จอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์

    บทที่ 73 สิ้นสุดภารกิจ

    กลุ่มควันและกลิ่นไหม้ค่อย ๆ จางลง เผยให้เห็นซากไหม้เกรียมที่เกลื่อนพื้น หากเป็นสัตว์ชนิดอื่น บางส่วนอาจยังพอใช้ประโยชน์ได้ ทว่า ผึ้งเหล่านี้กลับไม่เหลือสิ่งใดนอกจากน้ำผึ้งในรัง ที่พวกเขาคงไม่เสี่ยงไปเก็บ

    เมื่อการรักษาผู้บาดเจ็บสิ้นสุด เสียงสนทนาก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    “พวกเจ้าทำอะไรกัน ถึงถูกไล่ขนาดนั้น? ปกติพวกมันไม่โจมตีใครก่อน นอกจากถูกรุกราน”

    เสียงคาเมเลีย นักล่าสาวผู้ชำนาญด้านสัตว์อสูรดังขึ้น ดวงตาคมจับจ้องกลุ่มที่เพิ่งกลับมา

     

    สายตาทุกคู่หันไปที่นักอัลเคมิสสาวร่างเล็ก ฟลอร่า คัลเลน หญิงสาวแว่นหนา ดวงตากลมโต ผมสีน้ำตาลแดงหยักศกประบ่า ปกติเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น แต่เวลานี้กลับตกเป็นเป้าทุกสายตา ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่ออย่างรู้ชะตา

    “ข้า...แค่อยากได้น้ำผึ้งป่าไว้ทำน้ำยา”

    เสียงเธอสั่นเล็กน้อย

    “ข้านึกว่ามันเป็นผึ้งธรรมดา ก็เลยใช้ควันไล่แบบในตำรา...แต่พวกมันไม่หนี กลับบินเข้าหาแทน...”

    เธอก้มหน้าด้วยสีหน้าสำนึกผิด

    นิโคลัสและหลายคนพอจะเดาเหตุได้ เพราะสำหรับ เมลิสการ์ แล้ว กลิ่นควันไม่ใช่สิ่งไล่ แต่เป็นตัวกระตุ้นความโกรธ

    “โชคดีที่พวกเจ้าหนีทัน”

    คาเมเลียถอนหายใจ

    “ถ้าโดนล้อมทั้งฝูง เราคงได้จบกันทั้งค่าย”

    “เจ้านี่นะ...”

    เสียงทุ้มของเอสธานดังขึ้น อัลเคมิสหนุ่มอันดับหนึ่งของห้อง สีหน้าระหว่างดุและห่วงใย

    “ข้าเตือนกี่ครั้งแล้ว ทำอะไรให้รอบคอบหน่อย นิสัยซุ่มซ่ามนี่ไม่หายจริง ๆ”

    ฟลอร่าก้มหน้ายิ่งกว่าเดิม

    “ข้าขอโทษ...เจ้าต้องเจ็บตัวเพราะข้าอีกแล้ว...”

    เอสธานถอนหายใจแรง พลางลูบแขนที่ยังมีรอยบวมแดงจากเหล็กใน แม้ผ่านการรักษาแล้วก็ตาม เขาเป็นคนคุ้มกันเธอระหว่างหนี ทำให้ผึ้งพวกนั้นพุ่งเข้าใส่เขาแทน

    “เอาเถอะ คราวหน้าอย่าทำอะไรโดยไม่บอกก่อนก็แล้วกัน”

    “ข้า...จะระวังให้มากกว่านี้”

    นิโคลัสมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบาง เขาเห็นทั้งความสำนึกของหญิงสาวและความเหนื่อยล้าของทุกคน จึงไม่พูดอะไรเพิ่ม

    “พักให้เต็มที่ แล้วแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง”

    เขากล่าวสั้น ๆ ก่อนหันกลับไปตรวจแนวรั้ว

     

    เวลาเลยไปครู่ใหญ่ ซิลฟี่บินกลับจากทิศตะวันออก แล้วร่อนลงเกาะแขนของนิโคลัส

    “นิค พื้นที่ข้าง ๆ ดูแปลกนะ เหมือนพวกเขามารวมกลุ่มกัน เหลือจำนวนพอ ๆ กับเราเลย”

    นิโคลัสขมวดคิ้ว

    “ทั้งสองห้องรวมตัวกันงั้นหรือ?”

    “ใช่” ซิลฟี่ตอบเสียงใส

    “เมื่อคืนพวกเขาโดนแบบเดียวกับเรา มีดัสค์วิงโผล่มาเพิ่ม หลายคนยอมแพ้ไปตั้งแต่กลางดึก พอฟ้าสว่างก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง เลยต้องรวมตัวกันเพื่อเอาตัวรอด”

    เซดริกที่ช่วยซ่อมรั้วอยู่ใกล้ ๆ พูดเสริม

    “ถ้าเราไม่มีรั้วนี่ก็คงจบเหมือนกัน จะให้รับมือเฟอร์เรทกับค้างคาวพร้อมกัน...คงไม่ไหวแน่”

    ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

    “นอกจากนั้น มีอะไรอีกไหม?”

    “ไม่มี” ซิลฟี่ตอบ

    “ทางที่ข้าบินผ่านมา สัตว์อสูรก็ปกติ ไม่มีวี่แววว่าจะมาทางเรา”

    “ดีแล้ว”

    นิโคลัสพยักหน้า ก่อนส่งสัญญาณให้ซิลฟี่บินตรวจรอบค่ายต่อ

     

    หลังอาหารเที่ยง ทุกคนได้พักหลังซ่อมรั้วเสร็จ เสียงหัวเราะเริ่มกลับมา

    ดวอร์ฟสองคนที่เคยเก็บตัวเริ่มพูดคุยกับเพื่อนมนุษย์ ส่วนเหล่าเอลฟ์ยังคงเงียบสงบ วางตัวห่างตามวิสัยของเผ่าตน

    เวลาเหลืออีกเพียงชั่วโมงเดียวก่อนสิ้นสุดภารกิจ ความผ่อนคลายค่อย ๆ แผ่ทั่วค่าย

    ทุกคนเริ่มเชื่อว่าวันนี้คงผ่านไปโดยไม่มีเรื่อง...

    แต่แล้ว เสียงสัญญาณเตือนภัยจากนกบนฟ้าก็ดังขึ้น!เสียงกระพือปีกถี่จัด เหล่านกของนิโคลัสบินกลับจากทิศเหนืออย่างตื่นตระหนก บางตัวส่งเสียงแหลมรัวราวกับเตือนภัยสุดชีวิต

    หัวใจเขาเต้นแรง เขารับรู้ถึงคลื่นพลังจากสัญญาวิญญาณชัดเจน

    “ทุกคน ระวัง! ศัตรูอยู่บนฟ้า!”

    เสียงเตือนก้องไปทั่วค่าย

     

    เมื่อทุกคนเงยหน้ามอง พวกเขาเห็น ร่างใหญ่ ลดระดับลงจากกลุ่มเมฆเหนือป่า

    ปีกกว้างราวสองเมตรครึ่ง ขนสีน้ำตาลเข้มแซมดำขลับ ขับเน้นนัยน์ตาสีโลหิตกับกรงเล็บสีออบซีเดียนวาววับ

    “นั่นมัน...วิหคอสูร แบล็คทาลอน!”

    เสียงกระซิบดังขึ้นอย่างสั่นเครือ ร่างพวกมันหกตัวบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    กรงเล็บหนาแข็งแรงพอฉีกเหล็กได้

    เพียงแค่มองเห็นแสงสะท้อนจากดวงตาแดงฉาน เลือดในกายของหลายคนก็เย็นเฉียบ

    เหงื่อบางเริ่มซึมตามขมับ แม้การต่อสู้ยังไม่เริ่มก็ตาม

     

    “โล่ป้องกัน! ทักษะยั่วยุ!”

    นิโคลัสตะโกนก้องเรียกสติหน่วยป้องกันให้รีบนำโล่มาขวางหน้า และเรียกใช้ทักษะได้ทันก่อนที่ศัตรูจะจู่โจมลงกลางค่าย

    เสียง โครม! ดังสะเทือนเลื่อนลั่น แทบจะพร้อมกันกับการปะทะของกรงเล็บกับโล่เหล็ก และโล่แสงของเซดริกที่รับตัวใหญ่ที่สุดไว้กับตนเองการโจมตีจาก ไอรอนฟัลค์ วิหคอสูรเทียร์สองขั้นต้น ทำให้เซดริกเหงื่อโทรมกาย เขาต้องเค้นพลังออร่าเสริมโล่ไว้เต็มที่เพื่อยันกรงเล็บแกร่งนั้นให้ได้

    มือโล่คนอื่นยังพอต้านทาน แบล็คทาลอน เทียร์หนึ่งขั้นสูงได้ไม่ยากนัก โดยมีนักดาบและหอกคอยประสานโจมตีอย่างเข้าขา

    ลูกธนูสองดอกพุ่งสวนออกจากทางซ้ายและขวา ทว่าไอรอนฟัลค์ราวกับมีดวงตารอบตัว มันกระพือปีกแรงสร้างลมหมุนเบี่ยงวิถีลูกศรให้เฉออกโดยไม่โดนแม้แต่ขน

    “ชิ!”

