ตอนที่ 1
เปลวไฟในดวงใจ
“พ่อจ๋า นวลคิดถึงพ่อเหลือเกิน” หญิงสาวพูดพึมพรำกับตัวเอง
ในขณะที่เธอมองดูภาพถ่ายที่ถืออยู่ในมือ ทำให้เธอหวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ครั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งในขณะนั้นเธออายุเพียง 9 ขวบ เธอจำทุกถ้อยคำที่พ่อบอกเธอได้ไม่มีวันลืมเลือน ในขณะที่เธอกับพ่อนั่งอยู่หน้ากองไฟกองเล็กๆ
“รู้ไหมลูก ลูกเปรียบเสมือนไฟชีวิตของพ่อ ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตให้พ่อมีกำลังใจที่จะต่อสู้โลกได้ต่อไป หลังจากที่พ่อเสียแม่ไป เมื่อตอนที่คลอดลูกออกมา”
ทรงพลพูดไปพลางมือก็ขยับท่อนฟืนในกองไฟ ให้ลุกโชนยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ให้เพียงพอที่จะขับไล่ความหนาวอันเยือกเย็น ออกจากตัวของเขาและลูกสาว
“พ่อรักแม่ของลูกมาก ไม่มีแม่พ่อก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ถ้าไม่มีลูกป่านนี้พ่อคงจะตามไปอยู่กับแม่ของลูกแล้ว” ทรงพลอดที่จะหวนคิดถึงภรรยา อันเป็สุดที่รักของเขาไม่ได้
“นวลจะต้องเข้มแข็งนะลูก ถ้าวันหนึ่งไม่มีพ่อแล้ว นวลจะต้องอยู่
ให้ได้แม้วันนั้นจะไม่มีพ่อ”
ด.ญ.นวลเพลิง เมธานนท์ ฟังพ่อสอนอย่างตั้งอกตั้งใจ นวลยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ลางสังหรณ์ ว่ามีความว่าอย่างไรถ้านวลเข้าใจความหมายของคำนี้ เธอคงจะห้ามไม่ให้พ่อพูดต่อเป็แน่
“ลูกเห็นเปลวไฟที่ไหม้ฟืนไหม ถึงแม้ว่ามันจะเป็แค่เปลวไฟจากกองไฟกองเล็ก ๆ แต่มันก็สามารถให้ความอบอุ่นแก่เราได้ ลูกก็เหมือนเปลวไฟกองเล็ก ๆกองนั้นเช่นกัน ที่คอยให้ความอบอุ่นแก่ชีวิตของพ่อเสมอมา ลูกจะต้องจำไว้นะว่า ลูกจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ทำในสิ่งที่ถูกต้อง สร้างแต่ความดีและมีความเข้มแข็งอดทนนะลูก”
ทรงพลกอดลูกสาวไว้ในอ้อมอกของเขา ราวกับว่าเขา้าที่ให้ลูกสาวของเขานั้นหลอมละลายให้เป็เนื้อเดียวกับตัวเอง ทรงพลเริ่มร้องเพลงให้นวลฟังท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น เพลงนี้ทรงพลมักจะร้องให้นวลฟังอยู่บ่อย ๆ จนนวลเองจำเนื้อเพลงได้อย่างขึ้นใจ
ถึงเธออยู่สุดแดนฟ้าไกล แต่หัวใจมีไว้เพื่อเธอ ฉันจะยังคงรักเธอเสมอ ตราบเท่าชีวีไม่มีตัวตน จะขอรักเธอไม่มีวันแหนงหน่าย ถึงฟ้าดินมลายใจไม่คลายรักเธอ
แม้เธอจากไปแดนแสนไกล แต่หัวใจยังคิดถึงเธอ อยากกระซิบให้เธอรู้ว่า ใจฉันนั้นยังคงรักเธอ ใจไม่เคยเผลอคลายรักสักแม้นาที
อยากโอบกอดเธอไว้ใกล้ทรวง แต่ก็เป็แค่ความเพ้อฝัน เพราะวันนี้ฉันไม่มีเธอ ฉันขอแค่ละเมอเพ้อรักกับลมหายใจ
ทรงพลมักจะร้องให้นวลฟังอยู่เสมอ ๆ ในยามที่เขาคิดถึงภรรยา
“คุณผู้หญิงค่ะ โทรศัพท์ค่ะ” น้อยสาวใช้ประจำบ้านของพวงแก้วรายงาน “ฮัลโหล! ใช่ค่ะ” พวงแก้วตอบปลายสายกลับไป
“เมื่อไรค่ะ” พวงแก้วมีท่าทางใอย่างมาก เมื่อได้ยินปลายสายตอบกลับมา จนทำให้เธอแทบจะล้มทั้งยืน จนน้อยสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับหันมามองนายของเธอ พวงแก้ววางโทรศัพท์เข้าที่แล้ว ตัวเนื้อสั่นร้องไห้โฮเสียงดังลั่น ทำให้น้อยใจนต้องรีบวิ่ง เข้ามาประคองเ้านายของเธอ ซึ่งขณะนี้กำลังมีทีท่าว่า จะเป็ลมล้มพับอยู่ตรงนั้น
“นั่งก่อนนะคะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงเป็อะไรไปค่ะ” น้อยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“น้อยแกช่วยโทรศัพท์ ไปหาคุณชายให้ที บอกว่าฉันให้กลับมาบ้านด่วนเลย ให้มาตอนนี้เลยนะ”
“ค่ะคุณผู้หญิง” น้อยรับคำสั่งของพวงแก้ว แล้วรีบทำตามทันที ในสมองก็ไม่วายที่จะอดคิดไม่ได้ว่า คุณผู้หญิงของเธอมีเื่อะไร ถึงกลับร้องไห้ร้องห่มเสียขนาดนี้
“ฮัลโหล! คุณผู้ชายใช่ไหมคะ” น้อยถามปลายสายทันที เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์แล้วพูดตอบกลับมา
“คุณผู้หญิงให้รีบกลับบ้านด่วน ตอนนี้เลยค่ะ”
“น้อยไม่ทราบค่ะคุณผู้ชาย เห็นคุณผู้หญิงเอาแต่นั่งร้องไห้” น้อยรายงานเพิ่มเติมต่อคุณผู้ชายของเธอ
สักพักใหญ่ ๆ ขจรก็มาถึงบ้าน เมื่อเดินเข้าบ้าน เขาเห็นภรรยากำลังนั่งร้องไห้อย่างหนักจนตาบวม
“มีเื่อะไรหรือคุณ” ขจรรีบถามภรรยาทันที เมื่อเดินเข้ามาหาถึงตัวภรรยาของเขา ที่นั่งร้องไห้ราวกับว่าฟ้าดินกำลังทลายลงตรงหน้าของเธอ
พวงแก้วโผเข้ากอดสามีทันที เมื่อขจรนั่งลงข้างๆ เธอแล้ว เธอสะอื้นร่ำไห้ปานประหนึ่งจะขาดใจเสียให้ได้ จนทำให้สามีสงสัยหนักยิ่งขึ้นว่า เื่อะไรน่ะที่ทำให้ภรรยาของเขา ถึงกับร้องไห้ได้หนักขนาดนี้
“ใจเย็น ๆ คุณ หยุดร้องไห้ก่อน ไหนบอกมาซิว่าเกิดเื่อะไรขึ้น” ขจรปลามภรรยาให้สงบใจลงก่อน
“ทรงพลค่ะ ทรงพลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วค่ะ” พวงแก้วบอกสามีด้วยความรู้สึก ที่เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็เื่จริง เมื่อคิดถึงตรงนี้ขึ้นมาอีก พวงแก้วยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม พวงแก้วไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เื่แบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับน้องชายคนเดียวของเธอ
ขจรเมื่อได้ยินคำบอกของภรรยา เขาเองก็รู้สึกใมากเช่นกัน เพราะตัวเขาเองก็รักทรงพลเหมือนน้องชายแท้ ๆ
“ใจเย็น ๆ ซิคุณ ใจเย็น ๆ ก่อน” ขจรปลอบภรรยา ซึ่งในขณะนี้เธอก็ยังไม่คลายความเศร้าโศกลงเลย
“มันเกิดขึ้นเมื่อไร ใครเป็คนมาบอกคุณ” ขจรเริ่มซักไซ้เื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ทางโรงพยาบาลค่ะ เขาโทรมาบอกค่ะ” พวงแก้วพูดไปสะอึกสะอื้นไป เมื่อพูดถึงเื่น้องชายคนเดียวของเธอ
“นวลล่ะรู้เื่นี้แล้วหรือยัง” ขจรอดที่จะถามต่อไม่ได้ เพราะเขาเองก็อดเป็ห่วงหลานสาวคนเดียวของภรรยาไม่ได้ ตัวของเขาเองก็รักและเอ็นดูนวลเหมือนลูกเหมือนหลานเช่นกัน
“ยังค่ะ” พวงแก้วตอบ ขณะที่เธอหยิบผ้าขึ้นมาซับน้ำตา ที่กำลังจะเริ่มไหลรินออกมาอีก
“ดีแล้วอย่าเพิ่งบอกให้นวลรู้ตอนนี้ นั้นเราต้องรับไปจัดการเื่ศพของทรงพลให้เรียบร้อยกันก่อนแล้วกัน” ขจรบอกกับภรรยา
ทั้งคู่ยังคงนั่งปรับทุกข์กันอยู่อีกสักพักหนึ่ง จึงเตรียมตัวเพื่อที่จะไปจัดการเื่ของทรงพล แล้วทั้งคู่ก็ออกจากบ้านตรงไปยังโรงพยาบาลทันที เพื่อจัดการเกี่ยวกับการรับศพของทรงพล
ในที่สุดร่างไร้ิญญาของทรงพล ก็ถูกนำมายังจุดหมายปลายทางที่กำหนดไว้ และนำร่างมานอนไว้บนเตียง ที่ทางวัดได้ทำการจัดเตรียมไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็ขั้นตอนของการทำพิธีตามประเพณี
“คุณพ่อค่ะ คุณพ่อค่ะ นวลมาแล้วค่ะ คุณพ่อนวลมีอะไรมาให้คุณพ่อดู คุณพ่อตื่นขึ้นมาซิคะ” นวลพยายามปลุกคุณพ่อให้ตื่นขึ้นมา ทั้งที่ในใจก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคุณพ่อจึงมานอนอยู่ที่นี่ นวลพยายามเรียกอยู่หลายครั้งหลายครา คุณพ่อของเธอไม่รับรู้คำเรียกของลูกสาว จนนวลหันหน้าไปมองพวงแก้ว เป็เชิงคำถามว่าทำไมพ่อของเธอถึงมานอนอยู่ที่นี่ พ่อเป็อะไรทำไมปลุกตั้งหลายครั้ง คุณพ่อก็ไม่ตื่นสักทีแต่พวงแก้วก็ไม่มีคำตอบ ตอบกลับมาให้หลานเลย จนนวลเองต้องเดินเข้าไปหา
“คุณป้าขา คุณพ่อเป็อะไรไปค่ะ นวลเรียกเท่าไร คุณพ่อก็ไม่ตื่นขึ้นมาสักที” นวลถามพวงแก้วด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
พวงแก้วกอดหลานสาวคนเดียวของเธอไว้ น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มทั้งสองหัวใจเจียนจะขาดเสียให้ได้ อดสงสารหลานสาวเสียมิได้ ที่จะต้องมากำพร้าพ่อแม่ั้แ่เล็ก ๆ
“คุณป้าร้องไห้ทำไมค่ะ” นวลถามด้วยความแปลกใจว่าคุณป้าของเธอทำไมถึงร้องไห้เสียหนักหนาเช่นนี้
พวงแก้วกระชับวงแขนที่กอดหลานสาวให้แน่นขึ้น เมื่อได้ยินคำถามของนวล น้ำตายังคงไหลพรากไม่ขาดสาย เธอพูดไม่ออกไม่รู้จะตอบหลานสาวอย่างไรดี จึงเอาแต่นั่งร้องไห้กอดหลานไว้แน่น
ขจรเห็นพวงแก้วเอาแต่ร้องไห้ร้องห่ม เขาจึงเดินเข้ามาหาภรรยาแล้วดึงตัวนวลมากอดไว้ลูบศีรษะหลานสาวเบา ๆ แล้วพูดกับหลานสาวด้วยน้ำเสียงปลอบโยน
“นวล คุณพ่อเขาหลับอยู่ นวลอย่ากวนคุณพ่อเลยนะ ปล่อยให้คุณพ่อนอนหลับให้สบายเถอะลูก พวงแก้วพาหลานไปข้างนอกก่อน”
ขจรพูดปลอบใจหลานสาวสักครู่ แล้วจึงบอกให้ภรรยาพาตัวนวลออกไปจากบริเวณตรงนั้นก่อน
ภายในใจของขจรเองก็ยังไม่กล้าพอ ที่จะบอกความจริงกับนวลตรง ๆ ว่าคุณพ่อของเธอไม่มีชีวิตแล้ว เข้าไม่กล้าพอที่จะบอกความจริงบอกตรง ๆ กับหลาน เขาคิดว่าคงจะต้องปล่อยให้นวลเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอาเองคงจะดีกว่า
“ค่ะคุณ” พวงแก้วตอบรับ แล้วซับน้ำตาตัวเองให้แห้ง จูงมือหลานสาวเดินออกไปจากที่บริเวณนั้นทันที
เมื่อกาลเวลาเดินล่วงมาจนถึงวันสุดท้าย และด้วยการกระทำหลายอย่างของผู้ใหญ่ที่นวลเห็นอยู่ นวลเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อของเธอ คุณพ่อของเธอเป็อะไร แต่เพื่อความแน่ใจเพราะนวลยังอดที่จะเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าพ่อของเธอไม่ได้เป็อย่างที่เธอคิดไว้
“คุณป้าค่ะ คุณพ่อของนวลยังไม่ตายใช่ไหมคะ” นวลถามพวงแก้วตามความคิดของตนเองที่คิดไว้ สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าของพวงแก้วเขม็ง
“นวล ลูกต้องเข้มแข็งนะลูก ให้สมกับที่พ่อเขาเคยสอนนวลไว้เสมอ ๆ พ่อเขาไปสบายแล้ว พ่อเขาไปอยู่บน์กับคุณแม่ของนวลแล้ว ทั้งสองคนจะคอยมองนวลอยู่ด้วยความรัก ถ้านวลรักพ่อนวลต้องไม่ร้องไห้นะลูก พ่อจะได้ไม่กังวลและเป็ห่วงนวล พ่อจะได้สบายใจเพราะนวลมีความเข้มแข็งอดทน สมกับที่พ่อเขาคอยบอกคอยสอนหนูไงลูก” พวงแก้วค่อย ๆ อธิบายให้นวลเข้าใจ
นวลเป็เด็กฉลาด สามารถเข้าใจทุกอย่างที่พวงแก้วอธิบาย นวลปล่อยให้น้ำตาไหลเคียงแก้มเป็สาย ไม่มีเสียงสะอื้นแม้แต่นิดเดียวดังลอดออกมาจากลำคอของเธอเลย
“ค่ะคุณป้า นวลจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง นวลจะเข้มแข็งและอดทนตามที่พ่อบอกนวล” นวลตอบด้วยดวงใจที่แสนจะปวดร้าว ขาดพ่อเสียคนเธอก็เหมือนตัวคนเดียวเสียแล้ว
เมื่อวันสุดท้ายของงานศพมาถึง ทุกคนที่มาร่วมในงานอดที่จะน้ำตาไหลไม่ได้ เมื่อเห็นภาพะเืใจเช่นนี้ โลงบรรจุศพของทรงพลถูกเปิดออก เพื่อที่จะให้บรรดาญาติ ๆ ได้เห็นหน้าของผู้วายชนม์เป็ครั้งสุดท้าย พวงแก้วรีบจับศีรษะหลานสาวไว้ ให้หันหน้าไปเสียทางอื่น นวลพยายามฝืนไม่ยอมหันหน้าหนีตามแรงของพวงแก้ว นวลพยายามฝืนแรงของพวงแก้วอย่างสุดแรงเกิด จนหลุดพ้นจากอ้อมกอดและการเหนี่ยวรั้งของพวงแก้ว เธอจึงรีบผละออกจากอ้อมกอดของพวงแก้วทันที รีบวิ่งมาเกาะยึดขอบโลงเอาไว้ เธอทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ โลงของทรงพล นวลปล่อยโฮออกมาเสียงดังร่ำไห้อย่างโหยหวน สะอื้นตัวโยนปากก็พร่ำเพรียกเรียกแต่พ่อ เสียงสะอื้นปานประหนึ่งใจจะขาดตายตามพ่อของเธอไป
“คุณพ่อขาตื่นซีคะ คุณพ่อขา อย่าปล่อยให้นวลอยู่คนเดียวแบบนี้ คุณพ่อพานวลไปด้วยซีคะ ให้นวลไปอยู่กับคุณพ่อด้วยนะคะ คุณพ่อขา ได้ยินไหมคะคุณพ่อขา”
เสียงเด็กน้อยพร่ำเรียกคุณพ่อของเธอ อย่างไม่ขาดปากเสียงสะอื้นปนเสียงร่ำไห้อย่างน่าเวทนา จนพวงแก้วทนเห็นหลานสาวสะอึกสะอื้นอย่างหนักไม่ไหว เธอจึงเข้าไปเดินไปคว้าตัวหลานไว้เพื่อที่จะอุ้มนวลออกมาจากตรงนั้น แต่นวลพยายามขัดขืนมือยึดขอบโลงไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือ
“นวลไม่ไป นวลไม่ไป นวลจะอยู่กับคุณพ่อ ปล่อยนวล ปล่อยนวล” นวลส่งเสียงดังโวยวาย และพยายามขัดขืนเท่าที่แรงตัวเองจะทำได้ พวงแก้วพยายามดึงตัวหลานแต่ก็แพ้แรงเด็ก ขจรเห็นท่าไม่ดีจึงเดินตรงเข้ามากอดนวลเอาไว้
“นวล ลูกอย่าร้องไห้ซี เดี๋ยวคุณพ่อไม่รักนะ คุณพ่อเคยสอนหนูไว้อย่างไรจำไม่ได้หรือลูก คุณพ่อบอกกับนวลไว้ว่าอย่างไร คุณพ่อสอนนวลว่า ต้องเข้มแข็งอดทน ให้สมกับที่นวลเป็ลูกของทหารใช่ไหมลูก” ขจรปลอบ
หลานสาวทั้ง ๆ ที่ใจก็อดสงสารและเวทนาหลานกำพร้าไม่ได้
“ไป ไปกับลุงเถอะ คุณพ่อจะได้ไปอยู่กับคุณแม่บน์ จะคอยมองดูและคุ้มครองนวล หนูจะต้องเข้มแข็งอดทน ให้สมกับที่พ่อเขา้านะลูก”
ขจรพูดปลอบประโลมหลานสาว จนเด็กน้อยค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากขอบโลงศพ แต่น้ำตาก็ยังคงไหลเป็สายอาบแก้มอย่างต่อเนื่อง เด็กน้อยกอดคอของขจรซบลงไปที่บ่าของเขา ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน ขจรอุ้มหลานสาวถอยห่างจากโลงศพ แล้วหันมาพยักหน้าให้เ้าหน้าที่จัดการเผาศพได้ ขจรรีบเดินจ้ำออกจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด นวลเงยหน้าจากการซบบ่าของลุง มองไปยังที่เดิมเห็นเ้าหน้าที่กำลังยกโลงศพใส่เตาเผา
“อย่า อย่า อย่าทำพ่อหนู อย่าทำพ่อของหนู” นวลร้องห้ามเสียงหลง ส่งเสียงร้องกรี๊ด ๆ จนขจรต้องกอดหลานไว้แน่น เพราะนวลพยายามดิ้นสุดแรงเกิดเพื่อจะวิ่งไปช่วยพ่อของเธอ แต่ในที่สุดนวลก็ต้องยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้น เมื่อเธอรู้ว่าคงไม่มีโอกาสที่จะวิ่งไปช่วยพ่อของเธอได้แล้ว จึงปล่อยโฮเสียงดังลั่น ร้องกรี๊ดจนสุดเสียงของตัวเอง เพราะหมดปัญญาที่จะไปช่วยพ่อของเธอให้รอดพ้นจากการถูกเผา ในที่สุดสติที่มีอยู่ก็ดับวูบลงไม่รับรู้เห็นการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอีกต่อไป