รัตติกาลสีเือันน่าประหวั่นพันพรึงบนผืนแผ่นดินชีหนานที่ลุกเป็ไฟ เหล่าทหารหาญล้มตายดาดดื่นด้วยคมมีดที่ฉีกเฉือนจากอริราชศัตรู เมื่อมิอาจสู้ก็ต้องสูญเสียบัลลังก์ ความปราชัยครานี้นั้น ล้วนมาจากน้ำมือของผู้มีนามว่า เซี่ยชิงอวิน
บุรุษหนุ่มร่างสูงผู้สวมเกราะเหล็กสีดำทมิฬชูดาบที่ทำด้วยเหล็กกล้าขึ้นเหนือศีรษะ ท่วงท่าสง่าผ่าเผยเรียกเสียงกู่ร้องจากเหล่าผู้ร่วมทำศึกที่ได้รับชัยชนะเหนือา
เหล่าทหารต่างฮึกเหิม พากันกวาดต้อนผู้เป็เชลยมาจนรวมตัวกันยังลานกว้างหน้าพระที่นั่งในพระราชวัง
ร่างสูงน่าเกรงขามของผู้นำฏเดินเข้าสู่ท้องพระโรง บุรุษหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าหมดจดงดงาม แต่กลับฉาบด้วยความอำมหิต
ั์ตาสะท้อนภาพชายชราผู้เป็เ้าของบัลลังก์ชีหนาน บ่งบอกถึงความชิงชังที่ไม่อาจบรรยายเป็คำพูดออกมาได้
“เ้าเคยฝันถึง่เวลานี้บ้างหรือไม่เล่า หยางลู่เสียน” ถ้อยคำอันเยียบเย็นส่งไปถึงผู้สวมอาภรณ์ลายั
“เซี่ยชิงอวิน ข้าน่าจะฆ่าเ้าเสียให้ตายไปพร้อมกับบิดาของเ้าั้แ่ที่ข้าโค่นล้มเมืองอวี้หลัน ไม่น่าปล่อยให้เป็เสี้ยนหนามทิ่มแทงข้าจนถึงวันนี้”
กษัตริย์ชรายังคงแสดงท่าทีวางอำนาจ ดั่งคราที่เคยนำกองทัพเข้าโจมตีเมืองอวี้หลันเมื่อสิบปีก่อน
เมื่อกล่าวย้อนกลับไปในคราที่ เซี่ยชิงอวิน มีอายุได้เพียงห้าหนาว บิดาเขานามว่า เซี่ยชิงอวี คือผู้ปกครองเมืองอวี้หลัน ซึ่งตั้งอยู่แถบชายแดนทางตอนเหนือ
เซี่ยอ๋องขึ้นนั่งบัลลังก์บริหารบ้านเมืองโดยใช้กฎแห่งความเมตตา ปวงประชาจึงอยู่อย่างผาสุขร่มเย็น แผ่นดินเป็ปึกแผ่นมานานหลายปี
กระทั่งเมืองใหญ่อย่างชีหนานคิดจะกระจายอำนาจจึงนำกองทัพบุกเข้าโจมตี โดยมีหยางลู่เสียนเป็ผู้นำกองกำลังนับหมื่นนับแสนทำาคิดชิงเมืองอวี้หลันไปเป็รัฐในปกครอง
เซี่ยอ๋องสิ้นชีพกลางสนามรบ ส่วนพระชายากับพระโอรสซึ่งเป็ทายาทเพียงองค์เดียวหลบหนี ทว่าด้วยกำลังที่มีน้อยนิดจึงมิอาจหนีรอดเงื้อมมือ มารดาเซี่ยชิงอวินไร้ทางออกและไร้ที่พึ่งจำต้องยอมจำนน
อยางลู่เสียนเกิดต้องใจในตัวพระชายาเซี่ยอ๋อง จึงพากลับไปเป็สนมที่เมืองชีหนาน แม้ตลอดเวลาพระนางจะเคืองแค้นใจยิ่งนัก แต่ก็ทำได้เพียงกัดฟันทน ยอมถูกข่มเหงจากฮ่องเต้มากตัณหา เพื่อรักษาชีวิตบุตรชายเอาไว้
เซี่ยชิงอวินพำนักในดินแดนศัตรูอย่างอัปยศ มารดาสิ้นใจอย่างตรอมตรม ความแค้นสั่งสมพูลทวี เขาได้แต่อดกลั้น แสร้งตีตนเป็คนไร้ค่า รอจังหวะเวลากอปรกับการวางแผนอย่างรอบคอบและแยบยล ฝึกปรือวิชาการสู้รบและซ่องสุมกำลังพลอย่างลับ ๆ เพื่อรอเวลาที่จะเอาคืนอยางลู่เสียนอย่างสาสม
และวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่เขารวบรวมกำลังจากประชาชนของเมืองอวี้หลันที่รอดชีวิต สร้างเป็กองทัพที่มีแสนยานุภาพยิ่งใหญ่ เข้าชิงบัลลังก์แล้วยึดอำนาจกลับคืนมา
มือขวาของร่างกำยำในชุดเกราะเหล็กลากดาบที่ทั้งหนักและหนาครูดไปกับพื้นหินอ่อน เกิดเป็เสียงเสียดสีบาดแก้วหู
สองขาพาร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฮ่องเต้ชราผู้เป็ดั่งรอยด่างพร้อยในชีวิต
“ในเมื่อเ้าเลือกให้ข้ามีลมหายใจอยู่ ก็ย่อมต้องรู้ผลลัพธ์ของมันจริงหรือไม่”
เชลยศึกสูงศักดิ์ถึงกับหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก นิ้วมือเหี่ยวย่นกระดิกชี้หน้า ปากพร่ำคำด่าทอ
“เ้ามันเนรคุณ ทั้งที่ข้าชุบเลี้ยงเ้าและมารดายังกล้าทรยศ...”
