ใครจะคิดว่าอัจฉริยะที่มีพร์โดดเด่นเช่นนี้กลับเลือกที่จะเป็ศิษย์ของเขา!!
ต้องบอกเลยว่าทีู่เาฮวาิ มักถูกูเาอื่นๆข่มอยู่ตลอด และทุกปีก็จบอันดับท้ายในการประลอง
แม้เขาจะเชี่ยวชาญคาถาและค่ายกลแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้ในการแข่งขันทำให้ต้องพ่ายแพ้
ปีนี้เขายังคิดว่าคงจะต้องกลับไปเพียงคนเดียวเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่ว่าตอนนี้!! “ดี! ดีเลย ศิษย์ที่ดี! ฮ่าๆ!”
จินเป่าเอ๋อมองชายแก่ตรงหน้าที่กำลังยินดีจนะโโลดเต้นอยู่เล็กน้อย ภายในใจนางรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย
ชาติก่อนชายแก่คนนี้เคยให้เม็ดยากับนางขณะที่นางถูกขับไล่ออกจากนิกายเพียวเมี่ยว ทำให้นางรอดชีวิตไว้ได้ และบุญคุณนี้นางยังไม่ได้ตอบแทนเลย...
บางที เส้นทางใหม่นี้อาจนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตนาง
พิธีรับศิษย์สิ้นสุดลงในเวลาไม่นานนัก ขณะที่โหลวหยุนเซียนจุนซึ่งไม่ได้รับศิษย์กำลังจะจากไป ก็มีร่างเล็กๆขวางทางเขาเอาไว้
“เซียนจุนเ้าขา ศิษย์ซูเซียนจือขอคารวะและขอเป็ศิษย์เ้าค่ะ!”
เด็กหญิงตัวน้อยสั่นไหวเล็กน้อย รู้สึกประหม่าแต่สายตาแน่วแน่จับจ้องไปที่ชายผู้แข็งแกร่งตรงหน้า
ไม่รู้ว่าความกล้านั้นมาจากที่ใด แต่นางก็ยังพุ่งตัวออกมา
โหลวหยุนเซียนจุนเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่กลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ตกลง! จะรับเ้าเป็ศิษย์นอกสำนัก!”
ว่าแล้วเขาก็บินจากไปทันที เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีใครมาขัดขวางเขาอีก...
ซูเซียนจือเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ แต่บุรุษที่อยู่ตรงหน้ากลับหายไปแล้ว หากไม่มีสายตาของผู้คนรอบข้างที่แสดงความอิจฉา นางคงคิดว่าตัวเองได้ยินผิดไป กดเก็บความผิดหวังและความรู้สึกน้อยใจในใจลง นางลุกขึ้นยืนแล้วรีบติดตามเขาไป
จินเป่าเอ๋อที่อยู่ไกลออกไปเห็นฉากนั้นโดยไม่มีทีท่าประหลาดใจสักนิด นางมองซูเซียนจือด้วยสายตาเย้ยหยันราวกับตัวตลก
ชาติก่อนซูเซียนจือเคยเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ จนนางหลงดีใจไป ในตอนที่โหลวหยุนเซียนจุนแสดงความประสงค์รับนางเป็ศิษย์ นางรีบนำซูเซียนจือเข้ามาในนิกาย แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็กลายเป็ศิษย์ของเซียนจุนด้วยกัน
แต่คราวนี้ ไม่มีนางให้การสนับสนุน ซูเซียนจือก็ย่อมไม่ได้รับการดูแลที่ดีนัก อย่างไรก็ตาม นางหรี่ตาลงเล็กน้อยและแววตาฉายแววฆ่าฟัน!
นี่เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ใช่หรือไม่
หัวหน้าูเาฮวาชิงนำศิษย์ที่เพิ่งรับมาใหม่กลับไปทีู่เาฮวาิ โดยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย ทั้งสองหายตัวไปในทันที
การหายตัวไปนั้นทำให้ศิษย์ใหม่หลายคนแปลกใจ ส่วนหัวหน้าูเาอื่นๆ ก็มองด้วยสายตาดูแคลน แค่วิชาเล็กๆเท่านั้น
หลังจากจินเป่าเอ๋อและชายแก่กลับมาถึงูเาฮวาิ เขายังไม่ทันได้เข้าบ้าน
ชายแก่ก็เริ่มะโเรียกศิษย์ทุกคนในูเาออกมาทันที!
“เ้าพวกลูกกระต่าย! ทำไมยังไม่รีบออกมาต้อนรับศิษย์น้องคนใหม่อีกล่ะ!”
สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบงัน… ดูเหมือนว่าทั้งูเาจะตกอยู่ในภวังค์!
สักครู่ต่อมา เสียงดังสวบสาบก็ดังมาจากรอบๆ
“ศิษย์น้องคนใหม่ อยู่ที่ไหน ที่ไหนหรือ”
จากพุ่มหญ้าข้างทาง ร่างหนึ่งกลิ้งเข้ามาเต็มไปด้วยเศษหญ้าและใบไม้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงตาเหมือนแพนด้า ท่าทางน่าขำสิ้นดี...
จินเป่าเอ๋อเงยหน้าขึ้น ไม่มีแววตาเย้ยหยันใดๆ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“จินเป่าเอ๋อคารวะศิษย์พี่!”
ผู้มาได้ยินเสียงก้มลงมองจึงเห็นเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างชายแก่ เขาเบิกตากว้างพร้อมชี้นิ้วไปที่ชายแก่ด้วยความไม่พอใจ
“ลุง! ท่านนี่ไม่ละอายใจเลยหรือ! แม้ว่าจะรับศิษย์ไม่ได้แต่ก็ไม่ควรลักพาตัวเด็กนี่นา พวกเราก็ยังอยู่กับท่านนี่ไง ท่านไม่อายบ้างหรือ”
จินเป่าเอ๋อ: "..."
ชายแก่สะอึก พลางกลอกตาและพูดอย่างหงุดหงิด
“เ้าพูดเหลวไหล!” พูดจบก็รู้สึกเสียใจ กลัวว่าศิษย์น้อยจะใ จึงรีบกลับคำ
“แค่กๆ ฟังข้าอธิบายก่อน…”
“ไม่ฟัง! มีหลักฐานพร้อมหน้าแล้วจะอธิบายอะไรอีก! ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สาม ศิษย์น้องห้า ศิษย์น้องหก ศิษย์น้องเจ็ด พวกเ้ามาดูเถอะ ลุงคนนี้ถึงกับลักพาตัวเด็กมา!!”
ชายแก่สีหน้ามืดมน ใบหน้าดำคล้ำและความโกรธเคืองเต็มเปี่ยม
ในที่สุดสีหน้าที่โกรธเคืองของชายแก่ ก็ทำให้จินเป่าเอ๋อมีแววตาแฝงความขบขันขึ้นมา
ในชาติก่อน ตอนที่นางเพิ่งเข้าสำนัก นางเอาแต่คอยปกป้องซูเซียนจือ ไม่เคยรู้เลยว่านิกายเพียวเหมียวจะมีเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องแปลกประหลาดเช่นนี้
โชคดีที่ไม่มีใครสังเกตเสียงนั้น หลังจากที่หัวหน้าูเาฮวาชิงะโเสร็จ
เขาก็หันไปมองจินเป่าเอ๋อที่มีสีหน้าเยือกเย็นอย่างกังวล และพูดด้วยเสียงที่กระวนกระวาย
“ศิษย์อย่ากลัวไปเลย ปกติอาจารย์ไม่ได้เป็แบบนี้! เป็ความผิดของพวกเด็กกระต่า…”
คำว่า “กระต่าย” คำสุดท้ายทำเอาเขาต้องกลืนลงไป กลายเป็ยิ้มแห้งและถอนหายใจด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นว่าจินเป่าเอ๋อไม่ได้ใ
“แล้วศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่เจ็ดไปไหน”
ชายที่ผมยุ่งฟูราวกับรังนกเพิ่งกลับสติ เขาตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าศิษย์น้องน้อยตรงหน้าไม่ใช่เด็กที่ถูกลักพาตัวมาแล้ว จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาและแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว
“นี่ก็คือศิษย์น้องใช่ไหม ข้าคือศิษย์พี่สี่ของเ้า กวนจื่อหยุน หากมีอะไร้าบอกศิษย์พี่ได้เลย! ศิษย์พี่รับรองว่า...”
คำพูดยังไม่ทันจบก็ถูกศิษย์พี่อีกคนที่อ้วนพุงกลมขัดขึ้นมาอย่างแรง
“ไป ไป ไป... เ้าจะช่วยอะไรได้! ฮ่าๆ ศิษย์น้องน้อย ข้าคือศิษย์พี่สามของเ้า หลัวหนานซาน ศิษย์น้องหิวไหม! ศิษย์พี่เพิ่งตุ๋นเนื้อสัตว์นกบินไว้ กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ไปกัน ไปกินข้าวกันเถอะ!”
พูดจบ ชายที่พุ่งลงมาจากฟ้าก็รีบแทรกขึ้นมาไม่ยอมแพ้
“พวกเ้าจะแย่งอะไรนักหนา! ไม่อายบ้างหรือ ศิษย์น้องเพิ่งผ่านการทดสอบเข้าประตูมาเหนื่อยมากแล้ว ควรอาบน้ำแล้วพักผ่อนให้สบายก่อนสิ!” เขาพูดจบก็ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย ใบหน้าที่ดูสง่างามปรากฏรอยแดงเล็กน้อย
“สวัสดีศิษย์น้อง ข้าคือศิษย์พี่ห้าของเ้า เฉินซวนหยวน!” เมื่อเขาแนะนำตัวเสร็จ ชายคนสุดท้ายก็พึมพำอย่างอับอายใจ
“พวกเ้าพูดหมดแล้ว ข้าจะพูดอะไรดีละ…” จากนั้นเขาก็คิดเล็กน้อยก่อนหยิบยันต์กระดาษสองแผ่นออกจากกระเป๋าและส่งให้ด้วยรอยยิ้มเขินอาย
“ศิษย์น้อง ข้าคือศิษย์พี่หกของเ้า หลานอิงฉิง อันนี้ถือเป็ของขวัญต้อนรับเ้า”
เขายัดยันต์กระดาษใส่มือของจินเป่าเอ๋อทันที ท่ามกลางความโกลาหลของศิษย์พี่คนอื่นๆ ขณะที่เขายืนอยู่อย่างสงบข้างๆไม่พูดอะไรอีก
จินเป่าเอ๋อจ้องมองยันต์กระดาษะเิสองแผ่นในมือด้วยความใเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองศิษย์พี่คนที่ยืนนิ่งอย่างซับซ้อน