บทที่ 2 ช่วยชีวิต
หญิงวัยกลางคนมองเด็กหญิงผู้น่ารักที่จ้องมองขาของเธออย่างงุนงง เด็กหญิงค่อย ๆ ย่อตัวลงตรงหน้าเธอ พร้อมทั้งพิจารณาขาของเธออย่างตั้งใจ...
แม้จะไม่เข้าใจว่าเด็กหญิง้าจะทำอะไรกันแน่ แต่เนื่องจากเธอมีลูกชายหลายคน จึงทำให้เอ็นดูเด็กผู้หญิงเป็พิเศษ ท่าทางของเธอจึงยังคงอ่อนโยน
ทว่า ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกมา เด็กหญิงก็ขยับมืออย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า...
หญิงวัยกลางคนไม่ทันมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ความเ็ปรุนแรงก็แล่นเข้ามา เธออดร้องครวญครางออกมาไม่ได้
“คุณนาย!” กานเสี่ยวอิงใสุดขีดก่อนจะร้องลั่นออกมาอีกครั้ง “นี่หนู! เด็กที่ไหนกัน กล้าดียังไงมาทำร้ายคุณนายของพวกเรา”
“เด็กคนนี้กล้าซ้ำเติมาแคุณนายของพวกเรา ร้ายกาจจริง ๆ” เธอพูดพลางยื่นมือออกไปผลักเด็กหญิง
ทว่า ความเร็วของเธอนั้นช้าเกินไป
เหยาเหยาสะบัดมือออก ฝ่ามือที่ดูเหมือนจะออกทีหลังกลับพุ่งปะทะเป้าหมายก่อน แล้วเกิดเสียง ‘เพี๊ยะ!’ ดังสนั่น กานเสี่ยวอิงไม่สามารถต้านทานแรงที่โถมเข้าใส่ได้ ร่างของเธอล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง
บอดี้การ์ดชายที่ยืนล้อมรอบเห็นดังนั้น จึงเตรียมจะเข้ามาจัดการ
แต่ไม่คาดคิดว่า คุณนายที่ต้องทนความเ็ปแสนสาหัสเมื่อครู่จะเอ่ยปากห้าม “เสี่ยวจ้าว หยุดนะ!”
“ครับ คุณนาย”
ถึงแม้ว่าเสี่ยวจ้าว ผู้เป็บอดี้การ์ดจะไม่รู้เหตุผล แต่ในฐานะบอดี้การ์ด เขาก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างอย่างไม่มีเงื่อนไข
สาเหตุที่คุณนายห้ามเขาก็ไม่ใช่เพราะความใจอ่อนอะไร แต่เธอรู้สึกได้ว่าความเจ็บแปลบที่เท้าของเธอหายไปแล้ว เมื่อประกอบกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ จึงไม่ยากที่จะเดาได้ว่ากระดูกของเธอกลับเข้าที่แล้ว
เป็ไปได้ยังไง?
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ แค่นี้ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็อายุแค่สี่ขวบ จะรู้จักการต่อกระดูกได้ยังไง? พูดออกไปใครจะไปเชื่อ!
แต่เื่มันก็เป็แบบนี้จริง ๆ!
คุณนายกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรบางอย่าง เด็กหญิงตัวน้อยก็จัดแจงเอาไม้มาดามเท้าของเธอจนเรียบร้อย
เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “กระดูกของคุณ หนูต่อให้คุณชั่วคราวแล้วนะ อย่าขยับมั่วซั่วล่ะ รอหมอมารักษาแล้วค่อยขยับ”
อะไรนะ แค่นี้ก็หายแล้วเหรอ?
กานเสี่ยวอิงที่เพิ่งจะลุกขึ้นมาได้ยินแบบนั้น เธอก็นิ่งอึ้งไปเลย!
“อ๊ะ หนูจ๊ะ ขอบใจมากเลยนะ ไม่คิดเลยว่าหนูจะเก่งั้แ่อายุยังน้อยแบบนี้”
ดูเหมือนคุณนายจะตั้งสติได้เร็วกว่าใคร เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับโค้งตัวขอบคุณผู้ช่วยชีวิตเบา ๆ พลางล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบเงินออกมา
แต่เธอก็ชะงักกึก เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเด็กหญิงตัวน้อย ทำเอาถึงกับเสียวสันหลังวาบ
“แค่ต่อกระดูกเอง ไม่เป็ไรหรอก แต่อย่าเพิ่งขอบคุณหนูเลย ปัญหาของคุณยังไม่จบแค่นี้นะ”
“อะ… อะไรนะ?”
