“ข้าลาก่อนนะ หากมีวาสนาต่อกันอีก ในภายหน้าข้าจะกลับมาตอบแทนพวกท่าน” ชูเจินก้มตัวลงเป็การแสดงความเคารพ ในเวลานี้ยศถาบรรดาศักดิ์หาได้มีความสำคัญกับนางอีกต่อไป นางตัดสินใจใช้ชีวิตแบบชาวบ้านสามัญไม่มีทหารองครักษ์ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีแล้วทุกอย่างที่เคยมี เฟยหลงหันมาจูงมือพี่สาวแล้วพากันเดินทางไปยังตลาดที่ว่า พร้อมกับสายตาสุดท้ายของซูเจินหันกลับมามองหญิงชราด้วยความอาลัยอย่างถึงที่สุด
“พี่สาว ตกลงท่านเป็คนของวังหลวงฤาไม่ ข้าถามท่านสามครั้งท่านยังไม่ตอบ”
“เ้าอยากรู้ไปทำไม” น้ำเสียงหวานถามกลับ พร้อมด้วยรอยยิ้ม มองตรงไปยังเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“เพราะข้าอยากเป็ทหาร หากท่านเป็คนของวังหลวง ข้าจะได้รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรจึงจะได้เป็ทหาร” ซูเจินเงียบไปครู่หนึ่ง
“หากเ้าอยากเป็ทหารจริงๆ ล่ะก็ เ้าต้องเข้าเป็ศิษย์ของสำนักต่างๆ เพื่อฝึกฝีมือการต่อสู้ จากนั้นเ้าสำนักจะคัดเฉพาะคนเก่ง เพื่อให้เข้าเป็ทหารของวังหลวง มีเบี้ยอัดประจำปีมอบเป็รางวัล แต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนของวังหลวงแล้ว ข้าช่วยเ้าไม่ได้” สองเท้าเล็กก้าวเดินไปพร้อมๆ กับอธิบายให้เด็กชายเข้าใจอย่างช้าๆ
“ตกลงท่านเป็คนของวังหลวงจริงๆ ด้วย ท่านถูกไล่ออกจากวังเหรอ แล้วท่านเป็บุตรสาวของขุนนางท่านใด ท่านทำผิดอะไรเหรอ” คำถามเป็ชุดจากเด็กน้อย ทำให้ซูเจินคลายเหงาได้มากทีเดียว พลางส่งยิ้มให้แล้วตั้งใจเดินทางต่อ
“หากท่านไม่ตอบ งั้นข้าถามอะไรสักอย่าง ท่านเคยเห็นหน้าพระาาฤาไม่ ท่านเคยเห็นองค์หญิงทั้งสองพระองค์ฤาไม่ ข่าวว่านางทั้งสองงามนัก งาม...” เด็กชายหันมองหน้าพี่สาวแล้วหยุดเงียบไป
“ข้าไม่รู้ว่างามสู้ท่านได้ฤาไม่” คำพูดไร้เดียงสาของเด็กชายทำให้ซูเจินหลุดยิ้ม พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อย
“หากเ้าอยากเป็ทหาร เ้าจงทำตามที่ข้าแนะนำไปเมื่อครู่ และเ้าจะได้เห็นทุกอย่างที่อยากเห็น รวมถึงพระพักตร์ของพระาาและองค์หญิงด้วย”
“หากข้าได้เป็ทหารในวัง ข้าจะได้เห็นองค์หญิงทั้งสองพระองค์เลยไหม” ซูเจินนิ่งเงียบ สายตาหลุบต่ำ เพราะนางหนีออกจากวังมาแล้ว ฝันของเฟยหลงอาจเป็จริงเพียงครึ่งเดียว สองเท้าเล็กยังคงย่ำไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพัก
“ข้าสัญญาว่าข้าจะเป็ทหารให้ได้ และจะรับใช้องค์หญิงแสนสวยทั้งสองพระองค์ ด้วยความจงรักภักดี” เด็กชายพูดพลางฮัมเพลงไปอย่างมีความสุข ความฝันน้อยๆ ของเด็กชายช่างดูสวยงาม เฟยหลงฮัมเพลงพร้อมะโโลดเต้นไปตลอดทางตามประสาเด็กน้อย ก่อนจะเสียหลักล้มลงแล้วกลิ้งหลุนๆ ไปอีกสองสามตลบ
“เฟยหลง” ซูเจินเห็นดังนั้นใเป็อย่างมาก รีบรุดเข้าไปประคองร่างของเด็กน้อยขึ้นนั่ง แล้วตรวจสอบร่างกายของเขา ก่อนพบาแที่เข่าด้านซ้ายเป็รอยลึก
“ฮือๆๆๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กชายดังขึ้น หลังจากเห็นแผลของตัวเองที่มีเืทะลักออกมา
“พี่สาวข้าเจ็บ ฮือๆๆ” ซูเจินใช้มือตรวจสอบ ด้วยความกังวลว่าาแจะไม่สะอาด จึงได้ฉีกผ้าของตนออกมา แล้วพันระงับเืในทันที ขณะที่เสียงของเฟยหลงยังคงร้องไห้ไม่หยุด อาจด้วยเพราะกำลังใ
“หากอยากเป็ทหาร าแเท่านี้ทำให้เ้าร้องไห้ แล้วจะเป็ทหารได้อย่างไร การเป็ทหารจักต้องไม่กลัวตายนะเฟยหลง” เสียงสะอื้นไห้ค่อยๆ เงียบลงหลังจากได้ยินคำพูดของพี่สาวแสนสวย ก่อนเลื่อนสายตามองาแตัวเอง ที่ในเวลานี้ถูกพันด้วยผ้าสีครามราคาแพง