ชายหนุ่มรู้สึกมืดแปดด้าน การมาอย่างกะทันหันของหลินอี้เฟยทำให้เขาไม่ทันได้ตั้งตัวอีกทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ก็ยังเป็ชุดเดิมกับจักรพรรดิน้ำแข็ง ลั่วอู่หลินตอนนี้ราวกับจำนนท์ด้วยหลักฐานอย่างแท้จริง และด้วยความเคยชินเขาจึงค่อยๆก้มหน้าและพองแก้มออกมาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะสำนึกผิดและรอการลงโทษ
"เ้าหลานตัวดี ไม่ต้องมาพองแก้มเลยนะ วันนี้ถึงอย่างไรหลานก็ต้องเล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"หลินอี้เฟยเดินไปหยิกแก้มพองๆที่เหมือนซาลาเปาของหลานชายเบาๆ หลานชายคนนี้ชักจะมีความลับกับนางมากเกินไปเสียแล้ว นี่ทำให้นางรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
หลินอี้เฟยจับมือลั่วอู่หลินไปด้านในตำหนักและนั่งลงเพื่อรอคอยคำอธิบาย ชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าจริงจังของท่านยายจึงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่และนั่งคุกเข่าลงพร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลาที่แสดงถึงความสำนึกผิด
"ทะ ท่านยายรู้ว่าเป็ข้าั้แ่เมื่อไรขอรับ"
"หึ ยังจะมาตั้งคำถามอีก ข้าก็รู้ั้แ่เห็นเ้าแล้ว คิดว่าท่านยายคนนี้จะจำหลานที่เลี้ยงมากับมือไม่ได้เชียวหรือ หมดคำถามแล้วเล่ามาซะว่าเื่มันเป็มาอย่างไร"หลินอี้เฟยกล่าวถาม
ชายหนุ่มหมดแล้วซึ่งหนทางที่จะลื่นไหลต่อไปได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกค่อยๆเล่าถึงเื่ราวทั้งหมดให้หลินอี้เฟยได้ฟังโดยไม่ได้พูดถึงการมีอยู่ของไฉ่เยว่เอ๋อร์และดวงจิตอสูรเทวะของตนเอง
"ปรากฏว่าเื่เกิดเมื่องานเทศกาลล่าครั้งนั้น ตะ แต่เดี๋ยวนะนี่หลานจะบอกว่าใช้เวลาปีกว่าๆเลื่อนระดับจากระดับต่ำสุดมาถึงจักรพรรดิงั้นหรือ มรดกที่หลานได้มันเย้ย์เกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่ว่ามันต้องแลกกับอายุไขหรืออะไรจำพวกนี้ใช่หรือไม่"หลินอี้เฟยกล่าวอย่างแตกตื่นและสำรวจร่างกายของหลานชาย
"ฮ่าๆท่านยายข้าไม่ได้เป็อะไร เพราะมันวิเศษอย่างที่ท่านยายกล่าวข้าเลยปิดบังเอาไว้ ไม่เช่นนั้นชีวิตของข้าคงวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้นเป็แน่ ยิ่งถ้าท่านตารู้ละก็มีหวังได้จัดงานเทศกาลฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยกระมัง"
"หุหุ ก็จริงของหลาน ท่านตาของเ้าทำมันแน่ๆหากรู้เื่นี้ เอาละในเมื่อทุกอย่างก็กระจ่างแล้วท่านยายคนนี้ก็จะไม่ติดใจเอาความหลานชายเช่นเ้า ใครจะคิดหลานชายที่ข้าเฝ้าดูแลทะนุถนอมตอนนี้จะครองพร์ที่แท้แต่เทวายังต้องอิจฉาเช่นนี้"
"เอ่อ.......ท่านยายข้ายังมีเื่ที่จะถามขอรับ เป็เื่ของท่านแม่"เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่มสีหน้าของหลินอี้เฟยกลายเป็ประหลาดใจในทันที ทำไมเ้าเด็กคนนี้อยู่ดีๆถึงได้อยากจะถามถึงมารดากัน ทั้งๆเขาไม่เคยไถ่ถามมาหลายสิบปีแล้ว
