-03-
*คุณชายไร้ค่าของจริง*
"ท่านพี่ขอรับ ฮึก..เหตุใดลูกเราถึงยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ข..ข้าใจจะขาดอยู่แล้ว" 'หลี่ฟางซิน' มารดาเกอของหลี่ฟางเม่ยเอ่ยถามสามีเสียงแ่เบา ร่างบางผ่ายผอมยิ่งนักหลังจากกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายวัน เนื่องจากบุตรชายคนเล็กหลับใหลไม่ได้สตินานร่วมสัปดาห์แล้ว
"แค่ก ๆ ฟางซิน..แค่ก ๆ"
'หลี่จ้ง' ผู้เป็สามีอยากจะให้กำลังใจภรรยาเหลือเกิน หากแต่พอพูดไปก็ไอโขลกเสียจนตัวโยน 'หลี่จางเว่ย' บุตรชายคนรองกุลีกุจอตักน้ำมาให้บิดาดื่ม หลี่ฟางซินรีบผุดลุกจากเตียงนอนของบุตรชายคนเล็กขึ้นประคองสามีที่ไอจนตัวโยน
ดวงตาเรียวสวยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ปีนี้ฟางซินรู้สึกว่าความโชคร้ายช่างถาโถมเข้าใส่ครอบครัวของตนเสียเหลือเกิน สามีป่วยไม่รู้สาเหตุมาั้แ่ต้นปี นับวันสุขภาพยิ่งทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ เงินทองก็ไม่มีพอจะพาสามีไปรักษาให้หายขาด ส่วนหนึ่งนั้นต้องแบ่งมาซื้อยาให้หลี่ฟางเม่ยด้วย
มากลางปีบุตรชายคนโต 'หลี่จางฉี' โดนลอบทำร้ายจากคนในจวนจนแขนซ้ายหักเป็อัมพาตไปหนึ่งข้างโดยที่จับมือใครดมไม่ได้ เขาไม่สามารถเอาผิดคนที่ทำร้ายแก้วตาดวงใจของตนได้เลย คนเป็บิดามารดาเห็นลูกทรมานก็แทบจะขาดใจตาม
ทำไม์ช่างใจร้ายเหลือเกิน..
นั่นยังคงไม่สาแก่ใจโชคชะตา ปลายปีบุตรชายคนเล็กก็มาล้มป่วยหนัก หนึ่งอาทิตย์แล้วที่หลี่ฟางเม่ยหลับใหลไป มีเพียงแค่ลมหายใจรวยรินเท่านั้นที่ทำให้หลี่ฟางซินและครอบครัวยังคงมีความหวังว่าบุตรชายคนเล็กยังคงไม่จากพวกเขาไปไหน
หลี่ฟางซินและหลี่จ้งพยายามขอให้หมอมารักษาอาการป่วยของหลี่ฟางเม่ย ทว่าั้แ่เด็ก ๆ บุตรชายคนเล็กของตนนั้นเจ็บป่วยบ่อยเกินไปจน ‘หลี่เจี้ยน’ ผู้นำตระกูลหลี่ปฏิเสธการช่วยค่ารักษาครั้งนี้ หลี่ฟางซิน หลี่จ้ง หลี่จางฉี หลี่จางเว่ยพยายามหาเงินทุกวิถีทางแล้ว ทว่าหมดไปกับค่ารักษาั้แ่สามวันแรกที่ฟางเม่ยทรุดหนัก ตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินเลยแม้แต่เหรียญเดียว
อับจนหมดหนทางสู้ บากหน้าไปคุกเข่าต่อหน้าหลี่เจี้ยนและฮูหยินใหญ่ 'หลี่ิเล่อ' ผู้เป็ย่าแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้รับความเมตตาใด ๆ ทั้ง ๆ ที่หลี่จ้งก็เป็ถึงบุตรชายคนโตแต่กลับไม่ได้รับความเมตตาจากบิดามารดา ซ้ำพวกตนยังโดนสาดน้ำไล่อย่างกับสัตว์เดรัจฉานก็ไม่ปาน
หลี่ฟางซินร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล เขาช่างเ็ปหัวใจเหลือเกิน
"อึก...น..น้ำ" เสียงแหบดังแ่เบาเรียกความสนใจของทั้งสามคน พวกเขารีบพุ่งไปยังเตียงเก่า ๆ ที่หลี่ฟางเม่ยนอนอยู่อย่างรีบร้อน
"ค่อย ๆ กินนะ ช้า ๆ" หลี่จางเว่ยหยิบแก้วไม้ไผ่ประคองศีรษะน้องชายให้จิบน้ำช้า ๆ ตอนที่น้องกลืนเร็วขึ้นเขาก็ชักมือออกเพราะกลัวอีกฝ่ายสำลัก
เมื่อได้รับน้ำอุ่นชุ่มคอ เ้าของร่างก็นอนหลับตาพริ้มอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเปิดปรือเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เห็นผู้ชายสามคนยืนอยู่ข้างเตียงมองมาที่ตนตาแป๋ว หลี่ฟางเม่ยอดที่จะยกยิ้มไม่ได้
ครอบครัวน่ารักขนาดนี้ ทำไมถึงไม่อยากกลับมาหาพวกเขากันนะเ้าฟางเม่ย..
