การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 54 ฝึกสอนให้กับจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม

    บทที่ 54 ฝึกสอนให้กับจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม

     

     

     

                ผู้คนในดินแดนต้องห้ามเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ปราสาทถล่มก็แตกตื่นกันเป็นอย่างมาก“พวกเรา จักรพรรดิถูกลอบโจมตี!!!!!”

     

                ผู้คนในดินแดนจึงรีบวิ่งมาดูกันใหญ่ เนื่องจากขนาดอยู่ข้างในปราสาทยังจะถูกลอบโจมตีได้อีกหรือจึงทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา

     

                เพียงไม่นานเสียงอันทรงพลังก็ได้ประกาศออกมา “ไม่มีผู้ใดลอบโจมตีข้าทั้งนั้นข้าเพียงแค่ทำลายปราสาทเพื่อที่จะได้สร้างมันขึ้นมาใหม่ไม่จำเป็นที่จะต้องแตกตื่นกัน ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเองได้แล้ว...” จักรพรรดิแห่งดินแดนรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมากเนื่องจากประชาชนได้มาเห็นเขาในสภาพแบบนี้

     

                เมื่อกล่าวจบจักรพรรดิแห่งดินแดนก็ได้มองกลับไปยัง ชิว เหวินเจี้ยน แต่ในคราวนี้จักพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามนั้นมีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจของเขาไปซะแล้ว “ท..ท่าน..เอ่อไม่ใช่สิ ฮึ...ฮึ่ม..เจ้าหนุ่ม เจ้าแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่า ทำไมคนอื่นๆถึงยอมฟังคำสั่งเจ้าแบบไม่มีข้อแม้ ที่แท้ก็เพราะว่าเจ้าแข็งแกร่งที่สุดนี่เอง ...โฮ่วๆ โฮ่วๆ” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้หัวเราะกลบเกลื่อนความหวาดกลัวของเขาที่มีอยู่ในน้ำเสียง

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ทำเป็นไม่ได้ยิน และเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า“ปราสาทหลังนี้ ข้าเสียใจด้วยจริงๆที่มันพังทลายลงไปเสียแล้วทั้งๆที่ข้ายังไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาถึง 1ในร้อย ส่วนเลยด้วยซ้ำ เฮ้อ....เดี๋ยวข้าจะเป็นคนสร้างมันขึ้นมาให้ใหม่เองก็แล้วกัน”

     

                ผู้คนในกลุ่มเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่ ในรอบนี้ ชิว หลิงซี เองก็เช่นกัน ‘นี่ขนาดเขายั้งมือเอาไว้ให้เยอะแล้วยังสะกดข่มผู้ที่มีพลังครึ่งก้าวเข้าสู่เขตแดนวิญญาณได้เชียวหรือแล้วอย่างนี้จะมีผู้ใดสามารถทัดเทียมกับเขาได้อีกล่ะ ในดวงดาวแห่งนี้’ ส่วนผู้ที่น่าจะตกตะลึงมากที่สุดก็คงจะเป็นจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามนั่นเอง เขาไม่คิดเลยว่าพลังจะแตกต่างกันมากขนาดนี้ และในตอนนี้เขาก็เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเป็นอย่างมาก ทั้งโอ้อวดว่า ประสาททองคำของเขานั้นแข็งแกร่งแถมยังต่อให้ ชิว เหวินเจี้ยน ได้เปิดฉากโจมตีก่อนอีก และอะไรอีกหลายๆอย่าง......

     

                แต่เมื่อพวกเขายังตกตะลึงกับเรื่องเมื่อเมื่อกี้ไม่หาย ก็ดันต้องมาตกตะลึงกับเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นเสียแล้วนั่นก็คือ ชิว เหวินเจี้ยน ได้สร้างปราสาททองคำที่ดูสวยหรูยิ่งกว่าเดิมขึ้นมาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเพียงแค่มองดูก็รู้ได้ทันทีเลยว่า มันมีความทนทานเป็นอย่างมากขนาดจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามในตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะทำลายมันได้

     

                ที่ ชิว เหวินเจี้ยนสร้างมันได้รวดเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่า เขาไม่ได้ลงรายละเอียดเช่นเดียวกับประตูเมืองแห่งดินแดนต้องห้าม และความแข็งแกร่งก็ไม่เท่าเช่นเดียวกัน เนื่องจากได้มีประตูเมืองอยู่ข้างหน้าก่อนแล้ว และทำไมปราสาทถึงจะต้องแข็งแกร่งกว่าประตูเมืองด้วยหละ

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามพึมพำขึ้นมาอย่างเหม่อลอยหว่า “ไม่จริง...นี่ข้าฝันไปใช่หรือไม่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาสร้างปราสาทขึ้นมาขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้รู้สึกตัวแถมยังเสร็จสมบูรณ์แล้วอีกด้วย...”จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้แต่ทำท่าทางเหม่อลอยต่อไป

     

                เมื่อเห็นดังนั้น ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า“ถือซะว่านี่คือของขวัญจากข้าอีกชิ้นหนึ่งก็แล้วกันสำหรับที่ท่านดูแลพี่น้องของข้าอย่างสะดวกสะบาย.....”

     

                เมื่อกล่าวจบ ชิว เหวินเจี้ยนก็หันหน้าไปทาง จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ด้วยสีหน้าที่เหมือนกับยักษ์มารก็ไม่ปานและเขาก็กล่าวออกมาอีกทีว่า “ท่านพร้อมที่จะรับการฝึกสอนของข้าหรือยังข้านั้นยังเหลือเวลาว่างอีกมากนัก แต่ท่านก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องเวลานั้นแค่2วันก็พอแล้ว เท่านั้นท่านก็น่าจะรู้แจ้งอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว....ฮึ ฮึ ฮึ”

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่ได้เห็นสีหน้าของ ชิว เหวินเจี้ยน เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความหวาดกลัวขึ้นมาทันที “เอ่อ...ข้าว่าพวกเราค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ก็ได้ไม่ต้องรีบหรอก ท..ท่าน เอ้ย... เจ้าหนุ่ม” แค่เพียงคำพูดของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ในตอนนี้ ก็ติดขัดไม่เป็นคำแล้วจึงทำให้คนอื่นรู้ว่าเขาหวาดกลัวขนาดไหนในตอนนี้

     

                ชิว เหวินเจี้ยนไม่ฟังคำพูดของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามอีก เขาจึงได้เรียก ชิว หลิงซี “นี่...แม่สาวน้อย เจ้าคงจะเป็นผู้ครอบครองสนามฝึกซ้อมของหนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ แล้วสินะ ช่วยนำมันออกมาให้ข้าที ข้าจะได้เอามาฝึกฝนท่านจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม” สีหน้าของชิว เหวินเจี้ยน ยังคงดูเหมืนออย่างเช่น ยักษ์มารไม่เปลี่ยนแปลง

     

                จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเมื่อเห็นว่า ชิว เหวินเจี้ยน เอาแน่ๆแล้ว เขาจึงได้หันไปมองหน้าของ ชิว ซานฟู่ที่เป็น พี่น้องร่วมสาบานกับเขา เขาส่งสัญญาณกันด้วยสายตา ขอความช่วยเหลือออกไปซึ่ง ชิว ซานฟู่ ได้แต่ ส่ายหน้าไปมา นั่นก็ทำให้ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามรู้ได้ทันทีว่า ชะตาของตนเองกำลังจะขาดแล้ว....

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน