17 | กูจะไปเหยียบยูโดซัน!
เพลงพนัสได้แต่อึ้ง แล้วก็ทึ่ง และกลับมาอึ้งอีก สลับกันวนไปเมื่อได้ฟังทอรุ้งเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในยูโดซัน เธอใช้สองมือลูบใบหน้า ครางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“รุ้ง แกสุดยอด”
ทอรุ้งซึ่งนั่งยืดขาทายานวดคลายกล้ามเนื้ออยู่กลางเตียงหัวเราะ “ไม่หรอก เพราะฝีมือตำส้มตำของแกต่างหาก ไม่เกี่ยวกับฉันเลย นี่พี่แสนย์เขาชมแล้วชมอีกเลยนะว่าอร่อยมาก”
หญิงสาวยิ้มปลื้ม หายเหนื่อยจากการเดินทางไกลและขุดหน่อไม้เป็ปลิดทิ้ง
“แก ฉันตื่นเต้น พรุ่งนี้ฉันจะได้เจอคุณแสนย์จริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“จงเชื่อ แล้วไปฟิตติงเตรียมชุดสวย ๆ ได้แล้ว” เพื่อนพูดพลางบีบนวดคอและบ่า “เอาให้แจ่มสุด ๆ เฟิสต์อิมเพรสชันไปเลยนะ เปิดตู้เสื้อผ้าฉันได้เลย ชอบตัวไหนก็หยิบ”
เพลงพนัสลงจากปลายเตียงมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า แต่พอจะเปิดก็อดหันไปพูดไม่ได้
“แหม แกไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ นี่คุณแสนย์จะมาคอนโดแกเลยนะ”
“ไม่ละ ฉันตื่นเต้นกับไอ้นี่มากกว่า”
ว่าแล้วเ้าของห้องก็ชูของสิ่งหนึ่งขึ้นมาแนบข้างแก้มพลางยิ้มกว้าง มันคือทอฟฟี่รสนมกลิ่นทุเรียนถุงใหญ่บิ๊กเบิ้มที่เพลงพนัสซื้อมาฝากจากร้านค้าเก่าแก่ข้างโรงเรียนมัธยมที่เคยเรียนมาด้วยกัน จำได้ว่าสมัยนั้นพวกเธอติดกันงอมแงม เคี้ยวไม่หยุดปาก จนเริ่มแพร่เชื้อซื้อมาแบ่งกันกินทั้งห้อง สุดท้ายเลยโดนคุณครูทำโทษกันยกห้อง ไม่ใช่แค่โทษฐานแอบกินขนมในเวลาเรียน แต่เพราะเศษกระดาษห่อทอฟฟี่ปลิวเกลื่อนด้วย
“เดี๋ยว นี่แกจะแกะกินเลยเหรอ จะเที่ยงคืนแล้วนะ”
“ก็มันหากินยากนี่นา ฉันเคยเจอแค่ตามตลาดนัดหรือไม่ก็พวกร้านโชห่วยในต่างจังหวัด ไม่รู้ในกรุงเทพฯ มีขายไหม นี่ดีใจมากเลยที่แกซื้อมาให้ แกนี่ช่างรู้ใจจริง ๆ”
“ฉันก็ไม่นึกว่าแกจะยังชอบอยู่ ไว้จะซื้อมาให้อีกนะ” เพลงพนัสพูดพลางทาบชุดกระโปรงเข้ากับตัว หมุนไปมาหน้ากระจก
“โฮ้ย ไม่เป็ไร แค่น้ำแดงน้ำเขียวของแก ฉันก็กินไม่หมดแล้ว”
“น่า...ถือซะว่าตอบแทนที่แกให้กุญแจห้องกับคีย์การ์ดฉันไว้ไง”
“เออ แกเอาไปเถอะ จะมานอนค้างที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ คิดซะว่าเป็บ้านอีกหลังของแกก็แล้วกัน”
วันนี้เป็วันพฤหัสบดีซึ่งเป็วันหยุดประจำสัปดาห์ของโรงเรียนยูโดซัน ทอรุ้งบอกเพลงพนัสว่าจะนัดเจอกับชัชแสนย์แล้วเข้ามาคอนโดพร้อมกันในตอนหัวค่ำสักหกโมงเย็น
ทอรุ้งออกไปทำงานแต่เช้าแล้ว เพลงพนัสเก็บล้างจานชามอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปซื้อผักผลไม้และของสดสำหรับปาร์ตีสุกี้ค่ำนี้ กลับเข้าห้องมาอีกทีก็จัดการล้างผัก หมักหมู ทำน้ำจิ้มสูตรเด็ดไว้คอยท่า หญิงสาวฮัมเพลงพลางซอยหน่อไม้สดต้มกับใบย่านาง สุกี้หม้อนี้จะต้องเป็สุกี้ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก เพราะใส่หน่อไม้ด้วย
บ่ายคล้อยแล้ว บนโต๊ะอาหารมีทุกอย่างพร้อมสรรพ ทั้งหม้อสุกี้ไฟฟ้าตั้งกลางโต๊ะ เหยือกใส่น้ำซุป ชุดถ้วยชามส่วนตัวของทอรุ้ง ตัวเพลงพนัสเอง และคุณแสนย์ผู้เป็แขกคนสำคัญของค่ำคืนนี้ ส่วนผักกับเนื้อหมักนั้นแช่ตู้เย็นไว้ก่อน เดี๋ยวจะไม่สด
หญิงสาวตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง วางกล่องทิชชูไว้ตรงหัวโต๊ะเป็อันเสร็จสิ้น จากนั้นรีบไปอาบน้ำสระผมแล้วแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนลายดอกเดซีจุ๋มจิ๋มสีขาว เพื่อนซี้เ้าของชุดตัวโตกว่าเธอนิดหน่อย ชุดจึงค่อนข้างหลวม แต่พอคาดเข็มขัดหนังถักสีน้ำตาลอ่อนเข้าก็ดูลงตัวพอดี
จากนั้นก็ถึงเวลาแต่งหน้า เธอทิ้งวิชามาเสียนานเพราะทำงานอยู่บนป่าบนเขา แค่ลงครีมกันแดด ผัดแป้งฝุ่นก็เข้าแล็บได้แล้ว มาวันนี้จึงเป็โอกาสดีที่จะได้แปลงโฉมเป็สาวสวยกับเขาบ้างสักวัน นิ้วเรียวค่อย ๆ เกลี่ยครีมรองพื้นจนทั่วใบหน้า ลงครีมไฮไลต์เสริมดั้งให้โด่ง ลงเฉดดิ้งเหลากรามให้เรียวจนได้รูปหน้าวีเชฟ ดวงหน้าเริ่มมีมิติมากขึ้น
ตบแป้งฝุ่นโปร่งแสงตามจนผิวเรียบเนียน บรรจงเขียนคิ้วให้เป็ทรงสวย แต่งแต้มเปลือกตาให้ดูมีมิติอีกนิดด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลเหลือบทอง กรีดอายไลเนอร์ทับให้ดวงตาดูคมขึ้น ปัดขนตาให้งอนยาวจนดวงตาอันเป็ประกายสดใสคู่นี้ยิ่งน่ามอง จากนั้นหยิบแปรงมาปัดแก้มเป็สีชมพูอมส้มเพียงระเรื่อ แล้วจึงทาลิปสติกสีส้มพีชให้ริมฝีปากเรียวบางของตนดูอ่อนหวานสดใส
ผมตรงยาวสีเมล็ดมะขามซึ่งยามปกติมักจะรวบหางม้าก็ปล่อยสยาย ใช้เครื่องม้วนผมไฟฟ้าม้วนปลายน้อย ๆ พอเป็ทรง แม่สาวดอกเดซีหมุนตัวไปมาหน้ากระจก แล้วจึงเอียงคอส่งยิ้มอ่อนหวานให้คนในกระจกเงา
“เอาละ ลูกไม้เอ๋ย พร้อมเจอคุณแสนย์แล้วสินะ”
ฉับพลันนั้นก็มีเสียงออดดังขึ้นหน้าห้อง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกมือไม้เย็นขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เตรียมตัวจนพร้อมยิ่งกว่าพร้อมขนาดนี้ พอถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้าชายหนุ่มจริง ๆ เธอก็อดประหม่าไม่ได้
หญิงสาวหันมองตัวเองในกระจกเงาอีกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวจริงของเธอในวันนี้จะทำให้ชายหนุ่มนึกประทับใจบ้างหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็สวยที่สุดของผู้หญิงชื่อลูกไม้แล้ว
เสียงออดดังขึ้นอีกครั้งราวจะเร่งมาอีก เพลงพนัสรีบถลาไปที่หน้าประตู สูดลมหายใจลึก แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู
ทอรุ้งเพื่อนรักในชุดทำงานกระโปรงสอบสั้นก้าวเข้ามา ส่งยิ้มอันเหนื่อยอ่อนให้ด้วย คงรีบกลับมาจากบริษัท เพลงพนัสสบตาเพื่อนอย่างตื่นเต้น กลั้นลมหายใจรอฟังคำพูดบางอย่างเพราะท่าทางทอรุ้งเหมือนมีอะไรจะพูดกับเธอ
ปรากฏว่าทอรุ้งเอื้อมมือดึงประตูห้องให้งับปิดโดยไม่พูดอะไร เสียงดังกึกเบา ๆ นั้นเขย่าหัวใจของเพลงพนัสจนสั่นะเื
“อะ...อ้าว แล้วไม่ให้คุณแสนย์เข้ามาเหรอ”
ทอรุ้งจับมือเพื่อนไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“แก...วันนี้พี่แสนย์มาไม่ได้แล้ว เพิ่งโทร. มาบอกฉันเมื่อกี้เองว่าติดธุระด่วนกับที่บ้าน คุณพ่อไม่สบายหรือไงนี่แหละ”
เพลงพนัสได้แต่นิ่งเงียบฟัง ความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามาในเวลานี้คืออะไรเธอเองก็ไม่แน่ใจ ใช่ความเสียใจหรือเปล่า หรือเพียงแค่ใกับเื่เหนือความคาดหมาย หรืออาจจะเป็ความผิดหวังก็เป็ได้ ดันตั้งความฝันความหวังไว้ซะสูงเอง ถึงคราวไม่เป็ดังหวังก็ต้องเ็ปเป็ธรรมดา
และคงเป็ความเงียบและนิ่งงันนี้ ที่ทำให้ทอรุ้งเข้ามาสวมกอด
“ไม่เป็ไรนะแก มันสุดวิสัยจริง ๆ ไม่ได้เจอกันวันนี้ก็ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้านะ”
หญิงสาวไม่อยากกอดตอบเพื่อนเพราะกลัวว่าถ้ากอดแล้วเธอจะร้องไห้ออกมา จึงผละออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของทอรุ้ง แล้วฝืนยิ้มให้อย่างแจ่มใสที่สุด
“อื้ม ไม่เป็ไร ฉันก็แค่เสียดายของสดน่ะ เตรียมไว้ตั้งเยอะแยะเลย กินกันสองคนยังไงให้หมดล่ะเนอะ”
ทอรุ้งยังคงบีบมือเธอแน่น แม้ไม่พูดอะไรมาก แต่เพลงพนัสเชื่อว่าเพื่อนสาวเข้าใจดีว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร
“งั้นชวนไอ้ธัชมาดีไหม ไม่ได้เจอมันนานแล้วเหมือนกัน” ทอรุ้งเสนอ
เธอเองก็เห็นด้วย เพราะจะว่าไปั้แ่วันที่เหาะลงมาจากทองผาภูมิเพื่อมาปลอบใจไอ้เพื่อนบ้า จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ตามข่าวคราวต่อเลยว่ามันเป็ยังไงบ้าง
ไม่นานเกินรอ ธัชชัยในชุดเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยออกนอกกางเกงสแล็กก็มาถึงห้อง หิ้วถุงขวดเบียร์ขวดเหล้าเต็มไม้เต็มมือ ทอรุ้งรีบไปช่วยรับมา ถอนใจระอา คืนนี้ไม่แคล้วต้องเก็บซากไอ้ขี้เมานี่แน่ ๆ
เดิมทีทอรุ้งตั้งใจชวนธัชชัยมาเพื่อช่วยเสริมบรรยากาศให้ครื้นเครง ลูกไม้จะได้ไม่เศร้าเกินไปนัก แต่นี่อะไร เขานำทีมทั้งชงทั้งดื่ม ส่วนลูกไม้ก็ยกแก้วเบียร์ดื่มอึก ๆ ไม่เกรงใจลุคสวยเป็พิเศษของตัวเองเลย
ส่วนธัชชัยก็เอาแต่บ่นเื่พลาดโครงการของบริษัทที่ส่งพนักงานไปศึกษาเทคโนโลยีที่ประเทศเยอรมนี เพราะกรรมการให้ความสำคัญแก่วิศวกรมากกว่าฝ่ายไอทีอย่างเขา บ่นไปก็เติมเบียร์ให้เพื่อนสาวไปชนิดไม่ปล่อยให้ขาดตอน ทั้งยังยุอีกว่า
“ต้องอย่างงี้สิวะไอ้ลูกไม้ ค่อยสมกับเป็เพื่อนรักกันหน่อย เจ็บก็เจ็บด้วยกัน โดนทิ้งก็โดนด้วยกัน เป็หมาหัวเน่า ก็เน่าไปด้วยกัน เอ้า ชน!”
ลูกไม้ร้องเฮ ยกแก้วเบียร์ขึ้นชนด้วยซะอย่างงั้น สงสัยคืนนี้จะไม่ได้มีไอ้ขี้เมาให้เก็บซากแค่คนเดียวแล้ว
“โชคชะตามันเล่นตลก กลั่นแกล้งคนไม่มีทางสู้อย่างกูตลอด คนอย่างกูนี่เกิดมาเพื่อเจอแต่ความพ่ายแพ้หรือไงวะ บริษัทไม่เลือก ผู้หญิงก็ทิ้ง!”
ไอ้ธัชเริ่มเมาเมื่อเหล้าหมดไปครึ่งขวด ยกแก้วกระดกทีเดียวรวด
“ใช่ โชคชะตามันเล่นตลก ชอบกลั่นแกล้งคนจริงใจอย่างพวกเรา จริงใจแล้วไงวะ จริงใจไปมันก็ไม่มีความหมาย ทำดีให้ตายเขาก็ไม่รัก!”
ลูกไม้เอาบ้าง กระดกแก้วเบียร์ตาม ทอรุ้งมองอย่างอ่อนใจ แม่เพื่อนรักก็เป็ไปด้วยหรือนี่
“เอ้อ ใช่! ทำงานแทบตายก็ไม่มีใครสน รักแทบตายสุดท้ายก็หมา!”
“ใช่ หมา หมาสุด ๆ เลย!”
“โอ๊ย...” ทอรุ้งชักจะหมดความอดทน “พวกแกเป็บ้าอะไรกันเนี่ย ไอ้ธัช แกพลาดโครงการนี้ก็ไปสมัครโครงการอื่นสิวะ เอาที่เขาสนับสนุนด้านคอมพิวเตอร์น่ะ ก็ไอ้โครงการนี้เขาพาไปดูเครื่องจักรไม่ใช่เหรอ แล้วเขาจะเอาเ้าหน้าที่ไอทีอย่างแกไปทำไม ไปผัดกับข้าวหรือไง โอ๊ย จะบ้า”
เพื่อนหนุ่มหัวเราะหึ แล้วรินเหล้ากับโซดาลงแก้วอีก ผสมเหล้าเองได้อย่างนี้แสดงว่ายังไม่เมามาก ฝ่ายลิ่วล้อก็รินเบียร์ตามเหมือนจะกลัวไม่ทันเพื่อน
ธัชชัยชูแก้วขึ้นสูง “กูจะไปเหยียบเยอรมัน!”
ยายลูกไม้เอาบ้าง “กูจะไปเหยียบยูโดซัน!”
“หมดแก้ว!”
“หมดแก้ว!”
แล้วพวกมันก็ดื่มอึก ๆ จนหมดจริง ๆ คว่ำแก้วเหนือศีรษะโชว์อีกต่างหาก ธัชชัยคว้าขวดเหล้ามาผสมต่อ ส่วนลูกไม้ทำหน้าเหยเกเต็มที่ คงจะขมคอ
ทอรุ้งมองไปมองมาก็ชักขำ “ต้องอย่างงี้สิ พวกแกอย่าเพิ่งท้อ เดี๋ยวมาวางกลยุทธ์กันใหม่ ใช่ไหมลูกไม้ เดี๋ยวเรามาวางแผนเจอคุณแสนย์กันใหม่นะ”
“ไอ้รุ้ง แกก็คอยแต่จะให้ความหวังเพื่อนอย่างงี้ไง ไอ้ลูกไม้มันถึงได้เพ้อบ้าเพ้อบอ” ธัชชัยหันไปหาลูกไม้ซึ่งนั่งฝั่งตรงข้าม “ผู้ชายน่ะ ถ้าเขาจะสนแก เขาคุยกับแกตั้งนานแล้วโว้ย ไม่เงียบกริบอย่างนี้หรอก คนโพรไฟล์เทพอย่างนั้นมีสาว ๆ สวย ๆ ให้เลือกตั้งเยอะแยะ จะมาสนไอ้บ้านนอกอย่างแกทำไมวะ นี่ยังนับว่าดีนะที่เขาไม่เล่นด้วย เพราะถ้าเขาเล่นด้วยนะ บอกได้เลยว่าหลอกกินตับแน่ ๆ ไม่มีวันจริงจังกับแกหรอก”
“อ้าวไอ้ธัช” ทอรุ้งรีบเบรกก่อนที่มันจะชักใบให้เรือเสีย แค่นี้เรือก็จะล่มไม่ล่มแหล่เพราะมันอยู่แล้ว “แกจะเป็พวกคิดลบ ปากหมา อคติอะไรก็เป็ไปคนเดียวเลยนะ แต่อย่าเอาความขี้แพ้มาใส่หัวเพื่อนฉัน เข้าใจไหม”
“ไอ้ลูกไม้มันก็เพื่อนฉันเหมือนกัน เพื่อนต้องเตือนสติเพื่อนสิวะ ไม่ใช่ให้ท้ายไร้สาระแบบแก ไอ้รุ้ง” ธัชชัยหันไปทางลูกไม้ซึ่งนั่งมองแก้วเบียร์ในมือนิ่ง “แกฟังฉันนะลูกไม้ แกต้องมองโลกตามความเป็จริง ไม่ใช่เอาแต่ฝันเฟื่อง ถึงเขาจะไม่ได้ตอบปฏิเสธแกตรง ๆ แต่ความเงียบมันก็เป็คำตอบได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอวะ”
“ไอ้ธัช แกหุบปากไปเดี๋ยวนี้ จะมาพูดให้เพื่อนใจเสียทำไมวะ”
“เอาละ ๆ แกสองคนอย่าทะเลาะกันเลย” ลูกไม้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน “พรุ่งนี้ฉันจะกลับเมืองกาญจน์แล้วละ ต้องรีบเคลียร์งานส่งประกวดอาร์โทรโพดาน่ะ”
ทอรุ้งชักนั่งไม่ติด “เฮ้ย ลูกไม้ แกอยู่ต่ออีกหน่อยสิ ฉันกำลังคิดแผนดี ๆ อยู่นะ”
ธัชชัยพูดแทรกขึ้น ไม่รอให้ลูกไม้ตอบ “พอเถอะไอ้รุ้ง ปล่อยลูกไม้มันกลับไปทำงานทำการ ทำอะไรที่มีสาระกับชีวิตมันเถอะ ถ้ามันตัดใจได้ั้แ่ตอนนี้ก็ยิ่งดี อย่าให้มันหลงอยู่กับคนในความฝันนักเลยว่ะ จะมีความรักทั้งที ก็ให้มันรักคนที่เป็ความจริง มีความเป็ไปได้หน่อยเถอะวะ”
“แต่ว่า...” ทอรุ้งจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ นั่นเพราะชักจะเห็นจริงตามเพื่อนชายว่า ถ้ายายลูกไม้ไปชอบใครที่ไม่ไฮโซเท่าพี่แสนย์ หรือดูจะเป็ไปได้มากกว่านี้หน่อยก็คงดี แต่นั่นละ พี่แสนย์ก็เป็คน มีตัวตน มีชีวิตจิตใจเหมือน ๆ กัน แล้วจะมีความเป็ไปได้น้อยกว่าคนอื่นได้ยังไง
“เอาละ ๆ” ลูกไม้ยกมือห้ามทัพ ใบหน้าแดงก่ำนั้นดูหม่นหมองจนน่าใจหาย “รุ้ง ฉันขอบใจแกมาก ๆ นะสำหรับทุกอย่าง แต่ฉันทิ้งแล็บนานไม่ได้จริง ๆ”
แล้วใบหน้าหวานของเพื่อนก็เปลี่ยนมาจับจ้องธัชชัย น้ำใส ๆ เอ่อคลอดวงตากลมโต
“ส่วนแกนะไอ้ธัช แกปล่อยให้ฉันอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์กับยูนิคอร์นของฉันเถอะ”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เอาจริงนะเพื่อน ๆ ระหว่าง ทอรุ้ง-ผู้ที่ชอบสร้างปาฏิหาริย์ มองเห็นความเป็ไปได้ กับธัชชัย-คนที่มองโลกตามความเป็จริง ถ้ารี้ดเป็ลูกไม้ รี้ดจะเชื่อใคร ถ้านี่ไม่ใช่นิยายแต่เป็ชีวิตจริง เราควรจะเชื่อใคร ...ก็น่าคิดเนอะ อ่าว ชวนเครียดเฉย 555 แต่สำหรับไรต์นะ ถ้าทำเพื่อเขาแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ทำตามใจตัวเองแบบไม่เดือดร้อนใคร น่าจะโอเคนะ ไรต์ว่า ^^