ขณะที่ท่านโหวกู้กำลังสนุกสนานกับการร่ำสุราอยู่ในวังหลวง กู้เยวี่ยนก็ได้พากู้หนิง กู้อัน และกู้เจ๋อไปลงทะเบียนเข้าเรียนกับอาจารย์ใหญ่ที่สำนักศึกษาเหวินชาง
“ทั้งสามคนเป็บุตรที่ท่านโหวกู้กับกู้ฮูหยินตามหามาตลอดใช่หรือไม่” อาจารย์ใหญ่เหวินถาม
อาจารย์ใหญ่เหวินกับท่านโหวกู้เป็สหายกัน แม้ไม่ได้สนิทสนม แต่ก็นับว่าเป็มิตรที่ดีต่อกัน และอาจารย์ใหญ่เหวินก็เป็หนึ่งในคนที่ช่วยตามหาบุตรและอนุภรรยาของท่านโหวกู้เช่นกัน
“ขอรับท่านอาจารย์ กู้หนิงกับกู้อันเป็บุตรที่เกิดจากท่านน้าหลิน ส่วนกู้เจ๋อเป็บุตรบุญธรรมที่ท่านน้าหลินรับมาเลี้ยง เพราะบิดาและมารดาของกู้เจ๋อนับเป็ผู้มีพระคุณของท่านน้าหลินขอรับ” กู้เยวี่ยนบอกอย่างไม่ปิดบัง
“หากจะบอกว่าหลินหลี่ซือให้กำเนิดพวกเขาทั้งสามคนข้าก็เชื่อ ไม่ว่าจะเป็ดวงตาหรือรอยยิ้ม พวกเขามีส่วนคล้ายกับหลินหลี่ซือมากทีเดียว”
“ท่านพ่อกับท่านแม่ก็พูดเช่นนี้เหมือนกันขอรับ”
อาจารย์ใหญ่เหวินมองเด็กทั้งสามคนแล้วยิ้ม “มาพูดถึงเื่เรียนกันต่อดีกว่า ตามอายุของพวกเ้า กู้หนิงกับกู้อันสามารถเรียนร่วมชั้นกับกู้เยวี่ยนได้ แต่กู้เจ๋อมีอายุน้อยกว่า ดังนั้นกู้เจ๋ออาจจะต้องไปเรียนร่วมชั้นกับเด็กที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน”
“อาจารย์ขอรับ ข้าคิดว่าอาจารย์ทดสอบความรู้ของพวกเขาทั้งสามคนก่อนดีหรือไม่ขอรับ” กู้เยวี่ยนเสนอ “อาจารย์อย่าเห็นว่าเสี่ยวเจ๋ออายุยังน้อย แต่ทักษะและความสามารถของเขามีไม่น้อยไปกว่ากู้หนิงกับกู้อันเลยนะขอรับ”
อาจารย์ใหญ่เหวินลูบเคราตนเอง “อืม...เช่นนั้นก็มาลองทดสอบกันก่อน แต่ข้าจะบอกไว้ว่าข้อสอบของสำนักศึกษาเหวินชางถูกจัดให้เป็ข้อสอบที่ยากรองลงมาจากการสอบจอหงวนเชียวนะ หากพวกเ้าทำคะแนนได้ไม่ดีก็อย่าหาว่าอาจารย์กลั่นแกล้งเชียวล่ะ”
“ขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะพยายามทำข้อสอบให้เต็มเลยขอรับ” กู้เจ๋อยิ้มตอบอย่างมั่นใจ
“เราสองคนก็จะทำแบบทดสอบให้เต็มที่เหมือนกันเ้าค่ะ” กู้หนิงบอก โดยมีกู้อันที่พยักหน้าสนับสนุน
อาจารย์ใหญ่เหวินให้เด็กทั้งสามคนนั่งทำข้อสอบในห้องของตนเอง เพื่อที่เขาจะได้สังเกตท่าทางของเด็กทั้งสามไปด้วย เพราะสำนักศึกษาเหวินชางไม่ได้สอนแค่ความรู้ในตำราเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการสอนกิริยามารยาทต่างๆ ให้สมกับเป็บัณฑิตอีกด้วย และจากการสังเกต เด็กทั้งสามคนก็ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง จนกระทั่งหมดเวลาสอบ
อาจารย์ใหญ่เหวินตรวจข้อสอบด้วยความพอใจ “ระดับความรู้ของพวกเ้าช่างยอดเยี่ยม หากไม่บอกว่าพวกเ้าเรียนกับอาจารย์ในหมู่บ้าน ข้าคงนึกว่าพวกเ้าสามคนคงผ่านการเรียนจากสำนักศึกษาอื่นมาแล้ว”
“คะแนนของพวกเขาเป็อย่างไรบ้างขอรับ” กู้เยวี่ยนถาม
“ยินดีด้วย พวกเ้าสี่คนพี่น้องสามารถเรียนอยู่ห้องเดียวกันได้” อาจารย์ใหญ่เหวินยิ้มให้กู้เยวี่ยน “แต่ข้าขอเตือน เ้าในฐานะพี่ใหญ่ หากไม่ขยันระวังน้องๆ ของเ้าจะเรียนแซงหน้าเอาได้”
“ข้าก็ไม่สนใจหรอกขอรับ มีแต่จะดีใจกับพวกเขาด้วยซ้ำ”
“เ้านี่มันน่าเขกกะโหลกจริงๆ ความหมายของข้าก็คือเ้าที่เป็พี่ใหญ่ควรจะเป็แบบอย่างให้น้องๆ” อาจารย์ใหญ่เหวินยกพัดขึ้นเคาะที่ศีรษะกู้เยวี่ยน ก่อนที่จะยิ้มให้เขา “เ้าเหมือนกู้เสิ่นไม่มีผิด รายนั้นก็ไม่เคยชิงดีชิงเด่นกับใคร ทำให้มิตรสหายส่วนใหญ่อดที่จะชื่นชมเขาไม่ได้ ไปเถอะ...นี่ก็จวนจะได้เวลาเริ่มเรียน เ้าพาน้องๆ ไปเข้าชั้นเรียนได้แล้ว”
กู้เยวี่ยนพาน้องทั้งสามคนกล่าวลาอาจารย์ใหญ่ จากนั้นทั้งหมดก็เดินไปที่ห้องเรียน ทันทีที่พี่น้องทั้งสี่คนเดินมาถึงห้องเรียน กู้หนิงก็มองเห็นคนที่ตนเองสนใจพอดี นางรีบเดินไปนั่งตรงที่ว่างข้างๆ เขา
“สวัสดี ข้าชื่อกู้หนิง เ้าจะเรียกข้าว่าหนิงหนิงก็ได้ แล้วเ้าชื่ออะไร” กู้หนิงยิ้มให้กับโจวหยุนเฉิง “ข้ารู้ว่าเ้าคือคุณชายรองของสกุลโจว แต่ข้าไม่อยากเรียกเ้าเป็ทางการแบบนั้น”
โจวหยุนเฉิงยิ้มอย่างดีใจ เขาสืบรู้มาแล้วว่าวันนี้กู้หนิงจะมาเรียนที่สำนักศึกษาเป็วันแรก ตามกฎของสำนักศึกษาจะต้องทำการทดสอบเพื่อวัดระดับ แต่เขาเชื่อว่ากู้หนิงจะต้องสอบได้คะแนนดีและต้องได้มาเรียนในห้องเรียนนี้อย่างแน่นอน เขาจึงขอให้สหายที่นั่งอยู่ติดกันย้ายไปนั่งที่อื่น โดยที่เขากำลังคิดหาวิธีว่าจะให้นางมานั่งอยู่ข้างตนเองได้อย่างไร แต่ไม่คิดว่าเมื่อกู้หนิงเดินเข้าห้องเรียนมา นางก็ตรงมานั่งอยู่ข้างๆ เขาเลย
“ทำไมเ้าเอาแต่มองข้าอย่างนั้นเล่า” กู้หนิงโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าโจวหยุนเฉิง
โจวหยุนเฉิงกระแอมแก้เขิน “ข้าชื่อโจวหยุนเฉิง”
“เช่นนั้นข้าจะเรียกเ้าว่าหยุนเฉิงไปก่อนก็แล้วกัน” กู้หนิงยิ้มกว้างก่อนที่จะกระซิบ “แต่ในอนาคตข้าจะเรียกเ้าว่าที่รัก”
“อะไรคือที่รัก” โจวหยุนเฉิงทำหน้างง