    เสียงสบถดังจากปากของซีรีน ขณะที่คาเมเรียเม้มปากแน่น สีหน้าตึงเครียด ทั้งสองไม่รอช้า ปล่อยลูกธนูชุดต่อไปทันที

     

    ในเวลาเดียวกัน นักดาบที่ขนาบข้างเซดริกฟาดดาบเข้าใส่ขาทั้งสองของวิหคอสูรที่กำลังกระหน่ำใส่โล่ไม่หยุดมันหันกรงเล็บขึ้นต้านก่อนจะเหินขึ้นฟ้าเพื่อหลบลูกศร แล้วกระพือปีกสร้างลมแรงโถมใส่แนวหน้า พร้อมปลดปล่อยขนนกแหลมคมเป็นสายฝนโจมตีนักธนูสาวทั้งสองที่อยู่ห่างออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว

    โชคดีที่สองสาวนักล่ามีความว่องไวสูงมาก จึงหลบหลีกได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนสวนกลับด้วยลูกธนูที่ยิงขัดการโจมตีของมันได้ทันเวลา

    การต่อสู้ที่พัวพันระหว่างสัตว์อสูรหนึ่งตัวกับนักศึกษาห้าคนในระดับเดียวกัน ทำให้ทุกคนรับรู้ถึง “ช่องว่างของพลัง” ระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรได้ชัดเจน

    เป็นดังที่อาจารย์เคยกล่าวไว้

    ‘หากอยู่ในระดับเดียวกัน มนุษย์ไม่มีทางชนะสัตว์อสูรได้ หากไม่ร่วมมือกัน มีแต่พ่ายแพ้สถานเดียว’

     

    แบล็คทาลอนอีกห้าตัว ซึ่งอยู่ในระดับเทียร์หนึ่งขั้นสูงและสูงสุด ต่างเข้าจู่โจมนักศึกษาคนอื่น หน่วยโล่คอยป้องกัน ส่วนคนที่เหลือช่วยกันรุก แต่ด้วยขนนกหนาและแข็งราวเกราะเหล็ก การโจมตีจึงแทบไม่สร้างความเสียหาย

    ความยากของการสู้กับวิหคอสูรคือ พวกมันโจมตีแบบกดดันจากอากาศ เมื่อทักษะยั่วยุหมด พวกมันจะบินขึ้นสูงก่อนโฉบเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกดึงกลับมาด้วยการยั่วยุอีกครั้ง

    เพียงไม่ถึงนาที เสียงร้องครางและกลิ่นเลือดคาวเหล็กก็เริ่มอบอวลทั่วค่าย หลายคนโดนกรงเล็บกรีดผ่าน หรือโดนจะงอยปากจิกจนแผลเหวอะ ต้องถอยให้หน่วยรักษาช่วยเหลือ

    แม้ฝ่ายมนุษย์จะบาดเจ็บ แต่ฝั่งวิหคอสูรก็ไม่ได้อยู่สบาย ขาของมันเริ่มมีบาดแผลหลายแห่ง ขนนกแข็งหล่นกระจายทั่วพื้น หนึ่งในนั้นบาดเจ็บหนักจนต้องบินหนีขึ้นฟ้า

    เมื่อเหลือเพียงห้าตัว แรงกดดันต่อพวกมันยิ่งเพิ่มขึ้นจนเริ่มเสียเปรียบ

    ท้ายที่สุด ไอรอนฟัลค์ จ่าฝูงส่งเสียงร้องแหลมก่อนทะยานขึ้นฟ้า พวกที่เหลือรีบบินตาม มันบินวนเหนือค่ายส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล่าถอยไป

     

    เมื่อทุกอย่างสงบ เสียงถอนหายใจพร้อมร่างที่ทรุดกองกับพื้นดังขึ้นทั่วบริเวณนี่คือการต่อสู้ที่พวกเขาได้ปะทะกับสัตว์อสูรระดับเดียวกันอย่างแท้จริง ต่างจากครั้งก่อนที่สู้กับสัตว์เทียร์หนึ่งจำนวนมาก