คุณนายมองมาด้วยสายตาตื่นตระหนก ดวงตากลมโตของหนูน้อยจ้องมองไปยังผ้าห่มที่คลุมร่างของคุณนาย พร้อมกับคิดในใจ
หอมจัง!
เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ อันแหลมคมทั้งสองข้าง
“เพราะว่า... คุณกำลังจะตาย!”
เด็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดู แต่คำพูดของเธอกลับเปรียบดั่งะเิที่ทำให้ทั้งสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับสมองมึนงง ราวกับถูกของแข็งฟาดศีรษะ
“พูดจาเหลวไหลอะไรของเธอ! คุณนายของเรามีวาสนาดี เธอจะ…”
กานเสี่ยวอิงอ้าปากค้าง ไม่กล้าเอ่ยคำอัปมงคลนั่นออกมา หญิงสาวขนลุกขนพองไปกับคำพูดเมื่อครู่ ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่ร่างเล็ก ๆ เบื้องหน้าด้วยแววตาไม่สบอารมณ์
“อย่าคิดว่าเธออายุยังน้อย แล้วฉันจะไม่กล้าตีเธอเชียวนะ!”
เหยาเหยาไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอกลับยื่นมือป้อม ๆ ออกไป วางนิ้วน้อย ๆ ลงบนหว่างคิ้วของคุณนายเบา ๆ
เห็นชัด ๆ ว่าเป็แค่มือน้อย ๆ นุ่มนิ่ม แต่คุณนายที่ถูกัักลับรู้สึกถึงไอเย็นะเืแล่นปราดตรงเข้ามายังกระหม่อม
“ตำแหน่งศูนย์กลางชีวิตหมองคล้ำ ดาวโชคชะตาในโหงวเฮ้งมืดมัว!”
“หว่างคิ้วมีริ้วรอย เคราะห์ร้ายถามถึง โรคภัยไข้เบียดเบียน!”
ทั้งที่เป็เด็กหน้าตาน่ารักแท้ ๆ แต่พออ้าปาก กลับพูดจาเลื่อนลอยไร้สาระเสียได้
คุณนายฟังแล้วมึนงงไปหมด “หนูจ๊ะ นี่มันหมายความว่ายังไง?”
เหยาเหยาไม่ตอบ แต่กลับเลื่อนปลายนิ้วไปที่จุดอื่นแทน
เธอชี้ไปที่บริเวณสันจมูกซึ่งเชื่อมต่อกับหว่างคิ้ว แล้วเอ่ยว่า “สันจมูกเป็จุดรวมลมปราณ บริเวณนี้ควรจะดูอิ่มเอิบ แต่สันจมูกของคุณกลับมีรอยเส้นชีวิตขาด สะท้อนถึงปราณิญญาที่ถดถอย ดึงดูดสิ่งอัปมงคล อาจารย์ของหนูเคยบอกไว้ว่า ‘คนเป็มีลมปราณ คนตายมีเคราะห์ร้าย’”
“ร่างกายของคุณถูกปกคลุมไปด้วยรังสีของเคราะห์ร้าย ดังนั้น… ฉันเลยบอกว่า คุณกำลังจะตาย”
เด็กน้อยเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างจริงจังต่อไปว่า “แต่ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว คู่ครองของคุณดูมั่นคง บุตรบริวารก็อยู่ครบ นับว่าเป็วาสนาดี มีบุญหนุนนำ”
“พลังหยินหดหาย พลังหยางร่วงโรย คล้ายกับถูกผีร้ายเข้าสิง!”
โดยทั่วไปแล้ว ชะตาชีวิตของคนเราถูกกำหนดไว้แล้วั้แ่เกิด ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ นอกเสียจากจะพบเจอกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่
ในศาสตร์ลี้ลับของลัทธิเต๋า มี 5 ศาสตร์ ได้แก่ ศาสตร์แห่งการฝึกตน แพทย์แผนจีน โหราศาสตร์ ศาสตร์การดูโหงวเฮ้ง และ ธรณีศาสตร์ ในบรรดา 5 ศาสตร์นี้ ศาสตร์แห่งการดูโหงวเฮ้ง คือการพิจารณาใบหน้าเพื่อคำนวณโชคชะตาและเคราะห์กรรมที่จะเกิดขึ้น
ในศาสตร์การดูโหงวเฮ้ง มีคำกล่าวที่ไม่เป็ทางการอยู่ประโยคหนึ่งคือ ‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’
ความหมายของคำกล่าวนี้คือ คนเราจะไม่เผชิญกับเคราะห์ร้ายเพียงครั้งเดียว บ่อยครั้งที่เคราะห์กรรมมักจะมาพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีโหงวเฮ้งอัปมงคล ไม่เพียงแต่ตนเองจะประสบเคราะห์กรรมเท่านั้น แต่คู่ครองและบุตรหลานก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ต่างก็ยากที่จะพลิกผันชะตาชีวิตได้
แต่หญิงตรงหน้ากลับตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็ตัวเธอเอง สามี หรือบุตรหลาน ล้วนไม่สอดคล้องกับโหงวเฮ้งที่ตาเห็น
เมื่อประกอบกับรังสีเคราะห์ร้ายที่หนักหนาบริเวณหว่างคิ้วของเธอ เหยาเหยาจึงสรุปได้ว่า นี่ต้องเป็ฝีมือของิญญาร้ายอย่างแน่นอน!
“ไม่คิดว่ามันน่าอร่อยเหรอคะคุณนาย”
ที่เหยาเหยาเปลี่ยนใจมาช่วย ก็เพราะสิ่งนี้แหละ
“พูดจาเลอะเทอะอะไร ไม่น่าเชื่อเลยว่าอายุแค่นี้จะรู้จักหลอกลวงคนอื่นเป็แล้ว”
ก่อนหน้านี้ กานเสี่ยวอิงพูดจาอะไรไม่รู้เื่อยู่ตั้งนาน แต่ช่างเถอะ ประโยคสุดท้ายเหยาเหยาเข้าใจแล้ว
นี่มันไม่ต่างอะไรกับพวกหมอดูข้างถนนที่ชอบพูดว่า ‘กลางหน้าผากมีรังสีอัปมงคล บ่งบอกว่าต้องเจอกับเื่เลวร้าย มีเคราะห์เืตกยางออก’
เดี๋ยวนี้ พวกสิบแปดมงกุฎใช้ววิธีที่ไร้ชั้นเชิงลงทุกวัน ถึงขั้นให้เด็กสามสี่ขวบออกมาหลอกลวงคนอื่นเสียได้!
ไม่คิดบ้างเลยเหรอว่า เด็กคนนี้ยังไม่หย่านมเลย ใครจะไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของเธอ!
เห็นได้ชัดว่าคุณนายก็คิดแบบเดียวกัน แต่เธอกลับไม่พูดอะไรออกมา
เด็กหญิงตรงหน้าแตกต่างออกไป ั้แ่ที่เ้าตัวช่วยต่อกระดูกที่หักของเธอ คุณนายก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา
แน่นอนว่าเหยาเหยาััได้ถึงความลังเลของอีกฝ่าย ผีร้ายไม่ปรากฏตัวในตอนกลางวันแบบนี้หรอก และตอนนี้ ‘เธอยังกินมันไม่ได้’
เหยาเหยาต้องไปหาชิงอวิ๋นอีก เธอคิดแล้วก็หยิบยันต์สีเหลืองออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็พลิกมือไปมา พับยันต์เป็รูปสามเหลี่ยม แล้วยัดใส่มือคุณนาย
“อาจารย์ของหนูบอกว่า การพบกันโดยบังเอิญถือเป็วาสนา ยันต์แผ่นนี้หนูให้คุณ มันจะช่วยคุณได้แค่ครั้งเดียว”
“หนูขอย้ำนะว่า ยันต์แผ่นนี้ใช้ได้แค่ครั้งเดียว ถ้าใช้แล้วก็อย่าลืมมาหาหนูล่ะ!”
“หนูอยู่… เอ่อ… อยู่ที่สะพานข้างหน้านั่นแหละ”
จุดหมายที่เส้นชีวิตชี้ทางอยู่ตรงนั้น ชิงอวิ๋นก็น่าจะอยู่ที่นั่น
เพราะิญญาร้ายเป็ของหายาก จะเจอแต่ละครั้งไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริง ๆ ดังนั้น เหยาเหยาจึงกำชับเป็พิเศษ
สะพานงั้นเหรอ?
หรือว่าเป็พวกสิบแปดมงกุฎจริง ๆ กันนะ?
คุณนายส่ายหัว เธอเผลอกำยันต์ในมือแน่น แต่ไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่วยชีวิตเธอได้จริง
ส่วนเื่ที่อีกฝ่ายบอกว่าพบกันถือเป็วาสนานั้น เธอไม่เชื่อ เธอเห็นแววตาของเด็กสาวที่มองเธอเป็ประกาย แล้วยังกลืนน้ำลายอีก!
แม้เธอจะพยายามซ่อนเร้นเพียงใด แต่ด้วยวัยที่ยังเยาว์ จึงไม่อาจซุกซ่อนพิรุธเอาไว้ได้!