“ก็หมายความว่า...” กู้หนิงยังไม่ทันได้ตอบ กู้อันก็พูดแทรก
“พี่หญิง! ได้นั่งกับคนถูกใจก็ลืมน้องชายอย่างข้าไปเลยนะขอรับ” กู้อันหันไปยิ้มให้โจวหยุนเฉิงแล้วแนะนำตัว “ข้าชื่อกู้อันเป็น้องชายของนาง เ้าจะเรียกว่าข้าเสี่ยวอันก็ได้”
“ข้าเป็น้องเล็กของบ้านมีนามว่ากู้เจ๋อ” กู้เจ๋อเดินไปนั่งที่ที่นั่งถัดจากโจวหยุนเฉิง จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดเสียงเบา “ถึงแม้ว่าข้าจะมองว่าเ้าไม่คู่ควรกับพี่หญิง แต่ในเมื่อนางถูกใจเ้า ข้าก็จะชอบเ้าด้วย”
กู้เยวี่ยนเห็นน้องชายทั้งสองกำลังจะขายพี่สาวของตัวเองให้บุรุษอื่น เขายกหนังสือขึ้นตีไปบนศีรษะของกู้อันกับกู้เจ๋อ “พวกเ้าคิดจะขายพี่สาวให้กับบุรุษอื่นแล้วรึ แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าเขาเป็ใคร เขาเป็น้องชายของโจวสือหยวนนะ”
“เป็น้องชายของโจวสือหยวนแล้วอย่างไรเ้าคะ หยุนเฉิงกับโจวสือหยวนไม่ใช่คนคนเดียวกันเสียหน่อย” กู้หนิงพูดอย่างไม่สนใจ ก่อนที่นางจะหันไปยิ้มให้กับโจวหยุนเฉิง “ข้าเป็คนรู้จักแยกแยะ เพราะฉะนั้นเ้าสบายใจได้”
กู้เยวี่ยนถึงกับถอนหายใจ เขาก็นึกไว้อยู่แล้วว่าทำไมเมื่อคืนน้องสาวถึงไปหาเขาที่ห้องแล้วก็สอบถามเื่ของโจวหยุนเฉิง ที่แท้นางก็สนใจเ้าคนอ่อนแอคนนี้จริงๆ แต่น้องสาวพูดไม่ผิด โจวหยุนเฉิงกับโจวสือหยวนเป็คนละคนกัน หากน้องสาวอยากทำความรู้จักกับโจวหยุนเฉิงเขาก็จะไม่ห้าม แต่หากน้องสาวอยากได้เ้าคนอ่อนแอคนนี้มาเป็คู่ชีวิต เขาในฐานะพี่ชายก็จะต้องตรวจสอบให้ดี ว่าแล้วกู้เยวี่ยนก็เดินไปตบหลังโจวหยุนเฉิงอย่างแรง “เอาล่ะ ในเมื่อน้องสาวของข้าอยากนับเ้าเป็สหาย ข้าก็จะอนุญาต แต่เ้าจำไว้ให้ดีว่าเ้าห้ามรังแกหรือทำร้ายจิตใจของน้องสาวข้าเป็อันขาด ไม่อย่างนั้นเราได้เห็นดีกันแน่”
โจวหยุนเฉิงเจ็บจนหน้าซีด เพราะบริเวณที่กู้เยวี่ยนตบลงไป ตรงกับรอยแส้ที่โจวฮูหยินหวดใส่เขาพอดี
“อะไร ตบหลังแค่นี้เ้าก็ทนไม่ได้แล้วหรือ อ่อนแอชะมัด” กู้เยวี่ยนพูดขึ้น แต่พอเห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าเ็ป เขาก็รู้สึกผิด “เอ่อ...ข้าขอโทษด้วยก็แล้วกัน”
กู้หนิงมองไปบนหลังของโจวหยุนเฉิงก็เห็นว่ามีรอยเืซึมออกมา นางถามเสียงเรียบ “เ้าได้รับาเ็มาได้อย่างไร”
“ไม่มีอะไร เป็แค่การลงโทษตามกฎของตระกูล”
“ไม่ได้เกี่ยวกับที่พี่ใหญ่ของข้ากับพี่ชายของเ้ามีเื่กันวันนั้นใช่หรือไม่”
โจวหยุนเฉิงไม่ตอบ และท่าทางของเขาก็ดูน่าสงสารมาก
