หากนางบอกตนดีดกู่เจิงเป็ที่สองของเมืองหลวงก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าตนเองเป็ที่หนึ่งแน่นอน
เมื่อฮ่องเต้ ฮองเฮา ไทเฮา และเชื้อพระวงศ์เข้าสู่งานแล้ว คุณหนูทั้งหายก็เริ่มลุกไปเตรียมการแสดง นางนั่งชมอย่างเพลิดเพลินมิได้สนใจรอบข้าง จะมีก็เพียงพูดคุยหัวเราะกันในครอบครัว
นางจึงไม่ได้เห็นสายตาของเซี่ยซีฮั่นที่มองนางแทบจะตลอด ไม่ใช่ว่านางไม่รับรู้แต่นางไม่อยากจะสนใจเท่านั้น รักมากแล้วยังไง นางไม่อยากให้ครอบครัวและตัวนางต้องมีจุดจบเช่นเดิมอีกแล้ว
เมื่อถึงเวลาที่นางจะต้องไปรอคิวขึ้นแสดง นางได้พบกับหลันเฟยหย่า ที่จะขึ้นแสดงก่อนนาง
"คุณหนูซู วันนี้ท่านจะดีดกู่เจิงใช่ไหมเ้าคะ หากข้าร่ายรำแล้วมีท่านดีดกู่เจิงคงจะดีมิน้อย" นางพูดเสียงไม่ได้เบาจึงมีนางกำนัลของหลันกุ้ยเฟยได้ยินเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปกระซิบแจ้งหลันกุ้ยเฟย
หลันกุ้ยเฟยรู้เื่ที่น้องสาวของตนกับซูเหมยฮวา ตระกูลของนาง้าอำนาจของจวนแม่ทัพเซี่ยนางจึงช่วยส่งเสริมน้องสาวมาตลอด
"คุณหนูซู หลันกุ้ยเฟยทรงมีรับสั่งอยากชมการแสดงของคุณหนูซูและคุณหนูหลันเ้าค่ะ" นางกำนัลเดินเข้ามาแจ้ง
"ฝากมามาแจ้งพระสนมด้วย ข้าจะตั้งใจแสดงอย่างเต็มที่เ้าค่ะ" ซูเหมยฮวายกยิ้มที่มุมปาก
เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นสู่ลานแสดง เรียกความสนใจของคนทั้งหมดในงานได้เป็อย่างดี คนหนึ่งชื่อเสียงดีงาม อีกนางชื่อเสียงย่ำแย่ แต่ทั้งคู่ชื่นชอบบุรุษคนเดียวกัน บุรุษทั้งหลายในงานจึงส่งสายตาให้ท่านแม่ทัพอย่างอิจฉา แต่ทั่วทั้งเมืองหลวงใครจะไม่รู้ว่าคุณหนูหลันเท่านั้นที่ท่านแม่ทัพพึงใจ
ซูเหมยฮวามิได้สนใจเสียงพูดคุย นางทำความเคารพ ฮ่องเต้ ฮองเฮา ไทเฮา และเชื้อพระวงค์ ทั้งหมดแล้วจึงเดินไปเตรียมตัวที่หน้ากู่เจิง นางหันไปมองโต๊ะครอบครัว ที่ทั้งสามส่งยิ้มให้กำลังใจ นางยิ้มหวานตอบกลับไป ทำให้บุรุษหลายคนแทบจะหยุดหายใจ ได้แต่เหม่อมองรอยยิ้มของซูเหมยฮวาจนหน้าแดงหูแดง
กู่เจิงตัวนี้มิใช่ของนาง เพราะนางไม่คิดจะทำการแสดงจึงไม่ได้เตรียมมา เมื่อเตรียมความพร้อมแล้ว นางส่งสายตาให้หลันเฟยหย่า ให้เริ่มการแสดง
หลันเฟยหย่าเตรียมตัวมาวันนี้อย่างดี นางอยากให้รู้ว่าตนคือสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ที่เพียบพร้อมทุกด้าน นางร่ายรำอย่างอ่อนช้อย สวยงาม ทุกท่วงท่าสามารถตรึงสายตาของทุกคนคนไว้ได้
เสียงกู่เจิงที่บรรเลงอย่างพลิ้วไหว ช่วยส่งให้การแสดงของหลันเฟยหย่ายิ่งประทับใจ ซูเหมยฮวาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นิ้วมือของนางลื่นไหลดุจสายน้ำ ท่วงท่าที่สง่างามสมกับเสียงร่ำลือที่เคยได้ยิน
รอยยิ้มน้อยๆ ที่มีอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาช่วยส่งให้ความงามของซูเหมยฮวายิ่งเปร่งประกายออกมาอย่างมากในคืนนี้
แต่กว่าซูเหมยฮวาจะรู้ว่านางโดนลอบกัดแล้ว สายกู่เจิงถูกเปลี่ยน นิ้วมือของนางโดนบาด แต่นางมิอาจหยุดการแสดงนี้ได้ มีเพียงสายตาไม่กี่คู่เท่านั้นที่รับรู้ หวังหย่งอยากจะพุ่งเข้าไปห้ามเืที่นิ้วมือของน้องแต่ก็ทำไม่ได้ บุรุษทั้งสามได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ที่คุกรุ่นเท่านั้น
เซี่ยซีฮั่นก็เห็นเช่นกัน เขาได้แต่กำมือแน่น แต่ก็ช่วยเหลือมิได้
"หยุด!!!" เสียงกู่เจิงหยุดลง หลันเฟยหย่าสะดุดใเกือบจะล้ม
ซูเหมยฮวาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาห้ามเื และแอบเช็ดเืที่กู่เจิง เพราะนางรู้ว่างานมงคลนี้ไม่สมควรมีเืในงาน หากเป็นางที่ทำให้ในงานหลั่งเื โทษนี้นางคงรับไม่ไหว
"มีอันใดหรือน้องสาม" ฮ่องเต้ที่กำลังเพลิดเพลินหันไปถามน้องชาย
"เสด็จพี่การแสดงนี้น่าเบื่อเกินไป เปิ่นหวางมิอยากชม" ฉินอ๋องปรายตามองซูเหมยฮวาแล้วหันไปสนใจแก้วเหล้าในมือต่อ
"เ้าเด็กคนนี้" ไทเฮาแสร้งดุบุตรคนเล็กของนาง
เมื่อฉินอ๋องไม่ชอบใครจะกล้าพูดอันใด ซูเหมยฮวาลุกขึ้นทำความเคารพแล้วเดินออกจากลาน หลันเฟยหย่าเห็นรอยเืที่มือซูเหมยฮวาก็แย้มยิ้มแล้วเดินจากไป นางเดินขึ้นมาอยู่ด้านหน้าของซูเหมยฮวา
ซูเหมยฮวาหยิบก้อนหินเล็กขึ้นมาแล้วดีดใส่ขาของหลันเฟยหย่า การกระทำของนางไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ที่นางไม่รู้คือมีดวงตาอยู่คู่ที่จ้องมองทุกการกระทำของนางอยู่
หลันเฟยหย่าล้มลงโดยที่นางกำนัลก็เข้าช่วยเหลือไม่ทัน ด้านหลังงานจึงเกิดความวุ่นวาย
"คุณหนูหลันคงเหน็ดเหนื่อยจากการร่ายรำทำให้ขาอ่อนจนล้มลง ท่านให้นางกำนัลไปตามหมอหลวงมาดูอาการเถิด ข้าก็เหน็ดเหนื่อยเช่นกันขอตัว" ซูเหมยฮวาส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้ หากเ้าไม่คิดร้ายกับข้าข้าจะทำเช่นนี้เพื่ออันใด
"น้องเล็ก เจ็บมากหรือไม่" หลิวเหล่ยนำผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาช่วยเช็ดเืให้น้องสาว ก่อนจะเก็บผืนของนางเข้าแขนเสื้อไป
เขาตรวจดูแล้วว่าแผลมิได้ลึกเท่าใดก็วางใจ อาจจะเป็เพราะฉินอ๋องหยุดการแสดงไว้ก่อนอย่างบังเอิญ น้องสาวตนจึงไม่ได้าเ็เท่าไหร่
"ท่านเสนาบดีซูได้โปรดรับไว้ด้วยขอรับ" องครักษ์ของเซี่ยซีฮั่นกับฉินอ๋องส่งขวดยาห้ามเืให้
"ขอบพระทัยฉินอ๋องที่เมตตา ขอบน้ำใจท่านแม่ทัพด้วย" ซูเหลียงรับยาสองขวดมาอย่างงงๆ
หลิวเหล่ยที่รังเกียจเซี่ยซีฮั่นหยิบขวดยาของฉินอ๋องใส่แผลให้ซูเหมยฮวาพร้อมทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าพันไว้ หวังหย่งหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเช็ดเหงื่อให้น้องสาว การกระทำของคุณชายซูทั้งสองสร้างความอิจฉาให้บุรุษมากมายในงาน เพราะเขาก็อยากจะช่วยสาวงามเช็ดเหงื่อบ้าง
"ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง"
"ใครกันที่ช่างกล้าทำเช่นนี้" เสนาบดีซูแทบอยากจะลุกขึ้นไปหาตัวคนร้าย แต่จนใจที่เป็งานของไทเฮา
"ข้าจะสืบเื่นี้ดูขอรับท่านพ่อ ท่านจงวางใจ"หวังหย่งที่ไม่ปล่อยผ่านเื่นี้ไปง่ายๆ แต่ตนไม่รู้ว่ามีคนส่งคนไปสืบเื่นี้แล้ว
เมื่อฮ่องเต้ เสด็จกลับไปแล้ว ขุนนางทั้งหลายต่างลุกขึ้นเพื่อพูดคุยกัน เสนาบดีซู พาครอบครัวเข้าไปทำความเคารพฉินอ๋องพร้อมขอบคุณเื่ยา
"กระหม่อมซูเหลียงและครอบครัวถวายพระพรฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธี"
"กระหม่อมขอบพระทัยฉินอ๋องที่เมตตาพ่ะย่ะค่ะ" เนื่องจากในบริเวณนั้นมีคนอื่นเสนาบดีซูจึงไม่ได้พูดว่าฉินอ๋องเมตตาครอบครัวตนเื่อะไร
"เื่เล็ก" ฉินอ๋องปรายตามองซูเหมยฮวา นางเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี เขาจึงพูดไม่มีเสียง โง่เง่า
ซูเหมยฮวาคิ้วกระตุก นางโง่เื่อะไร แม้จะไม่สบอารมณ์แต่น้ำใจของฉินอ๋องครั้งนี้ทำให้นางไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา
เมื่อทั้งหมดลาฉินอ๋องเพื่อกลับจวน หวังหย่งเดินนำยาไปคืนเซี่ยซีฮั่น เป็การแสดงออกว่าตระกูลซูไม่รับน้ำใจของท่านแม่ทัพ
"ซีฮั่น ข้านำยามาคืน ในเมื่อเ้าปฏิเสธน้ำใจของฮวาเออร์แล้วก็มิต้องทำเช่นนี้ ข้าที่เป็พี่ชายมิอาจเห็นน้องสาวต้องเสียใจ และข้าที่เป็สหายเ้ามิ้าผิดใจกับเ้าเช่นกัน" หวังหย่งตบบ่าเซี่ยซีฮั่นแล้วเดินไปหาครอบครัว