ผ่านไป 6 ชั่วโมง เข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปที่เลข 8 เปลือกตาคู่นั้นที่กายเฝ้ารอให้มันขยับอยู่ตลอดเวลา ค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ คนที่นอนอยู่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมคนที่รายล้อมรอบตัว
อยู่ที่ไหนเนี่ยฉันฝันไปเหรอ คนเยอะจังแถมไม่ปวดหัวแล้วด้วย อ้าวกาย ต้องฝันไปแน่ๆ กายบอกจะไปไม่หาเจอฉันแล้วนี่นา ว่าแต่ความฝันนี้ชัดจังเห็นหน้ากายอย่างกับเห็นตัวจริงเลย แต่หมอนั่นตั้งใจทิ้งเรา จะมาเห็นมันอยู่ที่นี่ได้ไงเลิกเพ้อได้แล้วแพรว นั่นก็เจมส์พ่อเทพบุตรสุดหล่อ แถมฟ้าก็อยู่ด้วย มีแม่อีก อบอุ่นจัง
"ฮือ... อีแพรว... กูนึก ว่าฮือ... นึก อึก... นึก คนหนึ่ง..."
"โอ๊ย!!! พูดให้เป็คำหน่อยสิมึง" แต่นี่มันเสียงของฟ้าชัดเจนเลยนี่
ฉันเริ่มขยับตัวเพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งและพยายามเพ่งมองให้มันชัดเจน กาย กายจริงๆ ด้วย ฉันฉีกยิ้มกว้างพร้อมกอดกายแบบไม่อายใคร
"กูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" ฉันพยายามเปล่งเสียงออกมาแต่เบาเหลือเกิน
"อื้อ..."
"มาได้ยังไง"
"..."
"ทำไมไม่พูดกับกู กูฝันไปใช่ไหม" แล้วแพรวก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ
"เฮ้ยๆ กูอยู่นี่แล้วมึงจะร้องทำไม นิ่งเลย นิ่งซะนะ โอ๋ๆ " กายปลอบแพรวประหนึ่งว่าเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง
ภายใต้สายตาคนทั้งห้องที่พากันขนลุกเมื่อได้เห็นภาพกายกลายเป็ผู้ชายที่อ่อนโยนอยู่ตรงหน้า คงมีเพียงคนเดียวที่ในใจคิดต่างออกไป เจมส์ผู้ที่อยากอยู่ตรงนั้นแต่เป็ได้แต่คนนอก ค่อยๆ ถอยหลังห่างออกมา
"เดี๋ยวมึงก็จะไปใช่ไหม" เสียงแพรวแ่เบาเหมือนคนหมดแรง
"ไม่ไปไหนแล้ว มึงนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวมึงฟื้นไข้ดีกูจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง"
แพรวยังคงกอดกายไว้ไม่ยอมปล่อย เจมส์ที่มองดูอย่างอดทน ค่อยๆ เดินถอยออกจากห้องไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกต และไปนั่งรออยู่นอกห้องของแพรว
แพรวที่ยังไม่ฟื้นไข้ดีพูดกับกายได้ไม่กี่คำก็ทิ้งตัวลงบนอกกาย ด้วยความใทำให้คนที่อยู่ในห้องไม่ทันสังเกตว่ากายเองก็แทบพยุงแพรวไม่ไหวเช่นกัน แม่ของแพรวและฟ้ารีบไปเรียกหมอกับพยาบาลเข้ามาดูอาการ รวมถึงเจมส์ที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็วิ่งเข้ามาถึงตัวแพรวและช่วยเอาร่างที่ทิ้งตัวบนตัวกายพยุงนอนที่เตียงตามเดิม เจมส์หันไปมองที่กายก็เป็อันเข้าใจว่าเรี่ยวแรงของกายในตอนนี้ไม่สามารถพยุงแพรวให้ล้มตัวกลับไปนอนที่เตียงได้ จึงได้แต่ส่งสายตาขอบคุณกลับมา
"อาจจะเพราะยาที่เราให้ไปเพื่อระงับความเครียดและอาการปวดหัวที่รุนแรง เลยยังทำให้คนไข้เพลียอยู่ ให้นอนพักคืนนี้พรุ่งนี้ก็น่าจะดีขึ้นแล้วครับ ญาติสบายใจได้ หมออยากจะขอให้ทุกคนระวังอย่าให้เกิดความเครียดขั้นรุนแรงอีก เพราะความดันเธอค่อนข้างสูงและมีอาการปวดหัวร่วมด้วย หากเกิดเหตุแบบนี้อีกครั้งอาจจะไม่ได้โชคดีแบบวันนี้ก็ได้ ส่วนระยะนี้ต้องให้กินยาอย่างสม่ำเสมอและดูแลอย่างใกล้ชิดนะครับ"
ทุกคนฟังแบบตั้งอกตั้งใจ แต่ดูเหมือนกายและเจมส์จะมีสีหน้าออกกังวลมากกว่าคนอื่นๆ เื่ที่ว่าจะบอกแพรวยังไงให้แพรวรู้สึกไม่แย่มากนักกับอาการป่วยของกาย หลังจากที่แพรวหลับสนิทดีทุกคนก็ออกมานอกห้องเหลือแต่แม่ของแพรวอยู่ในห้อง
"กาย เจมส์ ส่งฟ้าเสร็จแล้วแม่ขอคุยด้วยหน่อย" แม่ของแพรวหันมาสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ครับ" ทั้งคู่ตอบพร้อมกันและเดินออกจากห้องผู้ป่วยแบบเงียบที่สุด
"เออกูว่าจะถามั้แ่เมื่อกี้ละ ทำไมมึงผอมแบบนี้วะ อย่างกับคนใกล้ตาย" ฟ้าพูดตามภาษาที่มันเคยคุยกับเพื่อน
"เออกูใกล้ตายละ"
"เฮ้ย กูล้อเล่น ผอมไปกินข้าวบ้างนะมึง"
"โคเรีย สไตล์" ไม่วายกวนประสาทคนตามนิสัยกาย
ฟ้ากระซิบ "โคเรีย พ่อง!! อย่างกับคนขาดสารอาหาร ตรอมใจเื่ฟ้ากับเจมส์เหรอวะ"
กายกระซิบ "ไม่... ไม่ยุ่งสักเื่ได้ไหม"
ฟ้ากระซิบ "ให้กูกันเจมส์ออกจากฟ้าให้ไหม เดี๋ยวกูจีบมันเอง เจมส์พ่อเทพบุตรของกู"
กายกระซิบ "ปล่อยให้เพื่อนกูได้มีอนาคตที่ดีสักคนเถอะนะ"
ฟ้ากระซิบ "แหม่...มาพงมาเพื่อน ไปสนิทกันตอนไหนวะ ไม่เล่าเลย แต่ว่ามึงผอมไปจริงๆ นะ ไม่สบายเหรอ"
"อะแฮ่ม!!!" เจมส์ที่เห็น 2 คนคุยซุบซิบกันเริ่มรำคาญจึงต้องส่งเสียงเพื่อให้รู้ว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ตรงนี้
"เออๆ กลับบ้านได้ละมึง ต้องให้กูไปส่งไหม" กายรีบไล่ฟ้าให้กลับบ้าน
"ไม่ต้อง แฟนกูมารอละ ไปละมึงแล้วเจอกัน" ฟ้าหันมาส่งสายตาหวานเยิ้มใส่เจมส์ "แล้วเจอกันนะจ๊ะสุดหล่อ" เจมส์หันไปมองด้วยท่าทีขนลุกทั้งตัว
หลังจากที่ฟ้ากลับ ทั้งเจมส์และกายสบตาแล้วถอนหายใจพร้อมกัน ทั้งคู่เหมือนอ่านใจกันออกพูดพร้อมกันว่า "จะบอกแพรวยังไงดี" กายกลอกตา ถอนหายใจแล้วหันไปทางอื่น
"เข้าไปหาแม่แพรวก่อนดีกว่า" เจมส์เสนอ
เสียงประตูปิดลง แม่ของแพรวออกมาคุยกับทั้งกายและเจมส์นอกห้องเพื่อไม่ให้ลูกสาวตื่น
"กาย บอกน้ามาว่าทะเลาะอะไรกัน" แม่ของแพรวพูดโดยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ทำเอาผู้ฟังเดาทางไม่ออกว่าตอนนี้ผู้พูดรู้สึกอย่างไร
"เปล่าครับ" กายตอบออกไปแทบจะทันที
"โอเค เจมส์รู้เื่ใช่ไหม ครูที่โรงเรียนแจ้งว่าเจมส์เป็คนพาแพรวมาส่งโรงพยาบาล เกิดอะไรขึ้น"
กายหันไปสบตาเจมส์ พร้อมส่ายหน้าน้อยๆ เป็เชิงห้ามปรามว่าไม่ให้พูดบางอย่างออกไป เจมส์มองกายแบบไม่สบอารมณ์เพราะจริงๆ เจมส์อยากให้กายบอกแม่แพรวไปตามตรงว่าเกิดอะไรขึ้นและบอกไปเดี๋ยวนี้ว่าตัวเองป่วยคนรอบข้างจะได้ไม่เข้าใจผิดว่ากายหายไปเพราะอะไร
"แพรวป่วยั้แ่เช้าแล้วครับ น่าจะนอนน้อยหรืออากาศเปลี่ยนมากกว่า" ทำได้แค่นี้สินะบางเื่ที่ไม่ใช่เื่ของเรายุ่งไปก็เท่านั้น
"เจมส์ กาย บางอย่างแม่ขอพูดตามตรง แม่เลี้ยงแพรวมาให้เป็คนมีเหตุผล"
"..." ทั้งเจมส์และกายต่างไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่แพรวกำลังจะพูด ดังนั้นทั้งคู่จึงยืนนิ่งเงียบเพื่อรอฟังว่าแม่ของแพรวจะพูดอะไรต่อ
"ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องหลอกว่าไปอยู่ต่างประเทศทั้งๆ ที่ก็ยังอยู่ที่นี่" แม่หันไปจ้องที่หน้ากาย "น้าขอก้าวก่ายหน่อยเถอะ บอกแพรวไปตามตรงยังดีกว่า น้าเห็นเธอมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วปกติก็เป็คนพูดตรงนี่ ถึงปากน้าจะชอบบ่นเธอแต่ก็เพราะเธอเกเรไม่ตั้งใจเรียน น้าก็บ่นไปอย่างนั้นใจจริงก็เห็นเหมือนลูกเหมือนหลาน น้าเตือนด้วยความหวังดีนะทำแบบนี้จะเสียทั้งสองฝ่าย เธอเองอาจจะเสียแพรวไป แพรวเองก็เสียใจที่เสียเธอ น้ารู้นิสัยเธอดี จริงแล้วเธอเป็คนรับผิดชอบคนหนึ่งเลยนะกาย น้าอยากรู้ว่ามันมีเหตุผลอะไรถึงต้องโกหกว่าไปอยู่ต่างประเทศ" กายและเจมส์เริ่มนึกสงสัย แม่ของแพรวรู้เื่มากขนาดนี้ได้ยังไง หรือว่าแพรวเล่าเื่ให้แม่ฟังหมดแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะใช่ ปกติแพรวกับแม่ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน
"..." ทั้งคู่ยังยืนเงียบ กายเอาตัวเองพิงกำแพง เพราะเริ่มมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเจมส์จะสังเกตเห็น เลยเอาตัวเอาไปยืนใกล้ๆ เพื่อให้กายมีที่พิง
"ยังไม่พร้อมพูดก็ไม่เป็ไร แต่เห็นแล้วใช่ไหมว่าที่ทำอยู่มันไม่ถูก เล่นกับใจคนแบบนี้ได้ยังไง คนเราถ้าคิดจะรักกันไม่ทำกันแบบนี้นะ ถ้าคิดจะรักกันก็ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งเวลาสุขและเวลาทุกข์" กายขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยในคำพูดของแม่แพรวแต่ก็ยังนิ่งและตั้งใจฟังต่อไป "จะอยู่เฉพาะเวลาสุขแล้วเมื่อทุกข์ก็ทิ้งกันมันใช่ความรักเหรอลูก และน้าเลี้ยงแพรวมาน้ามั่นใจว่าในยามคนที่แพรวรักมีทุกข์แพรวมันไม่มีทางทิ้งคนนั้นแน่ ปัญหาอะไรมันหนักแค่ไหนคุยกันซะแพรวมันเข้าใจได้ น้าเชื่อแบบนั้น"
กายยืนนิ่งไม่ไหวติงกับสิ่งที่ได้ยิน แม่ของแพรวพูดเหมือนรู้ทุกอย่างเหมือนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไงกายก็ยังไม่อยากให้ใครมารับรู้อาการป่วยของตน มันไม่ใช่เพราะอยากทำตัวเป็พระเอกแต่เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าป่วยก็แค่นั้น ขนาดตอนนี้กายยังรับสภาพตัวเองไม่ได้เลย แค่ตอนนี้จากร่างกายที่เคยเป็ชายหนุ่มสุขภาพดีต้องกลายเป็คนผอมจนหนังแทบจะหุ้มกระดูกมันก็เกินรับได้แล้ว ไม่อยากให้แพรวมาเห็นตนในภาพที่แย่กว่านี้จริงๆ ไม่อยากให้แพรวมาลำบากดูแลอะไรตนเลย ที่สำคัญยังไม่รู้ว่าจะรอดจากโรคนี้ไหม โชคดีก็รอด แล้วถ้าโชคร้ายล่ะ
เจมส์กระซิบ "ไหวไหม" กายไม่ตอบได้แต่พยักหน้าเป็เชิงตอบแทนว่าไหว
"เอาล่ะเื่พวกนี้ เป็ปัญหาของพวกเรา น้าเข้ามายุ่งเกี่ยวมากคงไม่ดี ถึงยังไงปัญหานี้เกิดขึ้นก็เพราะเรา" แม่ของแพรวหันไปที่กาย "เมื่อเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้กันเอา โตๆ แล้วหาทางแก้กันให้ดี"
"..." เจมส์กันกายได้แต่ยืนนิ่งเพื่อฟังผู้ใหญ่พูดให้จบ
"เงียบกันหมดทำไม น้าไม่ได้ดุนะ น้าเตือนเพราะความหวังดี" แล้วแม่แพรวก็หันมามองที่กายแบบผู้ใหญ่เห็นเด็กคนหนึ่งมาั้แ่เล็กแต่น้อย "แล้วนี่กายไม่สบายหรือไง ผอมมากเลยลูก"
"นิดหน่อยครับ"
"ให้น้าดูที หน้าซีดๆ นะหรือว่าใเื่แพรว" ว่าแล้วก็เอามือมาจับหน้าผากของกาย "ตัวก็ไม่ร้อน"
"ครับ ่นี้กินอะไรไม่ค่อยได้"
"คงทะเลาะกันหนักสินะ เดี๋ยวก็คงดีกันแล้วล่ะฟังจากที่เธอพูดกับแพรวตอนแพรวตื่น" แม่ของแพรวพูดพลางเอามือจับแขนกายเอาไว้ "น้าไม่ได้รังเกียจอะไรนะถ้าเราทั้งสองคนจะรักกัน"
"ฮะ!!!" ทั้งกายและเจมส์อุทานออกมาทั้งคู่
"ใอะไรกัน"
"ยังครับ ผมกับแพรวไม่ได้คบกันแบบนั้นนะครับ"
"ใช่ครับ กายกับแพรวเป็เพื่อนกันครับผมยืนยัน"
"..." แม่มองไปที่คนทั้ง 2 คน
"น้าเชื่อในสายตาของตัวเอง ทำตามหัวใจตัวเองซะ ไม่ว่าจะใครในทั้งคู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าน้า ถ้าแพรวรักใคร น้าก็ยินดีทั้งนั้น แต่ทำให้ชัดเจนอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก"
"..." เจมส์ได้ยินแม่แพรวพูดก็นึกเ็ปที่คงไม่มีที่ตรงนั้นสำหรับเขา ส่วนกายทำสีหน้าหนักใจไม่น้อยถึงรักก็จริงแต่ดูแลไม่ได้จะมีประโยชน์อะไร
"รีบกลับไหม อยากให้เฝ้าแพรวซักแป๊บ น้าจะไปเอาเสื้อผ้า"
ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน "ได้ครับ"
"ขอบใจจ้ะ" แม่แพรวเดินหันหลังกลับ แต่ก็รีบหันกลับมาเหมือนลืมอะไรสักอย่างทำให้เจมส์และกายที่กำลังถอนหายใจด้วยความโล่งและยืนด้วยท่าทางสบายต้องหันกลับมายืนหลังตรงอีกครั้ง
"บ้านน้าติดกล้องวงจรปิดแบบบันทึกเสียงไว้ด้วยนะ นี่ไง ออนไลน์ได้ทุกที่ด้วยมันขยับซ้ายขวาได้ด้วยนะเห็นถึงมุมตรงนี้เลย น้ากันว่าเผื่อมีคนแอบมาดูลูกสาวน้าเวลาน้าไม่อยู่ สุดยอดเลยเนอะ" แม่แพรวพูดคล่องแบบคนรีวิวสินค้า "แถมเนียนไปกับเสาตรงนี้เลยไม่เคยมีใครสังเกตเห็นว่าบ้านน้าติดกล้องเลยรู้ไหม" แม่แพรวพูดแบบภูมิใจพร้อมเอามือถือที่มีภาพหน้าบ้านและหมุนระยะกล้องให้กายดู กายถึงกับยิ้มเจื่อนให้แม่แพรวไป 1 ที "แต่เดี๋ยวนี้น่าจะติดไม่ค่อยได้แล้วก็เพราะกฎหมายบ้าบอมันคุ้มครองสิทธิ์อะไรพิลึก เดี๋ยวคงต้องเอาออกแล้วละมั้ง หรือไม่ก็ขยับเข้ามาติดในบ้านท่าจะดี" พูดจบประโยคก็หันไปมองหน้าเจมส์ ทำเอาเจมส์ขนลุกไปทั้งตัว
"เอาละแม่ไปจริงๆ แล้ว ฝากแพรวด้วยนะ"
'ชัดเลย' กายคิดในใจ ตัวของกายเหมือนได้รับการสูบฉีดเื รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวแบบคนทำผิด มิน่ารู้ทุกเื่เลย แถมมุมนั้นเป็มุมที่เรายืนอยู่และแอบมองแพรวก่อนแพรวไปสอบ จบกันแถมไปกอดลูกสาวเขาถึงหน้าบ้านแล้วทำลูกเขาร้องไห้ ไม่ต้องมีใครเล่าแล้วแบบนี้แม่แพรวรู้ทุกเื่แล้ว ในขณะที่เจมส์ก็เข้าใจสถานการณ์วันนั้นว่าทำไมแม่ของแพรวถึงได้กลับมาในเวลาที่เจมส์กำลังเข้าบ้านไปกับแพรว
"ฉลาดได้แม่มานี่เอง" เจมส์เริ่มพูดก่อน
"กูก็ลืมไป ว่าแม่แพรวเป็โปรแกรมเมอร์ เื่แค่นี้ทำไมเขาจะคิดไม่ได้วะ กูก็ว่าอยู่ไว้ใจให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวได้ไงวะ"
"เมื่อกี้ที่แม่แพรวจับแขนมึง แอบฝังเครื่องดักฟังไว้ที่แขนมึงปะวะ" เจมส์เสนอความคิด
กายรีบดูที่แขนตัวเองด้วยท่าทางใ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันจะเป็ไปได้ยังไง
"มึงนี่ก็ปัญญาอ่อน"
"มึงก็ดูตามกู"
เออว่ะ แล้วกูจะบ้าจี้ใตามที่มันพูดทำไมวะ
"นอกเื่ละ มึงเข้าไปเฝ้าแพรวให้กูหน่อย เดี๋ยวกูไปกินยาก่อนนี่ก็ออกมานานละ ป่านนี้กูโดนบ่นเละแล้วล่ะ พยาบาลชั้นกูดุอย่างกะพญายม"
"พูดเล่นได้ตลอดเวลาเลยนะมึง"