Alternate Liberation : The Conqueror of Chaos

    บทที่ 1: จุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา ตอนที่ 6: ความจริงที่เริ่มเปิดเผย

    เสียงนกร้องคลอมากับลมเย็นที่พัดผ่านระเบียงหลังบ้านในเช้าวันเสาร์ อาคิระนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ยาวใต้ชายคา สมุดโน้ตดนตรีและกระดาษเปล่าสำหรับจดไอเดียเพลงวางอยู่ตรงหน้า เขากำลังครุ่นคิดหาทำนองสำหรับการบ้านวิชาดนตรีที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า งานที่ได้รับคือการแต่งเพลงสั้น ๆ พร้อมโน้ตและเนื้อร้อง แต่สมองของเขากลับว่างเปล่า ไม่สามารถรวบรวมความคิดให้เป็๲รูปเป็๲ร่างได้


    เขาเคาะปากกากับขอบโต๊ะเบา ๆ เป็๲จังหวะพลางฮัมทำนองในใจ แต่ความคิดของเขาก็พลันหลุดลอยไปเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมากับสายลม


    “อาคิน…” 


    เสียงนั้นแ๶่๥เบาราวกับเป็๲เสียงลมพัดผ่าน แต่กลับชัดเจนพอที่เขาจะสะดุ้งเงยหน้ามองรอบตัว ไม่มีใครอยู่แถวนั้นนอกจากตัวเขาเองและสายลมที่พัดใบไม้ไหวเบา ๆ


    “คิดไปเองเหรอ?” เขาพึมพำ ก่อนกลับมามองกระดาษตรงหน้าอีกครั้ง


    ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หลังบ้าน พ่อของเขา ปริญ เดินมาพร้อมกับแม่ ไอรีน ทั้งสองถือถ้วยกาแฟและสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือ สีหน้าของพวกเขาดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไอรีนหันไปกระซิบกับปริญเบา ๆ แต่แม้จะเบาแค่ไหน อาคิระก็ยังจับคำว่า “เซเลส” และ “อาร์เคเดีย” ได้อย่างเลือนราง


    “พ่อครับ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?” อาคิระถามพลางเงยหน้าขึ้นมอง


    ทั้งสองคนหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนปริญจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่คุยกันเ๱ื่๵๹งานนิดหน่อย” 


    “อืม…” อาคิระพึมพำในลำคอ แม้จะรู้สึกสงสัย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อ


    ไม่นานนัก ไอรีนเดินเข้ามาใกล้ พร้อมถือกล่องไม้ใบเล็กที่ดูเก่าแก่ลวดลายสลักประณีต เธอวางมันลงตรงหน้าอาคิระ แล้วนั่งลงข้าง ๆ


    “ลูกอาคิน แม่มีบางอย่างอยากให้ลูก” ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


    อาคิระจ้องมองกล่องไม้ใบเล็กด้วยความประหลาดใจ เมื่อไอรีนเปิดฝาออก เผยให้เห็นสร้อยคอเรียบง่ายที่มีอัญมณีสีฟ้าตรงกลาง มันเปล่งแสงอ่อน ๆ ราวกับมีชีวิต


    “สร้อยนี่คืออะไรครับ?” อาคิระถาม สายตาจับจ้องที่มันราวกับถูกสะกด


    “มันเป็๲สิ่งสำคัญที่แม่เก็บไว้ให้ลูก” ไอรีนตอบ สายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความกังวล “แม่อยากให้ลูกเก็บมันไว้ใกล้ตัวเสมอ” 


    อาคิระรับสร้อยมาถือไว้ แสงสีฟ้าจากอัญมณีทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นตามจังหวะของมัน


    “ทำไมถึงสำคัญขนาดนั้นครับ?” 


    ปริญเดินมานั่งอีกฝั่งของโต๊ะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม “บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่าบางสิ่งมีความหมายแค่ไหน จนกว่าจะถึงเวลา แต่พ่ออยากให้ลูกเชื่อมั่นว่าสิ่งที่พ่อกับแม่ทำทั้งหมด ก็เพื่อให้ลูกพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น” 


    “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” อาคิระถาม แต่พ่อกลับมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ โดยไม่ตอบอะไรเพิ่มเติม


    อาคิระหันไปมองแม่ ไอรีนเพียงพยักหน้า “เก็บมันไว้ให้ดีนะลูก มันจะช่วยลูกได้เมื่อถึงเวลา” 


    ความคาใจยังคงวนเวียนในหัวของเขา แต่เขาพยักหน้าเบา ๆ และเก็บสร้อยไว้ในกระเป๋าเสื้อ ไอรีนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับปริญ


    เมื่อตกเย็น อาคิระนั่งอยู่ในห้องของตัวเอง เขาหยิบสร้อยออกมามองอีกครั้ง คราวนี้อัญมณีสีฟ้าเปล่งแสงจาง ๆ และเขาเริ่มเห็นภาพลาง ๆ ในหัว ภาพของวิหารเก่าแก่ท่ามกลางหิมะ บรรยากาศหนาวเย็นจนเขารู้สึกถึงความเย็นจับขั้วหัวใจ ลวดลายของดวงดาวปรากฏขึ้นในจินตนาการ แต่ทุกอย่างมัวหม่นจนเขาไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน


    “นี่มันอะไรกันแน่…” เขาพึมพำ ก่อนจะสะบัดหัวเพื่อปลดตัวเองออกจากภวังค์


    อาคิระวางสร้อยไว้บนโต๊ะแล้วถอนหายใจหนัก ๆ เขารู้สึกได้ว่าชีวิตธรรมดาของเขาอาจกำลังจะเปลี่ยนไปในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน…