ตอนที่ 11: ทำสัญญากับชีต้าร์
ฤทธาเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีต้าร์หลังจากผ่านการศึกษาเื่สัตว์ิญญามาระยะหนึ่ง
ชีต้าร์เริ่มออกมาคุยกับเขาในตอนกลางคืนบ่อยขึ้นแต่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเพียงแค่เดินไปเดินมาก็แทบหมดแรง
ฤทธาจึงตัดสินใจไปค้นคว้าในหอสมุดของสำนักจนพบข้อมูลสำคัญที่ทำให้เขาต้องขบคิดอย่างหนัก
'สัตว์ิญญาที่สูญเสียเ้านายไปส่วนใหญ่มักตรอมใจจนพลังปราณและพลังชีวิตถดถอย หากไม่ได้รับเ้านายใหม่หรือไม่มีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ สุดท้ายก็อาจตายไป'
อ่านถึงตรงนี้ฤทธาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองชีต้าร์ที่นอนอยู่ข้างกาย แม้จะทำเป็ไม่สนใจแต่หูที่กระดิกเบาๆ นั้นแสดงให้เห็นว่ามันกำลังแอบฟังอยู่
“เ้านี่...กำลังตรอมใจจริงๆหรือเปล่านะ?”
ฤทธาพึมพำเบาๆก่อนจะถอนหายใจยาว
คืนถัดมาฤทธาเรียกชีต้าร์ออกมาเพื่อพูดคุยอย่างจริงจัง
“ชีต้าร์เ้าคงรู้ตัวใช่ไหมว่าพลังของเ้ากำลังลดลง?”
ชีต้าร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
“แล้วเ้าจะยอมให้ตัวเองอ่อนแอลงไปแบบนี้หรือ?”
ชีต้าร์ไม่ตอบแต่สีหน้าแสดงถึงความเศร้าหมอง ฤทธาตัดสินใจพูดต่อ
“ข้ารู้วิธีที่จะช่วยเ้า...ทำสัญญากับข้าเ้าไม่ต้องหายไปไหน และข้าก็จะช่วยให้เ้ากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง”
ชีต้าร์เงยหน้าขึ้นช้าๆดวงตาสีทองของมันฉายแววลังเล
“เ้าจะรับข้าเป็นายได้หรือไม่?”ฤทธาถามซ้ำ
ชีต้าร์จ้องมองเขานิ่งก่อนจะถอนหายใจไหล่ตกลงมาเล็กน้อยในท่ายืนสองขา แล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ
ฤทธายิ้มบางๆ ก่อนจะเริ่มร่ายคาถาสัญญาิญญา แสงสีทองค่อยๆแผ่ออกมาจากร่างของเขาและชีต้าร์ พันธะิญญาเริ่มก่อตัวขึ้นทั้งคู่เอาฝ่ามือประสานกันจนแสงหายไป
จู่ๆชีต้าร์ก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างไม่ทันตั้งตัวใช้หัวโขกอกฤทธาจนเขาถึงกับเซไปข้างหลัง
“เดี๋ยวๆ เ้าทำอะไรน่ะ!?”ฤทธาร้องลั่น
ชีต้าร์หัวเราะเบาๆ“ก็ข้าตกลงทำสัญญาแล้วนี่”
ฤทธาชะงักไปก่อนจะขมวดคิ้ว
“เมื่อกี้เ้ายังทำหน้าเศร้าเหมือนตรอมใจจะตายอยู่เลยไม่ใช่รึ!?”
ชีต้าร์กระดิกหูพลางเลียอุ้งเท้าตัวเองอย่างเกียจคร้าน
“ข้าแค่แสดงไปตามบทเ้าเชื่อจริงๆหรือไงว่าข้าจะยอมตายง่ายๆ”
ฤทธาอ้าปากค้างก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
“เ้านี่มัน...!”
ฤทธารู้สึกขำชีต้าร์หลังจากทำสัญญาิญญาเป็ครั้งแรกเหมือนเขารับรู้ถึงจิตใจและความสามารถบางอย่างของชีต้าร์ได้
“เหมือนข้าจะรับรู้ว่าเ้าสามารถทำอะไรได้บ้างแต่ก็ไม่ค่อยชัดเจน”
ฤทธาบรรยายความรู้สึกให้ชีต้าร์ฟัง
“มันเป็เช่นนั้นแหละและเ้าจะได้ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งไป ตาข้าสามารถประเมินสิ่งของได้จมูกข้าไวต่อกลิ่นสมบัติ เล็บข้าแข็งแกร่งจนขุดูเาหินเป็อุโมงค์ได้ข้าสู้ไม่เก่งแต่หนีเก่งมากฮ่า ฮ่า ฮ่า อีกอย่างมีข้าเ้าจะโชคดี”
ชีต้าร์อธิบาย
“แล้วเ้าได้ความสามารถอะไรจากข้าหรือไม่”ฤทธาถามอย่างสงสัย
“กับมนุษย์น่ะหรือถ้าเ้าแกร่งข้าก็แกร่งตาม ส่วนมากจะเป็ด้านอารมณ์มากกว่า ความรู้สึกรัก เกลียดหรือเคียดแค้นอะไรพวกนี้ ปรกติสัตว์ิญญาอย่างพวกข้า ไม่มีเื่พวกนี้หรอกแต่ถ้าทำสัญญากับมนุษย์เหมือนรับรู้เื่พวกนี้ได้ดีขึ้นน่ะตอนนี้พลังของข้าลดลงมากมาก ข้าต้องรอเ้าแข็งแกร่งขึ้น”
ชีต้าร์บอกเล่าประสบการณ์อย่างไม่ปิดบัง
“เอาล่ะเรามาทำธุระของเราให้เสร็จกันเถอะพรุ่งนี้เ้าต้องสอบครั้งที่สองนี่นะ”
ชีต้าร์เดินมาหาฤทธา
“ธุระของเรา คืออะไรงั้นรึ”ฤทธาถามอย่างสงสัย
“กำไลนี้ที่จริงเป็อุปกรณ์ิญญาของนายข้าตอนนี้มันไม่มีเ้าของ เ้าหยดเืลงไปเพื่อจะได้ใช้งานมันได้มันคือกำไลค่ายกลห้ารูปแบบ”
ชีต้าร์บอกฤทธาพร้อมพยักหน้าให้ฤทธาหยดเืลงไปที่กำไล
ฤทธาก็ทำตามทันทีที่เืหยดลงไป ก็มีแสงสีฟ้าแล้วมีรูปทรงแปดหน้าลอยขึ้นมาเหนือกำไล
“อันนั้นเป็ค่ายกลเ้าค่อยไปศึกษามันละกัน ข้าไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันทีนี้เ้าลองใช้จิตััสำรวจดูด้านในกำไล แบบสำรวจดูแหวนมิติน่ะ”
ชีต้าร์ยังคงแนะนำต่อ
ฤทธาก็หลับตาลงแล้วลองสำรวจดูพบว่าในกำไลมีพื้นที่กว้างมีกระท่อมโทรมๆ และมีแปลงสวนดอกไม้ที่ตายซากเพราะขาดคนดูแลเสร็จแล้วก็หันมามองชีต้าร์เหมือนจะถามว่ามันคืออะไร
“ในนั้นมีพื้นที่มิติอยู่ถ้าเ้าอยากเข้าไปต้องฝากกำไลไว้กับข้าส่วนนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
ชีต้าร์ชูแหวนขึ้นมาแล้วเอาชุดคลุมที่ประมูลออกมา เป็ชุดเหมือนผ้าคลุม มีที่คลุมหัวมีเข็มกลัดกลมๆสีเงินกลัดที่อกซ้าย เหมือนกระดุมเม็ดใหญ่ที่ทำให้ผ้านั้นติดกัน
“ลองสวมดู”ชีต้าร์ส่งให้ฤทธาลองสวม
ฤทธารับมาแล้วสวมตามที่ชีต้าร์บอก
“มันเป็ชุดคลุมที่เป็อุปกรณ์ขั้นห้าที่นายหญิงข้าสร้างขึ้นให้เ้านายข้าที่เข็มกลัดเ้าลองหมุนดู มันปรับได้หลายรูปแบบ พรางตัวได้เก็บซ่อนไอปราณและพลังได้ พลังป้องกันสูง เ้าลองไปทำความคุ้นเคยเอาแล้วกันส่วนแหวนนี่เ้าก็เก็บไว้ มีกล่องที่หัวหน้าโรงประมูลให้เ้าอยู่ด้วย”ชีต้าร์ส่งแหวนให้ฤทธา
“เอาล่ะจบเื่แล้วข้าต้องไปพักละเ้าค่อยๆดูไปละกัน”
แล้วชีต้าร์ก็หายเข้าไปในกำไลทิ้งฤทธาให้งงอยู่กับของที่ได้มา
“อะไรเยอะแยะล่ะทีนี้พรุ่งนี้ข้าต้องสอบนะ ไว้ค่อยดูทีหลังแล้วกัน ข้าต้องทบทวนและบ่มเพาะอีก”ฤทธาเก็บทุกอย่างไป แล้วนั่งบ่มเพาะต่อ
…วันรุ่งขึ้น
ที่สนามสอบครั้งที่สองของเด็กปีหนึ่งจัดขึ้นที่เดิมแต่คราวนี้คนมาดูบางตาลงไปเยอะกว่าครั้งก่อนมาก อาจารย์ผู้ทำพิธีออกมาบอกกติกาให้นักเรียนที่ต่อแถวอยู่ฟัง
“ต้องมีรปราณยุทธระดับทะลวงชีพจรทะลวงชีพจรสำเร็จอย่างน้อยสิบเส้นชีพจร ต้องมีพลังชกมากกว่าสองเท่าของครั้งที่แล้ว
ต้องมีป้ายอาชีพอย่างน้อยหนึ่งอาชีพถ้ามากกว่านั้น จะได้คะแนนพิเศษเพิ่ม เอาล่ะ เริ่มได้!”
ผลอันดับหนึ่งถึงสิบไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ที่น่าสนใจคือ อันดับหนึ่งถึงสามต่างมีคนละสามอาชีพทำให้เด็กคนอื่นทึ่งในความขยัน และเริ่มกลัวอันดับล่างตัวเองจะแซงขึ้นมา
ที่บ้านพักของเด็กๆทุกคนกำลังเตรียมกลับบ้าน เรโซ่และยอนมินออกไปก่อนแล้ว
“ยินดีด้วยนะฤทธาที่รักษาอันดับไว้ได้” จิมมี่แสดงความยินดีกับฤทธา
“เกือบโดนซุนโฮแซงน่ะสิไม่ว่าข้าล่ะลุ้นแทบตาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ฤทธาบอกกับจิ่มมี่
“ฤทธาตกลงไม่ไปบ้านข้าจริงๆหรือข้าว่าจะไปรับกระบี่ที่สั่งไว้ ก่ะจะชวนไปด้วยกัน” ซูคิมชวนฤทธาอีกรอบ
“ข้ากำลังจะทะลวงขั้นไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้ เลยไม่อยากไปไหนน่ะศิษย์พี่ศิษย์พี่รีบเอาสัตว์พาหนะไปอวดที่บ้านเถอะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอวดจะแย่แล้ว ฮ่า ฮ่าฮ่า”
ฤทธากับจิมมี่หัวเราะพร้อมกัน
“สองคนนั้นก็ไปไม่รอเลยป่ะซู เราก็ออกไปพร้อมกัน ไปล่ะฤทธา”
ศิษย์พี่ทั้งสองโบกมือลาฤทธาก็โบกมือตอบ.
จบตอนที่11.