เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 81 ผลฟื้นฟูวิญญาณ

    ในวันที่สอง หลงเฉินถามกานหลินถึงที่ตั้งของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งจากนั้นก็ออกจากเมืองหลิงอู่ทางประตูของเหล่ามรกต


    การมาถึงและออกจากตระกูลหลิงอู่ไปอย่างกะทันหันของหลงเฉินทำให้กานหลินรู้สึกประหลาดใจ  ทว่าหลงเฉินตัดสินใจแน่วแน่แล้ว  เขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้


    “อีกสี่วันเจ้าจะได้รับภารกิจแรก  เจ้าควรรีบไปและรีบกลับให้เร็วที่สุด”


    หลงเฉินพยักหน้า


    “ข้าแค่อยากจะไปซื้ออะไรสักหน่อย คงไม่นานนักหรอก ข้าจะกลับมาภายในครึ่งวัน”


    สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในนครหยวนหลิง  หลงเฉินไม่มีคะแนนผลงานในตระกูลหลิงอู่  เขาจึงยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของจากพวกเขาได้ และโดยปกติแล้วผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปก็ต้องไปที่สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง  ดังนั้นกานหลิงจึงไม่ติดใจอะไร  เขาเพียงรู้สึกว่าในเมื่อหลงเฉินกำลังจะได้รับภารกิจที่สำคัญ  เขาก็น่าจะจริงจังกับมันมากกว่านี้


    ‘ไม่รู้เลยว่าสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งจะใหญ่โตถึงเพียงนี้  และยังมีสาขาอยู่นับร้อยทั่วนครหยวนหลิง  มีสาขาเล็ก ๆ สาขาหนึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามลี้จากเหล่ามรกตของตระกูลหลิงอู่  แต่ถึงจะเป็นเพียงสาขาเล็ก ๆ ก็มีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่าหอพักต้นหลิวมรกตเสียอีก’


    หลังจากที่หลงเฉินมาถึงนครหยวนหลิงแล้ว  คู่ต่อสู้ที่เขาได้เผชิญหน้าต่างก็มีฝีมือเหนือกว่าที่เขาเคยประสบพบเจอมา  หากหญ้าวิญญาณนิมิตที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอให้หลิงซีปรากฏตัวออกมาช่วยหลงเฉินได้  ในวันที่สองหลังจากเข้าตระกูลหลิงอู่  หลงเฉินจึงออกไปตามหายาบำรุงรักษาวิญญาณ


    ‘ยัยนี่ชอบออกมาช่วยข้าอยู่เรื่อยเวลาข้าตกอยู่ในอันตราย และยังไม่ยอมฟังข้าอีก  ข้าน่าจะหาสมุนไพรไปให้นางมากกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้นางต้องตาย!’


    หลงเฉินมีไหวพริบและเฉลียวฉลาด  เขาสามารถเข้าใจในสิ่งที่กานหลินแนะนำได้อย่างรวดเร็ว  และสามารถหาทางไปยังสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งได้แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงคนต่างถิ่นในนครหยวนหลิงก็ตาม


    บนถนนที่ผู้คนพลุกพล่าน  กลุ่มอาคารสีน้ำเงินเข้มนั้นคือสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง


    นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเฉินได้เห็นสถานที่ค้าขายที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้  หากเทียบกับตลาดผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองพฤกษาหมอกแล้ว ที่นี่ยอดเยี่ยมกว่าหลายเท่า  มีผู้คนมากมายเดินทางเข้าออกสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งอย่างไม่ขาดสายจนแม้แต่หลงเฉินยังกลืนไปกับผู้คน เขารีบเข้าไปด้านในสมาคมทันที


    “โอ้โฮ!  ที่นี่มีของดี ๆ ตั้งมากมายแน่ะ...”


    หลิงซีส่งเสียงร้องด้วยความชื่นชมอยู่ภายในกระบี่หลิงซี  หลงเฉินพินิจพิจารณาและเห็นสิ่งของต้องตาต้องใจมากมายจากชั้นวางต่าง ๆ  แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าของพวกนี้อยู่ในระดับใด แต่ดูจากคุณภาพและราคาแล้วเขาคิดว่ามันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ


    “รากดินบิดเกลียว สามหยกศักดิ์สิทธิ์”


    “หญ้าดอกผักกาด สองหยกศักดิ์สิทธิ์”


    “เห็ดหลินจือหิมะ สามสิบห้าหยกศักดิ์สิทธิ์...”