“หุบปาก!” ผู้ถือดาบถลึงตา สีหน้าเดือดดาลอย่างที่สุด
“อย่าได้ริอาจคิดจะลำเลิกบุญคุณกับข้า เ้ามันไม่คู่ควร” เขากัดฟันกรอดอย่างไม่อาจเก็บซ่อนอารมณ์แห่งมรสุมที่เกิดจากไฟโทสะ
ดาบในมือตวัดขึ้นง้างเป็วงกว้าง ก่อนจะฟันลงที่กลางอกขององครักษ์ผู้หนึ่ง จากนั้นก็หันไปจ้วงแทงเข้าที่ช่องท้องขององครักษ์อีกผู้หนึ่งเพื่อเป็การระบายความโกรธแค้น
ฉับ! ฉับ! อ๊าก! อ๊าก!
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อหนังสลับกับเสียงร้องโหยหวน โลหิตแดงฉานกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง คนแล้วคนเล่าที่ถูกดาบปลิดชีพล้มลง จนไม่เหลือทหารคนใดที่จะให้เซี่ยชิงอวินใช้เป็เครื่องมือลับคมดาบได้อีก
“เ้ามันปีศาจ” อยางลู่เสียนอกสั่นขวัญแขวน ก้าวเท้าถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ขาสองข้างไขว้พันกันกระทั่งพลาดสะดุดล้มก้นกระแทกพื้น
“ปีศาจแล้วอย่างไร...” น้ำเสียงลากยาวกล่าวเย้ยหยัน ดาบอาบโลหิตหันปลายชี้ตรงไปยังใบหน้าซีดเผือดของผู้ที่ถัดตัวถอยหนี ปลายเท้าก้าวเดินตามไปอย่างเชื่องช้า
“ผู้เป็ใหญ่ย่อมได้ยืนเหนือบัลลังก์ เ้าเคยพูดมันไว้กับข้า ยังจำได้หรือไม่” รอยยิ้มวิปลาสปรากฏบนคมหน้าที่เติมแต่งด้วยหยดเืแดงฉาน
“เ้ามันชราเกินกว่าจะรั้งอำนาจไว้ในมือ ไม่สู้ส่งมันให้กับข้า ส่วนเ้า...” น้ำเสียงเย็นหยุดสูดลมหายใจ พรางลบรอยยิ้มร้ายให้จางหายไปจากใบหน้า
สองมือประคองดาบชูขึ้นเหนือศีรษะ
“ข้าจะช่วยส่งเ้าข้ามสะพานไน่เหอ[1] จงไปสำนึกผิดต่อบิดาข้าในปรโลกเสียเถิด”
ฉับ!