"ท่านยายเมื่อข้าเข้าไปยังมิตินั้นข้าได้เบาะแสถึงชาติกำเนิดของตนเอง เทพที่สืบทอดมรดกด้านในบอกข้าว่าข้ามีฝาแฝดและมีดวงชะตาที่ต้องห่ำหันกันเอง ดังนั้นท่านพ่อท่านแม่จึงทิ้งข้าเอาไว้และเลี้ยงดูฝาแฝดอีกคน ท่านยายท่านรับรู้เื่นี้หรือเปล่า ข้าถูกทิ้งจริงๆใช่หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวถามไปตามตรงเผื่อท่านยายของเขาจะให้คำตอบได้บ้าง เพราะตัวเขาคิดไม่ตกกับเื่นี้เหลือเกิน หากยังมีอะไรค้างคาใจเช่นนี้จะไปมีสมาธิทำอย่างอื่นๆได้อย่างไร
หลินอี้เฟยโผเข้ากอดหลานชาย"โถ! หลินเอ๋อของยาย เ้าอย่าเข้าแม่ของเ้าผิดไป แม้นางจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่เื่ที่นางรักเ้านั้นเป็เื่จริง ในตอนที่พาเ้ากลับมานางยังมีท่าทีไม่อยากแยกจากเ้าเลย ทั้งยังบอกให้เลี้ยงดูเ้าให้ดี คนไม่รักลูกที่ไหนเขาจะพูดเช่นนี้จริงหรือไม่"
"ส่วนเื่ที่เ้ามีฝาแฝดจริงและมีโชคชะตาที่ต้องห่ำหันกันให้ตาย การที่บิดามารดาของเ้าแยกพวกเ้าออกจากกันเช่นนี้ก็เป็เื่ที่สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่หรือ หรือว่าเ้าอยู่กับคนแก่เช่นยายแล้วไม่มีความสุขกัน"
"ไม่ขอรับ ข้าอยู่กับท่านยายข้าล้วนแต่มีความสุขและสุขสบายดี เพียงแต่อดน้อยใจไม่ได้ที่พวกเขาสองคนไม่มีใครมาหาข้าบ้างเลยแม้แต่หน้าตาก็ยังไม่เคยพบเห็น"ลั่วอู่หลินทำหน้ามุ้ย หลินอี้เฟยที่เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆออกมา
'ถึงจะเป็ระดับจักรพรรดิแล้วแต่ก็ยังเป็แค่เด็กคนหนึ่งนี่นะ ลั่วหนิงซินเอ๋ยลั่วหนิงซิน เ้าจะรู้หรือเปล่าว่า ลูกชายของเ้าคิดมากไปต่างๆนาๆแล้วตอนนี้ หากไม่รีบกลับมาไม่แน่ว่าเขาอาจจะไปหาพวกเ้าด้วยตัวเองก็เป็ได้'นางกล่าวในใจ
หากถามว่าทำไมนางถึงได้มั่นใจนักว่าลั่วอู่หลินไม่ได้โดนทิ้ง หนึ่งก็เพราะนางเชื่อว่าลูกสาวที่นางเลี้ยงมากับมือไม่ใช่คนเช่นนั้น ส่วนอีกหนึ่งเพราะประโยคทิ้งท้ายก่อนที่บุตรสาวของนางจะจากไป
‘ลูกจะกลับไปสร้างสถานที่ ๆ เด็กคนนี้จะอยู่ได้อย่างมีเกียรติและปลอดภัย เมื่อถึงวันนั้นเมื่อไรลูกจะกลับมารับตัวเขาเอง’เพราะได้ฟังประโยคนี้ หลินอี้เฟยจึงได้พร่ำบอกลั่วอู่หลินอยู่เสมอว่าแม่ของเขาจะต้องกลับมาหาอย่างแน่นอน
ใช่! ั้แ่อู่หลินยังเด็กนางไม่ได้พูดเพียงแค่ให้ความหวังกับหลานชาย แต่นางเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าลูกสาวของตนเองจะกลับมาแน่นอนไม่ว่าจะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม
“ดูเ้าสิ ตอนนี้ได้รับฉายาว่าจักรพรรดิแล้วนะเ้าจะมาขี้น้อยใจเช่นนี้ได้อย่างไร หากยังรู้สึกไม่พอใจบิดามารดาของเ้าก็ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ แข็งแกร่งให้เพียงพอที่จะไปหาพวกเขาจากนั้นก็ประลองกันซักยกแล้วค่อยขอคำอธิบายจากพวกเขาเป็อย่างไร"หลินอี้เฟยกล่าวเพื่อสร้างเป้าหมายในชีวิตให้กับหลานชาย ไม่เช่นนั้นเ้าตัวน้อยนี่ก็จะเอาแต่คิดไม่ตกอยู่เช่นนี้และไม่เป็อันทำอะไร
"ที่ท่านยายพูดก็น่าสนใจดีนะขอรับ จัดการพวกเขาแล้วค่อยขอคำอธิบาย หึหึ"ลั่วอู่หลินเงยหน้าพร้อมกล่าว รอยยิ้มบางค่อยๆปรากฏออกมาแทนใบหน้าที่เศร้าหมอง สองยายหลานยังคงพูดคุยอย่างอบอุ่นอยู่พักใหญ่
จากเดิมที่เป็บทสนทนาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง แต่ทว่าในเวลาไม่นานหลินอี้เฟยก็ฉุดดึงหลานชายออกจากสภาวะนั้นและกลับมาเป็ปกติได้ในที่สุด
"เอาละ ป่านนี้ท่านตาของเ้าก็น่าจะใกล้ถึงแล้ว พวกเราไปรับพวกเขากันเถอะ"หลังจากที่สนทนากันมาพักใหญ่ หลินอี้เฟยผู้เป็ยายก็ลุกขึ้นและชวนให้หลานชายไปด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าลั่วอู่หลินก็ตอบรับแต่โดยดีและลุกขึ้นเดินตามไป สองยายหลานตอนนี้คลายความข้องใจและข้อสงสัยจนหมดสิ้น ลั่วอู่หลินเองก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองสบายใจขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียวและไม่ทุกข์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป
การที่ได้พูดคุยเื่ที่มันอัดอั่นตันใจกับใครสักคนที่เข้าใจเรา ก็ถือได้ว่าเป็การคลายทุกข์อย่างหนึ่ง อีกทั้งนี่ยังเป็ท่านยายของเขาเองที่เลี้ยงดูทั้งท่านแม่และตัวเขามา ดังนั้นนางย่อมมีความเข้าใจความรู้สึกของลูกและหลานตัวเองเป็อย่างดี
ณ แดน์ทิศทักษิณ ด้านในคฤหาสน์ใหญ่กลางขุนเขาที่อุดมสมบูรณ์ในเวลานี้หญิงงามผมสีเงินอาภรณ์ขาวกำลังนั่งหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดวงตาสีแดงทับทิมของนางในเวลานี้เต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวคนนี้มีนามว่าเซียนหนิงซีเป็เ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลาาัอัสนีบาตที่ทรงพลังอำนาจที่สุดในทิศทักษิณ
ในขณะที่อาการเช่นนี้ของนางดำเนินไปพักใหญ่ หญิงสาวอีกนางที่งดงามไม่แพ้กันแต่ดูเป็ผู้ใหญ่กว่าก็ได้เดินเข้ามาจากด้านหลัง หากหลินอี้เฟยได้มาเห็นนางคงจะจำได้อย่างแน่นอนเพราะนางคือลั่วหนิงซิน บุตรคนเล็กและเป็บุตรสาวคนเดียวของนางนั่นเอง
"ซีซี เกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงได้ร้องไห้ออกมาเช่นนี้"
"ท่านแม่ ไม่ใช่ข้าที่เป็คนร้องเ้าค่ะแต่เป็หลินหลิน ความรู้สึกของเขาจมดิ่งลงอีกแล้วทั้งหนักกว่าเดิมหลายเท่านัก ท่านแม่ตอนนี้ข้าอยู่ระดับกษัตริย์ขั้นเจ็ดแล้วพวกเราจะพาน้องกลับมาได้หรือยัง"นางกล่าวอย่างเร่งร้อน แต่ทว่าเมื่อผู้เป็แม่ของลั่วหนิงซินได้ยินนางกลับรู้สึกราวกับมีมีดมากรีดกลางหัวใจ สายสัมพันธ์ฝาแฝดของลูกนางนั้นช่างแข็งกล้านัก หากอารมณ์ไหนที่รุนแรงมากๆมันจึงกระทบมาถึงอีกคนในทันที นี่จึงทำให้นางรับรู้ได้ว่าลูกอีกคนของนางกำลังทุกข์ใจขนาดไหน
"ซีซี ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา บิดาของลูกตอนนี้กำลังทำาสามเผ่าพันธุ์ หากนำหลินหลินกลับมาตอนนี้เหล่าผู้าุโจะเพ็งเล็งเขาได้ ลูกก็รู้ตาแก่พวกนั้นหัวโบราณจะตาย หากพวกเขาไม่เกรงใจท่านป้าของเ้าคงจะบีบคั้นเอาที่อยู่ของหลินหลินจากแม่ไปแล้ว"ลั่วหนิงซินกล่าว นางเองก็อยากจะไปรับลั่วอู่หลินใจจะขาดหรือไม่ก็อยากจะไปเยี่ยมก็ยังดี แต่ทว่าเมื่อนางก้าวเท้าของจากตระกูลก็จะมีคนตามติดนางไปทุกๆที่เพื่อที่จะหาแหล่งซุกซ่อนของัอัสนีบาตทรราช ราวกับเ้าคิดเ้าแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน
"หึ ข้าจะเรียกเขาว่าท่านพ่อได้เต็มปากหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ั้แ่เกิดมาเขาก็เอาแต่ทำาไม่สนใจลูกและภรรยาเลย"เซียนหนิงซีพองแก้มกอดอกพร้อมกล่าว เห็นได้ชัดเลยว่านางไม่พอใจบิดาของตัวเองมาก เนื่องจากั้แ่ลั่วหนิงซินตั้งครรภ์นางและน้องชายบิดาตัวดีของนางก็ต้องไปร่วมาในฐานะราชันาไร้พ่าย ส่วนท่านปู่กับท่านย่าของนางก็ปิดด่านมาหลายร้อยปีแล้วยังไม่ออกมาเลยแม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้นนางจึงอยู่ในการดูแลของท่านป้าและมารดาเท่านั้น
"พ่อเ้าทำเพราะมันจำเป็ ใครจะอยากให้เกิดาบ่อยๆละจริงไหม"ลั่วหนิงซินลูบศรีษะลูกสาวอย่างแ่เบา เ้าหญิงตัวน้อยคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองซึ่งได้มาจากนางเต็มๆอีกทั้งนางยังรักน้องชายมากๆแม้จะไม่เคยพบเจอกันก็ตามแต่ก็ยังบ่นถึงอยู่ทุกวี่วัน
"ท่านแม่ข้ามีคำถามเ้าค่ะ อายุขัยของมนุษย์อยู่ได้มากสุดก็ไม่กี่ร้อยปี หากข้าบรรลุระดับช้าแบบนี้น้องที่ไร้รากปราณคงจะไม่.........."
"ซีซี เ้าก็รู้ว่าฉายาของแม่คืออะไร 'เทพธิดาพฤกษาจรัสแสง' เมื่อเป็บุตรของแม่ไม่ว่าจะเป็เ้าหรือน้องชายก็จะสามารถมีอายุได้เกินหนึ่งพันปีอย่างแน่นอนแม้จะไม่บ่มเพาะก็ตาม ดังนั้นไม่ต้องกังวลแล้วตั้งใจบ่มเพาะพลังเข้าใจหรือไม่ เมื่อเ้ามีพลังมากพอเ้าจะไปรับน้องมาอยู่ด้วยก็ไม่มีใครที่จะกล้าตั้งคำถามกับเ้าได้แม้จะเป็ตาแก่พวกนั้นก็ตาม"ลั่วหนิงซินกล่าว
าาัอัสนีบาต์นั้นหากมีตบะมากพอสามารถสะกดข่มหรือส่งเสริมพลังให้กับาาัอัสนีบาตตนอื่นได้ ผิดกับาาัอัสนีบาตทรราชที่ดูดกลืนพลังของคนอื่นมาเป็ของตนเอง ดังนั้นมันจึงเป็ที่เคารพศรัทธาของตระกูลเป็อย่างมากหรืออาจถือเป็ตัวตนศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้ เมื่อถึงเวลานั้นผู้ใดที่กล้ามีปัญหากับบุตรสาวของนางก็ถือว่ารนหาที่ตายอย่างแท้จริง
"เ้าค่ะ ข้าจะจำเอาไว้ หากถึงวันนั้นเมื่อไรหากใครคิดจะขัดขวางข้าจะจัดการพวกมันให้หมด"เซียนหนิงซีเอ๋ยปากอย่างตั้งมั่น เห็นได้ชัดเลยว่านางเอาจริงไม่ใช่เพียงพูดเล่น ประกายสายฟ้าสีทองปรากฏขึ้นมาในมือ าาัอัสนีบาต์ก็ดี าาัอัสนีบาตทรราชก็ช่าง สำหรับนางแล้วตำนานนี้เป็เพียงเื่ไร้สาระเท่านั้น หากมีโชคชะตาที่ต้องพิฆาตกันแล้วนางจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ระหว่างนางและน้องชายได้อย่างไร