ตอนที่ 14 มาถึงหมู่บ้านตระกูลจ้าว (1)
ฉือม่อได้ยินดังนั้นก็มึนหัวหมุนงุนงงไปหมดลืมคำพูดที่เตรียมจะเอ่ยเมื่อครู่นี้ไปจนหมดสิ้นจำได้เพียงประโยคที่อาจารย์พูดกับเขา
‘เก็บไว้ที่เ้าแบบนี้ ข้าวางใจ’
อยู่ๆ เขาก็มีความสุขอย่างท่วมท้นขึ้นมาฉือม่อมองแหวนบนเรียวนิ้วของตนวงนั้น มุมปากก็ขยับโค้งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้
ลู่ฉางเฟิงมองอาจารย์กับลูกศิษย์สองคนนี้ที่ทำท่าทีเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรแต่ข่าวลือนี้ท้ายที่สุดก็ไม่น่าเชื่อถือ แท้จริงแล้วผู้าุโแห่งยอดเขาซู่ิก็ไม่ได้เยือกเย็นเหมือนคำเล่าลือที่คนพูดกันแม้เขาจะเ็าเหมือนรูปสลักน้ำแข็งก็เถอะลู่ฉางเฟิงคิดว่าภายใต้รูปลักษณ์อันเ็านั้นของอีกฝ่ายมีหัวใจอันอบอุ่นแอบซ่อนอยู่
“ขอให้ผู้าุโเดินทางปลอดภัยและกลับมาในเร็ววันนะขอรับ”ลู่ฉางเฟิงเอ่ยอวยพร
หลินเฉินพยักหน้าพลางกล่าว“เ้าช่วยนำคำของข้าไปบอกอาจารย์เ้าทีว่า...ขอบคุณเขามาก”
“จริงด้วยสิ ว่าแต่เ้าชื่ออะไร” อยู่ๆหลินเฉินก็ขยับมือออกจากศีรษะฉือม่อแล้วหันไปมองลู่ฉางเฟิง
ลู่ฉางเฟิงเองก็คิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะโพล่งถามเขาแบบนี้เขาอึ้งชะงักไปชั่วครู่ ทว่าก็ดึงสติกลับมาได้ว่องไวเอ่ยตอบหลินเฉินอย่างสุภาพนอบน้อม “ข้าน้อยชื่อลู่ฉางเฟิงขอรับ”
หลินเฉินพยักหน้าแล้วหันไปพูดกับฉือม่อที่อยู่ด้านข้าง“พวกเราไปกันเถิด” ฉือม่อกระตุกแขนเสื้อหลินเฉินอย่างระมัดระวังหลินเฉินปรายมองเขาทีหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรจากนั้นก็มีลำแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้วตามมาด้วยกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าลู่ฉางเฟิง
‘นี่ก็คือฝูอิ่งกระบี่ประจำกายของผู้าุโหลินเฉินงั้นหรือ’ลู่ฉางเฟิงก้มศีรษะ โดยยังคงท่าทีเช่นเดิมเอาไว้ เพียงใช้หางตามองเขาเห็นผู้าุโหลินเฉินอุ้มลูกศิษย์ตัวเองขึ้นเหยียบกระบี่แล้วหายลับไป
...
‘เวลาที่ผู้าุโหลินเฉินเดินทางไปไหนมาไหนใช้กระบี่ประจำกายตลอดเวลาเลยหรือนี่’ ลู่ฉางเฟิงคิด
เขากลับไปรายงานเมิ่งฉิวซึ่งเมิ่งฉิวเองเมื่อได้ยินดังนั้นก็เอ่ยถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “เขาพาลูกศิษย์ตัวเองไปด้วยหรือ”
ลู่ฉางเฟิงตอบ “เรียนอาจารย์ ใช่แล้วขอรับ”
แต่ก็ควรเป็เช่นนั้น หากไม่พาลูกศิษย์ติดตามไปด้วยแล้วปล่อยให้เด็กคนนั้นอยู่บนยอดเขาซู่ิเพียงลำพัง คงทำให้เป็ห่วงพอควร
“จริงด้วยสิ เขายังพูดอะไรอีกไหม”เมิ่งฉิวถามขึ้นขณะกำลังหยิบหนังสือมาอ่าน
ลู่ฉางเฟิงตอบไปตามความจริง“ผู้าุโยังฝากขอบคุณท่านด้วยขอรับ”
มือข้างที่กำลังหยิบหนังสือของเมิ่งฉิวสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมจากนั้นเขาก็ยิ้มเอ่ย “ข้าละนึกสีหน้าตอนที่ศิษย์น้องพูดไม่ออกจริงๆ ฉางเฟิงเ้าคิดว่าอาจารย์อาของเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
ลู่ฉางเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเล่าความรู้สึกของตนออกมา“ข้าคิดว่าอาจารย์อาแตกต่างจากคำเล่าลือที่คนภายนอกพูดถึงเขาเป็คนดีและอ่อนโยนมากขอรับ”
คนดีและอ่อนโยนงั้นหรือ ทั้งๆที่คำคุณศัพท์เหล่านี้แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับศิษย์น้องของเขาเลยด้วยซ้ำแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาเองก็ไม่ได้เอ่ยค้านคำพูดของลู่ฉางเฟิงหากไม่มีเื่ในครั้งนั้น แท้จริงแล้วศิษย์น้องก็เป็คนอ่อนโยนแบบนี้แหละ
เมิ่งฉิวขับไล่ความคิดเหล่านี้ออกไปพออายุมากแล้วก็มักคิดเพ้อเจ้อไปเรื่อย เขาพูดยิ้มๆ “ฉางเฟิงเ้ามาช่วยบดยาแทนข้าหน่อยแล้วกัน”
ลู่ฉางเฟิงขานตอบเบาๆ จากนั้นก็เขยิบเข้าไปบดยาแทนเมิ่งฉิว
หมู่บ้านตระกูลจ้าวเป็หมู่บ้านชนบทเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสำนักเชวี่ยอวิ๋น ใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งชั่วยามตอนนี้หลินเฉินก็ได้พาฉือม่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้ว
ปากทางเข้าหมู่บ้านเขียนเอาไว้เด่นหราว่า ‘หมู่บ้านตระกูลจ้าว’
ฉือม่อรีบขยับออกมาจากอ้อมแขนหลินเฉินหลินเฉินเก็บกระบี่ให้เรียบร้อยจากนั้นอาจารย์กับศิษย์สองคนก็เดินตามกันเข้าไปด้านใน
อาจเพราะมีมารปรากฏตัวขึ้นก็เป็ได้เลยทำให้ผู้คนสัญจรไปมาบนถนนน้อยมาก เห็นเพียงชายหนุ่มกำยำไม่กี่คนกำลังดำนาอยู่เท่านั้น
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8