“ยัยขิม! วันนี้อย่าลืมนัดตอนบ่ายนะลูก ที่คุณธรรทรจะมาคุยเื่เช่าที่ดินทำสนามกอล์ฟที่กาญจนบุรี ตรงแปลงที่ใกล้ๆ กับไร่องุ่นน่ะลูก”
กรรชัยบอกลูกสาว ขณะนั่งทานอาหารเช้าพร้อมหน้าทั้งพรรณี คุณพร้อมและบังอร เพราะเขาให้เกียรตินั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย
ซึ่งยัยขิมของเขาตอนนี้โตเป็สาวด้วยวัยยี่สิบเอ็ดปีเต็ม ซึ่งเป็ความภาคภูมิให้เขากับภรรยา และคุณพร้อมผู้เป็แม่เอามากๆ เลย เพราะั้แ่ที่ได้ชุบเลี้ยง เทียมหทัย อภิรัชโยธิน ซึ่งเป็ชื่อที่เขาและภรรยาตั้งให้ภายหลัง ลูกสาวบุญธรรมของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย
หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีมาเมื่อปีที่แล้วเขาก็อยากจะให้ลูกสาวได้ไปร่ำเรียนต่อเป็เื่ เป็ราวที่เมืองนอกเหมือนพี่ชาย เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกสาวจะขอไปเรียนเมืองนอกแค่่ปิดเทอมเท่านั้นเอง เพราะอยากได้แค่ภาษาเท่านั้น พอจบมาแล้วเทียมหทัย ก็เลยอาสามาทำงานกับพ่อเลย และเรียนต่อปริญญาโทควบคู่ไปด้วย
เพราะเห็นเพื่อนๆ ที่ไหนๆ เขาก็ทำกัน แม้แต่เพื่อนๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเคยอยู่ และติดต่อกันมาเรื่อย ก็ทำวิธีนี้ เพราะเธอถือว่าควรจะเอาเวลามาช่วยกรรชัยจะดีกว่า เพราะตอนนี้ก็ทำงานคนเดียว ดูค่อนข้างจะเหนื่อยไม่น้อย และพรรณีเองก็ไม่ได้มาช่วยงานนานมากๆ แล้ว เพราะกรรชัยเกรงว่าอาการโรคหัวใจจะทำให้ทรุดตัวลง ก็เลยให้ภรรยาอยู่แต่บ้าน
“ค่ะคุณพ่อ แล้วคุณธรรทรที่ว่านี้อายุเท่าไหร่แล้วคะ หล่อหรือเปล่าเอ่ย”
ลูกสาวรับปากพร้อมทั้งเหล่ผู้เป็พ่อ
“ยัยขิมหนิพูดอะไรอย่างนั้นลูก เราเป็สาวเป็นางนะ จะพูดอะไรระวังใครๆ เขาฟังแล้วจะไม่เข้าหูนะลูก”
คุณพร้อมตำหนิหลานสาวด้วยท่าทางเอ็นดู เพราะรู้ว่าหลานพูดไปไม่ได้จริงจังอะไร
“แม่เห็นด้วยกับคุณย่านะลูก เพราะเราเป็สาวแล้วนะ ทำตัวเป็เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะจ๊ะ” พรรณีสมทบอีกคน
“โอย! คุณพ่อคะ ป้าอรคะ ช่วยด้วยขิมโดนรุมเลย” เทียมหทัยหันไปหาผู้ช่วยทั้งสองคน
“คุณธรรทรน่ะอายุประมาณสามสิบต้นๆ เห็นจะได้นะลูก หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการเหมือนตอนพ่อหนุ่มๆ เลยลูก เรียกว่าสาวคนไหนเห็นต้องตกหลุมรักเลยแล่ะ เหมือนแม่ของลูกไง” กรรชัยอมยิ้มให้ภรรยา
“คุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้! อายลูกบ้างสิ”
พรรณีค้อนสามี ทำให้เทียมหทัยมองแล้วอดขำไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะอาการแบบนี้พ่อแม่ทำให้เห็นอยู่เป็เนืองๆ ทำให้เธอดูแล้ว มีความสุขยิ่งนัก พร้อมทั้งคุณพร้อมผู้เป็ย่ามีรอยยิ้มและมีความสุขเธอก็สุขใจยิ่งนัก เธอรักและเคารพคนทั้งสามยิ่งกว่าชีวิต
เพราะทั้งสามคนคือผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เธอนั่นเอง ไม่ว่าอะไรที่ลูกหลานพึงมีและพึงได้ ทั้งสามคนก็จะหามาให้เธอ ไม่เฉพาะวัตถุสิ่งของเท่านั้น ทั้งสามคนยังให้ความรัก ความอบอุ่น ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอเป็ลูกแท้ๆ และเป็ส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้ไปเลย และมันทำให้เธอลืมไปว่าเธอเคยเป็เด็กกำพร้าเลยทีเดียว
และมิหนำซ้ำเธอยังได้ความรักจากบังอร ผู้ที่เธอเรียกว่าป้าอรจนติดปาก บังอรเลี้ยงเธออย่างดีเหมือนที่เลี้ยงปลายพี่ชายบุญธรรมของเธอเลยทีเดียว แต่จะติดก็ตรงที่ภัคคินี กับภาวินี และลูกๆ ของทั้งสองคนเท่านั้นเอง ที่นับวันก็จะยิ่งเกลียดหน้าเธอเข้าทุกวัน เพราะทุกๆ ครั้งที่คนเหล่านี้มาเยี่ยมเยือนที่บ้าน ก็จะมีทั้งอาการพูดกระทบกระทั่งให้เจ็บช้ำน้ำใจตลอด
จนบางครั้งเธอทนไม่ไหว เผลอตอบกลับไปบ้างเป็ครั้งคราว และนั่นยิ่งทำให้คนเหล่านี้ไม่พอใจนัก แต่ยังดีที่เื่แบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้า คุณพร้อม กรรชัย และพรรณี จึงไม่มีอะไรร้ายแรงเท่าที่ควร
แต่ที่เธอไม่เข้าใจเอามากๆ ก็คือ พี่ชายบุญธรรมที่ไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านเลยั้แ่ที่ไปเรียนที่เมืองนอก และนับเวลาแล้วก็ปาเข้าไปตั้ง 17 ปี เต็มๆ แล้ว และทุกซัมเมอร์ เธอก็จะได้ยินแต่กรรชัยบอกว่าปลายกำลังเรียนกวดวิชาต้องทำงานส่งอาจารย์มาไม่ได้ และก็ไม่รู้ว่าจะมีกำหนดกลับมาเมื่อไหร่
เพราะปลายก็ให้เหตุผลว่าอยากจะหาประสบการณ์จากที่อเมริกาก่อนแล้วจะได้นำมาใช้ในการบริหารงานต่อจากกรรชัย ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ และไม่ได้ว่าอะไร ก็มีบ้างที่คุณพร้อม กรรชัย พรรณี และ อาๆ นอกไส้ของเธอจับกลุ่มกันบินไปหาปลายที่อเมริกาตอนที่ซัมเมอร์และเธอเองก็ไปเรียนที่ประเทศต่างๆ
ซึ่งไม่ใช่ที่อเมริกาแน่นอน เพราะเธอรู้สึกได้ว่า คนที่อยู่ทางโน้นคงไม่ใคร่จะเต็มใจต้อนรับเท่าไหร่เลย จะเห็นได้จากทุกๆ ครั้งที่ปลายโทรมาที่บ้านแล้วเธอบังเอิญรับสายพอดี เธอก็จะได้ยินคำพูดและน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะเป็มิตรกับเธอเท่าไหร่เลย
ซึ่งเธอเองก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนเลย แต่ก็พอจะเดาได้ว่า การที่เธอมาแทนที่น้องสาวสุดที่รักของเขานั้น ทำให้เขาคงไม่พอใจเท่าไหร่เลย นี่ก็เป็เวลานาน มากๆ แล้วที่เธอไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาพี่ชายบุญธรรมเลย
“โถ! คุณแม่ขา ขิมเห็นจนชินแล้วนะคะจะอายขิมทำไมคะ! งั้นขิมไปทำงานแล้วนะคะคุณพ่อ แล้วเจอกันตอนบ่ายนะคะ เพราะวันนี้ขิมนัดลูกค้าไว้ทั้งเช้าเลยค่ะ ไปก่อนนะคะคุณย่า คุณแม่”
เทียมหทัยยกมือโบกลาเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ เขาทำกัน พลางวิ่งออกไปที่รถคู่กายที่เพิ่งได้เป็ของขวัญวันรับปริญญาหมาดๆ ขับออกไปในที่สุด
“ดูสิ! บทจะไปก็ไปเลย ลูกสาวเธอนี่จริงๆ เลยนะยายณี”
คุณพร้อมชะเง้อมองตามไปทางประตูที่เทียมหทัยเดินออก แต่แววตาก็แฝงไว้ด้วยความเอ็นดูในที
“โถ! คุณแม่ค่ะ ยัยขิมก็เป็แบบนี้มาตั้งนานแล้วนะคะ คุณแม่ยังไม่ชินอีกเหรอคะ”
พรรณีพูดพลางอมยิ้มแล้วหันไปหาสามีที่มัวแต่เอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อเช้าอยู่
“เอ่อ! นั่นสินะแล้วทำไมฉันยังไม่ชินสักทีล่ะ” คุณพร้อมพูดพลางหัวเราะ
“แล้วพ่อคุณที่แกพูดเมื่อกี้น่ะ เขาเป็ใครล่ะตากรร แม่ไม่ทันฟังน่ะลูก”
คุณพร้อมถามลูกชายเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้กับเื่ที่คุยค้างไว้
“อ๋อ! ก็ลูกคุณหญิง รสรินทร์ไงครับคุณแม่ ที่แกก็เป็โรคหัวใจเหมือนกับณีไงครับ ก็รู้จักกันที่โรงพยาบาลเ้าภุชงค์ เพื่อนผมไง ที่สามีแกเพิ่งจะเสียไปเมื่อไม่นานมานี้ ลูกชายก็เลยต้องกลับจากอังกฤษมาดูแลกิจการแทนพ่อ”
กรรชัยอธิบาย
“อ๋อ! แม่จำได้แล้ว ที่ณีบอกว่ารู้จักกันตอนที่ไปตรวจโรคหัวใจที่โรงพยบาลเ้าภุชงค์นั่นใช่มั้ย”
“ค่ะคุณแม่! แต่ณีก็ไม่ได้สนิทมากอะไรนะคะ เพราะดูท่าแล้วเขาจะเ้ายศเ้าอย่างยังไงไม่รู้ค่ะ คงจะถือว่าตัวเองเป็ถึงคุณหญิงมั้งคะ เจอหน้าทีณีก็ทักทีค่ะ” พรรณีพูด
“ใช่นั่นแล่ะคุณ! แต่ลูกชายเขาไม่เหมือนกันนะ รายนี้ติดดินมาก ไม่ถือตัวเลย เป็นักธุรกิจหนุ่มที่กำลังมาแรงและถูกจับตามองมากๆ เลย นี่ถ้าผมได้เป็ลูกเขยนะ คงอุ่นใจแน่ๆ เลย” กรรชัยยิ้มจนภรรยาและแม่งง
“คุณก็! ดูพูดเข้าสิ เดี๋ยวยัยขิมได้ยินเข้าโกรธไม่รู้ด้วยนะ! แล้วว่าแต่เขาจะมาทำสนามกอล์ฟแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราคะ”
“เอ่อ! นั่นน่ะสิ แม่ก็งง” คุณพร้อมเสริม
“ก็เขาจะมาขอซื้อที่ของเราแต่ผมไม่ขายครับเขาก็เลยจะมาชวนร่วมหุ้นซะเลย ก็เลยจะมาคุยรายละเอียดด้วย แต่แรกเขาว่าจะให้ลูกน้องเขาชื่ออลงกรณ์มาคุย แต่ยังไงไม่รู้เป็มาเองครับ! สายมากแล้วงั้นผมไปทำงานก่อนนะครับคุณแม่ คุณด้วย อย่าลืมทานยานะ! คุณอรเตือนคุณผู้หญิงทั้งสองของผมด้วยนะ”
กรรชัยกำชับ แล้วก็ผลุนผลันลุกออกไปเหมือนอาการของลูกสาวเมื่อกี้
“คุณคะ! เดี๋ยวเย็นนี้อย่าลืมกลับมากินข้าวเร็วหน่อยนะคะ คุณภุชงค์กับคุณวิมลจะมากินด้วย บอกยัยขิมด้วย”
พรรณีร้องบอกสามี
“จ้า! ถ้าเ้าชงค์มาก่อนก็ให้จิบรอผมแล้วกัน”
กรรชัยบอกและเดินผละไปจริงๆ เสียที
“อ้าวดูสิไปอีกคนแล้ว! นี่ถ้าไม่บอกว่ายัยขิมกับเ้ากรรเป็พ่อลูกบุญธรรมนี่ฉันไม่เชื่อนะเนี๊ย เพราะเหมือนกันจริงๆ เลย เอ่อ! ว่าแต่ลูกชายเ้าภุชงค์น่ะที่ไปเรียนเมื่อไหร่จะกลับมาสักทีล่ะนี่”
คุณพร้อมถามถึงเพื่อนของลูกชาย ที่สนิทกันมากๆ ครอบครัวหนึ่ง เพราะเขาทำกิจการโรงพยาบาลที่เธอและครอบครัว ต่างก็เป็ลูกค้าประจำ
“อ๋อ! ปัญญาเหรอคะ ก็เห็นว่าอีกปีกว่าๆ ก็จะกลับค่ะ และกลับมาพร้อมเป็ดอกเตอร์เลย น่าจะจบพร้อมๆ กับตาปลายนั่นแหละ แต่เห็นบอกว่าจบแล้วก็ทำงานหาประสบการณ์เหมือนๆ กันค่ะ และถ้ามาแล้วเราต้องเรียกว่าคุณหมอแล้วนะคะ” พรรณีอธิบาย
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