    หลงเฉินกวาดตามองชื่อของสมุนไพรทุกอย่างที่มี  ชื่อที่ทำให้เขาผงะไปล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณทั้งสิ้น


    “เห็ดหลินจือหิมะนั่นเป็นเพียงสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำ แต่กลับมีราคาตั้งสามสิบห้าหยกศักดิ์สิทธิ์!  แพงมากเลยนะนี่!  ข้ามีหยกศักดิ์สิทธิ์อยู่แค่สิบเอ็ดชิ้นเท่านั้นเอง”


    เป็นเพราะเขายังจนอยู่ หลงเฉินจึงได้แต่หัวเราะด้วยความผิดหวัง


    “เจ้าสัมผัสถึงสมุนไพรรักษาวิญญาณได้บ้างรึเปล่าน่ะ?”


    “อย่าห่วงไปเลย!”


    หลิงซีขัดขึ้นมาและบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ


    “มีสมุนไพรวิญญาณอยู่ตั้งมากมาย  แล้วกลิ่นของพวกมันก็ผสมปนเปกันไปหมด ข้าขอดูให้แน่ใจก่อน”


    หลงเฉินยักไหล่และมองไปยังผู้คนมากมายที่เข้าออกสถานที่แห่งนี้  เขาคิดในใจ


    ‘ที่นี่มีคนมีฝีมือไม่น้อยเลย เป็นไปตามที่ข้าคิดไว้ตอนมาถึงนครหยวนหลิงไม่มีผิด  แต่ความแข็งแกร่งของข้ายังรั้งท้าย มันจะเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ หากข้าตายไปอย่างกะทันหันข้าก็คงต้องตกนรกและไม่มีลูกหลานไว้สืบตระกูล...’


    มีลูกค้ามากมายภายในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง แต่ภายในร้านก็มีคนจำนวนมากที่ทำหน้าที่ดูและจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในสมาคม ในตอนนั้น เด็กสาวคนหนึ่ง ความงดงามโดดเด่นของนางมาพร้อมพร้อมกับท่าทีหยิ่งยโส นางเห็นหลงเฉินที่กำลังมองไปรอบ ๆ จึงเอ่ยขึ้น


    “ลูกค้าท่านนี้มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่?”


    นางเป็นเพียงผู้ดูแลการต้อนรับแต่การฝึกฝนของนางนั้นอยู่ในระดับขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้า ซึ่งเหนือกว่าหลงเฉินถึงหนึ่งขั้น เขารู้สึกชื่นชมแต่เมื่อเห็นแววตาดูถูกของนาง  ความชื่นชมจึงนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย


    “ข้ากำลังมองหาบางอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าร้านของเจ้ามีขายหรือไม่”


    หลงเฉินบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงระดับแปดเท่านั้น  ทว่าเขากลับพูดกับเด็กสาวด้วยความไม่สนใจไยดี ทำให้นางรู้สึกถึงการดูหมิ่นและทำให้นางมีท่าทีหมดความอดทน  นางมองหลงเฉินด้วยสายตายั่วยุ


    “แล้วเจ้าหาอะไรอยู่ล่ะ? สินค้าในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งล้วนแล้วแต่เป็นของระดับสูง และราคาของพวกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะจับต้องได้หรอกนะ”


    หลงเฉินไม่อยากเถียงกับนางเพราะเห็นแก่หลิงซี


    “ข้าต้องการสมุนไพรที่ฟื้นฟูวิญญาณได้”


    หญิงสาวจดจ้องอยู่ครู่หนึ่งก็หัวเราะออกมา


    “ของพวกนี้ไม่ใช่ถูก ๆ นะ เจ้าแน่ใจรึว่าต้องการจะซื้อพวกมันจริง ๆ?”


    นางมองพินิจพิจารณาหลงเฉินและไม่ว่านางจะมองเขาอย่างไร หลงเฉินก็ดูไม่เหมือนคนร่ำรวยเลยแม้แต่น้อย  ทุกคนต่างรู้ดีว่าหยกศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับแก่นศักดิ์สิทธิ์  จากท่าทางของเขา  หลงเฉินดูเหมือนคนที่มีเพียงหยกวิญญาณเสียมากกว่า


    “ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อน  สินค้าของพวกเราต้องใช้หยกศักดิ์สิทธิ์ซื้อ ไม่ใช่หยกวิญญาณ!”


    ผู้หญิงคนนี้ช่างเหลือทนและล้ำเส้นไปมาก  หลงเฉินก่นด่านางอยู่ในใจหลายครั้ง และทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย


    “ข้ารู้แล้ว แค่บอกทางมาก็พอ”


    ‘นังบ้านี่ หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หลิงซีที่เลอค่าของข้าแล้วละก็ ลูกพี่จะลากเจ้าออกไปแก้ผ้ากลางถนนเลยคอยดู!’


