EP19: การเดินทางสู่เมืองหลวงและเป้าหมายใหม่
ผมและไอ้ดอนใช้ความมืดมิดของ่ก่อนรุ่งสางเป็เกราะกำบัง รถกระบะเก่า ๆ ที่ดูไม่สะดุดตาของไอ้ดอนวิ่งออกจากตำบลมาบกุญชรอย่างเงียบ ๆ ทิ้งไว้เื้ัคือ รอยไหม้ ที่มาบดงงู และ บ้านไม้ทรงปั้นหยา ที่มี พ่อแม่ และ ตัวผมในวัยเด็ก กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้เื่
ไอ้ดอนขับรถออกไปบนถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร
“มึงแน่ใจนะว่าเราควรไปหา อาจารย์อุดม ทันที?” ไอ้ดอนถามพลางมองกระจกหลังอยู่เป็ระยะ “ถ้าพวกมันรู้ว่าเชียรมีความเชื่อมโยงกับอาจารย์ มึงอาจจะพาอาจารย์เข้าไปเสี่ยงด้วย”
“ผมไม่มีทางเลือกดอน” ผมตอบอย่างหนักแน่น “อาจารย์อุดมคือคนเดียวที่ลุงเชียรไว้ใจเื่ทฤษฎีมิติเวลา ถ้าเราจะเข้าใจว่า องค์กร นั้นใช้เทคโนโลยีอะไรในการควบคุม รอยแยกมิติ เราต้องหาคนที่มีความรู้ทางฟิสิกส์ชั้นสูงช่วย”
ไอ้ดอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความกังวล
การเดินทางยาวนานหลายชั่วโมง ทำให้ผมมีโอกาสทบทวนแผนการและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
* เป้าหมายเดิม: กลับเข้าร่าง (ล้มเหลว)
* เป้าหมายปัจจุบัน: เปิดโปงและหยุดยั้ง องค์กรลับ ที่ใช้เทคโนโลยีข้ามมิติเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ซึ่งมี น้าฉัตร เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดหลัก
ผมเปิดกระเป๋าเดินทางเก่า ๆ ของลุงเชียรที่เก็บ สมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำ ที่มีลายมือเตือนภัยของลุงเชียรตัวจริงอยู่ ผมตัดสินใจจะเก็บสมุดเล่มนี้ไว้เป็หลักฐานสำคัญในการพบกับอาจารย์อุดม
ขณะที่รถกระบะแล่นเข้าสู่เขตกรุงเทพมหานคร ความแออัดและเสียงจอแจของเมืองหลวงในปี 2533 เริ่มปรากฏขึ้น มันเป็ภาพที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เราตัดสินใจไปหลบซ่อนตัวที่โรงแรมราคาประหยัดแห่งหนึ่งในย่านปิ่นเกล้าก่อน เพื่อปรับตัวและวางแผนการเข้าหาอาจารย์อุดม
“กูจะไปหาข้อมูลเื่ อาจารย์อุดม สถาวร ก่อน” ไอ้ดอนบอก “ต้องดูว่าตอนนี้เขาเป็ยังไง ทำงานอยู่ที่ไหน และมีใครน่าสงสัยอยู่รอบตัวเขาหรือเปล่า”
ไอ้ดอนใช้ทักษะในการติดต่อประสานงานกับเพื่อนฝูงที่อยู่ในกรุงเทพฯ อย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่ผมใช้เวลาในห้องพักเพื่อทำความสะอาดร่างกายและจัดการกับาแจากการต่อสู้เมื่อคืน
ผมมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง... ใบหน้าของลุงเชียร ที่ตอนนี้ดูทรุดโทรมและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ผมจะต้องใช้ชีวิตในร่างนี้ต่อไปนานแค่ไหน?