กู้หนิงถามอย่างโมโห “เป็โจวสือหยวนที่ทำร้ายเ้าหรือเป็ผู้ใดที่ทำร้ายเ้า”
“เป็ข้าที่ดูแลพี่ใหญ่ไม่ดีทำให้เขาได้รับาเ็ อีกทั้งที่ท่านโหวกู้กับท่านพ่อต้องต่อสู้กันก็เป็เพราะข้า”
“เื่นี้จะเป็ความผิดของเ้าไปได้ยังไง” กู้หนิงทุบกำปั้นลงกับโต๊ะเสียงดัง “กล้ามาทำร้ายผู้ชายของข้า โจวสือหยวน...เ้าระวังตัวไว้ให้ดี”
ทันทีที่กู้หนิงพูดจบก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น “น้องสาวของเ้าดูท่าทางจะเอาเื่ไม่เบาเลยนะอาเยวี่ยน”
“เ้ายังจะมาหัวเราะอีก มาเรียนวันแรกน้องสาวของข้าก็ไปถูกใจบุรุษคนหนึ่งเสียแล้ว แล้วข้าจะกลับไปบอกกับท่านพ่ออย่างไรดีล่ะทีนี้” กู้เยวี่ยนทำหน้าทุกข์ใจ
“เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ต่อจากนี้ท่านพ่อของเ้ากับรองแม่ทัพโจวอาจจะไม่เป็อริกันแล้วก็ได้”
“พี่ใหญ่ คนผู้นี้คือใครหรือเ้าคะ” กู้หนิงถาม
“ข้ามีนามว่าฉู่เฟยเทียน” ฉู่เฟยเทียนยิ้ม
“ฉู่เฟยเทียน!” กู้อันกับกู้เจ๋อะโขึ้นพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็ไปนั่งประกบซ้ายขวาข้างกายฉู่เฟยเทียน “ท่านคือองค์ชายใหญ่ใช่หรือไม่ขอรับ”
“ใช่ พวกเ้าจะเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ฉู่ก็ได้”
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ฉู่ สกุลกู้ของเรากำลังจะเปิดสนามแข่งม้าในอีกสิบวันข้างหน้า ข้าอยากเชิญท่านไปร่วมพิธีเปิดจะได้หรือไม่ขอรับ” กู้อันรีบบอกวัตถุประสงค์ หากวันเปิดสนามแข่งม้าของพวกเขามีองค์ชายใหญ่หรือว่าที่องค์รัชทายาทไปร่วมในวันเปิดงาน สนามแข่งม้าของพวกเขาก็จะได้รับความสนใจ คนที่จะเข้าไปชมการแข่งขันและคนที่จะเข้าไปเล่นพนันก็จะมีมากขึ้น
“เจอหน้าครั้งแรกก็จะใช้งานเราเลยหรือ” ฉู่เฟยเทียนยิ้ม “เมื่อเช้าเราเห็นว่าท่านโหวกู้เพิ่งได้ม้าเหงื่อโลหิตมาใหม่ หากมีม้าดีๆ ให้เราได้ลองขี่สักตัว เราก็ยินดีจะไปร่วมวันเปิดสนามแข่งม้าของเ้า”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องไป” กู้เยวี่ยนตอบอย่างไม่สนใจก่อนจะพูดเสียงเบา “ข้าเชื่อว่าฝ่าากับรัชทายาทคงถูกท่านพ่อเชิญไปร่วมงานแล้ว องค์ชายใหญ่อย่างเ้าจะไปร่วมงานหรือไม่ก็ไม่จำเป็”
“เ้ายังเป็สหายเราอยู่หรือไม่กู้เยวี่ยน” ฉู่เฟยเทียนแสร้งทำหน้าน้อยใจแล้วหันไปพูดกับกู้หนิง “หนิงเอ๋อ ไม่รู้ว่าท่านโหวกู้ยังเหลือม้าเหงื่อโลหิตอยู่หรือไม่ เราอยากซื้อไว้สักตัว”
