บทที่ 9
จัดตั้งสำนัก
วันรุ่งขึ้น
หลังจากที่เจียงเฟิงนั้นประกาศกร้าวเื่การเข้าร่วมสำนักปราบมารไป เช้าวันนี้ก็ไม่มีคนของสำนักไหนมาวุ่นวายหน้าจวนของตนอีกเลย ซึ่งทำให้เจียงเฟิงรู้สึกดียิ่ง ก่อนที่เ้าตัวจะเข้าไปฝึกพลังในมิติต่อ
"ท่านพ่อ เรียกข้ามีอะไรหรือเปล่าขอรับ"เจียงเฟิงที่ออกมาจากการฝึกพลังในมิติจิต ก็ถูกลิ่วจือเรียก ว่าบิดานั้น้าที่จะพบตน ในตอนนี้ พอเดินเข้ามาในห้องก็พบบิดากำลังนั่งทำหน้าตาครุ่นคิดอะไรสักอย่าง พร้อมกระดาษที่กางอยู่เต็มโต๊ะทำงาน
"เจียงเอ๋อร์ เ้าอยากได้ที่ดินตรงไหนในการตั้งสำนักดี พ่อให้หลี่กงไปเอาโฉนดของตระกูลลู่ทั้งหมดมาให้เ้าเลือกว่าเ้าอยากได้ที่ไหนตั้งสำนัก"ท่านพ่อพูดพลางกวักมือเรียกเจียงเฟิงให้มาที่โต๊ะทำงานของตน "แล้วเื่ชื่อสำนักว่าเ้าอยากได้ชื่อว่าอะไร พ่อจะให้เ้าเป็คนตั้งทั้งหมด"
"คือว่า....ท่านพ่อ...."เจียงเฟิงที่คิดจะห้ามบิดา เื่ที่เขาประกาศออกไปเมื่อวาน ไม่คิดว่าบิดาเขาจะทำตามคำพูดของตนขนาดที่มอบที่ดินให้ตนเองเอาไปก่อตั้งสำนักเปล่าๆเปลือยๆ
"ตรงแถวๆ ร้านค้าของพี่รองเ้าดีไหม ตรงนั้นมีจวนขุนนางเก่าที่เอาโฉนดมาขายให้กับพ่อ ตอนนี้ก็ไม่ได้เอาไว้ใช้ทำอันใด ถ้าเ้าจะเอาไปตั้งสำนักก็สามารถที่จะตั้งได้เลยเพราะในจวนที่นั้นก็ของใช้ครบครันอาจจะเสียเวลาต่อเติมอีกเพียงเล็กน้อยก็เท่านั้น"ท่านพ่อไม่ได้ฟังเสียงของเจียงเฟิง ก่อนที่จะหยิบโหนดใบหนึ่งมาให้เจียงเฟิงดู เป็แผนผังของจวนที่บิดากล่าวบอกเมื่อกี้ ร่างบางหยิบมันมาดูก็พบว่าเป็จวนที่กว้างขวางเป็อย่างมาก ท่านพ่อต้องซื้อมากี่ตำลึงทองกันถึงได้จวนที่อยู่กลางย่านการค้าแบบนี้
"ข้าว่ามัน......"เจียงเฟิงที่กำลังจะเอ่ยปฎิเสธ บิดาก็พูดขัดเขามาอีกหน
"ถ้าเ้าได้เป็เ้าสำนัก ทั้งข้า มารดาเ้า พี่รอง คงจะดีใจไม่น้อยพวกเขานั้นล้วนอยากให้เ้าเป็ผู้ฝึกตนมากแค่ไหนเ้าไม่เคยรู้ เจียงเอ๋อร์ แต่เมื่อเ้าบอกว่าไม่อยากเป็แล้วเอาแต่อยู่ในจวนนี้ มันทำให้มารดากับพวกพี่ๆของเ้านั้นเป็ห่วงเ้ามากกว่าสิ่งใด แต่ตอนนี้พวกเขาก็เริ่มจะลดห่วงเ้าลงแล้ว เพราะเ้าสามารถที่จะดูแลตัวเองได้"ท่านพ่อกล่าว ก่อนที่จะเดินมาลูบหัวเจียงเฟิงอย่างรักใคร่ "ข้าก็เป็ห่วงเ้าไม่น้อยไปกว่าใคร ความจริงข้าอยากให้เ้าอยู่ในอ้อมอกข้าตลอดไป ไม่ต้องทำอันใด เป็ลูกที่น่ารักแบบนี้ไปตลอด แต่มันก็คงจะเป็ไปไม่ได้...."
"วันหนึ่งเ้าจะต้องจากไปมีครอบครัวของตน พ่อก็ไม่สามารถที่จะดูแลเ้าไปได้ตลอดชีวิต เ้าก็ไม่สามารถอยู่กับพ่อได้ตลอดชีวิตเหมือนกัน ดังนั้นเ้านั้น แข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ ไปเรียนรู้โลกภายนอกให้มาก เ้าจะต้องสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เมื่อวันนั้นไม่มีพ่อเ้าแม่เ้าคอยดูแลแล้ว"บิดากล่าวสิ่งที่อยู่ภายในใจตลอด10ปีที่ผ่านมา เขารักลูกคนนี้มากเหลือเกินเพราะเจียงเฟิงเกิดมาเป็เกอแล้วหน้าตาได้ฮูหยินเขามามากกว่าใคร เขาไม่อยากที่จะต้องสูญเสียสิ่งรักไปหนที่สองอีกแล้ว? แค่หนเดียวก็เจ็บเจียนตายแล้ว
"ขอรับ ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น ไม่ต้องทำให้พวกท่านต้องเป็ห่วงข้า ข้าจะดูแลตนเองให้ดีที่สุดขอรับท่านพ่อ"เจียงเฟิงไม่อาจจะขัดบิดาได้อีกเพราะเหตุผลที่บิดากล่าวมานั้น มันเป็ความหวังดีที่อยากให้ตนนั้นเติบโตไปเป็คนที่แข็งแกร่งขึ้น เจียงเฟิงเองก็จะไม่ทำให้ใครต้องเป็ห่วงตนเองอีก "ส่วนที่ตั้งสำนักเอาเป็ที่นี่ก็ได้ขอรับท่านพ่อ ใกล้กับพี่รองเวลาข้าเหงาจะได้แวะเวียนไปหาท่านพี่รองได้สะดวก"
"ได้ ข้าจะจัดการเื่สำนักให้เ้าเอง เจียงเอ๋อร์ หากมีเื่อันใดก็สามารถที่จะมาบอกกับพ่อได้ ข้าจะจัดการให้ทุกเื่เพื่อเ้า"บิดาเอ่ยเสร็จก็ลูบหัวเจียงเฟิงอีกหน "เ้าไปพักเถิด ส่วนเื่สำนักเ้าไปคิดชื่อก่อนก็ได้ ข้าไม่รีบค่อยมาบอกวันอื่นก็ได้"
"ขอรับ ลูกขอตัวลา"พูดจบเจียงเฟิงก็เดินออกมาจากห้องทำงานบิดา
ก่อนที่จะเดินกลับมายังจวนก็พบกับพี่หญิงที่กำลังนั่งเล่นที่ศาลากลางน้ำ เจียงเฟิงก็เดินเข้ามาหา
"คาราวะท่านพี่หญิง ไม่เห็นหน้าท่านซะนาน สบายดีหรือไม่ขอรับ"พอเจียงเฟิงเดินเข้ามาในสระบัว ก็เดินมาข้างๆพี่หญิง ลู่ เจียงเหมย ที่กำลังให้อาหารปลาในสระอยู่
"นั่งลงก่อนสิ เจียงเอ๋อร์ ่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยข้าก็พักอยู่ที่ห้อง ไม่ค่อยได้ออกมาซะเท่าไหร่ "พี่หญิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันมาสบตาเจียงเฟิงก่อนที่จะยิ้มหวาน "วันนี้อากาศดี ข้าจึงได้ออกมาเดินเล่นคลายความเหงาบ้างจึงมาให้อาหารปลาเนี่ยแหละ เ้าละโตขึ้นเยอะแล้วนะ"
"ขอรับ ข้าสบายดี ข้าก็อยากไปเยี่ยมพี่หญิงแต่ท่านแม่ก็ห้ามข้าตลอด บอกว่าท่านพี่หญิง้าพักผ่อนไม่อยากให้ข้าไปรบกวนท่าน อีกอย่างตำหนักท่านก็ไกลจากข้าอยู่มาก ท่านแม่กลัวข้าจะหลงเลยไม่ให้ไป"เจียงเฟิงเอ่ยขึ้น เพราะท่านแม่ห้ามตนเองตลอดไม่ให้เข้าไปยุ่งที่ตำหนักของพี่หญิง บอกว่าท่านพี่้าพักผ่อนไม่ให้เขาไปวุ่นวาย ไม่ก็อ้างว่าท่านพี่หญิงไม่อยู่ที่ตำหนักบ้างจนเจียงเฟิง เลิกที่จะไปเยี่ยมพี่หญิงไป
"ดีแล้วที่เ้าเติบโตมาแข็งแรง ไม่ได้อ่อนแอแบบข้า "
"ท่านตอนนี้ก็แข็งแรงดีนิขอรับ ถ้าท่านหายดีข้าจะพาท่านไปเที่ยวที่สวนต้นท้อไปเก็บลูกท้อกันนะขอรับ ที่นั้นสวยมากท่านพี่เห็นคงจะชอบน่าดู"เจียงเฟิงเอ่ยชวนก่อนที่จะนึกตอนตนไปเที่ยวที่สวนท้อว่ามันงดงามขนาดไหน อยากให้พี่หญิงได้เห็นภาพนั้นบ้าง
"อืม.....คงจะสวยดังที่เ้าว่าแน่ๆ"พี่หญิงยิ้มอ่อนๆมา ก่อนที่จะหันไปมองพื้นน้ำใสที่มีปลาแหวกว่ายอยู่อย่างเหม่อลอย "ข้าก็อยากเห็นสวนท้อนั้น เหมือนเ้า....อยากเห็นหิมะแรกกับเ้า...."
"ใช่ไหมขอรับท่านพี่ ท่านจะต้องรักษาตัวให้หายดีแล้ววันนั้นข้าจะเป็คนพาท่านไปชมสวนท้อเอง ตอนหิมะแรกมา ท่านต้องดูแลตัวเองดีดีนะขอรับข้าจะพาท่านชมเอง..."เจียงเฟิงยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ ที่คิดว่าจะได้ไปดูต้นท้อด้วยกัน
"อืม......"
"นายน้อยขอรับ ถึงเวลาทานอาหารแล้วขอรับ"เสียงลิ่วจือดังอยู่อีกฝั่งของสระน้ำดังขึ้นเรียกเจียงเฟิง ก่อนที่เจียงเฟิงจะพยักหน้ารับไป
"ท่านพี่ไปทานอาหารที่ตำหนักข้าไหมขอรับ มีขนมเค้กกุหลาบที่ท่านชอบด้วยนะขอรับ"เจียงเฟิงเอ่ยชวนพี่หญิงไปทานอาหารที่ตำหนักของตน
"ไม่ละเ้าไปเถิด เดี๋ยวพี่เ้าก็จะกลับแล้วลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว..."ท่านพี่ยิ้มก่อนที่จะลูบหน้าเจียงเฟิงอย่างเอ็นดู ท่านพี่ ลู่ เจียงเหมย เป็สตรีที่มีกิริยานอบน้อมมาก เป็กุลสตรีในฝันของชายหนุ่มนับร้อย ท่านพี่เรียบร้อยทำอาหารเก่งเป็แม่บ้านแม่เรือนแต่เสียตรงที่ท่านพี่เกิดมาอ่อนแอมากทำให้ต้องเก็บตัวอยู่ในตำหนักรักษาตัว ั้แ่ปลุกทักษะิญญามาก็ป่วยมากขึ้น
"งั้นข้าไม่กวนท่านแล้ว ขอให้ท่านพี่รักษาสุขภาพด้วย"เจียงเฟิงเอ่ยเสร็จก็เดินออกมา
สายลมพัดผ่านศาลากลางน้ำอย่างแ่เบาหอบเอากลีบดอกเหมยพัดผ่านมาตกที่มือของหญิงสาว ก่อนที่มันจะหายเข้าใบในมือของนาง สายตาอ่อนหวานทั้งหน้าหันไปมองร่างบางของเจียงเฟิงที่ห่างออกไป ก่อนที่จะยิ้มขึ้นมา ดวงตาสีหวานที่มีน้ำตาใสไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยามมองไปยังคนคนนั้น คนที่เป็เหมือนดวงตาของนาง
"ข้าดีใจที่เ้ากลับมา......"
ห้องประชุม ขุนพล์
ร่างสูงของ ลู่ ชุนไฉ เดินเข้ามาในห้องแห่งหนึ่งที่มีโต๊ะเรียงยาวอยู่แต่มีเก้าอี้นั่งแค่8ตัวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะนั่งตรงตำแหน่งเลขที่ได้กำหนดที่นั่งเขาไว้แล้ว ลำดับ4 ลู่ ชุนไฉ เขาเข้ามานั่งที่โต๊ะได้สักพัก ประตูก็เปิดออกมาอีกรอบพร้อมกับสตรีของตละกูลลู่เดินเข้ามา
"มาแล้วหรือฮูหยิน เป็ยังไงบ้างที่จวนท่านป้าเ้า"สามีที่เห็นภรรยาเดินเข้ามาก็เอ่ยถาม เื่ปัญหาที่จวนเ้าเมือง ที่ตอนนี้มีคนล้มเจ็บจากปีศาจมารักษาตัว ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเื่ ทำให้ฮูหยินของเขานั้นต้องไปช่วยที่จวนเ้าเมืองทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่
"ยังไม่ดีขึ้นเลยเ้าค่ะ ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมชาวบ้านถึงได้เป็แบบนั้น"ภรรยาส่ายหัวอย่างจนใจก่อนที่จะเดินมานั่งที่เก้าอี้ หมายเลข6 ลู่ อันฮวา
สักพักห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้นมาจนทั้งห้องเป็สีขาวทั้งห้อง เก้าอี้จากที่นั่งกันสองคนก็มีคนอื่นๆนั่งกันจนครบ เรียงตามลำดับเลขของตนเอง แต่ยังขาดก็แค่ที่นั่งตรงหน้าสุดที่ยังว่างเปล่า บ่งบอกว่าคนที่นั่งตรงนั้นยังไม่ได้เข้าการประชุมครั้งนี้
"เ้านั้น ยังคงสายตลอดจริงๆ เอาละเรามาเริ่มประชุมกันเลยก็แล้วกัน รอเ้านั้นคงไม่ได้ประชุมหันพอดี"เสียงหวานน่าฟังเอ่ยออกมา ก่อนที่จะหยิบกระดาษที่จดเื่การประชุมขึ้นมา
"คู่หูเ้าไม่ใช่หรือ อาโป เ้าก็ไปตามเ้านั้นเข้ามาร่วมประชุมด้วยสิ บางทีเ้านั้นคงจะหนีไปนอนหลับแถวที่เ้าอยู่ก็ได้ เ้านั้นชอบไปสิงอยู่กับเ้าคล้ายคู่รักเช่นนั้น"เสียงทุ้มติดตลกดังขึ้นมาเอ่ยหยอกล้อ ขุนพล์ลำดับที่5 เสวี่ย อาโป ทักษะิญญา แฝดสดับร่าง เพราะเ้าลำดับที่1นั้นชอบไปวอแวที่บ้านพักของอาโปประจำ แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้เ้านั้นไปติดพันอยู่กับคนผู้หนึ่ง?
"คู่รักกับพี่ข้านะสิ! เ้านั้นมันวิปริต หาที่เปรียบไม่ได้"อาโปพูดเสียงเบาก่อนที่จะนึกถึงเ้านั้นที่่นี้ขยันมาที่จวนนางบ่อยเหลือเกิน ไม่ได้มาหานางหรอกแต่มาหาพี่ชายนางต่างหาก ถึงตอนนี้จะไม่มาแล้วแต่นางก็ไม่ชอบเ้านั้นอยู่ดี
"ข้าก็ลืมไปว่าเ้านั้นชอบพอกับพี่ชายเ้า ก็ไม่แปลกที่เ้านั้นจะไปที่บ้านพักเ้าบ่อย"เสียง จาง เว่ยเทียน ขุนพล์ลำดับที่7 ทักษะิญญา หนึ่งพันดวงิญญา กล่าวขึ้น
"พอเื่เ้านั้นเถอะ เราเข้าเื่กันดีกว่า"ฉิน หานหรง ขุนพล์ลำดับที่2 เอ่ยเสียงเรียบทำให้ทั้งห้องต้องเงียบตาม ก่อนที่ทุกคนจะเปลี่ยนเื่แล้วหันมาสนใจหัวข้อประชุมครั้งนี้
"ว่าด้วยเื่มารโลหิตบุกแคว้นอวิ๋น........"