บทที่ 16 บุกโจมตีูเาหนิวพี
เนี่ยเฉินเดินเข้าไปในโรงครัวด้วยความเหนื่อยล้า เขาเตะโจรคนหนึ่งแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะเริ่มกินข้าว
โจรที่ถูกเขาเตะไม่ได้โกรธ แต่กลับล้อมเข้ามาพร้อมกับถามด้วยรอยยิ้มว่า
“รองหัวหน้า คราวก่อนท่านประดิษฐ์หน้าไม้เอาไว้ เมื่อไหร่จะทำเพิ่มอีกสักหน่อย ข้าอยากลองเล่นบ้าง”
“ลองเล่นงั้นหรือ? เหอะ รอให้ถึงเวลาที่พวกเ้าได้เล่นก่อนเถิด ถึงตอนนั้นทุกคนจะมีคนละอัน ใครยิงไม่แม่น ข้าจะเตะก้นมันเอง”
“ข้าต้องยิงแม่นอยู่แล้ว ท่านวางใจเถิด ข้าเคยเป็พรานมาก่อน ใครในหมู่บ้านละแวกนี้ไม่รู้จักฝีมือของ ฉีต้าเนี่ยว บ้าง แม้แต่เหยี่ยวที่บินอยู่บนท้องฟ้า ข้าก็สามารถยิงให้ร่วงลงมาได้ด้วยธนูเพียงดอกเดียว”
ฉีต้าเนี่ยว?
หลังเนี่ยเฉินได้ยินดังนั้นก็ถึงกับชะงัก ก่อนจะมองต่ำลงไปยังระหว่างขาของคนคนนั้นอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะใหญ่สมชื่อหรือไม่
“เ้าหยุดพูดเถอะ เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ฝีมือการยิงนกของเ้ายังสู้ข้าไม่ได้เลย คราวก่อนตอนที่พวกเราประลองฝีมือกัน เ้าก็แพ้ราบคาบ รองหัวหน้า พอหน้าไม้สร้างเสร็จแล้ว ข้าขอลองก่อนได้หรือไม่”
โจรอีกคนหนึ่งไม่พอใจและกล่าว
เนี่ยเฉินโบกมือพลางกล่าวว่า
“พอได้แล้ว รอให้สร้างทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเ้าจะได้รับส่วนแบ่งอย่างแน่นอน อย่ามาแย่งกันเลย”
หลังจากทานข้าวเสร็จ เนี่ยเฉินก็มุ่งตรงไปยังที่พักและเตรียมตัวตัวเข้านอน
วันนี้เหนื่อยล้าเกินไปแล้ว การสอนให้ผู้อื่นประดิษฐ์สิ่งของ เหนื่อยยิ่งกว่าลงมือทำเองเสียอีก
ดูเหมือนต้องหาช่างตีเหล็กเพิ่ม เพราะช่างตีเหล็กไม่กี่คนที่อยู่บนูเาแห่งนี้ทำงานเชื่องช้าเกินไป
เนี่ยเฉินนอนลงบนเตียงแล้วเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ยังไม่ทันได้หลับไปนานนัก ก็ปรากฏร่างของใครคนหนึ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องของเขา
ร่างนั้นถืออ่างน้ำ แล้วค่อย ๆ ย่องเข้ามาใกล้เตียงนอนของเขา ก่อนจะเทน้ำในอ่างทั้งหมดราดลงบนหัว
เนี่ยเฉินสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมนั่งมองร่างอรชรวิ่งหนีออกไปด้วยความร่าเริง หลังมองผ้าปูเตียงและผ้าห่มของตัวเองที่เปียกโชก แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นมาในชีวิต…
"อ้าว? พี่น้องเนี่ย เมื่อคืนมิได้นอนหรืออย่างไร"
โถงจวี้อี้ ต้าจ้วงมองเนี่ยเฉินที่มีรอยคล้ำใต้ดวงตา และเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เวิงชิวฉานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เย้ยหยันเสียงหนึ่งแล้วหันหน้าหนี นางปิดบังร่องรอยความพอใจในแววตาของตนด้วยท่าทางเ็า
"ไม่เป็ไร เมื่อคืนข้าไม่ได้ห่มผ้าให้ดีเลยเป็หวัดเล็กน้อย"
เนี่ยเฉินกระแอมไอ แล้วถามขึ้นว่า
“เรียกข้ามาอย่างกะทันหันเช่นนี้ มีเื่อะไรหรือ”
"สองเื่"
หัวหน้าใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เื่แรก ตระกูลหลิวส่งคนมาสอบถามพวกเราว่าสามารถจับตัวเ้าได้หรือไม่ ข้าบอกว่าจับตัวเ้าไม่ได้ แล้วคืนเงินมัดจำให้พวกมันไป ทว่าพวกมันไม่รับ ทั้งยังบอกให้พวกเราส่งคนออกค้นหาเ้าบนูเาต่อ และหากสืบพบตัวเ้าแล้วก็ให้กำจัดทิ้งเสีย"
“เหอะ! ยังไม่ละความพยายามกันอีกนะ คิดถึงชีวิตน้อย ๆ ของข้าขนาดนี้เลยหรือ”
เนี่ยเฉินเย้ยหยัน
“เื่นี้จัดการง่าย ขอเพียงเ้าอย่าไปปรากฏตัวต่อหน้าคนที่รู้จักก็พอ”
หัวหน้าใหญ่พูดต่อ
"เื่ที่สอง นายอำเภอส่งทหารห้าร้อยนายไปยังูเาหนิวพีแล้ว"
"ูเาหนิวพี? พวกเขาดำเนินการได้รวดเร็วทีเดียว ดูเหมือนตระกูลหลิวจะมีความสามารถจริง ๆ"
"หัวหน้าใหญ่ ท่านควรส่งคนไปเฝ้าระวังบริเวณใกล้เคียงูเาหนิวพี ดูว่าพวกเขาสามารถต้านทานได้หรือไม่ และกองทัพของนายอำเภอมีความสามารถมากเพียงใด"
"ได้"
เนี่ยเฉินพยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปที่โรงตีเหล็ก
ดูเหมือนต้องเร่งมือสร้างอาวุธออกมาโดยเร็วที่สุด
แม้ไม่ใช่เพื่อเอาไปค้าขายเอากำไร แต่เพื่อปกป้องตนเอง ก็จำเป็ต้องเร่งยกระดับความสามารถในการต่อสู้ของค่ายโจรโดยเร็ว
อีกด้านหนึ่ง ทหารห้าร้อยนายเคลื่อนพลภายใต้คำสั่งของผู้บัญชาการ พวกเขากำลังบุกเข้าโจมตีูเาหนิวพีอย่างยิ่งใหญ่
ระบบทหารของกองทัพต้าเฟิง ทหารสิบนายจะนับเป็หนึ่งหมู่ ผู้บัญชาการของทหารหนึ่งหมู่จะเรียกว่าหัวหน้าหมู่
ทหารหนึ่งร้อยนายจะนับเป็หนึ่งกองร้อย ผู้บัญชาการของทหารหนึ่งกองร้อยจะเรียกว่านายกอง
ทหารหนึ่งพันนายจะนับเป็หนึ่งกองพัน ผู้บัญชาการของทหารหนึ่งกองพันจะเรียกว่านายพัน
ทหารหนึ่งหมื่นนายจะนับเป็หนึ่งกองทัพ ผู้บัญชาการของทหารหนึ่งกองทัพจะเรียกว่าแม่ทัพ
ส่วนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกก็คือกองทัพใหญ่ ทหารของกองทัพนี้จะมีกองทัพย่อย ๆ ไม่เท่ากัน และผู้บัญชาการของกองทัพจะเรียกว่าแม่ทัพใหญ่
ขณะนี้ผู้นำทัพคือนายพันหวัง เขาเป็นายพันของกองพันแห่งอำเภอชิงสุ่ย ครั้งนี้เขานำทัพมาด้วยตนเองเพื่อปราบปรามโจรบนูเาหนิวพี
ูเาหนิวพีตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของถนนหลวง ตรงข้ามกับตำแหน่งของค่ายชิงเฟิง ค่ายโจรสองแห่งนี้ตั้งอยู่ทั้งตะวันออกและตะวันตก คอยควบคุมถนนหลวง และมักปล้นสะดมพ่อค้าที่ผ่านไปมา แต่เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป เขตแดนจึงทับซ้อนกันและเกิดความขัดแย้งกันบ่อยครั้ง
นายพันหวังมีอายุราวสามสิบเศษ เป็คนเฉลียวฉลาดและมีความสามารถ ขณะนี้เขาสวมชุดเกราะ ถือดาบยาว ดูสง่างามและกล้าหาญมาก
ด้านหลังของเขามีหัวหน้ากองร้อยห้าคน อีกทั้งทหารทุกนายยังสวมชุดเกราะหนัง ถือโล่และดาบใหญ่ รวมทั้งหอกยาวและธนู
"ผู้บัญชาการ พวกเราไปสืบมาแล้วขอรับ ภูมิประเทศของูเาหนิวพีไม่ได้อันตรายนัก มีสองเส้นทางที่สามารถขึ้นไปบนูเาได้ อีกทั้งค่ายของพวกมันก็มีเพียงรั้วไม้ที่เตะทีเดียวก็ล้ม นับว่าง่ายต่อการโจมตีมาก"
ทหารสอดแนมกลับมารายงาน
"ข้าได้ยินแล้ว นายกองจาง นายกองหลี่ พวกเ้าสองคนนำกองร้อยของตัวเองขึ้นูเาจากอีกเส้นทางหนึ่ง ส่วนที่เหลือตามข้าขึ้นเส้นทางหลัก ต้องไม่ให้หัวหน้าโจรหนีรอดไปได้เป็อันขาด!"
"ขอรับ!"
นายกองทั้งสองรีบนำกองร้อยของตนเองออกเดินทาง พวกเขาแยกไปทางลัดแล้วไปโผล่อีกเส้นทางหนึ่ง
นายพันหวังออกคำสั่งต่อว่า
"พลโล่ไปทางด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา พลหอกตามหลังพลโล่ ปกป้องพลธนู แล้วเดินขึ้นเขาอย่างเป็ระเบียบ ห้ามบุ่มบ่ามเพื่อเอาหน้า!"
"ขอรับ!"
ภายใต้การบัญชาการของนายพันหวัง ทหารในกองพันต่างมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาอย่างเป็ระเบียบ
เนี่ยเฉินเห็นดังนี้ก็อดพยักหน้าไม่ได้
เดิมทีเขาวางแผนให้โรงตีเหล็กเร่งการผลิตอาวุธ แต่กลับคิดได้ว่าควรมาสังเกตการณ์การต่อสู้ของกองทหารด้วยตนเองเสียก่อน เพื่อตอนที่กองทหารนี้บุกโจมตีค่ายชิงเฟิง พวกเขาจะได้เตรียมรับมืออย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!
ดังนั้นจึงได้ชวนต้าจ้วง เวิงชิวฉาน และคนอื่น ๆ มามาดูด้วยกัน
เมื่อเนี่ยเฉินเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจและเอ่ยว่า
"กองทัพเป็ระเบียบเรียบร้อยจริง ๆ นับว่าผ่านการฝึกฝนมาเป็อย่างดี รุกและรับอย่างมีชั้นเชิง นายพันผู้นี้เองก็ไม่ได้ประมาทศัตรู และไม่โลภที่จะชนะจนบุ่มบ่ามบุกเข้าโจมตี นับเป็คู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามยิ่งนัก"
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวหน้าใหญ่ ต้าจวง และเวิงชิวฉานต่างหัวเราะเยาะ
หัวหน้าใหญ่กล่าว
"หนุ่มน้อย เ้าผ่านโลกมาน้อยเกินไปแล้ว หากกองทัพเช่นนี้รบบนที่ราบกว้างหรือทุ่งหญ้า ก็นับว่าไม่ได้มีจุดบกพร่องใหญ่หลวง แต่ที่นี่คือบนูเา เส้นทางคับแคบและคดเคี้ยว ป่าไม้ก็รกทึบ เหมาะแก่การซุ่มโจมตีของศัตรู
หากเป็พวกเราที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา เพียงให้กลุ่มคนไปซ่อนในป่าเขา แล้วเอาท่อนซุงกับก้อนหินวางไว้บนยอดเขาทั้งสองข้าง
กองทัพเดินทัพมาแน่นขนัดเช่นนี้ แค่ปล่อยท่อนซุงกับก้อนหินให้กลิ้งตกลงมาตามทาง ก็สามารถทำให้เหล่าทหารล้มตายได้ไม่น้อยแล้ว อีกทั้งยังมีพลธนูคอยโจมตีซ้ำ กองทัพนี้คงถูกกวาดล้างจนสิ้นก่อนจะได้เห็นหน้ากลุ่มคนที่ลงมือ”
เนี่ยเฉินได้แต่นิ่งเงียบ เขาคิดจะโอ้อวดสักหน่อย แต่กลับลืมไปว่าข้างกายมีท่านแม่ทัพผู้ผ่านศึกามานับครั้งไม่ถ้วน
ต้าจ้วงเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงยิ้ม แล้วกล่าวแก้ต่างให้ว่า
“หัวหน้าใหญ่พูดถูก แต่ท่านก็พูดเองว่าหากเป็ท่านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทว่าฝั่งตรงข้ามตอนนี้คือหม่าหนิวพี เ้าคนโง่เขลานั่นไม่ชำนาญเื่กลศึกหรอกขอรับ และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามันกำลังกินเหล้าพลางร้องเพลงอย่างสนุกสนานอยู่ที่ไหน”