาก” เฟคพูดและหันไปปรึกษากับทอมกันอย่างเงียบ ๆ ด้านเคลก็เริ่มหวั่นใจ ‘หรือว่าจะแพงไปกันฉันน่าจะลดราคาอีกสักหน่อยไม่ได้การละ’ “บางทีนี่อาจจะเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนายเองไม่รู้ว่ามันใช้อะไรได้แต่ฉันจะบอกให้” “ลูกแก้วอันนี้จะเป็นประเภทสนับสนุน...เห็นว่าจะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีทุกธาตุมากขึ้นเท่าตัวละนะ” เมื่อสิ้นเสียงของเคลก็ดูเหมือนสองนายบ่าวตัวกระตุกนิด ๆ สักพักพวกเขาก็เงยหน้ามองเฟคเดินเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม “ได้เลยลุงเคลผมจะจ่ายในราคา 500000 เหรียญทอง” เมื่อพูดเสร็จเฟคก็ควักถุงเงินมาวางไว้ตรงหน้าและคว้าเอาลูกแก้วโอบลูบอย่างอ่อนโยนส่วนทอมก็เดินเข้ามาขอลูบมันด้วย ถุงเงินห้าแสนเหรียญทองได้มากองอยู่ตรงหน้าเคลแล้ว เขานำมือสองข้างมาขย้ำเหรียญทองข้างหน้า “โอ้ฉันรวยแล้วเพียงแปปเดียวเสียเท่านั้นเอง” เคลน้ำตาหลากไหลสิบปีที่ตรากตรำมานานคุ้มค่าเป็นอย่างมากการได้ข้ามมาต่างโลกและไม่ได้เป็นเหมือนฝันก็เหมือนตกอยู่ในความหว่าเว้ มันเหงาและไม่รู้จักใครจะพูดคุยกับใครในเรื่องโลกก่อนก็ไม่ได้ ทีวีก็ไม่มีให้ดู เกมก็ไม่มีให้เล่น ชีวิตพลิกพลันเป็นอย่างมาก หลังจากที่เคลสงบสติได้ก็หันมาสนใจสองนายบ่าวที่ยังลูบไล้ลูกแก้วไม่เลิก เขาสงสัยจึงถามไป “โอ้ลูกแก้วมันดีเลิศขนาดนั้นเชียว” “ดีสิดีมากเลยไอเทมที่เพิ่มพลังโจมตีธาตุเนี่ยสร้างยากมากเลยนะ” เฟคกล่าว “ปกติแล้วไอเทมประเภทสนับสนุนเพิ่มพลังโจมตีธาตุจะมีรูปลักษณ์คล้ายกับโล่หรือตุ๊กตาและลูกแก้วนี้เองก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่ว่ารูปลักษณ์ลูกแก้วเองผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อน” “และไอเทมที่เพิ่มพลังโจมตีธาตุเนี่ยจะเป็นไอเทมระดับจอมเวทย์ทั้งนั้น...ด้วยความสร้างยากจึงทำให้มีราคาไม่น้อยจึงเป็นไอเทมที่ครอบครองได้ยากในหมู่จอมเวทย์” “อย่างโล่อะพอลโล่ ไอเทมเพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟเป็นของนักผจญภัยชื่อดังระดับ SS มีราคาที่ประเมินอยู่ที่ 8 ล้านเหรียญทอง” “8 ล้านเหรียญทองเลยงั้นเหรอ!!” เคลทึ่งกับราคาอันมหาศาลแต่พอได้ยินเฟคพูดมาแบบนั้นก็รู้สึกตงิดใจแปลก ๆ “ใช่แล้วถ้าลุงเคลพูดไม่ผิดไอเทมชิ้นสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ทุกธาตุราคาของมันอย่างน้อยก็ 20 ล้านอย่างต่ำ” “ถ้าตีเป็นราคาซ่อมแล้วละก็อย่างน้อยจากสภาพย่ำแย่แบบนั้นกลายเป็นสภาพเหมือนใหม่แบบนี้ก็น่าจะราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญทองลุงเคลนี่ใจดีจริง ๆ นะครับ” เฟคพูดด้วยเสียงหวานอย่างสุภาพ “10 ล้าน...” เคลแทบช็อคหลังจากได้ยินเขารู้สึกมีน้ำโหถึงแม้เฟคจะพูดสุภาพก็เถอะ “ใช่แล้วนายน้อยผมบอกแล้วว่าพี่ชายเคลเขาเป็นพระเจ้ามาโปรดจริง ๆ แม้จะรู้ว่าไอเทมนี้มีพลังแบบไหนแต่ก็คิดค่าซ่อมในราคาไม่แพง” ทอมพูดบูชายกย่องเต็มที “แน่ะ ๆ ลุงเคลบอกราคานี้มาเองนะและผมก็จ่ายโดยไม่ต่อราคาแม้แต่นิดผมคนดีใช่ไหมเล่า” เฟคกล่าวพลางหัวเราะ “เหอ ๆ”เคลได้แต่ส่ายหัวบางทีนี้อาจจะเป็นบทเรียนกับความไม่รู้ราคาของไอเทมคราวหลังต้องศึกษามากกว่านี้ การจะเป็นพ่อค้าไม่ใช่เรื่องง่าย มันเหมือนกับการรบในสงครามที่ห้ามพลาดข้อมูลแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นแล้วจะพ่ายแพ้ในศึกสงครามโดยไม่รู้ตัว ‘ใช่ฉันต้องแบ่งเงินเอาไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับไอเทมมาอ่านกันสักหน่อยแล้วไม่งั้นโดนกดราคาโดยไม่รู้ตัวแน่ ๆ’ เคลคิดเพราะว่าทักษะประเมินยังเป็นระดับ 1 มันไม่สามารถจะช่วยอะไรได้มากนักในตอนนี้ แต่เก็บเอาไว้เทียบข้อมูลกับหนังสือได้อยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าหมดเรื่องที่จะคุยแล้วเฟคก็ทำการซื้อเม็ดยารวบรวมพลังเวทย์จำนวน 500 เม็ดมาเก็บไว้และกล่าวลากับเคลก่อนจะออกร้านและมุ่งหน้าไปพื้นที่ตรงข้ามกับร้านของเคลซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ ในเขตสลัมทางใต้เองก็มีคนมีเงินไม่น้อยมาสร้างบ้านหลังใหญ่อยู่เนื่องจากค่าที่ดินนั้นถูกกว่าแต่ก็แลกมากับความปลอดภัยที่ต่ำเนื่องจากทหารลาดตระเวนอาจจะเดินไม่ทั่วถึง หลังซื้อขายเม็ดยาและนับผลกำไรส่วนต่าง นั่นเท่ากับเขาจะได้ส่วนต่างเพิ่มขึ้นอีก 25000 เหรียญทอง “เอาละฉันมีเงินมากกว่า 525000 เหรียญทองมาเริ่มต้นเข้าสู่หนทางแห่งพลังเวทย์กันเถอะ” เคลพึมพำกับกองเงินตรงหน้าและทำการเก็บเงินเหล่านั้นเข้าระบบ และได้กดแก่นเวทมนต์ออกมา ไม่ช้าก็ปรากฏลูกแก้วสีม่วงขนาดเล็กขึ้นมา มันเป็นขนาดลูกแก้วเม็ดเล็กที่เอาไว้ดีดเล่นแตกต่างจากลูกแก้วเนเธอร์ที่ลูกแก้วขนาดใหญ่ “กลืนงั้นเหรอ?” *แก่นเวทมนตร์ – ไอเทมที่ช่วยยกระดับคนธรรมดาไปสู่หนทางแห่งการรับรู้พลัง เคลคาดเดาเพราะนอกจากนี้แล้วก็ไม่มีวิธีอื่น เขาทำการหยิบแก่นเวทมนตร์ขึ้นมาเล่นท่าเต๊าะข้อมือให้มันกระดกเข้าปาก “งับ!” และหลับตาลง เมื่อมันลงท้องไปแล้วผลลัพธ์ของมันก็ออกผลทันทีเขารู้สึกโล่งและสบายกายแบบแปลก ๆ การรับรู้เริ่มผิดแปลกไปเขารู้สึกเหมือนสัมผัสเศษอะไรบางอย่างได้ในอากาศ “ละอองเวทมนตร์” หลังจากนั้นเมื่อเขารับรู้มันได้ละอองเวทมนตร์เหล่านั้นเหมือนมีชีวิตมันทำการพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาและซึมหายเข้าไปในผิวกาย พวกมันกำลังเคลื่อนที่จากทั่วร่างกายพุ่งไปจุดจุดหนึ่งนั้นคือหัวใจ เคลรู้สึกได้ว่าหัวใจมันเต้นอย่างรุนแรงคล้ายกับว่ามันตื่นเต้นกับการได้สารอาหารอันมีประโยชน์ ในภาพความมืดเขาได้เห็นรูปร่างของหัวใจมันเรืองแสงสว่าง สักพักแสงเหล่านั้นได้ไหลไปรวมที่หัวใจห้องล่างขวาปรากฎเป็นน้ำใสที่เต็มห้องล่างขวา ปฏิกิริยาตอบสนอง ไหวพริบ สายตา และร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไป สำหรับเคลแล้วเขาไม่เคยได้เห็นคนธรรมดาไปผู้วิเศษเลย จึงไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่พอรับรู้ได้ด้วยตัวเองเขาก็รู้สึกมีพลังมากขึ้นกว่าคนธรรมดา !ติ้ง[นายท่านได้เข้าสู่หนทางแห่งพลังที่จะอยู่เหนือผู้อื่นทั้งปวง] [ทำการเพิ่มสินค้าในร้านค้าโปรดตรวจสอบ] *Dealer’s Life System*เจ้าของระบบ เคลย์เมอร์ ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต่ำ
**********