    หลงเฉินสบถสาปแช่งในใจ ทว่าภายนอกเขายังคงรักษาท่าทีสงบและนิ่งเฉยเอาไว้ได้


    หญิงสาวมองดูเขาอยู่ครู่หนึ่ง  หน้าที่ของนางคือการนำทางหลงเฉิน แต่นางกลับคิดในใจ


    ‘ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าบ้านนอกนี่คลานออกมาจากซอกหลืบไหน แต่รอดูเอาเถอะ เมื่อเจ้าไม่มีเงินจ่าย  เจ้าจะทำให้ตัวเองขายหน้าเพียงใด’


    อารมณ์ของนางไม่ค่อยจะดีอยู่ก่อนแล้ว และยิ่งต้องเจอกับคนบ้านนอกเช่นนี้ยิ่งทำให้นางเกรี้ยวกราดมากขึ้นอีก


    ขณะที่นางกำลังนำทาง หลิงซีก็ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้น


    “หลงเฉิน ข้าสัมผัสได้ว่ามีผลไม้ระดับลึกล้ำที่ฟื้นฟูวิญญาณได้!”


    เมื่อได้ยินดังนั้น หลงเฉินเองก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ เขาเป็นห่วงความเป็นความตายของหลิงซีมาตลอด ในที่สุดเขาก็โล่งอกได้เสียที


    ครู่หนึ่ง หญิงสาวก็พาเขามายังบริเวณที่มีผลไม้ฟื้นฟูวิญญาณและมองเขาด้วยท่าทีรังเกียจ  หลงเฉินมองดูใกล้ ๆ และถึงกับต้องผงะไปในทันที  เพราะราคาที่ติดเอาไว้สำหรับผลฟื้นฟูวิญญาณมีราคาถึงหนึ่งร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์!


    เพียงแค่สมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำก็มีราคาถึงหนึ่งร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์  ราคาช่างสูงนัก หลงเฉินมีหยกศักดิ์สิทธิ์เพียงสิบชิ้นเท่านั้น เขาจึงไม่สามารถซื้อมันได้


    หลงเฉินเพิ่งเคยลิ้มรสประสบการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรกกับความรู้สึกที่ไม่มีเงินจ่ายต่อหน้าหญิงสาว


    ‘เมื่อก่อนที่ข้าเคยใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายที่หอนางโลมหยกมรกต ไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะยากจนถึงเพียงนี้!’


    เมื่อหลิงซีเห็นราคา  หัวใจของนางรู้สึกหนักอึ้ง เห็นได้ชัดว่านางตั้งหน้าตั้งตารอคอยผลฟื้นฟูวิญญาณมากเพียงใด แต่ช่างน่าเศร้าที่หลงเฉินไม่มีเงินมากขนาดนั้น…


    ทีแรกนั้นหลงเฉินคิดว่าสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำจะมีราคาใกล้เคียงกับหญ้าดอกผักกาดเสียอีก


    “ลืมมันเสียเถอะ หลงเฉิน เราค่อยกลับมาใหม่เมื่อเจ้ามีเงินพอก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก...”


    เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ  หลิงซีจึงเริ่มขุ่นเคือง  นางทอดสายตาไปที่ผลวิญญาณด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและพูดสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ


    เมื่อเห็นสีหน้าขัดแย้งของหลงเฉิน หญิงสาวรู้อยู่แล้วว่าจะต้องลงเอยเช่นนี้  นางรีบทำท่าทางดูถูกเหยียดหยามทันทีและเอ่ยขึ้นเบา ๆ 


    “ข้าก็บอกเจ้าไปแล้ว คนบ้านนอกอย่างเจ้าไม่มีปัญญาซื้อสมุนไพรวิญญาณหรอก เจ้าจำทางออกได้สินะ? ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ไปส่ง”


    เมื่อพูดจบนางก็ไม่หันมามองหลงเฉินอีกและพร้อมจะจากไป  ทันใดนั้นเองที่หลงเฉินร้องเรียก


    “รอก่อน!”


    หญิงสาวหันกลับมามองหลงเฉินด้วยสายตารังเกียจ  หลงเฉินโพล่งออกมา


    “สินค้าพวกนี้... ที่สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งยอมให้แลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของอื่นหรือไม่?”


    หลงเฉินมีนิสัยดึงดันให้ได้มาในสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับหลิงซี ไม่มีทางที่เขาจะจากไปโดยไม่พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครอง


    ต่อให้เขาไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าหลิงซี แต่เขาก็ไม่ใช่คนว่านอนสอนง่าย…


    เมื่อได้ยินหลงเฉินพูดถึงการแลกเปลี่ยน  หญิงสาวพูดอย่างหมดความอดทน


    “เจ้าจะมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกับผลฟื้นฟูวิญญาณได้อย่างนั้นรึ? หากเจ้ามีก็เอาออกมาและเลิกทำให้ข้าเสียเวลาได้แล้ว ข้ามีลูกค้าคนอื่นที่ต้องดูแลนะ!”


