ในห้วงความฝันนั้น เฟยหย่าเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่บนพื้นนางแต่งกายมอซอเสื้อชั้นนอกขาดวิ่น ดูเหมือนจะโดนกระชากจนขาด ร่างกายกลับเต็มไปด้วยดินโคลน เด็กสาวนิ่งเงียบไร้เสียงคร่ำครวญใบหน้างามประดับไปด้วยความเศร้าโศก
อีกด้านหนึ่งนางเห็นหญิงสาวสองคน คนหนึ่งสีหน้าเกรี้ยวกราดยืนชี้นิ้วพลางพูดตะคอกน้ำเสียงดุดัน อีกคนหนึ่งยืนเท้าสะเอวเหมือนแม่ค้าปากตลาดพูดสำทับอยู่ข้างกัน
“เ้า! เ้า!! ช่างกล้านักนะ!!” เสียงแหลมเล็กนั้นช่างดังแสบแก้วหูยิ่งนัก ‘ไม่น่าเชื่อนี่เป็เสียงคนจริงๆ หรือนี่!!’ เฟยหย่าเผลออุทานในใจ
เสียงแหลมๆ ของหญิงสาวคนเดิมดังขึ้นอีกหน “พี่หนิวซานเป็คนเช่นไร เ้ายังกล้าเข้าหาเขาอย่างนั้นรึ หน้าไม่อาย!!”
“ใช่แล้ว เ้ามันนังจิ้งจอก!! กล้ามาแย่งพี่หนิวซานของพี่ข้างั้นหรือ ช่างรนหาที่ตายเสียแล้ว!!” หญิงผู้เท้าสะเอวพูดพลางออกแรงผลักเด็กสาวนางนั้นอย่างแรงจนล้มก้นจ้ำเบ้า
“อ๊ะ!!” หญิงสาวอุทานเสียงดังด้วยความเ็ป
“เงียบนะ!! ใครใช้ให้เ้าร้องกัน!” หญิงสาวผู้มีสีหน้าเกรี้ยวกราดตวาดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งกร้าวประหนึ่งจะฆ่าคนได้
เด็กสาวผู้มอซอพลันสะดุ้งใหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก
หญิงสาวผู้เกรี้ยวกราดเห็นดังนั้นจึงเหยียดยิ้มร้ายอย่างได้ใจ “หึหึ!!” นางกลั้วหัวเราะในลำคอเสียงเบา ให้ความรู้สึกขนลุกขนพองยิ่งนัก
นางค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าใกล้ร่างกายของเด็กสาว พลางเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันชวนขนหัวลุก “หากหน้าเ้าอัปลักษณ์ขึ้นมาเสียอย่าง ตระกูลหนิวคงจะไม่ชายตาแลเ้าหรอกกระมัง”
หลังสิ้นเสียงนั้น เด็กสาวผู้มอซอพลันสะดุ้งใหวาดกลัวจนตัวสั่น นางผุดลุกขึ้นยืนหมายจะวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ดั่ง์กลั่นแกล้งร่างเล็กนั้นวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวกลับสะดุดก้อนหินล้ม หน้าคว่ำคะมำลงเสียแล้ว
“เ้ากล้าหนีข้า!!!” เสียงตวาดอันแข็งกร้าวดังขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาวผู้เกรี้ยวกราดสีหน้าถมึงทึงสาวเท้าเดินเข้ามาหมายจะตบนางเสียสักฉาดหนึ่ง
เด็กสาวเห็นดังนั้นพลันถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวนางจึงไม่ทันได้ระวังสิ่งใด ร่างกายกลับซวนเซพลัดตกลงไปในทะเลสาบด้านหลังเสียแล้ว
“ตู้ม!!!” เสียงน้ำกระทบร่างเกิดเป็เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“หึ!! สมน้ำหน้า” สิ้นเสียงนั้นเผยให้เห็นสีหน้าสะใจเสียเต็มประดา รอยยิ้มเหยียดหยันดูชั่วร้าย
“วันนี้นางคงไม่รอดเสียแล้วกระมัง เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะเ้าค่ะท่านพี่” เสียงแหลมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“อืม! หากนางตายไปได้เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก!!” หลังสิ้นคำกล่าวนั้นหญิงสาวทั้งสองสาวเท้าเดินกลับไปอย่างสบายอารมณ์ ประหนึ่งว่าเมื่อครู่มิได้มีเื่ใดเกิดขึ้น
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย...แฮกๆ” หญิงสาวตะเกียกตะกายแหวกว่ายกลางสายน้ำอันเย็นเฉียบ
ร่างกายพลันรู้สึกหนักอึ้ง ขาทั้งสองข้างกลับด้านชาไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวไม่แม้แต่ได้เอ่ยคำลาใด ….ร่างทั้งร่างค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่ห้วงธาราอันมืดมิดไร้การหวนกลับอีกตลอดกาล
ในตอนนั้นเองิญญาของเด็กสาวได้หลุดลอยไปไกลแสนไกล ทิ้งไว้เหลือเพียงแต่เศษเสี้ยวิญญาของเด็กสาวผู้นั้น
ใน่เวลาเดียวกันยังอีกโลกหนึ่ง
เฟยหย่าเดินทอดน่องอย่างเหม่อลอย เธอหยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำดวงตาเหม่อมองดวงจันทร์ที่ตกกระทบสู่ผิวน้ำใส
“พระจันทร์วันนี้ช่างสวยจริงๆ” เสียงพึมพำบางเบาดังขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสวยเจือไปด้วยรอยยิ้มหวาน
เสียงร่าเริงสดใสดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้เฟยหย่าหลุดออกจากภวังค์ได้ในที่สุด
“พี่สาวหนูมาแล้ว” เด็กสาวผู้หนึ่งวิ่งเข้าสวมกอดร่างบางด้วยความรวดเร็ว
“ทำไมช้าจังพี่รอจนเปื่อยแล้วแน่ะ!” เฟยหย่าพูดพลางลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างเบามือ
เด็กคนนี้เป็เพื่อนร่วมงานและเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอเอง เธอเด็กกว่าเฟยหย่าไม่กี่ปีเธอจึงชอบเรียกเฟยหย่าว่าพี่สาว หลังทำงานหนักมาตลอดหลายปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์ไปกินเลี้ยงกันสักที
“ก็หัวหน้าน่ะสิ ให้แก้งานตั้งหลายรอบแล้วก็ยังไม่พอใจ โมโห! โมโหจะตายอยู่แล้ว!! หนูน่ะนะอยากจะงับหัวเขาสักทีจริงๆ” เด็กสาวบ่นอุบอิบพลางย่นจมูกก่อนจะพูดจ้อไม่หยุด
หลังเดินมาสักพักทั้งคู่ก็แวะร้านปิ้งย่างหม่าล่าแห่งหนึ่งในเมือง กลิ่นเครื่องเทศลอยโชยมาเตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ หลังเนื้อแตะปลายลิ้น รสััหอมหวานของเนื้อติดมันช่างเย้ายวนใจ ความรู้สึกซู่ซ่าแทรกผ่านครั้งแล้วครั้งเล่าเป็รสชาติของพริกที่เผ็ดกำลังพอดี ปะปนไปด้วยกลิ่นหอมของพริกคั่วอบอวลอยู่ในปาก ตบท้ายด้วยเบียร์สดรสหวานละมุนพร้อมฟองเบียร์อันบางเบาบนแก้วทรงสูง ช่างลงตัวจริงๆ
“อร่อย!!” ทั้งสองพลันอุทานออกมาพร้อมๆ กันก่อนจะแย้มยิ้มให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างรู้ใจ
“วันนี้ไม่เมาไม่กลับ!! ชนแก้ว!” หญิงสาวทั้งสองดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงแสงสีสาดส่อง สว่างไสวสวยงามจับตา เวลานี้สามารถมองเห็นนักท่องราตรีบางส่วนเริ่มพากันออกโบยบินบ้างแล้ว
“พี่สาววันนี้สนุกจริงๆ ขอบคุณที่พาหนูมาเลี้ยงของอร่อย ไว้เจอกันวันหลังนะคะบ๊ายบาย” เด็กสาวพูดขอบคุณอย่างมีมารยาทก่อนจะโบกมือขอตัวลา
เฟยหย่ามองเด็กสาวจนลับสายตาจึงหันหลังเดินกลับบ้างเช่นเดียวกัน เธอเดินทอดน่องไปตามริมแม่น้ำพลางแหงนมองพระจันทร์เต็มดวงกำลังทอแสงสุกสกาว ในตอนที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้นกลับมีเสียงเสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของเธอ
“ปี๊ดๆ ปี๊ดๆๆๆๆ” เสียงแตรรถดังระงมไปทั่วท้องถนน รถยนต์คันหนึ่งพุ่งตัวมาด้วยความเร็วสูง ไม่ทันรอให้เธอได้ใ ชั่วพริบตาเดียวรถยนต์กลับพุ่งทะยานชนร่างของเฟยหย่าจนกระเด็นกระดอนกลิ้งตกลงแม่น้ำไป
ใน่เวลาที่เธอกำลังจมดิ่งสู่ก้นแม่น้ำอันมืดมิดนั้น เธอกลับได้เจอิญญาของเด็กสาวคนหนึ่ง เด็กคนนั้นแต่งกายด้วยชุดโบราณนั่งร้องไห้คร่ำครวญเมื่อใครได้เห็นเป็ต้องเวทนา แววตาขมุกขมัวดูเศร้าโศกประหนึ่งกำลังจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของจิตใจไร้ทางออก
เฟยหย่าเอื้อมมือเช็ดหยาดน้ำตาของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะลูบศีรษะเด็กน้อยพลางเอ่ยถาม
“หนูน้อยมีใครรังแกมางั้นหรือ? บอกพี่สาวได้รึเปล่า”
ในตอนนั้นเองพลันบังเกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าสาดส่องตกกระทบมายังร่างของเด็กสาว ก่อนร่างเล็กๆ นั้นจะสลายหายไปนางได้เผยอริมฝีปากบางพูดตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน
“ข้าต้องไปแล้ว พี่สาวหลังจากนี้ก็ฝากด้วยนะเ้าคะ” เฟยหย่าก้มลงมองดอกไม้ในมืออย่างไม่เข้าใจ ทำไมถึงให้ดอกไม้นี้กับเธอกัน??
ไม่ทันรอให้เฟยหย่าได้หายสงสัย ดอกไม้นั้นกลับส่องแสงแวววับสาดส่องไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ทอประกายระยิบระยับวนเวียนไปมารอบๆ ตัวเธอ ร่างทั้งร่างพลันรู้สึกเบาหวิว ล่องลอยอยู่ท่ามกลางสายน้ำอันเย็นเยียบ ในยามสติกำลังพร่าเลือนิญญาของเฟยหย่าจึงได้เข้ามาแทนที่ิญญาของเด็กสาวในเวลาต่อมา
เฟยหย่ารู้สึกะเืใจยิ่งนัก อารมณ์ความรู้สึกของเ้าของร่างพรั่งพรูเข้ามาไม่หยุดหย่อน ความเศร้าโศกของเด็กสาว ความสิ้นหวังน้อยเนื้อต่ำใจไม่เป็ธรรม ทุกอย่างล้วนถูกถ่ายทอดเข้ามาในหัวโจมตีจนนางแทบทนไม่ไหว
“วิ้ง” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น ตามมาด้วยแสงสว่างเจิดจ้าประหนึ่งเทพอวยพรสาดส่องกระทบในทุกอณูร่างกาย ช่วยปลอบประโลมจิตใจอันบอบช้ำของเฟยหย่าให้นิ่งสงบ
ยามกลีบดอกไม้พัดโปรยปราย สายลมเย็นพัดเอื่อย เอื่อย กลิ่นอันหอมหวานลอยผ่านชวนให้คนหลงใหล ณ ห้วงเวลานั้น ได้ปรากฏเป็แสงระยิบระยับดั่งดวงดารารายล้อม ทุกสรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดชะงัก
เผยให้เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่ง ขนตายาวงอนได้รูปใบหน้าเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากแดงระเรื่อชวนให้ใครเห็นเป็ต้องชอบพอ รูปร่างอวบอ้วนจ้ำม่ำน่ารักน่าชัง มองเลยเหนือศีรษะของเด็กน้อยยังมีดอกไม้สวมเอาไว้ โอบล้อมรอบศีรษะเล็กๆ นั้นราวกับกลัวว่าเด็กน้อยจะได้รับอันตรายประหนึ่งดอกไม้นี้มีชีวิตก็ไม่ปาน
นั่นมันอะไรน่ะ? เฟยหย่าคิดเพียงแต่ว่านี่ตนตาฝาดไปหรือไม่ ภาพที่แทรกผ่านเข้ามากลับทำให้เธออดตกตะลึงไม่ได้ โลกนี้ยังมีภูตอยู่ด้วย? และเหมือนตัวนางเองก็เป็ภูตเช่นเดียวกัน โลกนี้ช่างแปลกพิลึกเสียจริงนางเคยเห็นภูตแค่ในหนังแฟนตาซีเท่านั้น ไม่คิดว่าครั้งนี้จะมาเห็นด้วยตาตนเองซะนี่ จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไร
ยามซวี [1]
[1] ยามซวี คือ19.00 – 20.59น.
กลิ่นหอมเข้มข้นของอาหารแทรกซึมผ่านบานประตูอันทรุดโทรม ทำให้เด็กสาวที่กำลังหลับฝันนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาทันที
‘หอมจัง’ นางสูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปอด ท้องน้อยๆ เองก็ช่างซื่อสัตย์นักพลันส่งเสียงโครกครากตอบรับกลับมาทันใด เด็กสาวเอื้อมหยิบเสื้อนอกห่มคลุมทับร่างกายไว้ก่อนจะขยับตัวเดินออกมาจากเรือนนอนอย่างไม่เร่งรีบ
หรงเฟยฮวามองเห็นบนโต๊ะขนาดกลางมีอาหารหลากหลายอย่างวางเอาไว้ อีกทั้งยังมีข้าวพูนจานและเครื่องเคียงวางไว้ข้างๆ กัน
“แอ๊ดดดด” เสียงประตูดังขึ้นพร้อมปรากฏเด็กชายร่างสูงเดินเข้ามา
เสื้อผ้าสีหม่นบนตัวของเขาเริ่มซีดค่อนไปทางเก่า ในมือถือตะกร้าขนาดเล็กที่ใส่ผลผิงกั่ว[2]เอาไว้จนเกือบเต็ม ด้านหลังเขานั้นยังมีเด็กชายสวมชุดแบบเดียวกันอีกคนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มบาง ดวงตาสีเกาลัดคู่นั้นมองตรงมายังนางด้วยสายตาตื่นตะลึง
[2]ผิงกั่ว คือ แอปเปิ้ล
‘หมับ!!’ เพียงเสี้ยวเวลาเด็กชายทั้งสองก้าวเท้าฉับๆ เดินตรงมาสวมกอดน้องสาวอย่างแแ่
“ฮวาเอ๋อร์พี่ขอโทษ…” เด็กชายทั้งสองเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเครือ
เฟยหย่าตกตะลึงพรึงเพริดเป็เพราะตัวนางเองไม่เคยได้รับความอบอุ่นเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้จิตใจเกิดสับสนขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘ใช่สินะ! ในที่สุดตอนนี้เธอเองก็มีครอบครัวแล้วจริงๆ’ ในตอนนี้เธอไม่ใช่หลี่เฟยหย่าผู้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็หรงเฟยฮวาลูกสาวของบ้านสามตระกูลหรงแห่งนี้ต่างหาก เด็กสาวยิ้มหวานพลางตบแขนพี่ชายทั้งสองอย่างเบามือ
หรงเฟยฮวาอดตกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ พี่ชายทั้งสองต่างก็เป็เด็กชายทั้งคู่ในยุคนี้หญิงชายมิควรใกล้ชิดกันมากเกินไปนัก ชาติก่อนนางก็ไม่เคยได้ศึกษาเื่ราวทางประวัติศาสตร์มาแต่ก็พอรู้คร่าวๆ ในบางเื่เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็เื่ราวที่ถูกต้องหรือไม่ นางจึงรู้สึกวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อๆ
“เอ่อ…พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านปล่อยข้าก่อนเถิดเ้าค่ะ..ข้า..ข้าหายใจไม่ออก!” สิ้นเสียงของเด็กสาว พี่ชายทั้งสองต่างก็รู้สึกตัวขึ้นมา
ใบหน้าของพวกเขาพลันรู้สึกร้อนผ่าว พวงแก้มทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนสีดุจดั่งผลตำลึงสุกอย่างไรอย่างนั้น พวกเขารีบร้อนผละตัวออกจากน้องสาวพลางยกมือลูบศีรษะอย่างเก้อเขิน
“ (๑///๑) ” หรงหย่งสือ
“ (^///^) ” หรงหย่งฉือ