    ในการต่อสู้ครั้งนี้ นิโคลัสไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง

    เขายืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง คอยร่ายเวทลมช่วยตัดการโจมตีและเปิดทางให้ผู้บาดเจ็บถอยอย่างปลอดภัย พร้อมสั่งการให้คนอื่นเข้าประจำตำแหน่งแทนที่ช่องว่างสายตาของเขายังคงจับจ้องรอบค่าย เพื่อเฝ้าระวังภัยอื่นที่อาจจะมาเยือน

    หน่วยรักษาเริ่มทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่ว หลังผ่านเหตุการณ์มาหลายครั้ง พวกเขาเริ่มรู้บทบาทและลำดับความสำคัญของบาดแผล

    บาดแผลร้ายแรงจะเป็นหน้าที่ขององค์หญิง เซอรินา ส่วนบาดแผลทั่วไปคนอื่นจะช่วยกันดูแล

     

    นิโคลัสเดินตรวจรอบค่าย สายตาเขาหยุดลงเมื่อเห็นเซอรินากำลังร่ายเวทรักษาให้เพื่อนอยู่

    พลังเวทของเธอส่องแสงอ่อนนุ่มอบอุ่น แต่ทรงพลังจนเห็นผลได้ทันตา สมแล้วที่ได้ชื่อว่า อันดับหนึ่งด้านการรักษา

    ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ เซอรินาหันกลับมาสบตาเขา ก่อนกล่าวด้วยเสียงแข็ง

    “เพราะเจ้าไม่ลงมือ พวกเขาเลยต้องบาดเจ็บเช่นนี้! เป็นไงล่ะ พอใจแล้วหรือยัง?”

    นิโคลัสชะงัก ไม่คิดว่านางจะตำหนิตรง ๆ เช่นนั้น

    “ข้ายอมให้พวกเขาได้เรียนรู้จากสนามจริง ดีกว่าปล่อยให้เผชิญอันตรายในวันหน้าโดยไม่มีประสบการณ์ ท่านเองน่าจะเข้าใจดี...ถึงผลของการประเมินตนเองสูงเกินไป ไม่ใช่หรือ?”

    ประโยคสุดท้ายของเขาแทงเข้าเป้าทันที หมายถึงเหตุการณ์ที่นางหนีไปล่าสัตว์กับองครักษ์ แล้วเกือบเอาชีวิตไม่รอดหากไม่ถูกเขี้ยวอัสดงช่วยไว้

    “เจ้า...!” เซอรินาหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ

    เพราะสมาธิหลุด เวทรักษาในมือเธอจึงสั่นไหวจนพลังเวทเสียสมดุล ผู้บาดเจ็บร้องโอยขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบหันกลับไปตั้งสมาธิใหม่ โดยไม่ชายตามองเขาอีกเลย

     

    นิโคลัสเดินกลับมาหาซีรีนที่นั่งพักอยู่ เธอมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับหม่นหมอง ขณะกำลังตรวจสอบคันธนูในมือ

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

    เขาถามเสียงเรียบ

    “ลูกธนูของเจ้ายิงแทบไม่เข้าเลยนี่”

    เขารู้ดีว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร การที่อาวุธหรือเวทของตนไม่สามารถทำอันตรายสัตว์อสูรในระดับเดียวกันได้ มันกัดกินหัวใจไม่ต่างจากความล้มเหลวในสนามจริง

    เธอเงยหน้ามองเขา ก่อนก้มลงลูบคันธนูในมือเบา ๆ

    “พลังโจมตีข้าต่ำเกินไป ใช่ไหม...นิค”

    แทนที่จะตอบ เขากลับย้อนถาม

    “นอกจากเวทสายฟ้าของข้าแล้ว เจ้าเคยเห็นเวทอื่นของข้ามีพลังทำลายมากไหม? เวทลมคมก็จริง แต่ฟันเนื้อไม้ทำรั้วได้ไม่ถึงครึ่ง เวทดินกับไม้ก็ไว้ใช้ขัดขวางมากกว่าป้องกัน ส่วนเวทอื่น...ข้ายิ่งไม่อยากพูดถึง”

    นิโคลัสสบตาเธอ สายตาสงบแต่นิ่งแน่ว

    “ข้าจะไม่โกหก ถ้าวัดกันที่พลังโจมตี เจ้าด้อยกว่าคาเมเลียแน่ แต่ถ้าวัดที่ความเร็ว...เจ้าเหนือกว่ามาก เรื่องธนูข้าอาจให้คำแนะนำไม่ได้ แต่ในเวทมนตร์ เวทที่พลังต่ำ ข้ามักใช้การควบคุมและพลิกแพลงเป็นหลัก หรือไม่ก็ผสานธาตุให้เสริมกัน เช่น ดินกับไม้”

    เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มบาง

    “ข้าแนะนำได้เท่านี้ล่ะ ถ้าอยากเก่งขึ้น เจ้าก็มีสุดยอดนักธนูเป็นอาจารย์อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”

    ทันทีที่ได้ยินคำว่า “อาจารย์” ซีรีนถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ภาพของท่านย่า ซาเรนา กรีมัลด์ หัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิวาลเดีย ผุดขึ้นมาในหัวทันที

    “ข้าก็เพิ่งไปฝึกมาก่อนเปิดเทอมเองนะ... ต้องไปอีกแล้วเหรอ?”

    “ถ้าอยากเก่งขึ้นก็มีทางเดียว ฝึกฝน และเรียนรู้จากยอดฝีมือ จะช่วยให้เจ้าไม่เสียเวลา”

    นิโคลัสมองออกไปนอกค่าย เห็นสัตว์อสูรตัวเล็ก ๆ สองสามตัวซุ่มอยู่ตามโคนไม้ และบนกิ่งไม้ก็มีสัตว์ชนิดใหม่เกาะอยู่ แต่ยังไม่มีตัวใดเข้าใกล้

    “ข้ามีลางสังหรณ์ว่า ต่อไปพวกเราอาจต้องเข้ามาในป่าแบบนี้บ่อยขึ้น”

    เขาพูดช้า ๆ

    “ถ้าเจ้าเก่งขึ้นกว่านี้ จะช่วยพวกเราได้มาก... และสำคัญที่สุด ข้าไว้ใจเจ้ามากกว่าใคร”

    เขาตบไหล่เธอเบา ๆ แล้วเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวได้ไตร่ตรองคำพูดนั้นด้วยตัวเอง

     

    นักศึกษาที่บาดเจ็บได้รับการรักษาจนฟื้นตัวเกือบหมด ต่างนั่งพักผ่อนรอเวลาสิ้นสุดภารกิจที่เหลืออีกเพียงไม่กี่นาทีสีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความโล่งใจและความภาคภูมิใจ ห้องอัลลิคอร์นไม่มีผู้ถอนตัวแม้แต่คนเดียว

    บางคนเดินลูบแนวรั้วไม้ที่ช่วยชีวิตไว้ด้วยแววตาเหม่อลอย มันดูเรียบง่าย แต่ช่วยป้องกันพวกเขาจากสัตว์อสูรได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับเวลาสามชั่วโมงที่ทุ่มลงไป

    ไม่นาน เสียงสัญญาณเตือนจากบัตรนักศึกษาดังขึ้น พร้อมข้อความประกาศ — ภารกิจสิ้นสุดแล้ว

     

    เสียงโห่ร้องแห่งความยินดีระเบิดขึ้นทั่วค่าย หลายคนโผกอดกันแน่นด้วยความโล่งใจ ราวกับเพิ่งรอดชีวิตจากสนามรบประสบการณ์ต่อสู้จริงครั้งแรกของพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต้นแรงและรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาแห่งชัยชนะ

    ไม่นาน รุ่นพี่สิบกว่าคนเดินเข้ามาที่ค่าย เพื่อพาทุกคนกลับสถาบัน ก่อนกลับ ทุกคนช่วยกันรื้อค่ายและทำความสะอาดพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ

     

    ระหว่างเดินทางกลับ พวกเขาสอบถามรุ่นพี่ถึงผลของห้องอื่น ๆ จึงได้รู้ว่า มีเพียงห้องอัลลิคอร์นเท่านั้นที่ไม่มีผู้ถอนตัวเลย

    ทว่าหากนับตามจำนวนสัตว์อสูรที่กำจัดได้ ห้องของพวกเขากลับอยู่อันดับสาม รองจากสองห้องที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเช่นเดียวกัน เหตุเพราะกลุ่มนั้นมีจำนวนสัตว์อสูรมากกว่าเข้าโจมตี

    นิโคลัสสังเกตว่า พอมีคนพูดถึง “เหตุการณ์ค้างคาวเมื่อคืน” สีหน้าของเหล่ารุ่นพี่ก็พลันแข็งและหลีกเลี่ยงที่จะตอบเขาเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ รู้สึกว่า ยังมีบางสิ่งในภารกิจครั้งนี้ที่พวกเขายังไม่รู้

     

    เมื่อออกจากแนวป่า พวกเขามองเห็นประตูเวทมนตร์ของสถาบันอยู่ไกล ๆ พร้อมกลุ่มนักศึกษาห้องอื่นที่ทยอยกลับมาเช่นกัน

    ตอนแรกทุกคนยังคิดว่าตนเองดูย่ำแย่เหลือเกิน เสื้อผ้าขาดเปื้อนเลือด

    แต่เมื่อเห็นคนจากห้องอื่นในสภาพไม่ต่างกัน ความเครียดในอกก็คลายลง

    พอก้าวผ่านประตูเวทมนตร์เข้าสู่เขตสถาบัน ก็พบว่าห้องส่วนใหญ่กลับมาถึงแล้ว ห้องอัลลิคอร์นเป็นกลุ่มสุดท้ายร่วมกับอีกสองห้อง

    รุ่นพี่สั่งให้จัดแถวตามห้อง

    ไม่นาน เสียงอาจารย์ จาเร็ธ ก็ดังขึ้นชัดเจน

     

    “ยินดีที่ทุกคนกลับมาได้โดยสวัสดิภาพ... สถาบันหวังว่าพวกเจ้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดี”

    สายตาของเขากวาดมองเหล่านักศึกษา ปีนี้ไม่ต่างจากปีก่อนมากนัก แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหลังจากนี้

    “และข้าขอประกาศว่า... คาบเรียนใหม่ที่จะเปิด คือ คาบภาคสนามประจำสัปดาห์ เพื่อให้พวกเจ้าคุ้นชินกับการต่อสู้จริง”

    เสียงโวยวายดังขึ้นทันที หลายคนถึงกับทรุดลงกับพื้น

    “ไม่ต้องตกใจ”

    จาเร็ธหัวเราะเบา

    “ใครอยากล่าอะไรก็เลือกได้ ข้าไม่บังคับ จะล่ากระต่ายเขาทั้งปีก็ไม่ว่า แต่ปีหน้าคงเหนื่อยหน่อยนะ ฮ่า ๆ”

    เสียงหัวเราะปนเสียงโอดครวญดังทั่วลานอาจารย์ยิ้มบาง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

    “พวกเจ้าคงไม่ได้คิดว่าการเรียนในสถาบันนี้จะสุขสบายหรอกใช่ไหม หากใครยังคิดเช่นนั้น... รีบเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า มีเพียงความยากลำบากเท่านั้น”

    สายตาเขากวาดไปยังกลุ่มผู้นำห้องที่ยังคงนิ่งสงบ โดยเฉพาะนิโคลัส มุมปากของจาเร็ธยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น

    “สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนพักรักษาตัว ใครยังเจ็บให้ไปห้องพยาบาล อาจารย์กำลังรออยู่...บัดนี้ ข้าขอประกาศสิ้นสุดกิจกรรมน้องใหม่ของปีนี้ นอนหลับฝันดีทุกคน”

    เสียง หวีด! ของพลุเวทมนตร์ลากยาวขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนระเบิดเป็นแสงหลากสี มานาไหลวนกลายเป็นรูปนกวิหคหลากสีโบยบินกลางฟากฟ้าละอองมานาละเอียดตกลงมาราวหิมะระยิบระยับ

    แต่แทบไม่มีใครมองภาพงดงามนั้นด้วยใจยินดี พวกเขาอยากกลับห้องพักให้เร็วที่สุดมากกว่า

     

    เมื่อสัญญาณแยกย้ายดังขึ้น เหล่านักศึกษาปีหนึ่งก็รีบออกจากลานทันทีเพื่อนในห้องอัลลิคอร์นกล่าวขอบคุณและลาหัวหน้าห้อง ก่อนแยกย้ายกันไป

    นิโคลัสเดินกลับหอพร้อมซีรีนและเพื่อนร่วมหอคนอื่นบางคนพูดคุยกันด้วยเสียงหัวเราะโล่งใจ บางคนกลับเงียบ สีหน้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่รออยู่ในวันข้างหน้า

    หลากอารมณ์ ต่างความรู้สึกแต่ทุกคนยังคงก้าวเดินบนเส้นทางเดียวกัน

    เส้นทางของผู้ฝึกฝน — วิถีแห่งการต่อสู้

    คล้ายกับเรื่องจอมเวทนักล่าแห่งเบลลาทอร์ ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399