    หลงเฉินหรี่ตา  ความจริงแล้วทัศนคติและน้ำเสียงของหญิงผู้นี้ทำให้หลงเฉินอยากฆ่านางเสียตรงนั้น แต่เมื่ออยู่ในนครหยวนหลิงเขาต้องคอยเตือนตัวเองให้อดกลั้น ชายที่แท้จริงย่อมรู้จักว่าเมื่อใดควรก้มหัว  ดังนั้นเพื่อเห็นแก่หลิงซี เขาจึงอดทนเอาไว้


    หลิงซีคิดว่าเขาจะแลกเปลี่ยนกับผลกระจัดวิญญาณ  นางจึงรู้สึกวิตกกังวล  แต่หลังจากที่ได้เห็นหัวใจเหล็ก นางก็โล่งใจและรู้สึกซาบซึ้งเมื่อได้เห็นหลงเฉินทำเช่นนั้น


    นางตระหนักดีว่าหลงเฉินเป็นชายที่หยิ่งทระนง ทว่าตอนนี้เขากำลังทำตัวนอบน้อมเพื่อให้นางได้มีชีวิตต่อไป


    ‘เจ้าคนบ้านี่ เหตุใดเจ้าถึงดีต่อข้านักนะ?’


    หลิงซีพยายามทำความเข้าใจอย่างยากลำบาก


    หญิงสาวกวาดตามองหัวใจเหล็กและพ่นลมดูถูก


    “เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนผลฟื้นฟูวิญญาณกับเศษเหล็กพวกนี้งั้นรึ? เจ้าหนู อยากให้ข้าหัวเราะจนตายหรืออย่างไร? คนบ้านนอกก็ยังเป็นคนบ้านนอกวันยังค่ำ เจ้าไม่เคยได้เห็นโลกกว้างเลยสินะ?”


    “อาวเสวี่ย! เจ้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไร?”


    ในตอนนี้ เสียงต่ำและแหบแห้งดังขึ้น หลงเฉินและอาวเสวี่ยต่างหันไปมองข้าง ๆ และเห็นชายชราผมสีขาวแต่ยังดูอ่อนเยาว์ เขาเดินเข้ามาราวกับกำลังโบยบิน และความกำยำของเขานั้นเหนือกว่าเด็กหนุ่มทั่วไปมากนัก


    เมื่อเห็นเขา ท่าทีของอาวเสวี่ยก็เปลี่ยนไปในทันที  นางเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอ่อนน้อม


    “ข้าดีใจที่ได้พบเถ้าแก่”


    นางทักทายเถ้าแก่ที่ตำหนินาง จากนั้นก็นางก็หันไปมองหลงเฉินและพินิจพิจารณาหัวใจเหล็กในมือของเขา  หลังจากมองอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    “เถ้าแก่เจาเทียนฟาง ข้าขอถามว่านี่คือหัวใจเหล็กที่มาจากหุ่นเหล็กสังหารของตระกูลหลิงอู่ใช่หรือไม่?”


    เขาไม่คาดคิดว่าชายชราจะรู้จักสิ่งนี้ ดูจากการฝึกฝนและสถานะของเขาแล้ว เขาน่าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งสำคัญกว่าอาวเสวี่ย ยิ่งไปกว่านั้น เขากลับดูเป็นมิตรอย่างยากจะอธิบาย หลงเฉินพยักหน้าและตอบกลับไป


    “ใช่แล้ว”


    เมื่อพูดจบ เจาเทียนฟางถามขึ้นเบา ๆ 


    “เจ้ายังมีหัวใจเหล็กพวกนี้มากเพียงใด?”


    หลงเฉินไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้ให้ความสำคัญกับหัวใจเหล็กมากนัก แต่ในเมื่อช่วยไม่ได้และตัวเขาเองก็ต้องการเงิน เขาจึงเอ่ยตอบ


    “ข้ายังมีอีกเยอะ” 


    เมื่อได้ยินดังนั้น เจาเทียนฟางก็หัวเราะและตบไหล่เขา


    “พ่อหนุ่ม เราไปคุยกันตามลำพังดีกว่าไหม?”


    คุยกันตามลำพัง – ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่ายังพอมีโอกาส


    หลงเฉินยินดีจะทำเช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงหันไปมองอาวเสวี่ยด้วยสายตาท้าทายก่อนจะจากไปพร้อมเจาเทียนฟาง


    เมื่ออาวเสวี่ยเห็นว่าเถ้าแก่ให้ความสำคัญกับหลงเฉินผนวกกับท่าทีเยาะเย้ยของเขา สีหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ใบหน้าขาวนวลในตอนนี้ดูราวกับเส้นเลือดจะปริแตกออกมา นางรู้สึกราวกับโดนตบหน้าฉาดใหญ่ 


    “เจ้าเด็กนี่หาเรื่องถูกเฆี่ยนแท้ ๆ อย่าเสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอีกนะ!”


    *******************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน