หลังจากนั้นสถานะของอารันกับไอล์ก็สลับกันในบันดล
วงเวทย์ที่อยู่รอบๆตัวอารันบินร่อนไปมารอบๆตัวเขาราวกับว่ามีชีวิต และยังปล่อยเวทมนตร์หลากหลายชนิดออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวก็คือไอล์ที่ตอนนี้ร่ายเวทย์สายลมจากแต่เดิมที่ใช้โจมตีต้องพลิกตาลปัตรมาป้องกันตัวเองแทน
ดวงตาแห่งธอธเป็เวทมนตร์ที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกตามความคิดของอารัน มหาเวทย์ที่ทำได้ทั้งรุกและรับ วงเวทย์ดวงตาที่อยู่เื้ัเปรียบได้กับสมอง วงเวทย์ที่ลอยอยู่รอบๆเปรียบได้กับแขนขา สมองสั่งการไปยังไง แขนขาก็ขยับไปฉันท์ไหน นั้นรวมถึงหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการโจมตีนั้นไปด้วยโดยที่ไม่ต้องให้ตัวเขาร่ายเวทย์
เวทมนตร์ที่มีชีวิต
อำนาจแห่งมนตราที่แม้ผู้ร่ายเวทย์จะไม่ทรงคทา
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเลือกที่จะใช้ม้วนคัมภีร์เวทย์แทนการร่ายเวทย์ เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่ภายในตัวอารันมีการดึงมานาจากข้างนอกมาใช้ ในตอนนั้นดวงตาแห่งธอธจะทำงานทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข เวทมนตร์ที่จะคอยเอาเปรียบคนอื่นได้ทุกทางอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะโจมตีมาแบบใดวงเวทย์ที่อยู่รอบๆก็จะร่ายเวทมนตร์ที่ชนะทางโดยอัติโนมัติ นั้นรวมถึงการหาช่องโหว่ของฝ่ายตรงแล้วร่ายเวทย์โจมตีที่มีประสิทธิภาพที่สุดกับคู่ต่อสู้
อารันกลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นไอล์ปัดป้องการโจมตีทุกทิศทางจากวงเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยไปมาตามคำสั่งของเขา แต่ก็เป็ที่น่าเหลือเชื่อที่ไอล์ยังคงเอาตัวรอดมาได้จนถึงตอนนี้แม้ดวงตาแห่งธอธจะร่ายเวทมนตร์ที่ชนะทางเวทมนตร์ธาตุสายลมมากไปเท่าไร ชายคนตรงหน้าก็สามารถป้องกันได้ทุกรอบไป
ถ้างั้นก็ขอเร่งระดับขึ้นไปอีกก็แล้วกัน
ดวงตาแห่งธอธ มหาเวทย์บทที่ 2 ลำนำแห่งโอซิริส
อารันวาดมือไปมากลางอากาศ วงเวทย์ส่วนหนึ่งก็ปลีกตัวออกมาจากวงล้อมเรียงรูปแบบของกลุ่มดาวเป็แนวนอน ประสานเชื่อมต่อด้วยเส้นเชือกที่มองไม่เห็น ก่อนที่จะส่องประกายแสงสีน้ำเงินเข้ม และการโจมตีระลอกใหม่จากวงเวทย์ที่ตอนนี้ร้อยเรียงกันก็ได้เปิดฉากขึ้น
“อารันนี้ดูท่าจะเก่งกว่านายอย่างที่มันบอกจริงๆด้วยแฮะ ตอนแรกก็นึกว่าอำกันเล่น” ไรอันเอ่ยขึ้นมาขณะที่ดวงตายังคงจ้องมองการโจมตีการพายุมนตราที่เกิดจากวงเวทย์ที่ร้อยเรียงกัน และถ้าสิ่งที่เขาคิดไว้ถูกต้อง ทุกการโจมตีดังกล่าวล้วนเป็การประสานมนตราด้วยเวทมนตร์มากกว่า 3 บท
ผลแพ้ชนะได้ถูกตัดสินแล้ว
ในระดับฝีมือของไอล์ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีระดับนี้ได้เกิน 5 นาที นั้นหมายความว่าอีกไม่กี่อึดใจเขาเองจะเป็ฝ่ายแพ้โดยที่ไม่มีปัญญาตอบโต้ใดๆเลย ระดับของคนทั้งสองมันแตกต่างกันเกินไป ถ้าเกิดอารันใช้เวทมนตร์ประจำตัวั้แ่ตอนสอบเข้าก็มีสิทธิ์ที่พวกโนอาห์จะไม่ต้องทำอะไรเลยก็เป็ได้
“แต่แบบนี้ระดับมันต่างกันเกินไปแล้วนะครับ เก่งขนาดนั้นแต่ยังมีอายุแค่นี้...” นิกซ์พูดความในใจออกมาด้วยสีหน้าที่ยังตกตะลึงไม่หายั้แ่ได้เห็นอารันใช้เวทมนตร์ประจำตัว
เก่งจนน่ากลัว เพราะอย่างนี้มันเลยเก็บงำความสามารถนี้เอาไว้
กลัวที่จะไม่มีใครเข้าใกล้ เพราะต่างเกรงกลัวในพลังของมัน
“เคยมีคนๆนึงบอกฉันเอาไว้ว่า ไม่จำเป็ต้องเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะสุดท้ายแล้วตัวเราเองนั้นแหละมีดีจนไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเขา” เสียงกลั้วหัวเราะดังมาจากโนอาห์ที่ตอนนี้ยังคงแย้มรอยยิ้มอยู่อย่างมีความสุข เมื่อสังเกตว่าเพื่อนๆเริ่มให้ความสนใจจึงกล่าวต่อไปว่า
“และคนๆนั้นก็คือคนเดียวกับที่พวกเราเห็น คนที่เก่งจนเป็เหมือนสัตว์ประหลาด คนที่เป็เพื่อนของพวกเรา” โนอาห์บุ้ยหน้าไปทางอารันอย่างรู้งาน ในใจของหลายๆคนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้วถ้าสังเกตจากสีหน้า ซึ่งก็ไม่รอดพ้นจากหูตาของคนที่สนิทกับอารันยิ่งกว่าใครๆ
และแล้วการต่อสู้ก็จบลงด้วยชัยชนะของอารันและความพ่ายแพ้ของไอล์ แต่ผู้แพ้เองก็สมกับเป็คนที่มีน้ำใจนักกีฬา ถึงจะไม่ยิ้มออกมาเพราะติดว่าหน้าตาถูกสตาฟเอาไว้อย่างนั้นแต่ทุกคำพูดไม่ััได้ถึงความอาฆาตแค้น แม้จะบอกทิ้งท้ายว่าถ้าเป็ไปได้อยากแลกเปลี่ยนฝีมือด้วยบ่อยๆ ทำให้คนที่ชนะได้แต่ยิ้มเจื่อนยืนเงียบไม่ตอบอะไร
หลังจากนั้นก็เป็การพูดคุยสัมภาษณ์ตัวนักกีฬา ซึ่งในจุดนี้ผิดคาดไปจากที่อารันคิดมาก เขาคิดว่าคงจะมีหลายๆคนที่กลัวเขาเพราะความสามารถที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อกี้ แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็อย่างนั้น มีแต่คำยกยอปอปั้นบ้างก็ว่าดีใจที่ได้เป็เพื่อนที่เก่งขนาดนี้ ไว้วันหลังคงใช้ไปอ้างชื่อได้อีกนานเท่านาน บ้างก็ขอแลกเปลี่ยนวิชาฝีมือบ้างซักนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ บทสนทนาที่เรียกเสียงหัวเราะจากนักเรียนชั้นปี 1 บ้านซูซาคุได้เป็อย่างดี
ชัยชนะที่มาพร้อมกับพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นน่าหลงไหล ว่ากันว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างพากันเป็ที่โจษจันไปนานเท่านานกับการประลองแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าชั้นปี ที่ถึงแม้จะเป็นักเรียนปี 1 แต่ทั้งคู่กลับแสดงให้เห็นว่าอายุเป็เพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่มันก็เป็ชนวนสำคัญที่ไปปลุกพวกคมในฝักหลายๆคนให้ร้อนวิชาขึ้นมายังไงยังงั้น ในส่วนนี้อารันกล่าวด้วยรอยยิ้มว่าดีใจซะอีกที่ได้เป็ผู้นำเทรนด์
เหตุการณ์ที่เรียกขานกันว่า “รุ่งอรุณแห่งอวาลอน”
ในที่สุดบ้านซูซาคุก็ได้หัวหน้าชั้นปี 1 เสียที
หัวหน้าชั้นปีที่ได้รับการยอมรับเป็อย่างดีจากทุกคนในชั้น คนที่จะคอยผลักดันบ้านซูซาคุในชั้นปี 1 ให้เป็ไปตามที่ถูกที่ควร ถึงขนาดที่ใครต่อใครว่ากันว่าเปรียบได้กับตะวันแรกแย้มของบ้านเลยทีเดียว
ดวงตะวันที่มีชื่อว่า เซเรน่า สวานีเซียร์
“อารันเอ๋ย นายนี่น้า ฉันก็อุตส่าห์ส่งไปประลองเผื่อว่าจะได้มีเพื่อนเป็หัวหน้าระดับชั้นกับเขาบ้าง จะได้เอาไปยืดทีหลังได้ แล้วนี่มันอะไร ดันไปมอบตำแหน่งให้กับเซเรน่าซะงั้น รู้อย่างนี้ฉันส่งเ้านิกซ์ไปยังดีกว่าเยอะ” โนอาห์ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในโรงอาหารพูดหยอกเล่นตีสีหน้าที่ดูยังไงก็รู้ว่าไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แต่ก็ทำให้นิกซ์ที่ถูกพาดพิงสะดุ้งโหยงทั้งที่กำลังตักข้าวเข้าปาก
“พ่อค้าไม่เหมาะกับการที่จะไปเป็ผู้นำใครหรอก ให้ขุนนางทำหน้าที่นี้แหละดีที่สุดแล้ว” พ่อค้าตัวดีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
จนทำให้ผู้ฟังทั้งหมดบนโต๊ะต่างพากันคิดในใจว่าถ้ามันไม่เหมาะแล้วจะมีใครเหมาะสมอีก!!
คงไม่อยากหาเหาใส่หัว
เื่มีอยู่ว่าหลังการประลองสิ้นสุดลงอารันที่ใครต่อใครหมายมั่นปั้นมือว่ามันนี้แหละจะต้องดำรงตำแหน่งนี้แน่ๆ กลับขอสละสิทธิ์แล้วยกให้กับเซเรน่าด้วยเหตุผลสั้นๆง่ายๆคล้ายกับที่เ้าตัวพูดเมื่อกี้ไม่มีผิดเพี้ยน พอใครต่อใครเริ่มโวยวาย แม่เ้าประคุณก็ทำตัวราวกับว่าเป็นางพญาที่คงติดมาจากยูกิ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบว่าถ้าใครมีปัญหาขอให้เคลียกับเธอตรงๆ ถึงแม้เ้าตัวจะมีตกตะลึงอยู่ไม่น้อยที่โดนโบ้ยตำแหน่งมาให้แบบง่ายๆ แต่พอมีผู้กล้าเสี่ยงไปถามเท่านั้นแหละจึงได้รู้
เกียรติประวัติของวงตระกูล เธอพูดเช่นนั้น
คำตอบที่ใครต่อใครพยักหน้าหงึกๆอย่างว่าง่ายถึงจะหนึ่งในคนต่อต้านเมื่อซักครู่ก็ตาม สงสัยเพราะไม่อยากหาเื่กับผู้หญิงไม่ก็กลัวโดนผู้หญิงประทุษร้ายร่างกาย โนอาห์คิดเช่นนั้น เสียแต่ว่าคิดดังจนเผลอพูดออกเสียงขึ้นมา กว่าจะจบเื่ได้ก็กินเวลาไปซักพักเลยทีเดียว
“แหม ใครๆก็รู้กันดีว่าคุณหนูเซเรน่าของเรามันผู้ดีแค่เปลือก หน้าตาก็สวยน่ารักดีอยู่หรอก เสียแค่ปากกับนิสัยนี่เหลือร้ายไปหน่อย ไม่ไหวๆ” เ้าตัวดีที่บัดนี้ยังพล่ามต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีหยุดยั้งไม่ทันสังเกตถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอารันและนิกซ์เลยแม้แต่นิดเดียว
“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลังของโนอาห์
“ก็ว่าอย่างที่...เฮ้ย!! เธอมาอยู่ตรงนี้ได้ไงเนี้ย!?” โนอาห์ที่ตอนนี้สะดุ้งเฮือกจนลุกออกจากเก้าอี้ชี้หน้าคนที่มาใหม่ด้วยนิ้วมือที่สั่นระริก
เขาเรียกการกระทำในตอนนั้นทีหลังว่าสั่นสู้
“เอาเป็ว่าสำหรับคนที่พูดจาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง ในฐานะที่ฉันเป็หัวหน้าชั้นปีขอสั่งให้นายต้องทำความสะอาดห้องโถงชั้นปี 1 เป็เวลา 1 อาทิตย์แล้วกันนะ” เซเรน่าเอ่ยน้ำเสียงหวานใสแต่กลับไม่ทำให้คนฟังรู้สึกได้เลยซักนิด ก่อนจะถือสิทธิ์ตอบโต้ไปอย่างอายฟ้าดิน
“หลักฐานล่ะ! ไม่มีใช่ไหมล้า แบบนี้เธอเองก็เอาผิดฉันไม่ได้หรอกนะ” โนอาห์พูดอย่างผู้มีชัยก่อนจะหน้าถอดสีอีกครั้งเมื่อสังเกตุเห็นคนที่อยู่ข้างหลังเซเรน่า
“ข้าสามารถเป็พยานให้เ้าได้นะ” ยูกิเอ่ยออกมา
“แล้วถ้าเซร่าจังกลัวไม่เยอะพอ ก็ยังมีฉัน...อ๊ะๆ ไม่สิ มีพวกคุณอารันอยู่ด้วยนี่นา ดีจัง” ซายากะพูดกลั้วหัวเราะทำเป็มองไปยังอารันและนิกซ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้ทั้งสองคนได้แต่ผงกหัวทักทายกลับช้าๆ
ไอ้พวกขายเพื่อน!!
โนอาห์คาดโทษไว้ในใจเพราะตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้เนื่องจากเสียเปรียบอยู่เต็มประตู
“จะยอมรับโทษดีๆหรือยังล่ะตอนนี้?” เป็ทีของเซเรน่าที่กล่าวขึ้นอย่างผู้มีชัย แต่ก็ใช่ว่าฝ่ายจำเลยจะยอมแพ้ง่ายๆ
“ทำไมล่ะฮื้ม...ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าท่านหัวหน้าบ้านจะทำยังไงถ้าฉันไม่ยอมรับโทษ” ชายหนุ่มถามกลับ จ้องไปที่ดวงหน้าหวานๆของเซเรน่าเขม็ง ในตอนนั้นสายตาของนิกซ์เชื่อว่ามีสายฟ้าออกมาจากตาของทั้งสองด้วยซ้ำไป
อารันเหลือบมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม พลางหวนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องดั้นด้นประลองชิงตำแหน่งหัวหน้าชั้นปี แต่ยังดีที่ตอนนี้มีคนมารับตำแหน่งแทนแล้ว แถมเหมือนจะเป็หญิงสาวไฟแรงที่ตั้งมั่นทำหน้าที่อย่างแข็งขันั้แ่วันแรก
เื่มันเริ่มั้แ่วันนั้นในห้องสมุด
“เธอว่าใครเก่งที่สุดในชั้นปีของหอเรา?”
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เขาถามเช่นนี้กลับหญิงสาวตรงหน้าที่ก็ดูเหมือนว่าจะสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดคนอย่างอารันถึงถามคำถามนี้ออกมา ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ในสายตาของฉันคิดว่าเป็ไอล์ สควอโร่ห์”
อารันเลิกคิ้วอย่างสงสัยในคำตอบของเฟียน่าเลยถามย้ำไปอีกว่า
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?” อารันรอคำตอบด้วยรอยยิ้ม
“ไอล์เองได้คะแนนสอบเข้าเป็อันดับหนึ่ง เื่นี้นายคงรู้ดี” เฟียน่าตอบ เธอเองรู้ดีว่าไอด์นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะในวันสอบนั้นเธอและเขาบังเอิญได้อยู่ห้องเตรียมตัวเดียวกันโดยบังเอิญ จากสายตาที่เธอประเมินภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่าไอล์นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
อีกทั้งยังเป็คนประเภทเดียวกันกับเธอ
ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
จนวันนี้อยู่ๆมีผู้ชายพิลึกๆที่เป็เพื่อนร่วมชั้นเสนอหน้ามาอย่างกับนกรู้ น่าแปลกที่ถึงแม้เธอเองจะรู้สึกรำคาญไปบ้าง แต่กลับสบายใจอย่างประหลาดทันทีที่ชายคนนี้เขามาพูดคุยกับเธอ เพราะนอกจากเพื่อนผู้หญิงด้วยกันเองในชั้นแล้วไม่มีใครอีกเลยกล้าที่จะมาเปิดปากเหมือนกับชายที่ชื่อว่าอารันคนนี้
“อย่างนี้นี่เอง...แล้วระหว่างฉันกับไอล์ล่ะ เธอคิดว่ายังไง” อารันถาม ภายในใจสับสนอย่างหนักหน่วงว่าทำไมถึงถามออกเป็แบบนั้น กว่าจะรู้ตัวก็หลังจากพูดจบประโยคเรียบร้อยแล้ว
เฟียน่านั่งนิ่งไปซักพัก เลิกคิ้วสงสัยว่าเหตุใดชายตรงหน้าถึงถามซ้ำถามซากไปมา เธอถอนหายใจตอบกลับไปด้วยน้ำเสียบราบเรียบเหมือนอย่างเคย
“ไอล์เหนือกว่านายในทุกๆด้าน” สั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความเป็อย่างดี แต่เพียงเท่านี้คนเก็บอารมณ์เก่งกลับกลายเป็คนที่ไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์ขึ้นมากระทันหัน
“งั้นฉันจะแสดงให้เธอเห็นเองว่าระหว่างไอล์กับฉัน เ้านั้นยังห่างชั้นกว่าฉันหลายขุม” ชายหน้าสวยแย้มรอยยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่หยี่ระ
“แล้วฉันจะรอดู” เธอพูดขึ้น ก้มลงไปสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ
อารันเห็นดังนั้นจึงเปิดประเด็นเพื่อคุยเื่อื่นแทน โดยไม่ได้นึกเลยว่าทำไมถึงต้องเอาตัวเขาไปเปรียบเทียบกับไอล์แบบนั้น ความรู้สึกที่แม้แต่คนฉลาดอย่างเขาในสายตาของโนอาห์ก็ไม่อาจให้คำตอบตัวเองได้
ทางด้านเฟียน่าเองก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องหมายมั่นตั้งใจที่จะรอดูอย่างที่ตัวเองพูดเอาไว้ แต่ก็ปล่อยผ่านมันไปแล้วก้มลงไปสนใจหนังสือที่กำลังอ่านอยู่เหมือนเดิม
ความรู้สึกแปลกๆที่แม้แต่เธอเองยังให้คำตอบไม่ได้บังเกิดขึ้นมาในตอนนั้น
“คุณอารันเป็อะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าอาหารไม่ถูกปาก เห็นทำหน้าแปลกๆ”
นิกซ์พูดขึ้นมาหลังจากเห็นพ่อค้าจอมเวทนั่งนิ่งอยู่นานสองนานทำสีหน้าแปลกๆ แต่แล้วก็กลับมาเป็ปกติหลังจากที่เขาทักไป
“อ๊ะ ไม่มีอะไรหรอก พอดีคิดอะไรนิดหน่อยเรื่อยเปื่อยเท่านั้นแหละ” อารันยักไหล่ กลับไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อไม่สนใจเสียงร้องเหย็งของๆโนอาห์ที่เป็ซิกแนลขอความช่วยเหลือจากเขาแม้แต่นิด
ถือว่าฉันทำตามสัญญาแล้วนะ
ในใจอดนึกเสียดายไม่ได้ที่ไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเ้าหล่อนหลังจากที่เขาชนะไอล์มาได้ อยากรู้จริงๆว่าจะตีหน้ายังไงในเมื่อความมั่นใจของตัวเองถูกพังทลายลงซะอย่างนั้น
“อารันโว้ยยย!! ได้ยินไหมไอ้เบื๊อกนี้ มัวแต่นั่งเหม่ออยู่ได้ ช่วยๆพูดให้ฉันหน่อยสิ” เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังกว่าครั้งไหนๆปลุกสติเขาขึ้นมาจากภวังค์
“ไม่ล่ะ พอดีฉันไม่อยากมีปัญหากับหัวหน้าชั้นปีซะด้วยสิ” เขาตอบกลับไปอย่างว่าง่าย โบกมือหย็อยๆชวนให้น่าถีบลงเก้าอี้ยิ่งนัก
เมื่อไร้การช่วยเหลือจากเพื่อนคนสำคัญ และนิกซ์เองคงช่วยอะไรไม่ได้ในสถานการณ์แบบนี้ โนอาห์จึงมีสภาพเปรียบได้กับหนูตะเภาจนตรอกที่กำลังจะตกเป็เหยื่ออันโอชะของนางแมวปิศาจทั้งสามตัวอยู่มะรอมมะร่อ ก่อนที่สมองที่เ้าตัวแสนภูมิใจนักหนาสั่งการมาอย่างรวดเร็วว่าให้ใช้กลยุทธที่เยี่ยมยอดที่สุดในการแก้ไขปัญหา
นั้นก็คือการวิ่งหนี
“เดี๋ยวนะ! หยุดเดี๋ยวนี้เลย ซายะกับยูกิรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ขอฉันไปลากหมอนั่นกลับมาลงโทษเดี๋ยวเดียว” เซเรน่าแหวไล่หลังแต่ดูท่าจะไม่เป็ผล เธอเลยหันมาบอกเพื่อนๆทั้งสองของเธอที่พยักหน้าอย่างว่าง่าย หนำซ้ำยังอาสาจะช่วยซะอีกเพราะเห็นว่าเป็เื่สนุก
อารันและนิกซ์ได้แต่ยิ้มเจื่อนเพียรภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าโนอาห์จะรอดกลับมาเรียนใน่เช้า ไม่ปล่อยให้พวกเขาสองคนต้องเผชิญชะตากรรมกันแค่สองคน