หลี่ฟางซินเห็นบุตรชายยิ้มให้ เ้าตัวพลันร้องไห้โฮโผกอดร่างผอมบางที่นอนอยู่อย่างเต็มรัก นานกี่ปีแล้วที่หลี่ฟางซินไม่เห็นรอยยิ้มของบุตรชายคนเล็ก นานเท่าไหร่แล้วที่หลี่ฟางเม่ยไม่เคยมีความสุขและยิ้มได้เลย
เขาดีใจ ดีใจมากจริง ๆ
"ท่านแม่อย่าร้อง ข้ากลับมาแล้ว" หลี่ฟางเม่ยเอ่ยเสียงสั่น มันอดไม่ได้ที่จะะเืใจจริง ๆ
ก่อนจะเข้ามาอยู่ร่างนี้เขาได้รับรู้ความทรงจำทุกอย่างจากเ้าของร่างมาหมดแล้วั้แ่เกิดจนโต
เ้าตัวนั้นป่วยไม่รู้สาเหตุมาั้แ่แบเบาะ จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ก็อาการป่วยน่ะเกิดจากเสี้ยวิญญาที่อ่อนแอของเ้าตัวนี่นา.. เพราะเหตุนี้ทำให้ต้องตายั้แ่อายุยังน้อย แบบนั้นพวกเราทั้งสิบคนถึงได้เจอกัน
นั่นแหละ อาการป่วยทำให้ต้องเสียเงินไปเยอะกับการซื้อหยูกยามารักษา ทว่าทำอย่างไรก็รักษาไม่หายเสียที อยู่ไปก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ และเปลืองเงิน ทำให้คนในตระกูลเริ่มชังน้ำหน้ามากขึ้นเมื่อมีคนขี้โรคอาศัยร่วมชายคา
ั้แ่จำความได้ นอกจากบิดา มารดา และเหล่าพี่ชาย (ซึนๆ) ที่แอบดูแลครอบครัวอยู่ห่าง ๆ แล้ว หลี่ฟางเม่ยไม่เคยได้รับความรักความเอ็นดูจากท่านปู่ ท่านย่า หรือคนในครอบครัวตระกูลหลี่เลย
จากที่เกลียดชังกันอยู่แล้วเริ่มเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีกเมื่อหลี่ฟางเม่ยอายุครบสิบหนาว เป็่วัยที่บุตรหลานทุกคนของตระกูลหลี่จะต้องปลุกพลังปราณต่อหน้าผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ ในจวน
หากปลุกพลังปราณได้จะเป็ที่ภาคภูมิใจของตระกูล และหากปลุกพลังธาตุได้จะเป็ที่น่ายกย่องและเชิดชูของผู้คน
ทว่าเลวร้ายตรงที่หลี่ฟางเม่ยเป็เด็กคนเดียวที่ปลุกพลังปราณไม่ได้ พลังธาตุไม่มี สร้างความอับอายขายขี้หน้าให้กับตระกูลจนปู่ย่าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ฟางเม่ยที่รับรู้เื่ราวจากความทรงจำเ้าของร่างมาสด ๆ ร้อน ๆ อยากจะเบะปาก จะเอาไว้ตรงไหนล่ะ..ก็ตั้งไว้ตรงบ่าที่เดิมนั่นแหละ!
หลี่เจี้ยนอับอายมาก จากเดิมที่ครอบครัวหลี่ทั้ง 5 คนอาศัยอยู่เรือนหลังเล็กใกล้จวนใหญ่ เขาสั่งลงโทษหลี่ฟางเม่ยโดยการขับไล่ให้ไปอยู่กระท่อมท้ายจวนติดกับชายป่า ห้ามมาเหยียบที่เรือนใหญ่เป็อันขาด หากฝืนคำสั่งจะโดนลงโทษโดยการโบย!
หลี่จ้งและหลี่ฟางซินไม่ยินยอมหากแต่จะขอให้ผู้นำตระกูลเมตตาบุตรชายคงเป็ไปไม่ได้ ทั้งสองคนจึงหอบข้าวของมาอยู่กระท่อมเก่า ๆ ท้ายจวนกับบุตรชาย โดยที่หลี่จางฉีและหลี่จางเว่ยไม่ได้ตามมาด้วยเนื่องจากหลี่เจี้ยนไม่อนุญาต
หลี่จางฉีและหลี่จางเว่ยยอมอดทนอาศัยอยู่ในเรือนเล็กหลังเดิมโดยไม่ขัดคำสั่งผู้เป็ปู่ เนื่องจากพวกเขาสองคนยังต้องพึ่งเบี้ยหวัดจางหลี่เจี้ยนเพื่อเอาเงินมารักษาอาการป่วยของน้องชายอยู่ทุกเดือน
ยังนับว่าตระกูลหลี่มีน้ำใจอยู่บ้างที่ให้งานทำกับพวกเขา แม้จะเป็งานแบกหาม ครอบครัวหลี่ก็เต็มใจที่จะทำเพราะเป็รายได้ทางเดียวที่พวกเขาจะหาได้แล้ว
ถามว่าไม่เคยคิดจะแยกเรือนหรือ.. แน่นอนว่าคิดอยู่ตลอดเวลา พวกเขาอยากอยู่กันแค่ห้าคนพ่อแม่ลูก หากแต่ไม่สามารถจะไปอยู่ที่ไหนได้เพราะทุกวันนี้มี 'มาร' ชั้นต่ำออกอาละวาดตามแคว้นต่าง ๆ
พวกมันทำร้าย คร่าชีวิตของชาวบ้านไปแล้วหลายคน จวนตระกูลหลี่นั้นยังคงปลอดภัยเนื่องจากหลี่เจี้ยนซื้อยันต์ระดับสูง ที่มีราคาแพงลิบลิ่วปกป้องจวนเอาไว้ หากมีมารตนไหนเล็ดลอดเข้ามา ยันต์จะทำงานเผาร่างของพวกมันทันที แต่หากออกนอกอาณาเขตไปก็ไม่รับรองความปลอดภัยเช่นกัน
ส่วนใหญ่พวกมารเ่าั้จะออกมาตอนกลางดึก กลางวันนับว่ายังคงปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องทำมาหากินเพื่อปากท้อง จึงทำให้ครอบครัวหลี่ยังสามารถทำงานได้อยู่
แต่พอฟ้าเริ่มมืดเมื่อไหร่ ทุกคนจะต้องปิดประตูบ้านลงกลอนอย่างมิดชิดทันที
หลี่ฟางเม่ยกะพริบตาปริบ ๆ เอาล่ะ...ถ้าจะออกไปจากที่นี่ อันดับแรกต้องมีเงินซื้อยันต์ระดับสูง!
"หิวหรือไม่ลูกแม่ อึก..ฮึก พอลุกไหวหรือไม่แม่จะได้ป้อนข้าวป้อนยา" หลี่ฟางซินถามทั้งยังสะอื้นไห้ มือเรียวเช็ดน้ำตาออกลวก ๆ ฝืนยิ้มให้บุตรชาย
หลี่ฟางเม่ยลูบท้องพยักหน้าอย่างเอียงอาย เ้าท้องบ้า พอถามถึงอาหารก็หิวขึ้นมาพอดีเลยนะ! ตะกละ!
"ฟางเม่ย เจ็บตรงไหนหรือไม่..?"
เมื่อมารดาปลีกตัวออกไปหาข้าวหายา จางเว่ยจึงขยับมาใกล้น้องประคองร่างซูบผอมให้ลุกขึ้นนั่งพิงอกของตน ั์ตาคมสำรวจร่างกายเล็กไปทั่วั้แ่ศีรษะจรดเท้า
"ไม่เจ็บ หายแล้ว" หลี่ฟางเม่ยยิ้มให้พี่ชาย ใบหน้าเล็กเอียงซบอกอุ่น จางเว่ยชะงักกับการกระทำของน้องชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมแขนมากอดเอวบางเอาไว้เบา ๆ อีกมือหนึ่งลูบหัวหลี่ฟางเม่ยด้วยความรู้สึกโล่งใจ
ในความทรงจำที่ได้รับมา เ้าของร่างกับหลี่จางเว่ยนั้นไม่ค่อยสนิทกันมาก หลี่ฟางเม่ยค่อนข้างจะเป็คนเก็บตัวพอสมควร เขามีปมในใจหลายอย่างั้แ่เด็ก ไม่ว่าจะเป็อาการป่วย การโดนกลั่นแกล้งรุนแรง หรือการรู้สึกว่าขาดความรักความอบอุ่นล้วนทำให้ครอบครัวเองก็เข้าหาเด็กคนนี้ไม่ค่อยติด
หากจัดเป็โรค คงอยู่ในหมวดโรคซึมเศร้านั่นแหละ
..น่าสงสารจัง
กับหลี่จางเว่ยยังนับว่าไม่ได้สนิท ตัดมาที่ความสัมพันธ์หลี่จางฉี พี่ชายคนโตในลุคคุณชายเงียบขรึมเ็า ไม่เข้ากับหลี่ฟางเม่ยสุด ๆ
เรียกได้ว่าพี่น้องคู่นี้ชังน้ำหน้ากันเลยก็ยังได้!
...
Talk
ทุกคน ความจริงปมของน้องเม่ยมันขยี้ได้อีกนะ แต่ไรท์ลองแล้วไรท์ทำไม่ได้ 5555 // โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยย
ปล. รักกันนะรักกัน
วันนี้ 3 ตอนจุก ๆ แต่พอก่อนนะ ก่อนไรท์จะตุยเย่ 5555
(เจอคำผิด/ตกหล่น แจ้งได้ค่ะ)