บ่ายวันนั้น ไอ้ดอนก็กลับมาพร้อมกับข้อมูลบางอย่าง
“อาจารย์อุดมยังคงสอนอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เหมือนเดิม” ไอ้ดอนรายงาน “แต่มีเื่แปลก ๆ... อาจารย์เคยมีชื่อเสียงมากในด้านฟิสิกส์ทฤษฎีใน่สิบปีที่ผ่านมา แต่่หลังนี้งานวิจัยของเขาถูก ระงับ หลายโครงการ และมีข่าวลือว่าเขาหมกมุ่นอยู่กับเื่ เวลาและจักรวาลคู่ขนาน จนถูกมองว่าเป็คนเพี้ยน ๆ”
“ถูกระงับ?” ผมถามอย่างสนใจ “นั่นอาจเป็เพราะองค์กรลับนั้นรู้ว่าอาจารย์อุดมคือคนที่อยู่ใกล้ความจริงมากเกินไป”
ไอ้ดอนยื่น แผ่นพับเก่า ๆ ของมหาวิทยาลัยมาให้ผม
“เขาจะมี การบรรยายพิเศษ ในวันพรุ่งนี้ (20 พฤศจิกายน) เื่ 'มิติที่ซ้อนทับ: ทฤษฎีความไม่เสถียรของสนามแม่เหล็กโลก' ที่หอประชุมคณะวิศวะ”
ผมยิ้มอย่างพึงพอใจ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเข้าถึงอาจารย์อุดม โดยมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือที่สุด: การบรรยายของเขาเอง!
“เราจะเข้าไปหาเขาในวันพรุ่งนี้” ผมตัดสินใจ “เราจะไปในฐานะ วิเชียร ขจรเดช ศิษย์เก่าที่กำลังประสบกับปรากฏการณ์ที่เขาเพิ่งบรรยายถึง”
รุ่งเช้าของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 ผมและไอ้ดอนเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ
ผมสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีสุภาพที่สุดที่หาได้ เพื่อให้ดูเหมือนศิษย์เก่าที่น่าเชื่อถือ ในขณะที่ไอ้ดอนทำตัวเป็ผู้ติดตามที่เงียบขรึมและคอยระแวดระวังภัยอยู่ด้านนอกห้องบรรยาย
เมื่อก้าวเข้าสู่หอประชุม ผมพบว่ามีนักศึกษาและอาจารย์จำนวนหนึ่งนั่งฟังการบรรยายอยู่
บนเวที อาจารย์อุดม สถาวร ชายวัยห้าสิบปลาย ๆ ที่มีดวงตาฉลาดเฉลียวและผมสีดอกเลา ดูเหมือนเป็นักวิชาการที่น่าเคารพ แต่เขากลับกำลังพูดถึงหัวข้อที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็ นิยายวิทยาศาสตร์
“...ผมเชื่อว่าสนามแม่เหล็กโลกของเราไม่ได้มีเพียงชั้นเดียว แต่มี ชั้นมิติที่ซ้อนทับ อยู่ และความผันผวนของสนามแม่เหล็กที่รุนแรง อาจทำให้เกิด รอยแยก ที่สั้นและไม่เสถียรขึ้นมาได้ ซึ่งนั่นอาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่เราเรียกว่า ‘การแทนที่’ หรือ ‘การย้อนเวลาเฉพาะส่วน’ ได้” อาจารย์อุดมบรรยายด้วยท่าทีที่ดูมั่นใจ
ผมรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจารย์อุดมรู้! เขารู้ทุกอย่างที่ลุงเชียรรู้!
เมื่อการบรรยายจบลง และผู้ชมเริ่มทยอยออกจากห้อง ผมก็ตัดสินใจเดินตรงขึ้นไปบนเวทีทันที
“อาจารย์อุดมครับ” ผมเรียกด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเคารพนับถือที่สุด
อาจารย์อุดมหันมามองผมอย่างแปลกใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณคือ... วิเชียร ใช่ไหม? วิเชียร ขจรเดช! อาจารย์จำได้! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ! มาได้ยังไงนี่? อาจารย์ได้ยินว่าเธอไปหมกมุ่นอยู่กับงานสำรวจป่าเสียแล้ว”
ผมสบตาอาจารย์อุดมอย่างจริงจัง และหยิบ สมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำ ที่มีลายมือเตือนภัยของลุงเชียรออกมา
“อาจารย์ครับ... ที่อาจารย์บรรยายเื่ ‘การแทนที่’ นั้น... มันเกิดขึ้นจริงแล้วครับ” ผมกระซิบเสียงต่ำ “และผมมีหลักฐาน... หลักฐานที่เพื่อนของคุณ... วิเชียร ขจรเดช ตัวจริง... ทิ้งไว้ให้ผม”
ผมยื่นสมุดบันทึกเล่มดำและ กระดาษสเก็ตช์ตราสัญลักษณ์ ขององค์กรลับที่วาดขึ้นจากความทรงจำ ให้อาจารย์อุดมดู
อาจารย์อุดมมองสมุดบันทึกและสัญลักษณ์นั้นอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“นี่... นี่มัน สัญลักษณ์ของ ‘ศูนย์วิจัยไตรภพ’! พวกมันตามหาไอ้เชียรแล้วจริง ๆ หรือนี่!”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*