ดาบทิ้งน้ำหนักลงที่ลำคอของหยางลู่เซียนอย่างไร้ความปราณี ฉับเดียวศีรษะกระเด็นหลุดล่วงลงจากบ่า กลิ้งไปหยุดตรงหน้าหญิงวัยกลางคนและบุตรชายวัยเพียงสิบปี
“ฝ่าบาท ไม่...ฮือ ฮือ” ฮ่องเฮาชีหนานกอดร่างบุตรชายไว้ในอ้อมแขน ร่ำไห้ปานจะขาดใจ แต่ทว่าเด็กชายกลับจ้องมองร่างบิดาด้วยความสงบนิ่ง ใบหน้าเล็กในฝ่ามือมารดาไร้ซึ่งคราบน้ำตา
เซี่ยชิงอวินเช็ดคราบเืที่คมดาบไปกับชุดผ้าไหมลายัสีทองอร่าม สีหน้าเรียบนิ่งไม่ไหวติงต่อสิ่งใด
“ให้ข้าน้อยจัดการเช่นไรต่อดีขอรับ” จิ้งเทียนอี้ผู้เป็ทหารคนสนิทและสหายร่วมรบกล่าวถาม ในขณะที่ใช้ปลายดาบพาดคอของสัตรีเคียงบัลลังก์หยางลู่เสียนไว้
เซี่ยชิงอวินสังเกตเห็นแววตาแข็งแกร่งของเด็กชายในอ้อมกอดนาง จึงเดินเข้าไปจับปลายคางเล็กของเด็กน้อยเพื่อพินิจใบหน้า
หากครานี้ไม่พ่ายศึกเด็กคนนี้ก็คงจะที่มีฐานะเป็ถึงผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากบิดาชั่วช้าของเขา
“แววตาเ้าช่างน่าชื่นชมยิ่ง หากแค้นข้านักก็จงมีชีวิตอยู่ต่อไป”
หยางลู่เฉินมองผู้ไว้ชีวิตตนด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว สายตาเด็ดเดี่ยวของเด็กชายวัยไร้เดียวสาไร้ซึ่งความหวาดกลัวนั้น หวนให้เซี่ยชิงอวินนึกถึงตนเองเมื่อครั้งในวัยเยาว์ขึ้นมา
“นำตัวพวกมันส่งไปเป็ทาส เนรเทศไปอยู่ชายแดน”
“ขอรับ” จิ้งเทียนอี้รับคำสั่ง นำทหารจำนวนหนึ่งคุมตัวเชลยศึกทั้งหมดส่งตัวออกนอกเมือง
เซี่ยชิงอวินหันกลับไปมองร่างที่ไร้ศีรษะ ใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างจมกองเืประหนึ่งว่าขยะแขยงเสียเต็มประดา
“ถือสะว่าครั้งนี้ข้าไว้ไมตรีต่อเ้าก็แล้วกัน” เขายกเท้าก้าวข้ามร่างไร้ลมหายใจ เดินขึ้นไปนั่งบนแท่นประทับั ซึ่งเพลานี้เขาเป็เ้าของบัลลังก์นี้โดยสมบูรณ์แล้ว
คืนแห่งโศกนาฏกรรมจบลงด้วยผู้คนที่ล้มตายจนซากศพกองเป็ูเา กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง แม้จะมีพายุฝนโหมกระหน่ำก็ไม่อาจจะชำระล้างโลหิตแดงฉานที่ชโลมบนผืนดินออกไปจนหมดได้
ผู้มีชัยย่อมได้ครองอำนาจ
เซี่ยชิงอวินสถาปนาตนเองขึ้นเป็กษัตริย์ปกครองเมืองชีหนานด้วยวัยเพียงสิบห้าชันษาและยาวนานกว่าสิบปี
ตลอดระยะเวลาแห่งการครองบัลลังก์มีแต่การเข่นฆ่าและภัยา ผู้คนหวาดกลัว ประชาชนไร้บ้าน ภรรยาไร้สามี บุตรไร้คนดูแล มีแต่การสาปแช่ง ว่ากันว่าเขากลายเป็คนเสียสติ วิปลาสเกินเยียวยา กระทั่งถูกขนานนามว่า
ทรราชปีศาจแห่งบัลลังก์โลหิต
จวบจนผ่านมาสิบปี หยางลู่เฉิน เติบใหญ่มาด้วยจิตใจที่ใฝ่คุณธรรม ร่ำเรียนวิชาความรู้ควบคู่ไปกับตำรายุทธพิชัยา หวังกอบกู้บ้านเมืองที่ล้มสลายในน้ำมือของทรราชอย่างเซี่ยชิงอวิน ให้กลับคืนมาเป็แผ่นดินที่รุ่งเรืองอีกครั้ง
ตลอดมาเขาก็ยังคงไม่ลืมเลือนความแค้นที่บิดาถูกสังหาร
หยางลู่เฉิน ผูกสัมพันธ์กับแคล้นฉีโดยมีตำแหน่งเป็ราชบุตรเขย รวมกองทัพบุกเข้าโจมตีชีหนาน กระทั่งได้ชัยชนะ ปกครองเมืองด้วยคุณธรรม ชาวประชาอยู่เย็นเป็สุขสืบต่อมา
ส่วนเซี่ยชิงอวินนั้นต้องรับผลกรรม
แม้จะเป็เพราะปมแค้นที่หนุนส่งให้เขากลายเป็ทรราชวิปริตจะมาจากการเสียบ้านเสียเมือง บิดาถูกฆ่าอย่างโเี้ มารดาตรอมใจ จนหล่อหลอมให้เขากลายเป็ปีศาจจิตใจอำมหิต
ทั้งชีวิตของเซี่ยชิงอวินทุ่มเทไปกับการล้างแค้นจนถึงขั้นเสียสติ สองมือที่ปกครองแผ่นดินจึงนองไปด้วยเืของผู้บริสุทธิ์ ไร้จิตสำนึกความเป็คน และจมอยู่กับห้วงอดีตอย่างน่าเวทนา
“ข้าทำผิดอันใด เหตุใดผู้อื่นทำร้ายข้าได้ แต่ข้ากลับแก้แค้นเอาคืนพวกมันไม่ได้”
เซี่ยชิงอวินทิ้งปลายดาบให้ปักลงพื้นดินเพื่อพยุงร่างตนให้ยืนได้อย่างมั่นคง
เกราะเหล็กเปรอะไปด้วยคราบสีแดง ทั้งเืจากผู้อื่นและจากาแของตนเอง มือสั่นเทายังคงกำดาบคู่ใจเอาไว้มั่น ท่ามกลางกองกำลังข้าศึกที่โอบล้อมทั้งหน้าและหลัง
บนพื้นนองไปด้วยโลหิตและซากศพของเหล่าทหารนับร้อยนับพัน เหลือเพียงแต่เขาผู้เดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้
“เซี่ยชิงอวิน จงยอมแพ้เสียเถิด ทุกสิ่งทุกอย่างมันล้วนเกิดจากตัวเ้าเอง แค้นส่วนแค้น ดีส่วนดี หากเ้าแยกแยะข้อนี้ได้ ก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้” อยางลู่เฉินดึงบังเหียนม้าเดินหน้าเข้าไปเจรจา
“ฮา ฮา ฮา แยกแยะดีชั่ว ช่างน่าขัน หากไม่มีผู้ก่อไยต้องมีผู้แก้” เสียงหัวเราะอย่างผู้ขาดสติดังขึ้นท่ามกลางสมรภูมิเื ดาบบิ่นเปื้อนเืจากการสู้รบอย่างหนักชี้ไปยังผู้นำทัพฝ่ายศัตรู
“ข้าเคยคิดว่าตนเองคือผู้ที่โเี้กว่าผู้ใดในใต้หล้า แต่ไม่นึกว่าผู้ที่ลิขิตชะตาข้านั้นช่างโเี้ยิ่งกว่า”
ดาบคู่ใจถูกดึงกลับขึ้นมาพาดไว้ที่คอตนเอง รอยยิ้มแห่งความหลุดพ้นปรากฏขึ้นบนเรียวหน้าที่อิดโรยและเหนื่อยอ่อน
“แม้ข้าจะเป็ผู้ร้ายในละครฉากนี้ แต่จุดจบของข้าก็ควรจะมีศักดิ์ศรี เ้าว่า...จริงหรือไม่”
การแบกรับความทุกข์เอาไว้บนบ่านั้น เพลานี้มันกำลังจะจบสิ้นลง ณ ตรงนี้แล้ว
“จบสิ้นเสียที” น้ำเสียงแ่เบากล่าวด้วยใบหน้าที่อ้างว้างโดดเดี่ยว
ลำแขนแกร่งกระตุกคมดาบเข้าบั่นคอ น้ำสีแดงข้นทะลักประทุออกมาตามรอยแยก อาบย้อมลงบนแผงอก
กายกำยำหงายหลังกระแทกไปกับพื้นดิน ดวงตาเลื่อนลอยค่อย ๆ ปิดสนิทลงและหลับไหลไปชั่วกาล
++.....+.....+.....+.....++
สะพานไน่เหอ[1] : เป็สะพานข้ามภพที่เชื่อมแดน์ มนุษย์ และนรก ตามความเชื่อของพุทธมหายาน มนุษย์ที่ตายแล้วทุกคนจะต้องเดินข้ามสะพานนี้
????✨????????????✨????
สวัสดีค่ะเปิดตัวด้วยการเล่าเื่ตัวร้ายยาวนิดนิงนะคะ ฝากให้มัมมี่ทุกคนช่วยดู
แลหัวใจ ❤️ ตัวร้ายหน่อยนะ
เซี่ยชิงอวิน : ถึงจะร้ายแต่ก็คลั่งรัก ????
???? ไรท์แต่งจบแล้วนะคะ อัพลงอย่างต่อเนื่องแน่นอน เหลือตรวจคำผิดอีกนิดหน่อยค่ะ