วิราศนิรางัวเงียตื่นขึ้นมาในตอนสายโด่ง เธอรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปหมด คิ้วโก่งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากัน พยายามคิดทบทวนเื่ราวที่ผ่านพ้นมา พอคิดขึ้นมาได้ ดวงตากลมโตคู่สวยก็เบิกกว้าง ตาสว่างไปในทันทีทันใด
วิราศนิราหันหน้ามองไปบนเตียงนอนข้างๆ กาย ก็เห็นใบหน้าหลับไหลของเควินเซนท์ และมือใหญ่ของเขา ก็พาดวางอยู่ที่เอวบางของเธอ
‘บ้าเอ๊ย ทำไมบ้าบอคอแตก ทำอะไรบ้าๆ ไม่ยั้งคิดอย่างนี้วะเรา’
วิราศนิรากัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างแรง จนรู้สึกถึงความชา ภายในใจก็พร่ำบริภาษด่าว่าตัวเอง ที่ทำอะไรใจกล้า และขาดสติได้ขนาดนี้ และในวูบความคิดหนึ่ง ก็ให้รู้สึกเสียดายสิ่งที่สูญเสียไปให้กับผู้ชายตัวโต ที่นอนหลับไม่รู้เื่รู้ราวอยู่ ณ เวลานี้
แต่ถึงจะเสียดายอย่างไร เธอก็ไม่อาจย้อนเวลา หรือเรียกคืนกลับมาได้อีกแล้ว ที่ทำได้ก็เพียงแค่เสียดายเท่านั้นแหละ และอีกอย่างในการกระทำกันในครั้งนี้ ตัวเธอเองนั้นเป็คนยินยอมโดยตลอด หากว่าเธอขัดขืน เื่ราวมันคงไม่มาถึงจุดนี้หรอก เพราะฉะนั้น สิ่งที่สูญเสียไปแล้ว ก็ให้มันเสียไป อย่าเก็บมาคิด ชีวิต้าเดินต่อไปข้างหน้า
วิราศนิราค่อยๆ ยกมือใหญ่ที่วางอยู่บนเอวบางของเธอออกไปอย่างเบามือ แล้วค่อยๆ ขยับร่างบางออกจากผ้าห่ม และถอยห่างไปอีกฝากฝั่งตรงหน้าช้าๆ เพราะไม่อยากให้คนตัวโตที่นอนหลับไหลอยู่นั้นตื่นขึ้นมา หากเขาตื่นขึ้นมาในเวลานี้ เธอไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี เธอรู้สึกอายกับการปล่อยเนื้อปล่อยตัว ของตัวเองเอามากๆ
“โอ๊ะ ซู๊ดดด!!!!......”
ใน่จังหวะหนึ่ง ขณะที่วิราศนิราขยับออกห่างออกมา ทำให้แกนกลางอันนุ่มนิ่ม เจ็บแปล๊บปล๊าบแบบปัจจุบันทันด่วน วิราศนิราจึงต้องหยุดชะงัก และสูดปากออกมาเบาๆ พร้อมกับหันไปมองคนตัวที่นอนอยู่นั้นด้วย เพราะกลัวว่าเสียงของเธอจะไปทำให้เขาตื่นขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมา พอวิราศนิราคลายความเจ็บแปล๊บ เธอจึงขยับต่อไป
และพอวิราศนิรา ลุกออกจากเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่มนั้นได้แล้ว ก็รีบรุดกวาดสายตาคู่สวยมองหาเสื้อผ้าของตัวเอง ดูว่ามันไปตกกองอยู่ตรงไหนของห้อง ภายในใจก็ภาวนา ขออย่าให้อยู่บนเตียงนอนเลย เพราะนั้นจะทำให้เธอลำบากเลยล่ะ
แต่พอเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเอง กองแอ่งแม่งอยู่บนพื้นห้อง ข้างๆ เตียงนอน ก็โล่งใจและรีบรุดไปหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ อย่างเร็วไว
“อือออ!!!!......”
ในระหว่างที่เร่งรีบในการสวมใส่เสื้อผ้าอยู่นั้น เสียงครางทุ้มๆ ของคนตัวโตที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอน กว้างขวางหนานุ่มนั้นก็ดังขึ้น ทำให้วิราศนิราสะดุ้งโหยงอย่างใ หันหน้าไปมองยังต้นเสียงนั้นทันที และก็ให้รู้สึกโล่งใจ ที่เห็นว่าคนตัวโต ยังคงนอนหลับไม่รู้เื่รู้ราวอยู่อย่างนั้น
‘ใหมดเลยเรา อย่าพึ่งตื่นขึ้นมาในตอนนี้นะ’
วิราศนิราพร่ำพูดกับตัวเองอยู่ภายในใส่ พร้อมทั้งเร่งรีบลงมือสวมใส่เสื้อผ้าต่อไปจนกระทั้งเสร็จเรียบร้อย และทำการสางผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินตรงไปยังประตู ซึ่งเธอคิดว่าเป็ประตูเข้าออก ซึ่งก็จริงตามที่คาด
วิราศนิรายื่นมือไปเปิดประตูออกเบาๆ แล้วแทรกร่างบางออกไปจากห้องนอน สายตาก็พยายามกวาดมองหากระเป๋าสะพายและถุงผ้าที่ใส่หนังสือของตัวเองไปด้วย เพราะจากที่สำรวจดูภายในห้องนอน เธอไม่พบเจอ จึงคาดว่าน่าจะอยู่ข้างนอก และก็จริงตามนั้น
หญิงสาวเห็นกระเป๋าสะพายและถุงผ้าที่ใส่หนังสือ วางอยู่บนโซฟา เธอจึงก้าวยาวๆ ไปหยิบทั้งสองสิ่งขึ้นมา และรีบก้าวยาวๆ ออกจากห้องพักนี้ในทันที โดยไม่คิดจะสนใจหน้าตา ว่าตอนนี้หน้าตาจะเป็ยังไง ที่รู้ๆ อย่างเดียวคือ อยากออกจากคอนโดนี้ และกลับคอนโดของตัวเองให้เร็วที่สุดเท่านั้นเอง
“แท็กซี่!!!!......”
พอวิราศนิราลงจากตึกมาจนถึงข้างถนน ก็พอดีเห็นแท็กซี่ที่เปิดไฟว่างวิ่งมาแต่ไกล เธอจึงยื่นมือเรียวเล็กกวักเรียก พร้อมกันนั้นก็เปล่งเสียงร้องออกไปด้วย และพอรถแท็กซี่จอดรับ เธอก็เปิดประตูก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง แล้วจากนั้นรถแท็กซี่ก็วิ่งออกไปบนท้องถนน มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ซึ่งก็คือคอนโดของวิราศนิรา
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