ตอนที่ 10: เทศกาลโคมไฟกับใจที่สั่นคลอน
ยามค่ำคืนของเมืองท่า คึกคักและสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากโคมแดงนับพันดวงที่แขวนเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน เสียงดนตรีพื้นเมืองและผู้คนเดินขวักไขว่ฉลอง "เทศกาลหยวนเซียวหรือเทศกาลโคมไฟ
หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ดุเดือดมาได้ ‘เย่ว์เสียน’ ก็ใช้สกิลความตื๊อสายเปย์ ชวนทุกคนในโรงน้ำชาชิงซินออกมาเที่ยวงานเทศกาลเพื่อผ่อนคลาย
ทว่า ท่ามกลางผู้คนมหาศาล บรรยากาศกลับถูกแบ่งออกเป็สองคู่สองเมืองอย่างชัดเจน...
.ณ สะพานหินใต้ต้นท้อโบราณที่ออกดอกสีชมพูสะพรั่ง
‘ซ่งเหวิน’ และ ‘เย่ว์เสียน’ ยืนอยู่เคียงข้างกัน เสียงโคมไฟกระดาษลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าส่งแสงระยิบระยับราวกับหมู่ดาว
เย่ว์เสียนในชุดผ้าไหมสีแดงปักดิ้นเงิน เขามองโคมไฟในมือ แล้วหันมาสบตาซ่งเหวิน แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้จริงจังและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ศิษย์พี่... เอ๋อ ไม่สิ เถ้าแก่ซ่ง” เย่ว์เสียนเอ่ยเสียงเบา “ข้าหนีวิถีมารของพ่อ หนีความคาวเืมาตลอดชีวิต... ข้าคิดว่าโลกนี้ไม่มีที่สำหรับข้าแล้ว จนกระทั่งข้าได้มาเจอกับท่าน และโรงน้ำชาแห่งนี้”
ซ่งเหวินมองใบหน้างดงามนั้นใต้แสงโคม หัวใจที่เคยเยือกเย็นดังน้ำแข็งคล้ายถูกหลอมละลายลงจนหมดสิ้น
“ข้าไม่สนว่าท่านเคยเป็ใคร เป็ประมุขพรรคมาร หรือคนเลวร้ายในสายตาใคร...” เย่ว์เสียนยื่นโคมไฟในมือให้ซ่งเหวินถือร่วมกัน “ข้าขออยู่กับท่านแบบนีัไปตลอดชีวิตเลยได้มั้ย”
ซ่งเหวินนิ่งอึ้งไปสามอึดใจ สายตามองโคมไฟในมือ แล้วเลื่อนขึ้นมองดวงตาดอกท้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักบริสุทธิ์ มือหนาของอดีตยอดกระบี่เลื่อนไปกุมมือเรียวของเย่ว์เสียนไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ก็แล้วแต่เ้าเถิด ถ้าเ้าอยากจะอยู่ที่นี่กับข้าไปเรื่อยๆข้าก็ไม่ขัดข้อง"
คำตอบนั้นทำเอาเย่ว์เสียนยิ้มกว้างจนน้ำตาคลอเบ้า อยากจะโผเข้ากอดซ่งเหวินกลางสะพานหินแต่ก็ถูกซ่งเหวินกัน
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางผู้คนที่หนาแน่นใกล้มุมร้านค้า
‘มู่ชิง’ ยืนแอบอยู่หลังเสาไม้ ร่างสูงใหญ่ในชุดดำทอดมองภาพเย่ว์เสียนกับซ่งเหวินอยู่บนสะพานหินจากระยะไกล แม้แผลใจจะเริ่มสมาน แต่ความผูกพันในอดีตก็ยังทำให้ดวงตาคมกริบฉายแววหม่นหมองลงเบาๆ
หมับ!
ทว่า ความเหงาของมู่ชิงก็ดำรงอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที... เมื่อฝ่ามือเล็กๆ ของ ‘จิ่งเหอ’ ยื่นเข้ามาจับข้อมือของมู่ชิงไว้ แล้วดึงลากออกไปจากตรงนั้นอย่างแรง!
“เดินมาทำหน้าเป็ศพตรงนี้ทำไมเนี่ยไอ้มารหน้าตาย!” จิ่งเหอตวาดแว้ด กลบเกลื่อนความขัดเขิน ใบหน้าหล่อคมแดงซ่านแข่งกับแสงโคมไฟ
มู่ชิงชะงักไป มองข้อมือตัวเองที่โดนคนตัวเล็กจับไว้แน่น “จิ่งเหอ... เ้า?”
จิ่งเหอชูไม้ “ถังหูลู่”สองไม้ที่เพิ่งซื้อมาขึ้นตรงหน้ามู่ชิง “อ่ะ! กินนี่ซะ! ขนมหวานๆ จะได้ช่วยดับความขื่นขมในปากเ้าบ้าง!”
มู่ชิงมองถังหูลู่ลูกสีแดงสดที่เคลือบน้ำตาลแวววาว แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อคมที่กำลังทำหน้าดื้อตาใส ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความใส่ใจและเป็ห่วงอย่างปิดไม่มิด
ความหม่นหมองในใจของมือขวาพรรคมารพลันเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เกาะกุมหัวใจ
มู่ชิงไม่ได้ยื่นมือไปรับไม้ถังหูลู่ แต่กลับก้มหน้าลงไป... กัดกินพุทราเชื่อมลูกบนสุดจากไม้ในมือของจิ่งเหอโดยตรง!
“งับ...”
จิ่งเหอตัวเกร็งทื่อ หน้าแดงแผดเผาไปถึงใบหู รสชาติหวานกรอบของน้ำตาลและกลิ่นหอมชวนหลงใหลของมู่ชิงที่เข้ามาใกล้ในระยะไม่กี่นิ้ว ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระทึกเหมือนจะทะลุออกมานอกอก!
“มะ... มารหน้าตาย! เ้าอยากกินก็หยิบไปสิ! มากินจากมือข้าทำไมเนี่ย!” จิ่งเหอโวยวายเสียงสั่น ทำตัวไม่ถูก
มู่ชิงเคี้ยวพุทราเชื่อมช้าๆ ก่อนจะสบตาจิ่งเหอนิ่ง รอยยิ้มทรงเสน่ห์และอบอุ่นเผยขึ้นที่มุมปาก “ก็กินจากมือเ้า... มันหวานกว่า”
“เ้า... เ้าบ้า!” จิ่งเหอแทบจะเอาไม้ถังหูลู่ตีหัวมู่ชิง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยัดไม้ถังหูลู่ใส่มือมู่ชิง แล้วเดินสะบัดหน้าหนี นำหน้าไปก่อนด้วยความอายสุดขีด
มู่ชิงมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังเดินงอนปนเขินอยู่นั้น แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาออกก้าวขาเดินตามไปข้างๆ พลางเอื้อมมือไปจับมือเล็กของจิ่งเหอมากุมไว้หลวมๆ... และรอบนี้ คนหัวอ่อนตัวเล็กก็ไม่ได้สะบัดมือออกแต่อย่างใด
เทศกาลโคมไฟคืนนี้... ความรักของทั้งสองคู่ ได้เบ่งบานและชัดเจนขึ้นท่ามกลางแสงไฟอย่างสมบูรณ์แบบ