“พี่ใหญ่ฉู่ ข้าให้ม้าเหงื่อโลหิตกับท่านไปเปล่าๆ ก็ได้นะเ้าค่ะ เพียงแต่...” กู้หนิงเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่พูดต่อ
“เพียงแต่อะไรหรือ?” ฉู่เฟยเทียนรีบถาม
“องค์ชายใหญ่อย่ามัวไปเสียเวลาพูดอยู่กับสตรีที่ไร้การอบรมเช่นนี้เลยเพคะ” เสียงสตรีคนหนึ่งดังขึ้น “นางรู้อยู่แล้วว่าพระองค์อยากได้ม้าเหงื่อโลหิต แทนที่นางจะนำมาถวาย แต่นางกลับกล้าที่จะต่อรอง แม้ว่าหม่อมฉันจะไม่รู้ว่านางกำลังจะต่อรองเื่อะไร แต่หม่อมฉันคิดว่าอย่างไรการกระทำของนางก็ไม่สมควรอย่างยิ่งเพคะ”
ฉู่เฟยเทียนที่ถูกขัดจังหวะก็หันไปมองสตรีนางนั้นอย่างไม่พอใจ “เ้าบอกว่าหนิงเอ๋อเป็สตรีที่ไร้การอบรม แต่การที่เ้าบังอาจมาพูดแทรกและยังกล้ามาสั่งสอนเราอยู่นี้เรียกว่าอะไร!”
เหยาจือจือถึงกับหน้าซีด “องค์ชายใหญ่ หม่อมฉัน...หม่อมฉันแค่อยากสั่งสอนนางแทนพระองค์ หม่อมฉันไม่ได้คิดที่จะล่วงเกินพระองค์เลยนะเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันกับพระองค์ก็ใกล้จะ...”
“ใกล้จะอะไร?” กู้เยวี่ยนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหยาจือจือเพื่อไม่ให้นางได้มีโอกาสเข้าใกล้ฉู่เฟยเทียน จากนั้นก็แสร้งถามอย่างกดดัน “ใกล้จะอะไร รีบพูดออกมาสิ”
“เกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย” เหยาจือจือมองฉู่เฟยเทียนอย่างน้อยใจ “พระองค์จะปล่อยให้หม่อมฉันถูกกู้เยวี่ยนรังแกหรือเพคะ”
“ใครใช้ให้เ้าไปต่อว่าน้องสาวของเขาก่อนเล่า” ฉู่เฟยเทียนพูดอย่างไม่สนใจ “อีกอย่างเราหวังว่าเ้าจะเก็บคำพูดเมื่อครู่กลับไป สิ่งใดที่มันเกินเอื้อมก็ให้หยุดคิดเสีย เพราะเ้ามันไม่คู่ควร”
เหยาจือจือเปลี่ยนจากความน้อยใจเป็อับอาย ท่านอาหญิงของนางหรือเหยากุ้ยเฟยเคยให้สัญญาไว้แล้วว่าจะให้นางแต่งเป็พระชายาขององค์ชายใหญ่ และในอนาคตนางอาจจะได้ครองตำแหน่งเป็ถึงฮองเฮา แต่เหตุใดองค์ชายใหญ่ถึงได้พูดจาหักหน้านางต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้
แต่ถึงอย่างนั้นเหยาจือจือก็ไม่กล้าทำให้ฉู่เฟยเทียนไม่พอใจ นางหันไปมองกู้หนิงด้วยความโกรธ “ทั้งหมดเป็เพราะเ้า!”
กู้หนิงถึงกับทำหน้าเซ็ง ทีแรกนางยังดีใจที่ได้เรียนร่วมชั้นและยังได้นั่งโต๊ะเรียนติดกับโจวหยุนเฉิง แต่ใครจะไปคิดว่าผ่านไปแค่ไม่กี่นาที นางก็มีศัตรูแบบไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว